ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน

ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน

Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
65Bab
1.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เหยาอี้เหยา อายุเพียงแปดขวบเมื่อได้รับราชโองการแต่งตั้งเป็นท่านหญิง เป็นหนึ่งในราชทูตเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวแดนเหนือ รวมทั้งต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้ฉู่ซื่อจื่อโปรดปราน แต่ทำอย่างไรดี เพราะเขาเกลียดนางยิ่ง!

Lihat lebih banyak

Bab 1

1/1 ท่านหญิงแห่งต้าหย่ง

“ขอให้ฝ่าบาททรงอายุยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี”

สิ้นเสียงกล่าว ม้าเร็วพร้อมกงกงผู้เดินทางมามอบราชโองการแต่งตั้ง ‘ท่านหญิงแห่งต้าหย่ง’ ถึงหน้าสกุลเหยาก็จากไปอย่างเร็ว ฮูหยินผู้เฒ่าหยัดกายลุกขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า ต้องพึ่งแรงพยุงจากบุตรชายของนาง แต่นางก็ยังทรงตัวไม่ได้เนื่องจากจิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

ฮูหยินผู้เฒ่าสูดลมหายใจเคล้าความเย็นเข้าปอด ราชโองการแต่งตั้งหลานสาวอยู่ในมืออันเหี่ยวย่น แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาหญิงชราจะไม่โปรดปรานเหยาอี้เหยา แต่ก็ไม่เคยคิดจะส่งหลานสาวให้ไปเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย อย่างไรเหยาอี้เหยาก็ได้ชื่อว่าเป็นคนสกุลเหยา

แต่ทำอย่างไรได้ ราชโองการจากฝ่าบาทอยู่ในมือแล้ว หากฮูหยินผู้เฒ่าไม่ตัดสินให้รอบคอบรัดกุม สกุลเหยาคงจะประสบเคราะห์ร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย

“ท่านแม่ ท่านไหวหรือไม่”

“ข้าไหว” ฮูหยินผู้เฒ่าคว้ามือบุตรชายไว้ สมองที่ยังแหลมคมอยู่ครุ่นคิดหาทางออกที่ดีที่สุด นางไม่สนใจจะมองผู้ใดที่นั่งคุกเข่าอยู่กลางโถง “พาข้ากลับไปที่เรือน”

เมื่อถึงเรือนแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ารับชาจากสาวใช้คนสนิทมาจิบคำหนึ่ง ดวงตาสีจางหลุบต่ำมองม้วนอักษรวิจิตรสีทองซึ่งเสียดแทงใจนางยิ่งนัก การแต่งตั้งหลานสาวของนาง เป็นท่านหญิง คือบทลงโทษที่เมื่อสามปีก่อนที่สกุลเหยาได้ทำเรื่องหายนะเอาไว้

“เจ้าไปตามเหยาอี้เหยามาพบข้าที”

“ท่านแม่ ท่านจะส่งอี้เหยาไปจริงหรือ” เหยาซือหม่าย่อมมองความนัยที่ฝ่าบาททรงพระราชโองการแต่งตั้งบุตรสาวคนที่ห้าของเขาให้เป็นท่านหญิงที่แดนเหนือ แม้เขาจะไม่ใคร่โปรดปรานบุตรสาวคนนี้นัก แต่อย่างไรก็เป็นบุตรสาวของเขา ดีชั่วอย่างไรก็รักประมาณหนึ่ง เขาเองก็ทำใจให้นางต้องไปแดนเหนือไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะปฏิเสธได้ พวกเขาเองก็ได้แต่กล้ำกลืน เหมือนเช่นที่กล้ำกลืนมาตลอดสามปี

“เรื่องนี้ย่อมต้องให้อี้เหยารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” คนทั้งจวนต้องแบกรับความผิดแทนนางอยู่สามปี ตอนนี้ได้เวลาให้เด็กไม่รู้ความคนนั้นต้องรับผิดชอบเช่นกัน

“นางหมั้นหมายไว้กับคุณชายหลี่ หากทำเช่นนี้เกรงว่าสกุลหลี่คง...”

"เจ้ายังมองสิ่งนี้ไม่ออกอีกรึ” ฮูหยินผู้เฒ่าแทบจะอยากทุบถ้วยชาให้แตก เมื่อคิดไปถึงท่าทีอันเย็นชาและกลับกลอกของคนสกุลหลี่ ตลอดสามปีนับตั้งแต่เมื่อเหยาอี้เหยาก่อเรื่องไว้ หลี่โหวก็แสดงท่าทีไม่อยากข้องเกี่ยว ราวกับน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง “ฝ่าบาทไม่มีทางสนใจในตัวอี้เหยาหากไม่ใช่เพราะหลี่เซ่าอยากจะหาข้ออ้างดีๆ เพื่อถอนหมั้น เขาต้องเป็นผู้ชี้นำให้ฝ่าบาทนึกถึงเรื่องในอดีตจนอยากจะลงโทษสกุลเราอีกครั้ง หลี่เซ่าตาแก่ผีเน่า! หาเรื่องตัดขาดสกุลเราไม่พอ ยังยุแยงให้ฝ่าบาทแคลงใจในตัวสกุลเหยา”

ครานี้หากสกุลเหยาไม่ทำตามราชโองการไม่ว่าจะมีเหตุผลดีปานใด วันหน้าสกุลเหยาในวงสังคมย่อมไม่มีที่ยืนอีก การถูกตัดขาดจากสกุลหลี่คือตัวอย่าง

“ท่านแม่พูดถูกแล้วพี่ใหญ่ ท่านและข้าต่างทราบดีว่าสถานการณ์ของสกุลเราหมิ่นเหม่นัก สามปีมาแล้วที่ข้าได้เบี้ยหวัดครึ่งเดียว อี้ร่างไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งทั้งๆ ที่ผลงานเป็นประจักษ์ เช่นนี้ท่านยังทำอะไรได้อีก จะให้สกุลเราจะพังทลายตามสกุลหลินไปหรือ...”

“อี้เหยาไม่มีทางรอดชีวิตในแดนเหนือ...”

ผู้คนที่แดนเหนือไม่โปรดปรานนาง เคียดแค้นนาง นี่ยังไม่กล่าวถึงการถูกส่งตัวไปให้ฉู่ซื่อจื่อ…

เหยาซื่อหม่าจดจำใบหน้าของฉู่ซื่อจื่อผู้นั้นได้ แค่นึกถึงเหยาซือหม่าก็รู้สึกหดเกร็งหน้าท้อง

“สกุลเหยาครึ่งร้อยต้องตายหากขัดราชโองการ”

“ท่านแม่ ท่านตัดสินใจเถิด เพราะข้าไม่อาจทำได้” เหยาซือหม่าหมองเศร้า เขานึกถึงใบหน้าเล็กๆ เท่าครึ่งฝ่ามือของอี้เหยา เด็กคนนั้นหน้าตาถอดแบบมารดาของนางทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งยังสดใสร่าเริงเสมอจนไม่อาจจะทำร้ายนางลง ทว่าอี้ร่างบุตรชายคนโตของเขาก็ประสบเคราะห์เพราะนางมามากเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบุตรสาวอีกสามคนที่สุ่มเสี่ยงจะถูกถอนหมั้นจากสกุลต่างๆ

“เจ้าเป็นพ่อนาง เจ้าเป็นผู้นำตระกูล เจ้าตัดสินใจเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่าหลุบตาลง ใช้มือหมุนกำไลลูกประคำในมือ หญิงชราหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้สกุลเหยาสุ่มเสี่ยงล่มสลาย อันที่จริงแล้ว ความผิดของเหยาอี้เหยามิได้ร้ายแรงปานนั้น สามปีก่อนนางอายุเพียงห้าขวบ จะสามารถทำอะไรผู้ใดได้

เพียงแต่ในสถานการณ์บางอย่าง เรื่องราวย่อมต่างออกไป ยิ่งเมื่อไม่สามารถถามหาผู้คนให้มารับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้นได้เหยาอี้เหยาจึงต้องรับผิดชอบ เหมือนที่คนสกุลเหยารับผิดชอบมาสามปี

“ความจริงอี้เหยาไม่มีส่วนใดผิดเลย นางไม่ได้ทำอันใดผิด ความผิดเดียวของนางคือ...นางอยู่ที่นั่น”

สกุลเหยาเป็นเพียงสกุลชนชั้นกลางท่ามกลางตรอกชนชั้นสูง อดีตเคยรุ่งเรืองอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันค่อนข้างตกต่ำ ได้แต่อาศัยบุญเก่าของบรรพบุรุษเพื่อยืนในวงสังคม

กลางปีนี้เหยาอี้เหยาก็มีอายุครบแปดขวบ นางเป็นบุตรสาวคนที่ห้าของ เหยาซือหม่ามารดาคือฮูหยินหลินแน่นอนว่านางย่อมไม่ใช่บุตรสาวคนโปรด ถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับการดูแลอย่างดีสมฐานะ จนกระทั่งปีนั้นเมื่อสามปีก่อน

รอยแผลเป็นจากเหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงทิ้งรอยอยู่กลางฝ่ามือ นางใช้นิ้วมืออีกข้างลูบมือด้านขวาอย่างเหม่อลอย เนื่องจากเหตุการณ์คราวนั้น ได้ทำให้มาตรฐานชีวิตของนางจึงดิ่งลงเหว ต่ำต้อยจนไม่อาจเทียบได้กับพี่น้องร่วมสายเลือด

เรือนของเหยาอี้เหยาไม่ทรุดโทรมแต่ไม่มีของใช้ชิ้นใดที่ดูใหม่ เสื้อผ้าเครื่องประดับของนางมีไม่มาก และส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งของที่ได้จากครอบครัวท่านแม่ ทว่านี้ไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุด แต่นางอาศัยอยู่เรือนหลังเล็ก ตรงส่วนของอาณาเขตที่ไม่มีแสงแดดส่องถึง ฤดูฝนบริเวณนั้นน้ำจะนอง ฤดูหนาวหิมะจะถล่มจนเพดานขึ้นรา

ทว่าเรื่องเหล่านี้ย่อมไม่มีใครสนใจกล่าวถึง ในเมื่อนางคือเหยาอี้เหยา ผู้ที่ท่านย่าไม่โปรดปราน

เรื่องความโปรดปรานของท่านย่านั้น เหยาอี้เหยาก็ไม่ทราบว่าเกิดความผิดพลาดที่ใดจึงทำให้ท่านย่าเย็นชาต่อนางนักเพราะเมื่อครั้งที่นางยังเด็ก ท่านย่าดีต่อนางไม่น้อย แต่พอคิดย้อนกลับไป นางก็เหมือนจะพอคาดเดาสาเหตุที่ทำให้ท่านย่ามีท่าทีเช่นนี้ต่อนางได้

ตอนนั้นนางมีอายุเพียงห้าขวบ เดินทางกลับบ้านเดิมมารดาเพื่อไว้อาลัยร่วมกับท่านตา ระหว่างทางผ่านเมืองโจวอี้ ยามนั้นมีเทศกาลฤดูหนาว นางไม่เคยเที่ยวชมงานครึกครื้นมาก่อน จึงขอให้ท่านตาจึงแวะพักเที่ยวชม แต่ในเวลาแห่งความสุขคนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ปรากฏ

ลูกธนูฝั่งหัวเหล็กพุ่งเข้ามาปักทะลุผิวไม้เฉียดมือขวานางไป ท่านตาดันนางซ่อนในรถม้าจึงรอดมาได้แต่ท่านตาไม่...

ท่านตาสียชีวิตพร้อมกับถูกตราหน้าว่าเป็นคนสังหารเจ้าเมืองฉู่หลิน ซึ่งนางมั่นใจมากว่าท่านตาไม่มีทางทำร้ายผู้ใด แต่เพราะนางจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงแก้ต่างให้ท่านตาไม่ได้

อีกทั้งด้วยความที่ ‘ฉู่หลิน’ คือหัวใจของชาวแดนเหนือ เขาเป็นผู้ปกครองเมืองโจวอี้ที่เที่ยงธรรมเก่งกาจ ครั้นฉู่หลินถูกแม่ทัพหลินสังหาร ชาวเมืองโจวอี้จึงไม่พอใจสกุลหลินและสกุลเหยา เรียกร้องความรับผิดชอบและการสำนึกผิด ฝ่าบาทแม้ไม่ทรงตรัสอันใดนอกจากบอกว่าในเมื่อคนลงมือก็ตายไปแล้ว คงยากจะลงโทษอีก แต่ในพระทัยย่อมมีความขุ่นข้อง สามปีมานี้นางถึงได้ถูกขังอยู่ในเรือน ห้ามก้าวเท้าออกไปไหนแม้เพียงครึ่งก้าว

เพื่อสำนึกผิด...

ด้วยเหตุนี้กระมังท่านย่าจึงเว้นระยะห่างจากนาง ไม่ใกล้ชิด ไม่พูดคุย ทำเหมือนนางไร้ตัวตนอย่างเย็นชา ถ้าหากว่าท่านย่าส่งนางออกไปบ้านนอกได้ ท่านย่าคงทำไปแล้ว

ท่าทีของท่านย่าที่ปฏิบัติต่อนางคือแม่แบบซึ่งเหล่าสาวใช้ ใช้ปฏิบัติต่อนางเช่นกัน นางไม่มีสาวรับใช้ ทั้งยังต้องไปเป็นสาวรับใช้ให้เรือนพี่สามเพื่อจะได้ร่ำเรียนหนังสือจากใต้เรือน วันดีคืนดีโดนพี่ใหญ่กดขี่กลั่นแกล้งก็ต้องอดทน

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนในจวนจะไม่โปรดปรานนางเสียหมด ‘เหยาอี้ร่าง’ พี่รองของนางใจดีกับนางเสมอเพียงแต่ยามนี้พี่รองประจำการอยู่ในค่ายทหารแถบเมืองชง ไม่กลับบ้านมาสามปีแล้ว

ซึ่งนั้นก็เป็นเพราะนาง เวลาท่านพ่อเมามายมักจะหลุดพูดคำนี้บ่อยๆ จนนางจำขึ้นใจ ‘เพราะเจ้าอี้เหยา เพราะเจ้าอี้ร่างของข้าจึงถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม อี้ร่างของบิดา เจ้าต้องถูกลงโทษในสิ่งที่ไม่ได้ทำ’

ทุกคนกล่าวโทษอี้เหยา ราวกับว่าเหยาอี้เหยาเป็นคนยิงลูกธนูใส่ฉู่หลินเอง ทุกคนจึงได้คาดโทษนางเช่นนี้

ฟ้ายังไม่ทันสาง สาวใช้จากเรือนท่านย่าให้คนมาตามนางไปพบ พร้อมกับเรียนให้นางสวมชุดให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เหยาอี้เหยาจึงละงานในมือเพื่อแต่งตัว ก่อนจะรีบตามคนของท่านย่าไปที่เรือน ในใจคิดไปต่างๆ นานา ว่าท่านย่ามีสิ่งใดจะพูดกับนางกันแน่ เพราะตลอดสามปีมานี้ ท่านย่าไม่เคยเรียกตัวนางเลย

“คารวะท่านย่า คารวะท่านพ่อ คารวะท่านอารอง คารวะท่านอาสาม” เหยาอี้เหยาคำนับตามลำดับ นางทำได้อย่างดีก่อนจะคอยให้ท่านย่าอนุญาตจึงยืนประจำตำแหน่ง

“อี้เหยา มารับสิ่งนี้ไปอ่าน” ฮูหยินผู้เฒ่ามอบหนังสือแต่งตั้งให้นาง ด้วยวัยนี้ของเหยาอี้เหยา นางย่อมอ่านออกเขียนได้

“ท่านย่า นี่คือสิ่งใดหรือเจ้าคะ” เหยาอี้เหยาสอบถาม นางอ่านหนังสือแล้วงุงงงเล็กน้อย แต่งตั้งนางเป็นท่านหญิงงั้นหรือ?

“เจ้าอ่านไม่ออกรึ ฝ่าบาททรงมีเมตตาแต่งตั้งเจ้าเป็นท่านหญิง คนเช่นเจ้ามีวาสนาได้เป็นถึงท่านหญิงแห่งต้าหย่ง” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม “ดีใจล่ะซี อย่างไรเป็นท่านหญิงก็ย่อมดีกว่าเป็นนายหญิงให้หลี่หลินผู่อยู่แล้ว”

หลี่หลินผู่คือคู่หมั้นของเหยาอี้เหยา

“คุณชายหลินถอนหมั้นข้าหรือเจ้าคะท่านย่า” นางคิดไว้อยู่บ้างว่าสักวันนางคงถูกถอนหมั้น เพราะตลอดสามปีมานี้ นางไม่พบหน้าคุณชายหลี่เลย เหมือนเฉกเช่นที่ผู้คนรอบข้างตีตัวออกห่าง

“เจ้าถูกแต่งตั้งเป็นท่านหญิงแห่งต้าหย่ง ต้องเดินทางไปเป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับแดนเหนือ ย่อมไม่อาจมีเรื่องรักใคร่ติดพันอยู่ทางนี้ได้ ข้าคิดว่าตัดขาดจากสกุลหลี่ไป ย่อมดีที่สุด วันหน้าหากเจ้ายินดี ข้าจะหาสามีที่เหมาะสมให้เจ้า”

พูดเสียดิบดีว่าตัดขาดความผูกพัน แต่ความจริงคงถูกถอนหมั้นมากกว่า

“ท่านย่า ท่านหมายถึงข้าจะต้องไปแดนเหนือหรือ? ไปยังเมืองโจวอี้หรือเจ้าคะ” คนที่นั้นไม่ต้อนรับนาง และนางก็ไม่อยากไปที่นั่นแม้แต่น้อย “ท่านย่า...”

“เจ้าต้องไป!” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเสียงเด็ดขาด แววตานางทอประกายดุจเครื่องหมายอาญาสิทธิ์ “เจ้าคือต้นเรื่องของเคราะห์กรรมที่คนสกุลหลินและเหยาต้องแบกรับมาสามปี พ่อเจ้า ท่านอาเจ้า อี๋เหนียงรอง ป้าสะใภ้เจ้า ทุกคนล้วนลำบากจนไม่อาจหายใจทั่วท้อง จะพูดอันใด จะทำอันใดก็ต้องมองหน้าผู้อื่น นี่ยังไม่นับรวมพี่สาวและพี่ชายของเจ้า ทุกคนต้องแบกรับเอาไว้ด้วยความกล้ำกลืน แล้วเจ้าเล่าอี้เหยา เจ้าแบกรับอันใด แน่ล่ะว่านี่มิใช่ความผิดของเจ้า หรือต่อให้เจ้าถูกก็ไม่มีอันใดเปลี่ยนไม่มีใครสนใจดอก ในสายตาของคนนอก เจ้าไม่ต่างอะไรกับคนที่ยิงธนูดอกนั้นใส่เจ้าเมืองฉู่...อี้เหยา ตอนนี้ได้เวลาที่เจ้าต้องรับผิดชอบแล้ว”

เหยาอี้เหยาไม่อาจพูดอะไรอีก สิ่งที่ท่านย่าพูดออกมา คือความจริงที่นางรู้ดีมาตลอด ที่แท้นางก็ทำให้คนสกุลหลินและสกุลเหยาพบเจอเรื่องย่ำแย่เช่นนี้

นางสมควรจะต้องรับผิดชอบจริงๆ

“ข้าทราบแล้ว ท่านย่า ขอบคุณท่านที่เมตตาเลี้ยงดูข้ามาตลอดชีวิต อี้เหยาซาบซึ้งใจเสมอ ข้าขอสัญญาต่อท่านไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องลำบากอีกแล้ว ท่านย่า ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเรื่องที่ข้าอยากเที่ยวงานฤดูหนาวจะส่งผลต่อมาไม่สิ้นสุด ข้าเสียใจจริงๆ หากย้อนเวลาได้ข้าจะไม่ดื้อดึงเที่ยวงานเทศกาลอีก แต่ข้าย้อนเวลาไม่ได้ ดังนั้นได้โปรดให้อภัยข้าเถิดท่านย่า” นางโขกศีรษะลงกับพื้นเย็นเฉียบ นางกลั้นลมหายใจ บอกตัวเองว่ายังไม่ได้ ให้น้ำตาหยดตอนนี้ไม่ได้

เหยาอี้เหยาไม่ได้เงยหน้า นางจึงไม่ได้เห็นม่านน้ำตาในดวงตาซีดจางของฮูหยินผู้เฒ่า

"จงเตรียมตัวให้พร้อม มะรืนต้องออกเดินทางแล้ว"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
65 Bab
1/1 ท่านหญิงแห่งต้าหย่ง
“ขอให้ฝ่าบาททรงอายุยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี”สิ้นเสียงกล่าว ม้าเร็วพร้อมกงกงผู้เดินทางมามอบราชโองการแต่งตั้ง ‘ท่านหญิงแห่งต้าหย่ง’ ถึงหน้าสกุลเหยาก็จากไปอย่างเร็ว ฮูหยินผู้เฒ่าหยัดกายลุกขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า ต้องพึ่งแรงพยุงจากบุตรชายของนาง แต่นางก็ยังทรงตัวไม่ได้เนื่องจากจิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงฮูหยินผู้เฒ่าสูดลมหายใจเคล้าความเย็นเข้าปอด ราชโองการแต่งตั้งหลานสาวอยู่ในมืออันเหี่ยวย่น แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาหญิงชราจะไม่โปรดปรานเหยาอี้เหยา แต่ก็ไม่เคยคิดจะส่งหลานสาวให้ไปเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย อย่างไรเหยาอี้เหยาก็ได้ชื่อว่าเป็นคนสกุลเหยาแต่ทำอย่างไรได้ ราชโองการจากฝ่าบาทอยู่ในมือแล้ว หากฮูหยินผู้เฒ่าไม่ตัดสินให้รอบคอบรัดกุม สกุลเหยาคงจะประสบเคราะห์ร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย“ท่านแม่ ท่านไหวหรือไม่”“ข้าไหว” ฮูหยินผู้เฒ่าคว้ามือบุตรชายไว้ สมองที่ยังแหลมคมอยู่ครุ่นคิดหาทางออกที่ดีที่สุด นางไม่สนใจจะมองผู้ใดที่นั่งคุกเข่าอยู่กลางโถง “พาข้ากลับไปที่เรือน”เมื่อถึงเรือนแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ารับชาจากสาวใช้คนสนิทมาจิบคำหนึ่ง ดวงตาสีจางหลุบต่ำมองม้วนอักษรวิจิตรสีทองซึ่งเสียดแทงใจนางยิ่งนัก การแ
Baca selengkapnya
1/2 ท่านหญิงแห่งต้าหย่ง
เหยาอี้เหยามีอายุน้อยที่สุดในคณะราชทูตแห่งต้าหย่งซึ่งประกอบไปด้วยองค์หญิงหย่งเยี่ยน แม่ทัพกงจิ้ง บุตรชายของแม่ทัพใหญ่ซ่าง ซ่างเจวี๋ย และราชทูตลู่หมิงทั้งหมดคือคณะราชทูตเพื่อส่งเสริมสัมพันธไมตรี ลดทอนความบาดหมางที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ทั้งหมดจึงต้องเดินทางไปยังเมืองโจวอี้ รัฐหลู่ปกติด้วยฐานะของเหยาอี้เหยา นางไม่มีทางได้เป็นหนึ่งในคณะทูต แต่ด้วยความหลังในอดีต ทำให้ฮ่องเต้ต้องการแสดงความจริงใจ ด้วยการส่งตัวคนที่สร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ไปเจริญสัมพันธไมตรีเพื่อบอกว่าทางราชสำนักไม่มีเจตนาให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น และหากมีอะไรที่จะสามารถชดเชยให้ชาวแดนเหนือ ทางราชสำนักจะพิจารณาให้เป็นอันดับแรกดังนั้นนางจะทำเรื่องพังไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้จะต้องตาย นางก็ต้องตายโดยไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสกุลของนางหรือคนรอบข้างด้วยความกระชั้นชิดของเวลาทำให้การเดินทางเร่งเท้าทั้งวันทั้งคืน นางนั่งอยู่ภายในรถม้าขนาดกลางถัดจากรถม้าอีกสี่คันบนตักมีปิ่นปักผมของท่านแม่ ซึ่งถือเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ท่านย่าอนุญาตให้นางพกติดตัวมา ตัวปิ่นเงินเกลี้ยงเกลาเหมือนสายใยอันอบอุ่น นางมักจะพกติดตัวไว้เสมอ ทำเช่นนี้ นางก็ไม่
Baca selengkapnya
1/3 ท่านหญิงแห่งต้าหย่ง
กงจิ้งกลับมาตอนเย็น เหยาอี้เหยาทานข้าวกับแม่ทัพกงเป็นมื้อแรกนับตั้งแต่เริ่มเดินทาง ส่วนองค์หญิงไม่รับอาหารเย็น แม่ทัพซ่างกับลู่หมิงฝึกวิชายุทธ์หลังเขา ระหว่างมื้ออาหารเหยาอี้เหยาไม่พูดอะไรมากนัก จนมองไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นหญิงสาวที่คอกม้าจึงเอ่ยถามไป“แม่ทัพกง หญิงสาวที่ถูกมัดอยู่ที่คอกม้าทำอันใดผิดไปหรือ”กงจิ้งตอบ “ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”“อากาศหนาวเช่นนี้ นางน่าสงสารเหลือเกิน”กงจิ้งพูดสั้นๆ “ใช้ปากกินข้าว ไม่ต้องพูด”“เจ้าค่ะ”หลังจากนั้นไร้บทสนทนาใดๆ อีก เหยาอี้เหยาพักผ่อน นางหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าจนถึงยามซวี ก่อนจะตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกหนาวอย่างสุดขั้ว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเตาอุ่นในห้องไม่ได้เติมถ่านอย่างที่ควรเหยาอี้เหยารีบลุกไปที่หน้าต่าง เห็นหิมะสีเงินโปรยปรายลงมา ซึ่งหากเป็นที่เมืองหลวง ยามนี้คงไม่มีหิมะ แต่ทางเหนือไม่เหมือนกัน ยิ่งใกล้เมืองโจวอี้ อากาศจะยิ่งหนาว และจะเห็นหิมะบ่อยขึ้นเหยาอี้เหยาสวมเสื้อคลุมเพิ่มอีก ตอนที่มือกำลังรัดเชือกเข้าด้วยกันเพื่อกันความหนาว ก็นึกถึงทาสที่เห็นตอนมาถึงโรงเตี๊ยม นางถูกมัดอยู่ที่คอกม้าด้วยสภาพน่าสงสาร เมื่อเย็นเหยาอี้เหยาจึงเอ่ยถามเส
Baca selengkapnya
2/1 สวมรอย
เรื่องที่องค์หญิงเป็นฉู่ซีเย่นั้นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญนัก เพราะตอนนี้อยู่ในระหว่างการถูกลักพาตัว โจรชุดดำควบรถม้าหนี ก่อนจะพุ่งลงเหวทิ้งตัวไปยังพื้นเนินเตี้ยๆ เหยาอี้เหยาเกาะพื้นแน่น แต่สุดท้ายก็กระแทกกับผนังจนมึนงงไปชั่วขณะ กระทั่งรถม้าหยุดลง นางถึงตั้งตัวได้สถานการณ์คับขัน เหยาอี้เหยาลุกขึ้นมาเห็นแสงสว่างวาบที่ท้องฟ้า คนร้ายพุ่งมาเปิดประตู"ซื่อจื่อ! เป็นท่านได้อย่างไร!” เพียงเห็นหน้าฉู่ซีเย่ คนร้ายก็พลันหน้าซีด ด้วยคิดจะมาปล้นรถม้าองค์หญิงจากเมืองหลวงไม่ใช่ฉู่ซื่อจื่อ!“เคราะห์ร้ายของเจ้าแล้ว” ฉู่ซีเย่ยิ้มนิดๆ มีดสั้นพุ่งออกไปปักใส่หลังคนร้ายที่วิ่งหนี ล้มหงายกลิ้งตกเขาไปในที่สุด ส่วนอีกสองคนรับใช้วิชาซ่อนเงาหนีไปเหยาอี้เหยาหยัดตัวลุกขึ้นจากพื้น ตอนนี้มั่นใจมากว่าเขาคือฉู่ซีเย่!“คุณหนูเหยา ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวแล้ว เจ้ารู้ว่าข้าเป็นใครใช่หรือไม่”“ซื่อจื่อ ท่านคือฉู่ซีเย่” เหยาอี้เหยามองเขาแวบเดียว ฉู่ซีเย่ไม่เหมือนผู้อื่นที่นางเคยพบเจอ เขาไม่ได้ดูน่ากลัว แต่เป็นคนที่ทำให้รู้สึกต้องเจียมตัว บนร่างของเขามีกลิ่นอายและความน่ายำเกรงที่ยากจะล่วงเกิน นางจึงไม่กล้าพูดหรื
Baca selengkapnya
2/2 สวมรอย
ฉู่ซีเย่คล้ายคิดคำนวณไว้อย่างดี ไม่ให้จุดคลายก่อนโจรจะมาเหยาอี้เหยาหลับตาแสร้งว่าหมดสติไปแล้ว ปล่อยให้คนมัดมือนางแล้วโยนใส่รถม้า พวกโจรดูเบิกบานใจเมื่อคิดว่าสามารถจับตัวองค์หญิงแห่งต้าหย่งได้ โดยไม่รู้เลยว่านางคือตัวปลอมเท่านั้นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยและขรุขระทำนางเนื้อเขียว เหยาอี้เหยาไม่ส่งเสียงจนนางถูกหิ้วไปทิ้งไว้ในห้องขัง เครื่องประดับนางถูกริบไปหมด แม้แต่ปิ่นเงินของท่านแม่ห้องขังเย็นชื้นนัก เหยาอี้เหยานอนบนพื้นโคลนเหม็นฉุน นางลืมตาเมื่อเสียงคนย่ำเท้าเดินห่างออกไปแล้วเวลานั้นฟ้าสาง ความสว่างเผยให้เห็นห้องสี่เหลี่ยม ซึ่งมีคนอยู่ด้วย เป็นหญิงสาวจากเมืองชงและเมืองอื่นๆ ที่ถูกจับมาเช่นกันพวกนางดูหวาดกลัวและหิวโหย เกาะกลุ่มกันอยู่ที่มุมห้อง พร้อมจ้องมองชุดของเหยาอี้เหยาด้วยอาการสั่นเทา“หนาวรึ”พวกนางพยักหน้า ผ้าบนตัวไม่สามารถที่จะเรียกได้ว่าชุด เหยาอี้เหยาจึงถอดเสื้อคลุมซึ่งฉู่ซื่อจื่อเป็นคนซื้อให้ แบ่งให้กับพวกนาง รวมทั้งยังยินดีที่จะถอดเสื้อตัวนอกอีกชั้นให้พวกนางสวม ตอนนี้นางจึงเหลือเพียงชั้นในและเสื้อนอกอีกชั้นที่ไม่ค่อยกันหนาวนัก“อันนี้ให้เจ้า” เสื่อผุพังชิ้นหนึ่งถูกหยิบยื่นมา
Baca selengkapnya
2/3 สวมรอย
ห้องขังสำหรับเหยาอี้เหยาเป็นเรือนหลังหนึ่งที่ปิดตาย นางได้รับเสื้อผ้าชาวเผ่าที่กันหนาวได้ดีและอาหารหนึ่งสำรับรสชาติของอาหารสมกับการเป็นอาหารแห้ง เนื้อวัวเหนียวจนกัดไม่ขาด ทั้งยังเหม็นหืนจนกินไม่ลง หญิงรับใช้นอกด้านนามว่าอามู่ จึงไปแอบตุ๋นน้ำแกงมาให้นางหนึ่งชามน้ำแกงอุ่นๆ รสชาติกลมกล่อมทำให้เหยาอี้เหยาพอจะคลายความตื่นกลัวและอบอุ่นขึ้นมาบ้างอามู่แม้จะพูดภาษาฮั่นไม่ได้ แต่นางดูแลเหยาอี้เหยาอย่างดี เห็นนางเครียดก็จุดกำยานกลิ่นหอม ทั้งยังเฝ้าอยู่ไม่ห่างพร้อมฮัมเพลงกล่อมเด็ก ความจริงใจของอามู่ทำให้นางผ่อนคลายและหลับไปได้บ้างทว่ากลางคืนเหยาอี้เหยาฝันร้าย นางเห็นภาพคนตายรายล้อม นางจึงวิ่ง ด้านหลังได้ยินเสียงอึกทึก ครั้นหันกลับไปมองก็เห็นจี๋เฉวียนที่ใบหน้าบิดเบี้ยวกำลังไล่หลังมา นางตกใจจนสะดุดล้ม มีดเล่มยาวที่จี๋เฉวียนยกขึ้นฟาดลงมาบนตัว แล้วนางก็ตื่นขึ้นบนเตียง“ไม่นะ!”เหยาอี้เหยารู้ตัวว่าเมื่อครู่เป็นแค่ฝันร้าย แต่นางกลัว หัวใจเต้นแรงและเหงื่อผุดพราวเต็มใบหน้า ยิ่งปิ่นของท่านแม่ไม่อยู่กับนาง นางก็ไม่รู้จะสงบใจได้อย่างไร“อามู่!” เหยาอี้เหยาร้องคำเดียว อามู่ที่นอนอยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเป
Baca selengkapnya
3/1 เข้าหา
“ท่านแน่ใจหรือ องค์หญิงทรงสิ้นพระชนม์แล้ว” สีหน้าท่าทางของจี๋เฉวียนบ่งบอกว่าเขาแน่ใจ องค์หญิงเจ็ดทรงสิ้นพระชนม์ที่เมืองจิงหลิง ส่วนสาเหตุยังไม่เป็นที่เปิดเผย“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง” ต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นเป็นแน่“ไท่จื่อแห่งต้าหย่งกำลังมา ชาวเมืองข้างเคียงส่งข่าวขบวนรถม้ามาหลายวันแล้ว ธงที่โบกสะบัดเป็นขององค์รัชทายาทไม่ผิดแน่”“ฉู่อ๋องมีท่าทีอย่างไรบ้าง จะยกทัพกลับมาหรือไม่” รัฐหลู่มีกองทัพเป็นของตนเองเพื่อปกป้องเมือง ทว่าเพื่อกันเสียงคนครหากบฏจึงตั้งทัพอยู่รอบชายแดน ไม่ยกเข้ามาในเมือง“ฉู่อ๋องไม่กลับจากแนวหน้า ทว่ามีการรายงานความเคลื่อนไหวของทัพเหนือของคุณชายฉู่” การเคลื่อนกำลังพลของกองทัพแห่งรัฐหลู่อึมครึม แนวคุ้มกันทอดยาวรักษาการณ์จรดแนวหน้าของด่านนอกเมือง“จะเกิดสงครามหรือ” การสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงที่เมืองจิงหลิงมีน้ำหนักมากพอให้เกิดสงคราม ราชวงศ์ต้าหย่งย่อมต้องการคำตอบจากแดนเหนือว่าเหตุใดองค์หญิงถึงสิ้นพระชนม์ คิดแล้วเรื่องนี้ก็พลอยให้เหยาอี้เหยาคิดถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นราชวงศ์ต้องหาคำตอบให้ชาวเมืองโจวอี้ที่ต้องเสียเจ้าเมืองไป แต่หาคำอธิบายอันใดไม่ได้ ชดใช้อย่างไร
Baca selengkapnya
3/2 เข้าหา
วันนี้อากาศหนาวแต่ไร้หิมะโปรยปรายฉู่ซีเย่ผู้คุ้นชินกับอากาศเป็นอย่างดีจึงไม่ได้สวมใส่อาภรณ์กันหนาว สวมเพียงเสื้อตัวนอกสีครามลายเมฆา เกลาผมด้วยปิ่นหยกร่างสูงแม้ยังอยู่ในวัยเยาว์กลับให้กลิ่นอายองอาจเหนือสามัญ นัยน์ตาคมที่หลุบลงดูสงบท่ามกลางหุบเขาที่กิ่งก้านโรยราในยามจำศีล ฉู่ซีเย่คล้ายหลับใหลไปในห้วงเวลาเหล่านั้นกระทั่งการมาถึงของชายผู้หนึ่ง ดาบคมวาวแหวกผ่านอากาศคล้ายอยากทักทาย ฉู่ซีเย่ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน กระบวนท่าเข้มแข็งแต่ไร้จิตสังหาร เขาพลิกกายหลบพร้อมลืมตาขึ้นมาเอ่ยปาก“ท่านจงใจลอบสังหารข้าหรือ?”“มิกล้าๆ ข้าไหนเลยจะกล้าทำเรื่องเช่นนั้นกัน” ‘ฉู่ซีห่าว’ แย้มยิ้ม เสือกส่งดาบราวกับอยากทักทายลูกพี่ลูกน้องคนสนิทอย่างแนบชิด แล้วหยุดมือเมื่อเล่นพอประมาณแล้ว “ฝีมือเจ้าก้าวหน้าขึ้นมาก กลับไปข้าจะไปเรียนท่านปู่ แต่ยังไงเจ้าก็ยังเตี้ยกว่าข้าอยู่ดี”“ท่านปู่สบายดีหรือไม่” ฉู่ซีเย่ยืนใกล้ผาศิลา เวลานี้เขาสูงน้อยกว่าฉู่ซีห่าวหนึ่งช่วงศีรษะ รูปร่างแบบบางกว่าสักหน่อยเมื่อเทียบกับแม่ทัพหนุ่มซึ่งบึกบึนสมชายชาตรี“มีข้าอยู่ ท่านปู่ย่อมสบายที่สุด เจ้าวางใจเถิดอิ่นจื่อ ข้าไม่มีทางปล่อยให้ท่านปู่
Baca selengkapnya
3/3 เข้าหา
เหยาอี้เหยาพยายามรักษาสีหน้าสงบเอาไว้เมื่อกงจิ้งกับจางลี่กลับมาแล้ว“ฉู่ซื่อจื่อพูดอันใดกับเจ้าบ้าง”“เขาอนุญาตให้ข้าอยู่ที่จวนได้ ทั้งยังกล่าวยินดีต้อนรับ”“ง่ายเช่นนี้เลย” คนอย่างฉู่ซีเย่ ใช่ว่าใครก็สั่งได้“ก็ไม่ง่ายนัก เขาคงมีแผนรับมือแล้วเป็นแน่” ไม่มีทางที่ฉู่ซีเย่จะไม่รู้ว่านางคือสายของไท่จื่อ สายตาของเขาบอกนางว่าเขารู้ดี แต่เกียจคร้านที่จะปฏิเสธจึงเล่นตามบทไปเท่านั้น“ฉู่ซื่อจื่อสติปัญญาเหนือสามัญ เขาย่อมรู้แน่อยู่แล้ว”“แล้วแผนนี้จะได้ผลหรือ ข้าว่า…” เหยาอี้เหยากำลังจะเสนอแผนการอื่นที่นางไม่ต้องเสี่ยงตาย แต่เวลานั้นเอง เสียงม้าด้านนอกจวนพลันดังขึ้น นางฟังจากเสียงบดของล้อกับพื้นหินแล้ว ไม่ได้มาคันเดียวเสียด้วยจวนสกุลฉู่ ไม่ใช่สถานที่ซึ่งคนทั่วไปจะแวะเวียนมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ แต่เป็นสถานที่และอาณาเขตปกครองส่วนบุคคล แล้วต้องเป็นผู้ใด ถึงได้มาเยือนในเวลาเช่นนี้“ใครมากัน”เหยาอี้เหยาปีนขึ้นโต๊ะเพื่อดูขอบกำแพง เรือนหลังนี้อยู่ห่างจากกำแพงไม่มาก จึงพอมองเห็นความเป็นไปด้านนอกกำแพง นางยืดตัวขึ้นเห็นหลังคารถม้าที่คุ้นตาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน “รถม้าของเจ้าเมืองฉู่มาอยู่ที่นี้ได้ยังไง”
Baca selengkapnya
4/1 ข้าจะควักเครื่องในเจ้า
ฉู่ซีเย่ยิ้ม พูดจาเสแสร้งกันไปหลายสิบตลบ ในที่สุดหย่งสวินก็พูดในสิ่งที่ต้องการออกมาแล้ว ทุกอย่างเป็นเหมือนที่เขาคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ต้น หย่งสวินต้องการครอบครองเมืองโจวอี้ผ่านทางฉู่กวงเยี่ยน หลังจากแผนส่งองค์หญิงเจ็ดมาเป็นทองแผ่นเดียวกันล่ม“ไท่จื่อทรงคิดรอบคอบ ขนาดเรื่องของเมืองโจวอี้ของเรา ท่านก็คิดไว้แล้วว่าต้องจัดการอย่างไร เป็นข้าเสียอีก ที่นึกไม่ถึงเรื่องนี้”หย่งสวินฟังออกว่ากำลังถูกแดกดัน แต่เขายังยิ้มแย้ม “เจ้าอาจฟังแล้วรู้สึกว่าข้าก้าวก่ายมากไป แต่ฉู่ซื่อจื่อ บ้านเมืองไร้ผู้ปกครองยากจะเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง วันหนึ่งวันใดหาถูกพวกนอกด่านไร้อารยะบุกโจมตี ใครเล่าจะปกป้องราษฎร ที่ข้าพูดเมื่อครู่เป็นเพราะหวังดีทั้งนั้น อีกอย่างข้าไม่ได้คิดตั้งตัวเป็นผู้ปกครองเอง แต่ให้คนในสกุลเจ้ามาช่วยเหลือ ทุกอย่างยังเป็นของสกุลฉู่ รอวันหน้าทุกอย่างเรียบร้อย ย่อมส่งคืนตำแหน่งให้ผู้สืบทอดตัวจริง”ฉู่ซีเย่ถาม ใบหน้าแสดงอารมณ์เท่าที่จำเป็น “พูดมาถึงตรงนี้ ในใจท่านคงมีคนที่เหมาะสมแล้วกระมัง”ตั้งแต่จัดการองค์หญิงเจ็ดที่ใช้งานไม่ได้ ไปจนถึงรวมกองทัพมากดดันฉู่ซีเย่ หย่งสวินปลุกระดมปั่นป่วนทุกอย่างเพ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status