Chapter: ตอนที่ 205ตอนที่ 205เมื่อชายหนุ่มในชุดมางฝูสีม่วงอมแดงเดินมาถึงหน้าประตู พร้อมกับทหารที่เป็นองครักษ์อีกสองคน คนที่ยืนรออยู่ตรงนั้นก็รู้แล้วว่า นี่คือขุนนางชั้นสูง และเมื่อดูลายปักรูปนกยูงที่เสื้อ ที่บ่งบอกว่าเป็นขุนนางขั้นสอง ยามและเจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านไปมา ต่างก้มลงคำนับทำความเคารพ พวกเขารู้แล้วว่า น่าจะเป็นผู้อำนวยการคนใหม่!แล้วขุนนางสามคน ในชุดสีน้ำเงินและแดงที่ยืนรออยู่ ก็รีบเดินมาต้อนรับใต้เท้าเฟิงหลี่เฉียงที่หน้าประตู“ท่านเสนาบดีเฟิง!” เสียงขุนนางคนหนึ่งทักทายอย่างดีใจ เมื่อเฟิงหลี่เฉียงหันไปมอง เขาก็พบชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าคุ้นตา“ข้าเองขอรับ เฉินจื้อเฟิง พวกเราเคยทำงานในกองบรรณาธิการหย่งเล่อต้าเตียนด้วยกัน ท่านจำได้ไหม!”แล้วเฟิงหลี่เฉียงก็ยิ้ม เขาจำขุนนางหนุ่มผู้นี้ที่มีอัธยาศัยดีและยังมีความจริงใจได้ตอนนี้ เฉินจื้อเฟิงเป็นผู้ช่วยของรองเสนาบดีฝ่ายขวาของฮานหลินหยวนแล้ว และอีกสองคนนั้น คนหนึ่ง คือ ซุนเสวี่ยฟาง ที่ตอนนี้เป็นรองเสนาบดีฝ่ายขวา เขาเป็นบรรณาธิการที่เคยทำงาน
Last Updated: 2026-04-28
Chapter: ตอนที่ 204ตอนที่ 204เย็นวันนั้น หลังจากที่ปิดร้านแล้ว พวกเขาต่างมารวมกันที่ห้องโถงของบ้านเฟิง เพื่อพูดคุยสอบถามถึงชีวิตที่ผ่านมาของเฟิงหลี่เฉียง เขาไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด เพราะรู้ดีว่าการที่เขากลับมานั้น จะต้องเกิดผลกระทบกับคนในครอบครัวด้วยเช่นกันตลอดเวลาที่นั่งฟังเรื่องราวของเขานั้น ทั้งแม่ น้องสาว ลู่ปู่ ลู่เหยาหลงที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว ต่างพากันเช็ดน้ำตาและฟังเรื่องราวของเขาด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่อาจารย์ทั้งสองของเขา คือ ต้วนเจี่ยซินและโม่ชิงเฉิงนิ่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถึงแม้ว่าบางครั้งดวงตาของพวกเขาจะมีน้ำตาคลอบ้างก็ตามเมื่อเขาเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นจนจบแล้ว ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ นานๆ ทีจะมีเสียงสะอื้นเบาๆของอันเฟยจู คนบ้านเฟิงเข้าใจดีว่า การที่เฟิงหลี่เฉียงกลับมาครั้งนี้ เขาคงจะกลับมาทำงานแล้ว แต่จะทำอะไรนั้น พวกเขาไม่คิดจะถาม แล้วทุกคนที่มองเห็นร่างกายที่ทรุดโทรมของเฟิงหลี่เฉียง ก็รู้สึกเสียใจ พวกเขารีบทำอาหารเย็นจำนวนมาก และชวนให้ทุกคนมากินอาหารร่วมกัน จากนั้นก็ปล่อยให้ชายหนุ่มได้พักผ่อนต้วนเจี่ยซินตรวจร่างก
Last Updated: 2026-04-27
Chapter: ตอนที่ 203ตอนที่ 203“แล้วเหตุใดเจ้าจึงเลือกมาอยู่ที่เสฉวน” หลี่จิวสงสัย“เพราะคนอื่นคงคิดว่า ข้าจะหนีไปอยู่กานซูหรืออยู่แถบเจียงหนานที่ข้าคุ้นเคยดี แต่ถ้าไปที่นั่นก็คงจะพบตัวข้าได้ในไม่ช้า ข้าจึงเลือกมาที่นี่ กลับมาเป็นบัณฑิตตามเดิม ที่นี่เป็นดินแดนแห่งปราชญ์ หากจะมีบัณฑิตพเนจรคนหนึ่งย้ายมาอยู่ ก็ไม่น่าสงสัยแต่อย่างใด” เฟิงหลี่เฉียงสรุปเรื่องราวชีวิตของตนเอง“ถ้าคนที่บ้านของเจ้ารู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาคงดีใจมาก แต่ข้าก็รู้ดีว่าเจ้าบอกพวกเขาไม่ได้ เพราะอาจเกิดอันตรายกับพวกเขาด้วย” หลี่จิวที่รู้จักตงฉ่างดี พูดขึ้นมาอย่างเข้าใจเฟิงหลี่เฉียงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้น “แล้วตอนนี้พวกตงฉ่างเป็นอย่างไรบ้าง”หลี่จิวยิ้มมุมปาก เขาเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายดี “เจ้าคงรู้ว่าหลังจากเจ้าหายตัวไป อดีตฮ่องเต้หย่งเล่อได้จัดการกับพวกนั้นอย่างไรบ้าง และก็มีพระบัญชาสั่งไม่ให้ใครทำอันตรายครอบครัวของเจ้า ต่อมา ในรัชกาลของอดีตฮ่องเต้หงซี ทรงเห็นความโหดร้ายของพวกนั้น จึงลดบทบาทและอำนา
Last Updated: 2026-04-26
Chapter: ตอนที่ 202ตอนที่ 202แล้วภาพใบหน้าของคนๆ หนึ่งก็แวบขึ้นมา เขาเป็นขุนนางหนึ่งในไม่ไม่กี่คนที่ปรารถนาดีต่อพระองค์และต้าหมิง เซวียนเต๋อกำมือแน่นและหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่การพบเจอกับบุคคลผู้นั้นตั้งแต่พระองค์ยังเป็นเด็ก ตอนที่พระองค์ถูกวางยาพิษโดยพรรคบัวขาว และได้คนผู้นั้นช่วยชีวิต เหตุการณ์ในงานวันคล้ายวันประสูติในวัยห้าพรรษา ที่มีการแข่งขันวาดรูปและแต่งกลอน เหตุการณ์ที่พระองค์ได้เรียนรู้การต่อสู้ ความสำคัญในการฝึกฝนร่างกาย การถูกลอบสังหารและถูกคนผู้นี้ช่วยเหลือชีวิตเอาไว้หลายครั้ง และบุคคลผู้นี้ยังสั่งสอนอบรมวิธีคิดที่แตกต่างออกไปจากอาจารย์คนอื่นมีเพียงบุคคลผู้นี้เท่านั้น ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากพระอัยกาของเขา ขุนนางที่สามารถปราบปรามการทุจริต และเปิดเผยแผนร้ายของพรรคบัวขาวได้ ขุนนางผู้นี้เท่านั้น ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาขุนนางเจ้าเล่ห์เพทุบาย ที่กำลังฟาดฟันกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนในตอนนี้ได้เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฮ่องเต้เซวียนเต๋อก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขาชี้หน้าไปยังกลุ่มขุนนางที่กำลังโต้เถียงกัน และตวาดเสียงดังว่า
Last Updated: 2026-04-25
Chapter: ตอนที่ 201ตอนที่ 201ในวันหนึ่ง หลังจากประชุมเช้ากับฮ่องเต้เสร็จแล้ว ขุนนางต่างแยกย้ายกันออกมาจากท้องพระโรง บางคนกลับทันที บางคนจับกลุ่มพูดคุยกัน และบางคนเดินทางไปยังภัตตาคารแห่งหนึ่งที่เปิดขายอาหารเช้าด้วยเซินหลี่เผิง ที่ในตอนนี้ ยังคงทำงานในเน่ยเก๋อตามเดิม เขาเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นขุนนางขั้น 2 ชั้น 1 แล้ว วันนี้ เขานั่งเกี้ยวมายังภัตตาคารแห่งนี้เช่นกัน เถ้าแก่ร้านออกมาต้อนรับและนำเขาขึ้นไปยังห้องส่วนตัวข้างบน ในนั้น มีขุนนาง 3 คนนั่งรออยู่ พวกเขาดื่มชาและกำลังรอให้ทุกคนมาครบ จากนั้นจึงจะสั่งอาหารเช้าเพื่อมากินร่วมกัน และปรึกษาสิ่งที่พวกเขากังวลใจสักพัก พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินตรงมาที่นี่ แล้วประตูห้องก็เปิดออก ผู้ที่ก้าวเข้ามา คือ ขุนนางทหารที่ทุกคนรู้จักกันดี“ท่านแม่ทัพเจิ้ง เชิญเข้ามาเลยขอรับ!”ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนทักทายแม่ทัพหนุ่ม ที่ยังคงเฉียบขาดและฉลาดลุ่มลึกมากขึ้นตามกาลเวลาเจิ้งเฉิงฉานมาพร้อมกับแม่ทัพฮุ่ย แม่ทัพจ้าว และที่ทุกคนแปลกใจ คือ ขันทีที่พวกเขาไม่พบเห็นหน้ามานานแล้ว นั่น
Last Updated: 2026-04-24
Chapter: ตอนที่ 200ตอนที่ 200จูจ้านจีเองก็เพิ่งจะเข้าใจการเมืองในราชสำนัก ตามที่เฟิงหลี่เฉียงและแม่ทัพเจิ้งอธิบายให้ฟังในวันนี้ พระองค์เข้าใจดีว่า ถึงฮ่องเต้หงซีจะมีจิตใจเมตตาแต่ก็มีความดื้อรั้น และฮ่องเต้เองก็มีขุนนางที่ไว้ใจคอยถวายงานอยู่แล้ว การที่เฟิงหลี่เฉียงหายตัวไป จึงไม่มีผลกระทบต่อราชสำนัก และยังจะส่งผลดีต่อความปลอดภัยของขุนนางหนุ่มคนนี้ด้วยทั้งเฟิงหลี่เฉียงและเจิ้งเฉิงฉาน ไม่เคยคาดหวังให้องค์ชายจูจ้านจีสนับสนุนพวกเขา เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน พวกเขาเป็นขุนนางที่ต้องทำงานถวาย และจูจ้านจีคือองค์รัชทายาทที่จะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ในวันหนึ่ง ดังนั้นวิธีการคิด การเลือกใช้คน จึงต้องเป็นไปตามวิธีของพระองค์เอง เพื่อให้บัลลังก์ของตนเองมั่นคง ซึ่งก็อาจจะหมายถึงการเลือกใช้คนที่มีเครือข่ายและมีอำนาจมาก และหลับตาข้างหนึ่งให้กับพฤติกรรมชั่วร้ายบางอย่างของคนเหล่านั้นในที่สุด องค์รัชทายาทจูจ้านจีก็ต้องล่าถอยไป หลังจากดูแลการบรรเทาทุกข์ที่เสฉวนจบ ขบวนของพระองค์ก็ออกเดินทางไปยูนนานตามแผนการเดิม และเฟิงหลี่เฉียงก็ยังคงใช้ชีวิตแบบบัณ
Last Updated: 2026-04-23
Chapter: 169 (จบบริบูรณ์)จิงซิงอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขามองไปรอบๆ ตัว และพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขา ที่หมู่บ้านจูเจียว ตอนนี้ในห้องยังมืดอยู่ แต่ก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาทางกระจกหน้าต่าง ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเช้ามืดแล้วเขานอนนิ่งๆ เพื่อทบทวนความฝันที่เกิดขึ้น เขาได้ย้อนกลับไปยุคซ่งเหนืออีกครั้ง ได้เห็นเหตุการณ์หลังจากที่เขาตกหน้าผา ได้เห็นชีวิตของคนสำคัญในชีวิตของเขา และที่สำคัญ ได้เห็นแล้วว่า เขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับแพทย์หลวงจิงเซียวในยุคนั้นพระเจ้าได้ให้โอกาสเขากลับไปอำลาคนที่อยู่ข้างหลัง ผ่านทางความฝัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดคุยและแสดงตัวตนได้ แต่เขาก็ดีใจมาก ที่ได้เห็นว่าคนที่เขารักและห่วงใยทุกคน ยังอยู่ดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขายังคงรักษาความฝันของเขาเอาไว้ ด้วยการสืบทอดโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลฉางซานสิ่งที่ทำให้เขาตกใจและประหลาดใจมากที่สุด ก็คือ เขาไม่ใช่หลงซิงเหยียนข้ามเวลามา แต่เขาคือลูกชายของหลงซิงเหยียนนั่นเอง!ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ตัวเขาเองในวัยผู้ใหญ่ เป็นคนย้อนยุคกลับไปและก็เป็นคนพาตัวเองในวัยเด็ก ข้ามเวลาจากซ่งเหนือมาอยู่ในยุคอนาคต
Last Updated: 2026-02-13
Chapter: 168 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต่อมานั้น เป็นภาพชีวิตของแต่ละคนที่เขาผูกพันด้วย เขาเห็นโม่หยวนหลิงที่ยุติอาการโศกเศร้าเพราะคำพูดของใต้เท้าเปา และกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ รวมไปถึงใต้เท้าจิงเซียว เหมือนกับทั้งสองคน เข้าใจในความหมายของใต้เท้าเปาเจิง ที่ว่าจิงซิงอี้กลับไปยังโลกเดิมของเขาแล้ว ภาพที่เขาเห็นต่อมา คือ การที่โม่หยวนหลิงขอให้จิงเซียวและใต้เท้าเปาเจิง เข้ามาช่วยดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาล เพื่อสืบทอดสำนักแพทย์ฉางซานต่อไป ในขณะที่ลูกศิษย์รุ่นแรกกลายมาเป็นกำลังหลักในการทำงาน และเป็นอาจารย์คอยสอนนักเรียนรุ่นหลังสำนักแพทย์ฉางซานยังคงเดินหน้าต่อไป ตามเส้นทางที่จิงซิงอี้วางเอาไว้ และในช่วงปีหลังๆ จิงเซียวลาออกจากการเป็นผู้อำนวยการสำนักแพทย์หลวง และมาดูแลโรงเรียนกับโรงพยาบาลอย่างเต็มตัว ในขณะที่โม่หยวนหลิง ซัวซีเว่ย ลั่วปิง เจี่ยหยวน ยังคงสานต่อธุรกิจสมุนไพรของจิงซิงอี้ และช่วยงานจิงเซียว เพื่อดำเนินรอยตามเจตนารมณ์ของจิงซิงอี้
Last Updated: 2026-02-12
Chapter: 167วิธีคิดของตู้หว่านจิง เป็นเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเขาคิดว่าควรจะลงทุนซื้อที่ตั้งแต่ยังราคาถูกจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะขายที่ให้ง่ายๆวันหนึ่ง จิงซิงอี้คุยกับผู้ใหญ่บ้านหวังคุนและเตือนเขาว่า “ผมอยากให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเตือนชาวบ้านว่า อย่าปล่อยขายที่ดินจนหมดนะครับ โดยเฉพาะคนนอกที่มาเก็งกำไร เพราะเป็นการตัดโอกาสการพัฒนาในอนาคตของพวกเรา”ชาวบ้านที่อยากจะทำธุรกิจและทำการเกษตรในอนาคต ก็จะไม่มีที่เหลือแล้ว เพราะตนเองขายที่ให้คนนอกไปจนหมด เมื่อคิดอยากทำธุรกิจก็ต้องไปเช่าหรือซื้อจากคนอื่นอีก และคนนอกที่มาซื้อที่ มักซื้อไว้เพื่อทำกำไร แต่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ชาวบ้านจิงซิงอี้บอกว่า “ผมอยากให้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นพวกเรามากกว่า ไม่ใช่คนแปลกหน้า ที่แค่ต้องการจะมาเที่ยวเป็นบางฤดูกาลเหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ตอนนี้ แล้วตอนนี้ พวกเราก็มีช่องทางหากินแล้ว ทั้งการทำธุรกิจเอง หรืออย่างน้อยก็ยังปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เองได้ เป็นการรับประกันว่า พวกเขาจะยังมีกินมีใช้ ต่อให้ลูกหลายตกงานกลับมา ก็ยังมีที่ดินไว้ทำกิน”ผ
Last Updated: 2026-02-11
Chapter: 166วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในบ้านหมอจิง มาประชุมกันเพื่อพูดคุยเรื่องการสร้างโรงพยาบาล ที่จะเป็นโครงการใหญ่ของพวกเขา และเป็นรากฐานของสำนักแพทย์ฉางซาน พวกเขาทั้งสี่คน จะร่วมลงทุนและทำงานไปด้วยกันที่นี่พวกเขาเชิญซูเคอเข้าร่วมการประชุมด้วย เพราะตอนนี้เขาขยับหน้าที่มาเป็นผู้จัดการทั่วไปแล้ว จิงซิงอี้อธิบายแผนการสร้างโรงพยาบาล โดยใช้โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กฉายไปบนผนังเรียบสีขาวในห้องทำงานของจิงเซียว และอธิบายว่า“หลังจากที่พวกเราคุยกันมาหลายครั้งแล้ว ก็มาถึงข้อสรุปในวันนี้นะครับ ตอนนี้ เราจะสร้างโรงพยาบาลขนาด 3 ชั้นบนพื้นที่ว่างใกล้ลานกิจกรรมที่ผมซื้อเอาไว้ ชั้นแรกจะเป็นแผนกผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉิน ชั้นสองเป็นหอผู้ป่วยในที่มี 10 เตียง และมีห้องพิเศษอีกประมาณ 4 ห้อง ส่วนชั้นสามจะเป็นห้องประชุมและสำนักงานกับห้องพักของหมอ นางพยาบาล กับเจ้าหน้าที่"ชุนเฉิงถามว่า “แล้วศูนย์พักฟื้นผู้สูงอายุล่ะ”จิงซิงอี้ยิ้ม “ผมว่าน่าจะเป็นแผนระยะที่สอง เมื่อเราได้เงินทุนมาพอแล้ว เราจะสร้างอาคารแยกเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่จริงผมต้องการจะสร้างอาคารอีกหนึ่งหลัง
Last Updated: 2026-02-10
Chapter: 165 อย่างไรก็ตาม เขากับเจี่ยเหรินเริ่มรู้สึกว่าตนเองคงไม่สามารถรับมือกับคนไข้ขนาดนี้ได้แล้ว เขาจึงต้องออกกฎใหม่ ให้มีการรับรักษาคนไข้ตามนัดเท่านั้น โดยนัดคิวล่วงหน้า และถ้าไม่มาตามวันเวลานัด ก็จะข้ามคิวไป คนไข้ต้องมานัดคิวใหม่อีกครั้ง และจะรับรักษาแค่วันละไม่เกิน 30 คน ส่วนคนไข้ฉุกเฉิน จะต้องเป็นรายที่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่เช่นนั้น เขาจะไม่ลัดคิวให้เด็ดขาด แต่จิงซิงอี้ก็ได้หมายเหตุเอาไว้ว่า ควรจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบันที่โรงพยาบาลอื่นจะดีกว่า เพราะแพทย์จีนใช้เวลารักษานาน ไม่เหมาะสมกับกรณีฉุกเฉินนัก จิงซิงอี้จึงคุยกับเจี่ยเหรินตอนกินข้าวกลางวันด้วยกันว่า “ผมว่าพวกเราต้องรับสมัครหมอใหม่มาช่วยแล้วล่ะ ผมไม่ไหวแล้ว ใกล้ตายเต็มที” เจี่ยเหรินหัวเราะแห้งๆ “ผมก็อยากให้มีคนมาช่วยด้วยครับ ผมแทบจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบแล้ว” “นั่นสิ ถึงผมจะเป็นหมอ ผมก็มีอย่างอื่นที
Last Updated: 2026-02-09
Chapter: 164จิงซิงอี้รักษาเติ้งซินเผิงอยู่ประมาณเกือบหนึ่งเดือน เมื่อพบว่าอาการคงที่แล้ว เขาจึงเดินทางกลับพร้อมกับเจี่ยเหริน แต่จะเดินทางมาติดตามอาการทุกเดือน ซึ่งการมารักษาในครั้งนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่หลายไปในกลุ่มนายทหารชั้นสูงและวงการอื่นๆ เพราะรักษาอาการป่วยหนักจนไม่มีหวังของเติ้งซินเผิงให้กลับมาดีขึ้นได้ และยังค้นพบสาเหตุของโรคที่ซับซ้อน จนตามหาคนที่วางแผนได้ได้อีก เขาจึงมีบุญคุณกับแม่ทัพเติ้งซินเผิงยิ่งขึ้นไปอีกนอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังช่วยแนะนำการดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้กับเม่ยหลิงฟงด้วย ก่อนที่เขาจะกลับ เขาบอกเธอว่า “คุณนายครับ ผมจะส่งครีมบำรุงผิวสำหรับลดริ้วรอยและช่วยให้ผิวนุ่มนวลเปล่งปลั่งมาให้นะครับ ขอให้คุณนายใช้ตามที่แนะนำ มันจะช่วยปรับปรุงสภาพผิวให้ดีขึ้น"คุณนายตั้งใจฟัง เพราะเธอเชื่อถือจิงซิงอี้อย่างเต็มที่แล้ว “ใช้แล้วจะดีขึ้นจริงๆเลยหรือจ๊ะหมอจิง” เธอถามอย่างมีความหวังจิงซิงอี้พยักหน้า “ครีมชุดนี้ผมใส่ตัวยาสมุนไพรเป็นพิเศษ เป็นสูตรเฉพาะที่ผมคิดค้นให้คุณนายครับ ไม่ได้วางขายทั่วไป”เมื่อได้ยิน เธอจึงดีใจมาก หลังจากที่
Last Updated: 2026-02-08