Chapter: ตอนที่ 152ตอนที่ 152เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องโวยวายขึ้นว่า “จับเจ้านางเอกงิ้วคนนั้นไว้! มันฆ่าสามีของข้า!”หลินจิงอิงสะดุ้ง หันหลังกลับไปมองในร้าน แล้วคนงานชายสองคนก็วิ่งออกมาที่ท่าเรือ เมื่อเห็นอีกฝ่าย ก็ปรี่เข้ามาคว้าแขนของหลินจิงอิงเอาไว้คนละข้าง และลากตัวเขาเข้าไปในร้านอีกฝ่ายพยายามดึงแขนออก และพูดด้วยเสียงไม่พอใจว่า “พวกเจ้าจะทำอะไร! มาจับข้าทำไม!”“เจ้าเป็นคนฆ่าเถ้าแก่ซู ข้าก็ต้องจับเอาไว้สิ!” คนงานชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงแข้งกระด้างพวกเขาพยายามลากชายหนุ่มหน้าสวยคนนี้เข้าไปในร้าน ตอนนี้ผู้คนแถวนั้นเริ่มมามุงดูแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างยื้อยุดฉุดกระชากอยู่ที่หน้าร้าน ในขณะที่คนงานอีกคนก็รีบไปตามตำรวจจากจวนผู้ว่าให้มาช่วยตรวจสอบเฟิงหลี่เฉียงรีบฉวยโอกาสเดินตามเข้าไปในร้าน ก่อนที่จะมีคนงานมาคอยกันผู้คนเอาเสียง เสียงชาวบ้านแถวนั้นพูดจาซักถามกันอย่างตื่นเต้น“นี่มันนางเอกงิ้วของคณะซิงเยว่นี่!”“ใครกัน นางทำอะไรหรือ!”“นางอะไรกัน นี่คือผู้
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-06
Chapter: ตอนที่ 151ตอนที่ 151หลังจากนั้น คนรับใช้ก็ยกอาหารและเครื่องดื่มมาเป็นระยะ แล้วก็ได้เวลาที่หลายคนรอคอย พวกเขาต่างหยุดกินและหันไปมองที่เวทีงิ้ว ที่สร้างเอาไว้ถาวร พวกเขาได้ยินเสียงดนตรีดังขึ้น และตัวละครงิ้วที่เป็นตัวตลก ออกมาพูดต้อนรับแขกและพูดถึงวันเกิดของใต้เท้าจางอวี่ จากนั้นการแสดงงิ้วก็เริ่มต้นขึ้นเรื่องที่แสดงในวันนี้ แต่งขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดให้ใต้เท้าจางอวี่ ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์คณะงิ้วนี้ เป็นเรื่องราวของคนที่ทำดี ใจบุญ และต่อสู้กับความอยุติธรรม จนได้รับรางวัลจากเทพเจ้า มีเหล่าเทวดานางฟ้ามาร้องรำอวยพรให้ในตอนจบ ซึ่งก็คือการอวยพรให้จางอวี่นั่นเองตัวละครหลายตัวขึ้นมาแสดง และก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชม แต่เมื่อนางเอกหรือตาน เผยโฉมบนเวที เสียงตบมือและเสียงฮือฮาด้วยความพึงพอใจก็ดังก้องขึ้นเพราะนี่คือนางเอกงิ้วชื่อดังที่สุดของซูโจวและยังมีชื่อเสียงไปทั่วเจียงหนานแห่งนี้ด้วย เสียงหวานใสของนางเอก ที่สวมบทเป็นนางฟ้าลงมาคอยช่วยเหลือตัวเอก ทำให้ทุกคนหยุดกิน และฟังด้วยความเพลิดเพลิน“เฮ่อ...เสียดายที่เป็นผู้ชาย” พ
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-05
Chapter: ตอนที่ 150ตอนที่ 150เมื่อเห็นอีกฝ่ายน่าจะเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดินเหมือนกัน ชายหนุ่มกลุ่มนี้จึงช่วยกันเล่าถึงคณะงิ้วคุนซันดังแห่งซูโจวว่า ที่เมืองซูโจวแห่งนี้เป็นถิ่นกำเนิดงิ้วคุนซันหรือที่ในยุคหลังเรียกว่าคุนฉวี่งิ้วคุนซันถือกำเนิดที่เทือกเขาคุนซันในมณฑลเจียงซูแห่งนี้ และได้รับความนิยมจนมีการตั้งคณะละครงิ้วเพื่อเดินทางไปแสดงทั่วเจียงหนาน และในกลุ่มของชนชั้นสูงยังมีคณะงิ้วที่เลี้ยงหรืออุปการะเอาไว้ให้แสดงที่บ้านด้วยด้วยความที่งิ้วคุนซัน มีชื่อเสียงจากดนตรีและเนื้อร้องที่ไพเราะละเอียดอ่อน มีท่วงท่าการร่ายรำที่งดงามอ่อนช้อย และยังมีฉากการต่อสู้ที่สมจริง สวยงาม จึงได้รับการกล่าวขวัญถึงไปทั่ว และคณะงิ้วคุนซันที่มีชื่อเสียงที่สุดของซูโจว ก็อยู่ที่บ้านของตระกูลหวัง ตระกูลสือ และตระกูลจางนั่นเองชายหนุ่มคนหนึ่งก็พูดด้วยแววตาเคลิ้มฝันว่า “แต่นางเอกที่งามที่สุดต้องยกให้ แม่นางหลินจิงอิงเท่านั้น!”คราวนี้หนุ่มๆ หลายคนต่างส่งเสียงสนับสนุนด้วยแววตาเป็นประกาย ส่วนใหญ่แล้วงิ้วในยุคห
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-04
Chapter: ตอนที่ 149ตอนที่ 149เฟิงหลี่เฉียงถอนหายใจ เขารู้ว่าอีกฝ่ายจำเขาได้แน่นอน แต่ถ้าอีกฝ่ายยืนยันว่าเขาคือ เฟิงหลี่เฉียง เขาก็จะยืนกรานปฏิเสธหัวชนฝา ชายหนุ่มลดพัดในมือลง ยกมือขึ้นทำความเคารพอีกฝ่าย และพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีแบบชายเจ้าเสน่ห์ว่า“เรียนใต้เท้าเซินหลี่เผิง ข้าน้อยเป็นเพียงบัณฑิตต่ำต้อย มาจากเมืองอันฮุยขอรับ”เมื่อได้ยิน เซินหลี่เผิงยิ้มมุมปากแวบหนึ่ง จากนั้นก็ทำหน้าเฉยเมย และถามต่อว่า “ท่านเป็นบัณฑิตต่ำต้อย แต่กลับมีฝีมือในการวาดภาพและการแต่งโคลงกลอนขนาดนี้ อาจารย์ของท่านจะต้องเก่งกาจมาก”เฟิงหลี่เฉียงรู้แล้วว่าอีกฝ่ายจำเขาได้ แต่ก็ยังต้องสวมบทบาทต่อ “ขอบพระคุณใต้เท้าขอรับ ความดีทั้งหมดนี้ต้องยกให้กับอาจารย์ ท่านเป็นบัณฑิตพเนจรที่รักความอิสระ แต่ก็เสียสละเวลามาขัดเกลาข้าน้อยคนนี้”ถึงตอนนี้หลายคนก็ยิ้มออกมา เพราะพอใจที่เขายกย่องอาจารย์ของตนเอง ถึงจะเก่งกาจแค่ไหน ก็ยังเป็นชายหนุ่มที่ชอบความสนุกสนาน ดูได้จากการแต่งกายและท่าทางเสเพล หลายคนจึงไม่คิดจะใส่ใจห
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-03
Chapter: ตอนที่ 148ตอนที่ 148เรือของคุณชายไป๋มาจอดเทียบท่าที่ศาลาริมน้ำของร้านอาหารแห่งนั้น เฟิงหลี่เฉียงกับคนของเขาขึ้นจากเรือ และเดินไปตามทางเดินที่นำไปสู่ สวนสาธารณะที่มีภัตตาคารตั้งอยู่ ที่ทางเข้ามีชายวัยกลางคนยืนรอต้อนรับพร้อมกับผู้ช่วยอีก 2-3 คน บางคนก็นำคุณชายคนอื่นที่มาถึงแล้วไปนั่งตามโต๊ะที่จัดเอาไว้ชายวัยกลางคนที่น่าจะเป็นคนของเจ้าภาพ ทักทายกลุ่มของเฟิงหลี่เฉียง “คุณชายมาร่วมงานหรือมารับประทานอาหารที่นี่ขอรับ”ที่ถามเช่นนี้ ก็เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมาร่วมงาน บางคนก็ไม่มีบัตรเชิญ และบางคนมากินข้าวที่ภัตตาคารเท่านั้น“ข้ามากินข้าว แต่ก็อยากจะได้ที่นั่งที่เห็นงานในวันนี้ด้วย”แล้วเฟิงหลี่เฉียงก็หยิบเงินมอบให้ชายวัยกลางคน อีกฝ่ายยิ้มกว้าง รับเงินมาเก็บไว้และสั่งให้ผู้ช่วยนำพวกเขาไปนั่งที่ศาลาแห่งหนึ่ง เขารู้ว่าคุณชายคนนี้เป็นหน้าใหม่ที่นี่ จึงยังไม่ได้รับเชิญ แต่ก็อยากจะเข้าร่วมงานเพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับคนชั้นสูงด้วยวันนี้ใต้เท้าเฟิงแต่งตัวหล่อเต็มที่ แตกต่างจากปกติที่แต
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-02
Chapter: ตอนที่ 147ตอนที่ 147คณะของเฟิงหลี่เฉียง ก็ออกเดินทางไปยังเมืองซูโจว โดยใช้เส้นทางคลองใหญ่หรือต้าอวิ๋นเหอที่ขุดโดยแรงงานของมนุษย์ และยังเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญของจีนยุคโบราณ ส่งผลให้การค้าขายในภาคใต้ของประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด โดยเฉพาะที่เมืองซูโจวที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำและเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในยุคนั้นพวกเขาเดินทางด้วยเรือสำเภาแคบไปตามคลอง และใช้เวลาประมาณ 3 วันผ่านเมืองท่าสำคัญ เช่น หยางโจวและเจียงหยิน เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงซูโจว ก็จ้างรถลาก และมองหาบ้านพัก จนได้บ้านเช่าหลังใหญ่ในระหว่างทาง พวกเขาเห็นสถาปัตยกรรมแบบเจียงหนาน ที่มีทั้งศาลา บ่อบัว สระน้ำ และสะพาน ซูโจวเป็นพื้นที่ราบ ทำให้เดินทางสะดวก และยังมีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกันทั้งเมืองอยู่เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ บ้านที่พวกเขาเช่าเอาไว้อยู่ติดกับลำคลองเช่นกัน การเดินทางด้วยเรือจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นเดิมกับครั้งที่แล้ว พวกเขายังคงปลอมตัวเป็นพ่อค้าที่เดินทางมาซื้อสินค้า ในขณะที่บางคนก็เปลี่ยนมาเป็นบัณฑิตที่เดินท
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-01
Chapter: 169 (จบบริบูรณ์)จิงซิงอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขามองไปรอบๆ ตัว และพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขา ที่หมู่บ้านจูเจียว ตอนนี้ในห้องยังมืดอยู่ แต่ก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาทางกระจกหน้าต่าง ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเช้ามืดแล้วเขานอนนิ่งๆ เพื่อทบทวนความฝันที่เกิดขึ้น เขาได้ย้อนกลับไปยุคซ่งเหนืออีกครั้ง ได้เห็นเหตุการณ์หลังจากที่เขาตกหน้าผา ได้เห็นชีวิตของคนสำคัญในชีวิตของเขา และที่สำคัญ ได้เห็นแล้วว่า เขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับแพทย์หลวงจิงเซียวในยุคนั้นพระเจ้าได้ให้โอกาสเขากลับไปอำลาคนที่อยู่ข้างหลัง ผ่านทางความฝัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดคุยและแสดงตัวตนได้ แต่เขาก็ดีใจมาก ที่ได้เห็นว่าคนที่เขารักและห่วงใยทุกคน ยังอยู่ดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขายังคงรักษาความฝันของเขาเอาไว้ ด้วยการสืบทอดโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลฉางซานสิ่งที่ทำให้เขาตกใจและประหลาดใจมากที่สุด ก็คือ เขาไม่ใช่หลงซิงเหยียนข้ามเวลามา แต่เขาคือลูกชายของหลงซิงเหยียนนั่นเอง!ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ตัวเขาเองในวัยผู้ใหญ่ เป็นคนย้อนยุคกลับไปและก็เป็นคนพาตัวเองในวัยเด็ก ข้ามเวลาจากซ่งเหนือมาอยู่ในยุคอนาคต
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-13
Chapter: 168 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต่อมานั้น เป็นภาพชีวิตของแต่ละคนที่เขาผูกพันด้วย เขาเห็นโม่หยวนหลิงที่ยุติอาการโศกเศร้าเพราะคำพูดของใต้เท้าเปา และกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ รวมไปถึงใต้เท้าจิงเซียว เหมือนกับทั้งสองคน เข้าใจในความหมายของใต้เท้าเปาเจิง ที่ว่าจิงซิงอี้กลับไปยังโลกเดิมของเขาแล้ว ภาพที่เขาเห็นต่อมา คือ การที่โม่หยวนหลิงขอให้จิงเซียวและใต้เท้าเปาเจิง เข้ามาช่วยดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาล เพื่อสืบทอดสำนักแพทย์ฉางซานต่อไป ในขณะที่ลูกศิษย์รุ่นแรกกลายมาเป็นกำลังหลักในการทำงาน และเป็นอาจารย์คอยสอนนักเรียนรุ่นหลังสำนักแพทย์ฉางซานยังคงเดินหน้าต่อไป ตามเส้นทางที่จิงซิงอี้วางเอาไว้ และในช่วงปีหลังๆ จิงเซียวลาออกจากการเป็นผู้อำนวยการสำนักแพทย์หลวง และมาดูแลโรงเรียนกับโรงพยาบาลอย่างเต็มตัว ในขณะที่โม่หยวนหลิง ซัวซีเว่ย ลั่วปิง เจี่ยหยวน ยังคงสานต่อธุรกิจสมุนไพรของจิงซิงอี้ และช่วยงานจิงเซียว เพื่อดำเนินรอยตามเจตนารมณ์ของจิงซิงอี้
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12
Chapter: 167วิธีคิดของตู้หว่านจิง เป็นเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเขาคิดว่าควรจะลงทุนซื้อที่ตั้งแต่ยังราคาถูกจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะขายที่ให้ง่ายๆวันหนึ่ง จิงซิงอี้คุยกับผู้ใหญ่บ้านหวังคุนและเตือนเขาว่า “ผมอยากให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเตือนชาวบ้านว่า อย่าปล่อยขายที่ดินจนหมดนะครับ โดยเฉพาะคนนอกที่มาเก็งกำไร เพราะเป็นการตัดโอกาสการพัฒนาในอนาคตของพวกเรา”ชาวบ้านที่อยากจะทำธุรกิจและทำการเกษตรในอนาคต ก็จะไม่มีที่เหลือแล้ว เพราะตนเองขายที่ให้คนนอกไปจนหมด เมื่อคิดอยากทำธุรกิจก็ต้องไปเช่าหรือซื้อจากคนอื่นอีก และคนนอกที่มาซื้อที่ มักซื้อไว้เพื่อทำกำไร แต่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ชาวบ้านจิงซิงอี้บอกว่า “ผมอยากให้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นพวกเรามากกว่า ไม่ใช่คนแปลกหน้า ที่แค่ต้องการจะมาเที่ยวเป็นบางฤดูกาลเหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ตอนนี้ แล้วตอนนี้ พวกเราก็มีช่องทางหากินแล้ว ทั้งการทำธุรกิจเอง หรืออย่างน้อยก็ยังปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เองได้ เป็นการรับประกันว่า พวกเขาจะยังมีกินมีใช้ ต่อให้ลูกหลายตกงานกลับมา ก็ยังมีที่ดินไว้ทำกิน”ผ
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11
Chapter: 166วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในบ้านหมอจิง มาประชุมกันเพื่อพูดคุยเรื่องการสร้างโรงพยาบาล ที่จะเป็นโครงการใหญ่ของพวกเขา และเป็นรากฐานของสำนักแพทย์ฉางซาน พวกเขาทั้งสี่คน จะร่วมลงทุนและทำงานไปด้วยกันที่นี่พวกเขาเชิญซูเคอเข้าร่วมการประชุมด้วย เพราะตอนนี้เขาขยับหน้าที่มาเป็นผู้จัดการทั่วไปแล้ว จิงซิงอี้อธิบายแผนการสร้างโรงพยาบาล โดยใช้โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กฉายไปบนผนังเรียบสีขาวในห้องทำงานของจิงเซียว และอธิบายว่า“หลังจากที่พวกเราคุยกันมาหลายครั้งแล้ว ก็มาถึงข้อสรุปในวันนี้นะครับ ตอนนี้ เราจะสร้างโรงพยาบาลขนาด 3 ชั้นบนพื้นที่ว่างใกล้ลานกิจกรรมที่ผมซื้อเอาไว้ ชั้นแรกจะเป็นแผนกผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉิน ชั้นสองเป็นหอผู้ป่วยในที่มี 10 เตียง และมีห้องพิเศษอีกประมาณ 4 ห้อง ส่วนชั้นสามจะเป็นห้องประชุมและสำนักงานกับห้องพักของหมอ นางพยาบาล กับเจ้าหน้าที่"ชุนเฉิงถามว่า “แล้วศูนย์พักฟื้นผู้สูงอายุล่ะ”จิงซิงอี้ยิ้ม “ผมว่าน่าจะเป็นแผนระยะที่สอง เมื่อเราได้เงินทุนมาพอแล้ว เราจะสร้างอาคารแยกเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่จริงผมต้องการจะสร้างอาคารอีกหนึ่งหลัง
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-10
Chapter: 165 อย่างไรก็ตาม เขากับเจี่ยเหรินเริ่มรู้สึกว่าตนเองคงไม่สามารถรับมือกับคนไข้ขนาดนี้ได้แล้ว เขาจึงต้องออกกฎใหม่ ให้มีการรับรักษาคนไข้ตามนัดเท่านั้น โดยนัดคิวล่วงหน้า และถ้าไม่มาตามวันเวลานัด ก็จะข้ามคิวไป คนไข้ต้องมานัดคิวใหม่อีกครั้ง และจะรับรักษาแค่วันละไม่เกิน 30 คน ส่วนคนไข้ฉุกเฉิน จะต้องเป็นรายที่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่เช่นนั้น เขาจะไม่ลัดคิวให้เด็ดขาด แต่จิงซิงอี้ก็ได้หมายเหตุเอาไว้ว่า ควรจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบันที่โรงพยาบาลอื่นจะดีกว่า เพราะแพทย์จีนใช้เวลารักษานาน ไม่เหมาะสมกับกรณีฉุกเฉินนัก จิงซิงอี้จึงคุยกับเจี่ยเหรินตอนกินข้าวกลางวันด้วยกันว่า “ผมว่าพวกเราต้องรับสมัครหมอใหม่มาช่วยแล้วล่ะ ผมไม่ไหวแล้ว ใกล้ตายเต็มที” เจี่ยเหรินหัวเราะแห้งๆ “ผมก็อยากให้มีคนมาช่วยด้วยครับ ผมแทบจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบแล้ว” “นั่นสิ ถึงผมจะเป็นหมอ ผมก็มีอย่างอื่นที
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09
Chapter: 164จิงซิงอี้รักษาเติ้งซินเผิงอยู่ประมาณเกือบหนึ่งเดือน เมื่อพบว่าอาการคงที่แล้ว เขาจึงเดินทางกลับพร้อมกับเจี่ยเหริน แต่จะเดินทางมาติดตามอาการทุกเดือน ซึ่งการมารักษาในครั้งนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่หลายไปในกลุ่มนายทหารชั้นสูงและวงการอื่นๆ เพราะรักษาอาการป่วยหนักจนไม่มีหวังของเติ้งซินเผิงให้กลับมาดีขึ้นได้ และยังค้นพบสาเหตุของโรคที่ซับซ้อน จนตามหาคนที่วางแผนได้ได้อีก เขาจึงมีบุญคุณกับแม่ทัพเติ้งซินเผิงยิ่งขึ้นไปอีกนอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังช่วยแนะนำการดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้กับเม่ยหลิงฟงด้วย ก่อนที่เขาจะกลับ เขาบอกเธอว่า “คุณนายครับ ผมจะส่งครีมบำรุงผิวสำหรับลดริ้วรอยและช่วยให้ผิวนุ่มนวลเปล่งปลั่งมาให้นะครับ ขอให้คุณนายใช้ตามที่แนะนำ มันจะช่วยปรับปรุงสภาพผิวให้ดีขึ้น"คุณนายตั้งใจฟัง เพราะเธอเชื่อถือจิงซิงอี้อย่างเต็มที่แล้ว “ใช้แล้วจะดีขึ้นจริงๆเลยหรือจ๊ะหมอจิง” เธอถามอย่างมีความหวังจิงซิงอี้พยักหน้า “ครีมชุดนี้ผมใส่ตัวยาสมุนไพรเป็นพิเศษ เป็นสูตรเฉพาะที่ผมคิดค้นให้คุณนายครับ ไม่ได้วางขายทั่วไป”เมื่อได้ยิน เธอจึงดีใจมาก หลังจากที่
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-08