Войтиตอนที่ 50
เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่เฟิงหลี่เฉียงกำลังตรวจการบ้านให้ลู่เหยาหลง อยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันไดมา เมื่อเห็นคนที่มา เป็นขันทีหลี่จิว เขาก็แปลกใจมาก
เด็กหนุ่มจึงเชิญให้เข้ามาในบ้าน “ขอเชิญใต้เท้าเข้ามาก่อน หวังว่าท่านคงจะไม่รังเกียจบ้านอันคับแคบของข้านะ” จากนั้นเขาสั่งให้ลู่เหยาหลงไปชงชามา
หลี่จิวไม่ตอบ แต่มองเขาด้วยหางตา เพราะรู้ว่าบัณฑิตหนุ่มล้อเลียนเขา พวกเขานั่งคุยกันที่ระเบียงหน้าบ้าน เมื่อหลี่จิวยกถ้วยชาขึ้นจิบ เขาก็แทบจะคายทิ้ง
ขันทีหนุ่มถามด้วยเสียงไม่พอใจว่า “นี่มันชาอะไร! ทำไมถึงขมขนาดนี้!”
เฟิงหลี่เฉียงซึ่งจิบชาอย่างสบายใจ ก็ตอบหน้าตาเฉยว่า “ชาผู่เอ๋อ”
“แล้วทำไมมันถึงขมขนาดนี้!” ขันทีหนุ่มพยายามเพ่งมองสีและใบชาทั้งในถ้วยและในกา เขากลัวว่าเฟิงหลี่เฉียงจะแกล้งเขา แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายจิบชาในกาเดียวกัน
“ก็เพราะมันเป็นใบชาที่ถูกที่สุด” เมื่อตอบด้วยความจริงใจเสร็จ บัณฑิตหนุ่มก็จิบชาต่อเหมือนไม่รู้สึกอะไร
หลี่จิววางถ้วยชาลงทันที “เจ้าก็ได้รับรางวัลพระราชทานไปไม่น้อย
ตอนที่ 56หลายคนสะดุ้งตื่นขึ้น ในขณะที่คนเฝ้ายามรีบโยนฟืนเข้าไปในกองไฟที่จุดเอาไว้รอบขบวน และตะโกนบอกทุกคนด้วยเสียงดังก้องในความมืด “ทุกคนตื่นเร็ว! หมาป่าบุกแล้ว!!!”เมื่อได้ยิน ผู้ชายต่างรีบคว้าดาบ หอก ไม้ มีดและอะไรก็ได้ที่เป็นอาวุธ กระโดดลงมาจากรถ มายืนรวมตัวกันด้านหน้า เสียงหัวหน้าขบวนตะโกนสั่งให้ผู้หญิง คนแก่และเด็กซ่อนตัวในรถให้ดี สำหรับพวกเขาที่เดินทางไปตามทะเลทรายแบบนี้มาเกือบทั้งชีวิต การถูกโจมตีจากฝูงหมาป่าทะเลทราย เป็นเรื่องที่พวกเขาพบเจอมาแล้วหลายครั้งเฟิงหลี่เฉียงพร้อมกับชายคนอื่นอีกยี่สิบกว่าคน กวาดตามองไปรอบเนินทราย ถึงแม้ตอนนี้จะมีแสงจันทร์ส่องลงมาที่พื้นทราย แต่ที่นี่ยังมีพุ่มไม้และป่าโปร่งอยู่ประปราย ทำให้พวกเขามองเห็นหมาป่าไม่ชัด แต่แล้วพวกเขาก็สะดุ้ง เมื่อมองเห็นแสงสีเขียวหลายจุดสะท้อนแสงมาจากเงามืดในป่า และหมาป่าหลายตัวโผล่ขึ้นมายืนบนเนินทรายอย่างเงียบเชียบ พวกมันค่อยๆเดินลงมาจากเนินทรายอย่างระมัดระวัง พ่อค้าบางคนส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ หมาป่าที่พวกเขาเห็นนั้น ถึงจะตัวไม่ใหญ่นัก แต่จำนวนที่โปล่ออกมานั้น
ตอนที่ 55หลายคนเงียบไป เหมือนไม่อยากจะพูด จ้างเกอก็พูดยิ้มๆว่า “ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่าต้องทำอะไรบ้าง ข้าเคยค้าขายที่เมืองอื่นมาก่อน แค่อยากได้คนที่ต้องไปติดต่อเท่านั้น”หลายคนจึงทำท่าโล่งอก จากนั้นจ้างเกอก็เปลี่ยนเรื่องพูด เขาเล่าถึงยาสมุนไพรที่หามาได้ ทำให้คนที่มากินเนื้อย่างตรงนั้นสนใจ พากันสอบถามคุณสมบัติและแหล่งซื้อ ซึ่งจ้างเกอก็ตอบได้ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่าเขามีความรู้เรื่องสมุนไพรจริง ไม่ได้มาหลอกลวงหรือแสร้งมาตีสนิทเพื่อหาข้อมูลเมื่อกินเสร็จ จ้างเกอก็พาหลานสาวออกไปเดินเล่นและซื้อของเหมือนคนทั่วไป เมื่อเดินกลับึงห้องพักที่โรงเตี๊ยม ตอนนี้เสี่ยวเอ้อจุดเตาถ่านในห้องให้แล้วลู่เหยาหลงอดถามด้วยความกังวลไม่ได้ว่า “วันนี้ไม่มีใครยอมบอกอะไรเลย แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ”เฟิงหลี่เฉียงซึ่งเตรียมตัวอาบน้ำ ก็ตอบอย่างสบายอารมณ์ว่า “ไม่ต้องห่วง รอดูไปเถอะ” และก็เป็นไปตามคาด ในตอนสายของวันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตูห้องของพวกเขา เฟิงหลี่เฉียงถามด้วยเสียงห้าวๆ ของจ้างเกอว่า “ใค
ตอนที่ 54ตาลั่วจงถอนหายใจ “เจ้าก็ดูสิ ไร่นาแห้งแล้งขนาดนี้ สัตว์เลี้ยงของข้าก็ล้มตายไป เพราะไม่มีน้ำมีหญ้าให้กินเพียงพอ”จ้างเกอถอนหายใจเสียงดัง “เฮ่อ! พวกขุนนางก็ไม่ดูดำดูดีชาวบ้านอย่างพวกเราเลย บ้านของข้าที่เกาไถก็เหมือนกัน แห้งแล้งแบบนี้ ถ้าข้าไม่มีวิชาแพทย์ ก็คงจะเลี้ยงปากท้องตัวเองกับหลานไม่ได้เหมือนกัน”“เด็กนี่เป็นลูกของใครรึ” ชายชราถาม และมองไปเด็กหญิงที่ก้มหน้ากินข้าว ด้วยความสงสาร“ลูกสาวของน้องชาย พ่อของมันไปเป็นทหารอยู่ชายแดน แม่มันไปหาของบนภูเขา แล้วก็หายตัวไป..เหอะ! ไม่รู้ว่าหนีไปแล้วหรือถูกหมีจับกินก็ไม่รู้ ข้าเลยเลี้ยงเอาบุญ”แล้วทุกคนก็สะดุ้ง เมื่อเสี่ยวเม่ยที่นั่งเงียบมาตลอด ก็ร้องไห้โฮออกมาลั่นบ้าน “ท่านพ่อ! ท่านแม่! พวกท่านทิ้งข้าไปทำไม!! ทำมายยย!! ฮือออๆๆๆ ”จ้างเกอส่ายหน้าและลูบหัวหลานปลอบใจ “ดูสิ! มันน่าสงสารแค่ไหน”ตาลั่วจงพยักหน้าหงึกๆ และมองเสี่ยวเม่ยด้วยสายตาที่ทั้งสงสารและขยาดนิดๆ เจ้าเด็กนี่ ตัวเล็กแค่นี้ แต่ร้องไห้เสียงดังจนข้าหัวใจเกือบวาย ชายชราแอบคิดในใจ
ตอนที่ 53“อย่างไรหรือ” เฟิงหลี่เฉียงทำหน้าสงสัย“มันผิดปกติ ก็เพราะมันปกติเกินไปน่ะสิ!” เซียวหลินถามเองตอบเองแต่บัณฑิตหนุ่มกลับยิ้มและปล่อยให้อีกฝ่ายพูดฝ่ายเดียว เซียวหลินรู้ดีว่า เรื่องแบบนี้ไม่สามารถพูดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือได้ และจ้วงหยวนคนนี้ ไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาเหมือนที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็นมาตลอดการเดินทางเซียวหลินจึงตัดสินใจพูดก่อน “ท่านก็รู้ว่าข้ามาจากกรมโยธาธิการ ช่วงที่พวกเราไปเยือนสถานที่ต่างๆ ข้าจึงสังเกตดูการก่อสร้างในพื้นที่ไปด้วย”“แล้วท่านพบอะไรหรือเปล่า” เฟิงหลี่เฉียงถามและตั้งใจฟังคำตอบ“นึกว่าท่านจะทำเป็นไม่เข้าใจไปจนจบ” เซียวหลินหัวเราะหึหึ และพูดต่อโดยไม่สนใจท่าทีเฉื่อยชาของอีกฝ่ายว่า “ท่านสังเกตเห็นฝายกั้นน้ำกับคลองส่งน้ำไหม มีบางจุดที่มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด”เฟิงหลี่เฉียงพยักหน้า “โดยเฉพาะพื้นที่ของชาวบ้านกับของคนที่มีฐานะ”เซียวหลินตาเป็นประกาย “ใช่! เช่นที่หมู่บ้านในอำเภอเกาไถ มีช่วงหนึ่งที่ข้าหลบออกมาดูพื้นที่ที่ผิดสังเกต ข้าพบว่า ตามคลองที่ส่งน้ำเข้า
ตอนที่ 52ในที่สุดขบวนข้าหลวงตรวจการจากหนานจิงก็เดินทางเข้าสู่เขตจังหวัดจางเย่ ซึ่งอยู่ตอนกลางของมณฑลกานซู ถึงแม้ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือจะเป็นทะเลทราย มีความแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่ แต่จางเย่เป็นพื้นที่ที่ที่มีน้ำมากกว่าที่อื่น ทั้งโอเอซิส พื้นที่ชุ่มนน้ำ และแม่น้ำเฮยเหอไหลผ่าน ส่วนพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไป จะมีทะเลทราย ทุ่งหญ้าและแนวเขาสูงสลับกันมองเห็นได้ไกลๆขบวนของพวกเขาผ่านอำเภอ หมู่บ้านและชุมชนหลายแห่ง ที่ไม่แตกต่างจากที่อื่น คือ แห้งแล้งและมีพืชผลประปราย ชาวบ้านบางคนออกมาทำไร่ทำนาท่ามกลางทุ่งหญ้าที่เริ่มแห้งเหลือง แกะและวัวตัวผอมเดินกินข้าวอยู่กลางทุ่งหญ้าแห้งเพราะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว และพวกเขาก็มาถึงประตูเมืองจางเย่ ที่สร้างเป็นกำแพงดินผสมหิน ที่หน้าประตูมีกลุ่มข้าราชการออกมายืนต้อนรับ พวกเขาได้รับการส่งข่าวมาล่วงหน้าว่าขบวนของข้าหลวงตรวจการเดินทางมาถึงที่นี่แล้วในกลุ่มนั้น ประกอบไปด้วยผู้ว่าการจังหวัดจางเย่ ผู้ตรวจการระดับจังหวัด และแม่ทัพประจำจังหวัด ในตอนนี้ หลี่จงซึ่งเป็นผู้ว่าการจังหวัดจางเย่ มีตำแหน่งเป
เล่ม 3 ผจญภัยที่จางเย่ ตอนที่ 51ในช่วงที่แวะท่าเรือฉงชิ่ง เฟิงหลี่เฉียงพาลู่เหยาหลงไปเดินเที่ยวในเมือง เพื่อเปิดหูเปิดตา พวกเขาไปที่ทางเดินฉือชี่โข่ว ซึ่งอยู่เลียบริมฝั่งแม่น้ำเจียหลิง ทางตะวันตกของนครฉงชิ่ง ที่นี่เป็นเมืองท่าเครื่องลายครามของราชวงศ์หมิงที่โด่งดังไปทั่ว และยังมีร้านค้าขายของแปลกๆ มากมาย เด็กชายแหงนมองอาคารที่สร้างจากไม้สองชั้นเรียงเป็นแถวไปตามถนนที่ปูด้วยหินสีเทา ด้านล่างของร้านค้าเปิดประตูกว้าง ส่วนด้านบนมีทั้งร้านค้า ที่พัก และร้านอาหาร ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ เขายังได้เห็นชาวต่างชาติและชาติพันธุ์ต่างๆ ที่เดินทางมาจากต่างถิ่น ทั้งมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับเครื่องลายคราม และยังนำสินค้าจากบ้านเกิดของตนมาขายพวกเขานั่งกินอาหารในภัตตาคารแห่งหนึ่ง เฟิงหลี่เฉียงเล่าประวัติศาสตร์เมืองนี้ให้เด็กชายฟัง “เสี่ยวหลง เจ้ารู้ไหมว่า เหตุใดเมืองฉงชิ่งแห่งนี้ จึงมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ”เด็กชายส่ายหน้า “ข้าไม่ทราบขอรับ แต่คนที่นี่มีหน้าตา และการแต่งกายแตกต่างไปจากตนในเมืองหลวงมาก”บัณฑิตหนุ่มพอใจ




![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

