ログインเมื่อหลายเดือนก่อน...
สาวสวยนอนกระสับกระส่ายฉีกยิ้มหวานสายตาพร่ามัว ปากบางขยับเอ่ยอย่างคนที่มีอาการเมามายเต็มที่
“อื้อ...คุณหย่าย...” มือบางชูเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ปากพร่ำเอ่ยชื่อของชายที่ตนหลงรักไม่ยอมหยุดปาก
“เฮ้ย!” วิรุจร้องเสียงหลง เมื่อมือหนาของตัวเองที่ยื่นออกไปหมายจะดึงผ้าห่มขึ้นปกบิดร่างกายที่แสนเย้ายวนนั้น กลับถูกดึงด้วยมือเรียวของคนไม่ได้สติไปกอดไว้
“อื้อ...ทำมาย คุณหย่าย...รังเกียจเมย์นัก” ปากพร่ำเอ่ยอย่างตัดพ้อ มือเรียวก็ดึงแขนชายหนุ่มที่คิดว่าเป็นคนที่ตนเองหลงรักไว้แน่น
ความรักบวกกับความต้องการภายในที่สะสมมาแรมปี มันทำให้หญิงสาวสวยอย่างเมรีต้องเป็นฝ่ายรุก ในเมื่อคุณใหญ่ที่เธอเห็นเข้ามานั่งอยู่ในห้องของเธอแล้ว อย่างนี้จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปได้อย่างไร
“ปล่อยครับ คุณเมย์... ผมวิรุจเองนะครับ” ปากเอ่ยปฏิเสธสีหน้าหวาดหวั่น มือหนาพยายามแกะนิ้วเรียวที่จับแน่นเหมือนตุ๊กแกออก แกะข้างนี้อีกข้างก็จับหมับใหม่อีกครั้ง “คุณเมย์ครับ ผม...เฮ้ย!” เขาร้องเสียงหลง ร่างหนาเสียหลัก ล้มทับช่วงบนของหญิงสาว เมื่อเธอใช้แรงที่เหลือโอบรอบคอของเขาเอาไว้
แรงที่มากพอทำให้วิรุจที่ไม่ทันได้ตั้งตัวล้มทับอย่างหมดท่า หลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว ชิดแนบชิด เนื้อเบียดเสียด ใจเต้นแรง เลือดลมในกายแตกพล่าน เม็ดเหงื่อเริ่มแตกซึม อาการนี้ เขาไม่เคยเป็นมาก่อน และไม่คิดจะล่วงเกินคนเมา แต่คนเมากำลังจะปล้ำเขาเสียเอง...
วิรุจรีบยันกายลุกขึ้น แต่ให้ตายสิมือหล่อนเหนียวเป็นบ้า... เขาครวญครางในใจ หัวใจเริ่มเต้นถี่รัวจนรู้สึกเจ็บ ความหวาดหวั่นและความกลัวแล่นตีตื้นเข้ามา รู้สึกลำคอตีบตันและแห้งผาก ลมหายใจอุ่นๆ ที่ราดรดผิวแก้มสากๆ ห่างไม่ถึงเซนต์ ปากอวบอิ่มใบหน้าที่มีเลือดฝาดเพราะได้รับสิ่งกระตุ้น ทำให้คนใต้ร่างเขาดูยั่วยวนและน่าค้นหาเสียนี่กระไร
“ไม่!” วิรุจหันหน้าหนี เขาต้องออกจากที่นี้เดี๋ยวนี้ เขาอยู่ตรงนี้นานเกินไปแล้ว... คนมีไฟห้ามใจตัวเองสุดฤทธิ์
“ที่ร๊ากก...” เสียงหวานยังเรียก พร้อมกับมือเรียวเริ่มซุกซน ลูบไล้ใบหน้าครามคมวนไปวกมา ก่อนจะผงกหัวขึ้นไปประทับริมฝีปากบางบนแก้มสากๆเงอะๆงะๆ โดยวิรุจต้องหันหน้าหนี แต่คนเมาก็ยังคงไต่ริมฝีปากไปเรื่อยๆ งับติ่งหูสะอาดแผ่วเบาอย่างหยอกล้อ คนที่ถูกกระตุ้นสะดุ้งโหยง เอียงหน้าหนีทันทีราวกับโดนของร้อน แต่ก็หลบได้ไม่พ้นเพราะถูกมือเรียวรั้งไว้และยังประคองใบหน้าเขาให้หันมาเผชิญหน้ากัน
ให้มันได้อย่างนี่ซิ! วิรุจนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก กระพริบตาปริบๆ มองใบหน้าหวานส่งยิ้มให้เหมือนกำลังพอใจบางอย่าง แม้จะไม่รู้ว่าที่จริงหล่อนมองเขาเป็นใคร และส่งยิ้มเพื่อสื่อความหมายว่าอะไร แต่เขารับรู้ได้ว่ารอยยิ้มนั้นเชิญชวนให้เขาหลงใหลยิ่งนัก แล้วอย่างนี้เขาจะนั่งเฉยอยู่ทำไมอีก
“ปล่อยครับคุณ ผมต้องไปแล้ว” วิรุจบอกความจำนงอีกครั้ง
หากแต่คนสติดียังไม่ทันได้ทำอะไรอย่างที่ปากบอก ปากอวบอิ่มของอีกฝ่ายก็ยื่นมาประกบจูบอย่างเร้าร้อนเสียแล้ว แขนขาเรียวตวัดขึ้นกอดเกี่ยวรัดกายแกร่งไว้เหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหาย การกระทำของหล่อนเหมือนคนอดอยากมาแรมปีแล้วพบแหล่งอาหารชั้นยอด ดื่มกินจนดูตะกละตะกลาม
“อื้อ...” ชายหนุ่มส่งเสียงครางประท้วงแต่ดูจะไม่เป็นผล เมื่อสาวเจ้าเริ่มรุกหนักสอดส่ายปลายลิ้นร้อนชื้นเงอะงะจนน่าขำ หากแต่วิรุจที่เคยห่างหายเรื่องระหว่างชายหญิงมานานถึงกับออกอาการสั่นสะท้านเมื่อความต้องการทางกายเริ่มเล่นงาน
คนที่มีประสบการณ์เหนือกว่าจากที่ออกอาการประท้วงก็เริ่มรุกและโอนอ่อนผ่อนตาม ผิวเนื้อเรียบเนียนและขาวผ่องบดเบียดเสียดสีอย่างจงใจ เนื้อนูนยืดหยุ่นที่ยื่นออกมา บดเบียดอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าอย่างท้าทาย เรียกร้องความกำหนัดของชายชาตรีให้ลุกโชน
“คุ คุณเมย์...” น้ำเสียงแผ่วลง วิรุจตัดสินใจเรียกอีกครั้งเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ เขาอยากรู้ว่าตอนนี้หล่อนมีสติกลับมาหรือยัง แต่สิ่งที่ได้รับเป็นคำตอบคือแรงผลัก เขาล้มตึงหงายหลัง เมื่อร่างเปล่าเปลือยพยุงตัวลุกขึ้นคร่อมร่างแกร่งเขาเอาไว้ หล่อนกำลังกลายร่างเป็นนางแมวยั่วสวาทไปแล้ว...
“ที่ร๊าก...เอิ๊ก...ไม่ต้อง เมย์ทามเอง...” น้ำเสียงยานคางมองคนใต้ร่างสายตาหวานหยาดเยิ้ม วิรุจเริ่มควบคุมตัวเองได้น้อยลง ก็ในเมื่อแววตาสาวเจ้าแฝงไปด้วยแววตากระหายแห่งไฟราคะที่เริ่มคุกรุ่นจนยากจะดับลง
เหมือนกลัวเวลาจะผ่านไปโดยสูญเปล่า ร่างอวบแน่นก้มลงมาหาใบหน้าเข้มที่กำลังอึ้งสมองมึนงง ไม่รู้จะทำอะไรกับตัวเองดี ครั้นจะหนีออกจากห้องโดยทิ้งให้ผู้หญิงที่เจ้านายสั่งไว้ให้ดูแล ก็เกรงว่าเธอจะเป็นอันตราย แต่หากหล่อนยังอยู่ในสภาพไม่ได้สติแบบนี้ มีหวังทั้งเขาเองนี่แหละที่จะทำให้หล่อนเป็นอันตรายเสียเอง
ความรักที่ตามหา สุดท้ายก็เจอนนท์คนทำเรื่องจริงๆ หันซ้ายหันขวา ทำหน้าเหยจมูกย่นเป็นนัย ให้ทุกคนช่วยเงียบๆ เพราะหากขืนความแตก มีหวังตนเองได้โดนไล่เตะจากคนเป็นนายแน่ๆ แต่เหมือนมันจะจริง อย่างที่เจ้าตัวคิด เมื่อหันกลับมา พบว่าสายตาคาดโทษของคนเป็นนายกำลังบังคับตนทางสายตา“หือเปล่านะครับ...ผมไม่ได้ทำอะไร หรือกล่าวหานินทาว่านาย แค่บอกว่านายกำลังจะมีน้องแข่งกับพี่ชัยเลยยังไม่ออกมาเท่านั้นเอง!”“หือ...!” คนถูกเอ่ยถึงลับหลัง ลากเสียงยานคาง “เห็นอะไรบ้างนนท์” เสียงทุ้มเอ่ยถามหน้าเรียบตึงตาคมเข้มยกแขนกอดอก เพ่งมองคนหน้าเจื่อนเหลือสองนิ้วไม่กระพริบ นนท์หลบตาต่ำรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทุกคนต่างพากันเงียบเหมือนกลัวว่าหากหายใจดังหรือขยับจะโดนหางเลข “ผมไม่เห็นครับ แค่...” ซ่อนสายตาไม่ต้องการเอ่ยอะไรอีก มันเขิน!“แค่อะไรนนท์ มองหน้าฉันสิ พื้นดินมันหล่อ กว่าฉันตรงไหน ถึงได้มองมันแบบนั้น”“หือนาย ไหนกันเล่า...” บอกปัด ส่ายหน้า สบตาคนที่ทำให้อาการเต้นของหัวใจกระตุก แล้วหันมองไปยังคนเป็นพ่อ ที่ทำหน้าบ่งบอกให้รู้ว่า ‘กูไม่เกี่ยว!’ ไอ้นนท์รับเละ!“นายต้องไปด่าพี่ชัยโน้น บังคับให้ผมไปเรียกนายอะ” คนหาทางเอาตัวร
เสือขย้ำเหยื่อ“หือเบาๆ...หึ หะ!” โทนเสียงต่างกัน ดังออกมาเกือบพร้อมๆ กันวิรุจผละห่างคิ้วหนาขมวดมองแผ่นหลังที่ตนเองหมายจะเผด็จศึกค้างนิ่ง เขากำลังทบทวนประโยคที่คนในอ้อมแขนเอ่ยออกมา โดยไม่ลืมที่จะดึงภรรยากลับขึ้นมายืนอยู่ในท่าปกติด้วย“ที่รัก มะ หมายความว่าไง” เขากลืนน้ำลายที่มีอยู่น้อยนิด เพราะความร้อนในกายที่ถ่ายทอดเป็นบทพิศวาสไปก่อนหน้าดูดน้ำเลี้ยงไปเกือบหมด เหลือไว้แค่น้อยนิดกลืนลงคอช้าๆ พร้อมกับคำพูดติดๆ ขัดๆ เปล่งออกมา“ตามนั้นเลยคะ” สายตาหวานช้อนมองยั่วในอารมณ์อีกฝ่ายอย่างจงใจ“ที่รัก นี่คุณกำลังทำให้ผมช๊อคนะ” วิรุจว่าที่คุณพ่อเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก“นี่พูดให้ดี การที่เมย์มีลูกให้พี่ พี่ถึงกับช๊อคเพราะไม่ต้องการแกหรือไง” ว่าที่คุณแม่ทำหน้าดุพร้อมกับเสียงแข็งขึ้นในทันที หากแต่ภายในกลับกดอาการขำเอาไว้“โว้ๆ ที่รักมันไม่ใช่อย่างนั้น โอ๊ยที่ช๊อคเพราะเรื่องมันน่ายินดีต่างหาก นี่ใครรู้กันบ้างแล้ว ผมไม่ยอมนะหากคนอื่นรู้ก่อนผมน่ะ” ใบหน้าคมทำท่าครุ่นคิดสองมือหนาถูไถไปมา บ่งบอกว่าเขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก ความดีใจมันแล่นปราดเข้าทำเอาสมองอีกด้าน ทำงานผิดระบบ คนเป็นภรรยาได้แต่อมยิ้ม ไม่คิดว่
ผ่านมาให้จดจำ“นนท์ ไปตามนายหัวกับคุณเมย์มาได้แล้ว ทุกคนพร้อมแล้วนะ แล้วนี่จะแข่งกันโตหรือไงเนี่ย” คนที่ผันตัวเอง โดยการเปิดโอกาสให้ร่วมหุ้นของเจ้านายเก่า เอ่ยบอกน้องชาย ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินบาร์บีคิว โดยมีพี่สะใภ้อย่างรังรองป้อนให้อร่อยปาก“หือที่ไหน ผมกินน้อยนะ เมียพี่นั่นแหละกินจุ ดูสิป้าแก้วย่างเกือบไม่ทัน ใส่มาเท่าไหร่ก็หมด” โบ้ยไปให้พี่สะใภ้ที่ยื่นช้อนคาปากตนเองอยู่“หือได้ไง พี่กินสองคนต้องเยอะหน่อยสิ” เอี้ยวหน้าหวานใสที่บัดนี้เหลือไว้แค่ความจริงใจและความคิดที่เป็นมิตรกับทุกคน“อ้าว...” นนท์ร้องขึ้นเพื่อจะเถียง แต่ถูกคำพูดของพี่ชายดักไว้“พอๆ ไม่ต้องเถียงไปตามเจ้าของไร่มาได้แล้ว เรื่องกินไว้ทีหลัง” ตัดสินใจสยบการกินของคนเป็นน้อง“คร๊าบ ไปก็ได้” คนถูกใช้ให้ไปตาม ผุดลุกขึ้นเดินแกมวิ่งออกไปยังจุดหมายที่เห็นแสงไฟสว่างจ้ารอบตัวบ้านพักทรงปั้นหยา เท้าหนาภายใต้รองเท้าผ้าใบสีเข้ม ไม่ได้เดินไปต่อ เมื่อเสียงที่ดังผ่านออกมามันบ่งบอกว่าอย่าไปขัด!“พี่รุจบ้า...จักจี้นะ” นนท์ที่ได้ยินเสียงแว่วหวาน ดังลอยลม อดยิ้มกริ่มไม่ได้ มีหรือหนุ่มน้อยจะไม่เข้าใจ ว่าอะไรควรหรือไม่ควร...ร่างหนาที่เหมา
ต่อให้เจ็บปวดแค่ไหน หัวใจก็เป็นของเธอเมื่อกล่าวลากันเป็นที่เรียบร้อย สองสามียืนมองรถสปอร์ต สีแดงสดขับเคลื่อนออกไปบนเส้นทางสายหลักและหายไปจากสายตาในเวลาต่อมาเมรีรู้สึกหัวใจไหววูบเล็กน้อยแต่ก็ช่วงระยะสั้นๆ เพราะนั่นมันไม่ใช่ความห่วงหาอย่างคนรัก แต่เป็นเพราะความห่วงหาของคนเคยรู้จักกันมาแรมปี“เขาจะเจอคนที่ใช่ อีกไม่ช้าเชื่อผม...” มือหนากอบกุมมือเรียวไว้แล้วบีบกระชับเบาๆ เหมือนจะส่งสายใยความผูกพัน พันใยรักเข้าด้วยกันของคนสองคนถนนที่มนุษย์สร้างขึ้น เราจะเบี่ยงเบนไปในทางทิศทางใด ตามแต่ใจตัวเองก็ได้ เหมือนกับทิศทางการเดินของหัวใจและการกระทำ ไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ จากใครผู้ใด เส้นทางที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมุ่งหวังและมานะ ความสำเร็จจะต้องก่อตัว ด้วยหัวใจศรัทธาและจะเติบโต เมื่อสุดปลายทางที่เราต้องการ...“ไปไหนมา...” ทันทีที่เห็นพ่อของลูกเดินเข้ามารังรองก็ถามขึ้นเสียงขุ่น จังหวะนั้น พลันสายตาของเธอ เหลือบเห็นถุงในมือพลาชัย“นั้นอะไร”“จะกินไหมละจะเอาให้” พลาชัยรีบถาม และจัดการหยิบของในถุงจัดเตรียมให้อย่างไม่รอคำตอบ“หือ... นี่หากไม่เห็นกับตา ฉันไม่คิดว่านายจะซื้อมาให้นะเนี่ย” พลาชัยส่ายหน้า
พอให้ได้รักหรือยังเมื่อพูดคุยได้รับความเข้าใจกันเรียบร้อยวิรุจก็ประคองเมียรักออกจากที่รกร้าง โดยระหว่างนั้นสายตาเมรี เหลือบไปเห็นสภาพศพของสิน ที่สภาพศพนอนหงายเลือดท่วมตัวตาเบิกโพลง จึงทำให้เหมือนกับว่า ศพนั้นจ้องถลนมายังเธอ ทำให้ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจ จนสามีต้องตะคองกอดร่างบางเอาไว้แน่นขึ้น อย่างปลอบขวัญ“ไม่เป็นไรนะ ผลกรรมมันตามกันทันชาตินี่แหละ ตายไปก็ไม่หมดห่วง มีความอาฆาตไม่มีสิ้นสุด” วิรุจอธิบาย แล้วมองดูสภาพศพ ก็ได้แต่เวทนา เขาว่ากันว่า คนตายนอนตาไม่หลับ เพราะยังมีกิเลศตัณหา…เมื่อทั้งสองเดินออกมาตรงเป็นเส้นทางเดินโล่ง เดร์ที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะตำรวจก็ดีดตัวลุกขึ้น“เมย์...คุณวิรุจ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีใครเดินเคียงคู่มาด้วยเดร์จึงหยุดรออยู่ตรงที่เดิน แม้ได้ยินจากปากตำรวจมาบ้างแล้วว่า วิรุจได้ให้คำที่เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือพวกเขาในครั้งนี้มาก แต่ใจลึกก็แอบอิจฉาชายหนุ่ม ที่ได้ใจ ผู้หญิงที่ตนเองเฝ้าหวังไปอยู่ไม่น้อยอีก ครอบครัวมีสายใยผูกพันต่อกัน ซึ่งนั้นเขาไม่มีให้เธอ...“เจ็บตรงไหนบ้าง”“ก็แค่ปวดระบบตามตัวน่ะ”“เมย์เป็นห่วงเดร์แทบแย่” เธอกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ วิรุจจึงโอบไห
ไม่เจ็บไม่หยุดเปรี้ยง!กรี๊ดด! ร่างของวิรุจและเมรีผวากอดกันด้วยความตกใจ โดยร่างหนาใช้ตัวเองกำบังโอบกอดร่างบางเอาไว้“ไอ้บ้าเอ้ย!” วิรุจคำรามก้อง โมโหตัวเองรีบจนลืมหยิบของคู่กายที่มีติดรถไว้เสมอ จนทำให้กลายเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าเผชิญหน้าอีกฝ่ายที่โต้กลับมาอย่างคนบ้าคลั่ง“ไอ้สินมึงจะมากไปแล้วนะ” วิรุจว่าเสียงเดือดดาล“ทำเป็นเก่งดีแต่หลบอยู่กับผู้หญิงเท่านั้นละว้า” สินเอ่ยกลับอย่างยียวน และทำให้คนอย่างวิรุจหมดความอดทน เขาผุดลุกขึ้น แต่เมรีดึงแขนเอาไว้ ส่ายหน้าส่งสายตาเว้าวอนร้องห้ามแต่ตอนนี้ ลูกผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี และเพื่อความปลอดภัยของผู้หญิงที่ตนเองรัก ตรงนี้“รอผมอยู่ตรงนี่นะครับ”“ไม่นะ ไม่ไปไม่ได้หรอ” เธอห้ามสายตาเว้าวอน“ผมอยากให้เรื่องทุกอย่างจบ ผมรักคุณ”“เมย์ก็รักพี่รุจนะคะ” เมื่อห้ามไม่ได้ สถานการณ์ตอนนี้ จึงกลายเป็นเธอ ต้องจำยอมฟังเขาเมรีกระชับร่างหนาเอาไว้แน่น เขากอดตอบก่อนจะค่อยๆแยกห่างจากกันและหันหลังเดินจากไป โดยมีสายตาห่วงหามองตามไป เธอรักเขาหมดใจ รักเหลือเกิน...“ออกมาได้แล้วหรือ สั่งเสียกันดีหรือยัง” น้ำเสียงบอกถึงความสะใจ วิรุจกำหมัดจนแน่น รู้สึก







