LOGINตอนที่ 37
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว จิวเหวินชางก็พาชายทั้งสองคนไปพูดคุยที่อื่น ถึงตอนนี้ นักศึกษาคนที่หวาดกลัวก็ไม่สามารถหลบหนีได้ เขาจึงต้องติดตามมาให้ข้อมูลด้วย
ทั้งสามคนจึงไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และนั่งคุยกันในห้องส่วนตัว นักศึกษาทั้งสองคนให้ข้อมูลว่า มีชายคนหนึ่งมาติดต่อนักศึกษาในโรงเรียนบางคนว่า สนใจจะไปฟังข้อมูลลับในการสอบถงเซิงครั้งนี้หรือไม่ พวกที่ได้รับการติดต่อก็ไปที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ชายคนนั้นพูดเรื่องข้อสอบและการอ่านหนังสือ เพื่อให้ตอบข้อสอบได้ และถ้าต้องการสอบผ่าน จะต้องจ่ายในราคาแพง บางคนยินดี บางคนสู้ราคาไม่ได้ และไม่เชื่อถือด้วย จึงปฏิเสธ
แล้วนักศึกษาทั้งสองคนรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ที่จริงแล้ว พวกเขาไม่ได้รับการติดต่อ เพราะพวกเขายากจน แต่กระดาษย่อมห่อไฟไม่มิด เรื่องนี้ค่อยๆ แพร่หลายไปในหมู่นักศึกษา ทำให้หลายคนที่เป็นนักศึกษายากจนรู้สึกโกรธแค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่มีเส้นสายและครอบครัวที่จะช่วยเหลือ จึงได้แต่น้ำท่วมปาก และที่สำคัญ การโกงข้อสอบเป็นเรื่องที่
ตอนที่ 100และแล้วฤดูหนาวที่ทารุณของชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือก็เริ่มต้นขึ้น เฟิงหลี่เฉียงใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการบรรเทาภัยหนาว เขาสั่งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กำจัดหิมะที่ขัดขวางเส้นทางสัญจรสำคัญ และออกไปตรวจตราตามบ้านของชาวบ้าน เขายังจำประสบการณ์ในวัยเด็กของตนเอง ที่หิมะตกหนักจนทำให้บ้านถล่มได้ดีเฟิงหลี่เฉียงยังสั่งซื้อเสื้อขนแกะจากเทนซิน นอร์บู หัวหน้าเผ่าชาวทิเบต เขาเขียนจดหมายไปบอกว่า ถ้าลดราคาให้ เขาจะลดภาษีการค้าปีนี้ให้อีก 10 % ทำให้เทนซิน นอร์บู ยินดีทำตาม นับตั้งแต่ได้รับการช่วยเหลือจากเฟิงหลี่เฉียง สมัยที่ยังเป็นผู้ว่าจังหวัดจางเย่ ชาวทิเบตกลุ่มนี้จัดตั้งกองพ่อค้าเร่ เพื่อนำเนื้อแกะ แพะ วัว และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เดินทางค้าขายจากเหนือไปใต้ และยังเพิ่มจำนวนสินค้าเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น เพราะพวกเขามีน้ำและอาหารสำหรับไว้เลี้ยงสัตว์เพียงพอแล้วเพื่อเป็นการตอบแทนและผูกสัมพันธ์ที่ดี เทนซิน นอร์บู ยังมอบรองเท้าหนังแกะที่บุข้างในอย่างดีให้กับทหารและข้าราชการของเฟิงหลี่เฉียง ที่ต้องออกไปลาดตระเวณและช่วยเหลือชาวบ้านจำนวน 100 คู่
ตอนที่ 99นับตั้งแต่เฟิงหลี่เฉียง ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการมณฑลกานซู ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เขาแต่งตั้งผู้ว่าการจังหวัดหลานโจวขึ้นมาใหม่ เพราะที่นี่เป็นเมืองหลวงของมณฑล และยังเป็นที่ตั้งของจวนผู้ว่าการมณฑลด้วย ทั้งเขาและผู้ว่ากานโจวจึงต้องทำงานประสานกันแล้วจ้าวซิน ผู้ว่าการจังหวัดหลานโจวคนก่อนหายไปไหนเขาก็ถูกลงโทษเช่นเดียวกันกับนายเก่าของเขา คือ หลู่เจียนเฉิง นับตั้งแต่มีการเก็บกวาดการทุจริตคั้งใหญ่ จึงเกิดตำแหน่งว่างขึ้นมาหลายตำแหน่ง ทั้งระดับผู้ว่าการจังหวัดและผู้ช่วย ไล่ลงไปจนถึงระดับเมืองและระดับอำเภอเฟิงหลี่เฉียงใช้เวลาช่วงสามเดือนแรกที่มาถึงหลานโจว ในการขุดรากถอนโคนเครือข่ายของหลู่เจียนเฉิง เขาสั่งให้แต่ละพื้นที่ส่งรายงานและข้อร้องเรียนว่า เกิดการทุจริตที่ใดบ้าง และใครเป็นผู้ลงมือ โดยมีทหารและผู้ตรวจการในแต่ละพื้นที่ร่วมตรวจสอบเฟิงหลี่เฉียง ผู้ว่าการมณฑลกานซูคนใหม่ ใช้พระเดชในการปราบปรามเก็บกวาดในช่วงแรก เขาไม่ลังเลที่จะลงโทษและส่งตัวคนผิดกลับไปรับโทษที่เมืองหลวง โชคดีที่
วันนี้เมืองจางเย่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีขบวนของพระราชสำนักเดินทางมาเพื่อประกาศข่าวดี ประตูเมืองจางเย่จึงเปิดออกกว้างเพื่อรอต้อนรับบุคคลสำคัญ ชาวบ้านที่เฝ้ารอดูอยู่ตามถนนอย่างตื่นเต้น ก็ได้ยินเสียงตีฆ้องดังก้องมาจากด้านหน้าประตูเมือง พวกเขาเห็นขบวนยาวที่มีขันทีชั้นผู้ใหญ่นำพระราชโองการมาประกาศ ในขบวนยังประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมพิธีการ และจากราชสำนักอีกสามนาย ทำหน้าที่ถือเอกสารประจำตำแหน่ง ด้านหลังเป็นขบวนขนของพระราชทานและทหารที่ตามมาอีกนับสิบคนขบวนนี้เดินทางออกมาเป็นเวลาสองเดือนเต็ม ผ่านเส้นทางสายไหมอันยาวไกล จนมาถึงเมืองจางเย่ในยามเช้าตรู่ของวันนี้ ท่ามกลางผู้คนที่ออกมาต้อนรับอย่างคับคั่ง เมื่อขบวนเข้าใกล้เมืองจางเย่ เสียงแตรยาวและเสียงตีฆ้องดังสะท้อนไปทั่ว ประตูเมืองถูกเปิดออกกว้าง ที่หน้าจวนผู้ว่าการเมืองจางเย่ มีข้าราชการท้องถิ่นในชุดทางการพร้อมกับประชาชนมายืนเรียงรายตามถนนเพื่อรอต้อนรับเมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงหน้าจวน ผู้ว่าการจังหวัดจางเย่เฟิงหลี่เฉียง พร้อมกับผู้ช่วยจิวเหวินชาง เทียนมู่อวี้ รองผู้ว่าการจังหวัดฝ่ายขวา เฉินจื้อเหวิน รองผู้ว่าการ
ผู้ว่าฯหนุ่มหัวเราะ เขามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ตอนนี้แม่ทัพเจิ้งอายุ 31 ปีแล้ว “ข้าต้องขอบคุณใต้เท้าเป็นอย่างมาก ที่ช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ ทำให้พวกเราจับกุมตัวการได้ ถึงจะสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่ก็ตาม”เจิ้งเฉิงฉานพยักหน้า และพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า “หลู่เจียนเฉิงยังไม่ทันได้สารภาพ ก็ถูกสังหารในคุกหลวงก่อน ฝ่าบาททรงกริ้วมาก เหตุเกิดขึ้นในวังหลวงแท้ๆ ทำให้เห็นว่ามีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้น และที่สำคัญ เรายังสาวไปไม่ถึงตัวการที่แท้จริงเลย” ประโยคหลังเขากล่าวอย่างเสียดายหลู่เจียนเฉิง ผู้ว่าการมณฑลกานซู ถูกส่งตัวไปให้ศาลต้าหลี่ตัดสินเพราะเป็นข้าราชการชั้นสูง และยังเป็นคดีสำคัญ แต่มีองครักษ์เสื้อแพรคอยติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเข้าใจดีว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ง่าย ต้องมีคนขัดขวางผ่านราชสำนักและศาลต้าหลี่สำหรับเฟิงหลี่เฉียงที่เป็นขุนนางชายแดน ถึงจะไม่รู้ว่าใครเป็นตัวบงการ เขาก็ไม่เดือดร้อนนัก เพราะเขาคงจะได้เป็นขุนนางขั้นกลาง ประจำอยู่ตามชายแดนเช่นนี้ไปอีกแสนนานแต่แม่ทัพเจิ้งดูจะเข้าใจนิสัยของขุนนางผู้นี้ เขายิ้มและพูดว่า “ใต้เท้าเฟิงอย่าเพิ่งเสียกำลังใจไป ข่าว
ในที่สุด พวกเขาก็ยอมเปิดปาก นายอำเภอสารภาพว่า เขาเป็นคนส่งแผนที่และแผนการรบไปให้มองโกลเอง และทั้งหมดนั้นเป็นการร่วมมือกันของเขากับหลู่เจียนเฉิง ผู้ว่าการมณฑลกานซู และพวกเขายังวางแผนโจมตีอู่เว่ยที่อยู่ใกล้กับหลานโจว และที่ด่านเจี่ยอวี่กวานด้วยเมื่อถามถึงสาเหตุที่หลู่เจียนเฉิงร่วมมือกับมองโกล คำตอบที่ทำให้เฟิงหลี่เฉียงและพรรคพวกของเขาต้องตะลึงไป คือ พวกเขาต้องการกำจัดแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน ขันทีหลี่จิว และเฟิงหลี่เฉียง โดยร่วมมือกับขุนนางบางคนในกานซูและร่วมมือกับมองโกล เมื่อกำจัดทั้งสามคนได้แล้ว พวกเขาจะนำทัพขับไล่ทหารมองโกลออกไป เมื่อมองโกลยอมล่าถอยตามแผน ผลประโยชน์ที่มองโกลจะได้รับ ก็คือ พวกเขาจะค้าขายสินค้าต้องห้ามโดยไม่เสียภาษี และยังจะแบ่งดินแดนบางส่วนให้มองโกลด้วย หลังจากนั้น หลู่เจียนเฉิง จะยังคงเป็นผู้ว่าการมณฑลกานซูต่อ และแต่งตั้งพรรคพวกของตน เข้ามารับตำแหน่งสำคัญต่างๆ เฟิงหลี่เฉียงไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า ถ้าแผนการนี้สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้นกับต้าหมิง เพราะโอยรัตเป็นคู่แค้นกับต้าหมิงมานาน พวกมันคงไม่จบลงแค่พื้นที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือนี้อย่างแน่นอน!
เมื่อเห็นทหารมองโกลเปิดฉากการโจมตีด้วยธนู แม่ทัพเหอชิงหยวนสั่งการทันที “ตั้งรับการโจมตี!”ทหารราบของจางเย่ตั้งแถวด้านหน้า และใช้โล่ขึ้นตั้งรับ เมื่อห่าธนูผ่านไป ทั้งสองฝ่ายต่างพุ่งเข้าต่อสู้กันด้วยดาบและหอก เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่น ทั้งทหารม้าและทหารเดินเท้าต่างต่อสู้ฟาดฟันกันอย่างไม่หวาดกลัว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ฝ่ายจางเย่ที่มีกำลังพลน้อยกว่า เริ่มมีอาการละล้าละลัง แม่ทัพเหอชิงหยวนพยายามตะโกนปลุกใจ แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อเห็นว่าฝ่ายของตนเริ่มต้านไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่ง “ถอย! ถอยไปทางทะเลทรายด้านขวาก่อน!”ทหารจางเย่เริ่มถอยร่นไปทางขวา แต่น่าแปลก กองทัพมองโกลกลับพยายามไล่ต้อนให้ทหารจางเย่หนีไปทางหุบเขาเสวี่ยเฟิง ซึ่งเป็นหุบเขาที่อยู่ลึกเข้าไปในทะเลทรายโกบี หากทหารกลุ่มไหนพยายามหนีออกไปทางอื่น จะถูกทหารมองโกลไล่ให้กลับไปทางเดิม สภาพในตอนนี้ไม่ต่างจากหมาล่าเนื้อกำลังไล่ต้อนฝูงแกะตลอดการหนีนั้น ทหารจางเย่ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ยิ่งทำให้มองโกลฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น “ไล่ตามไป! ต้อนให้พวกมันเข้าไปในหุบเขาให้ได้!" บาร์ตู แม่ทั






