LOGINเมษากวาดตามองบรรยากาศสดใสโดยรอบ ตอนนี้เธอและคุณผกาอยู่ในงานเทศกาลไร่ส้มกลางม่านหมอก ซึ่งตั้งอยู่พื้นที่ในไร่กว้างขวางที่จะจัดงานประจำปีเพื่อโปรโมทไร่ส้มและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากไร่และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจโดยตรง
พื้นที่อ้อมล้อมไปด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยต้นส้มที่ถูกตัดแต่งไว้อย่างดีรอต้อนรับผู้คนมาเยี่ยมชม มีการเปิดให้เก็บส้มเองได้ รวมเช็คอินถ่ายภาพในแต่ละซุ้มกิจกรรมหลากหลายประเภท จุดสำคัญที่น่าสนใจมากที่สุด เห็นจะเป็นคาเฟ่สุดหรูขนาดใหญ่ที่โครงสร้างเป็นกระจกบนเนินเขากลางไร่ เพราะสามารถมองเห็นม่านหมอกเหนือต้นส้มยามเช้าได้ชัดเจน
“ไอ้เมย์ งั้นน้ากลับก่อนนะ ต้องรีบเข้าไปตลาดแล้วเอาของมาเตรียมไว้ตอนเย็น”
“จ้า น้าไปเถอะ หนูอยู่ได้สบาย”
“เออ เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยออกมาพร้อมกันอีกรอบนะ”
“โอเคจ้า”
เมษาบอกน้าสาวที่ออกมาพร้อมกันเพียงไม่นาน หลังเดินชมบรรยากาศกันพอสมควรแล้ว เมษาก็พาคุณผกาเข้ามายังคาเฟ่ ที่นั่งพิเศษถูกจัดเตรียมไว้สำหรับบุคคลสำคัญ เธอมีโอกาสได้ออกมาช่วงกลางวันก็เพราะผู้สูงวัยบ่นว่าเบื่อการอยู่อุดอู้แต่ในบ้าน ท่านจึงทำการนัดเพื่อนร่วมรุ่นมาพบปะพูดคุยกัน
“ยัยเมย์ ฉันลองกินอาทิซาน เจลาโต้น่ะ”
เสียงของคุณผกาหันมาเอ่ยบอก เมษาหันไปมองป้ายแนะนำสินค้าแนะนำตัวใหม่ที่คาเฟ่นำเสนอ เมนูโด่งดังที่ถูกชูขึ้นเพื่อโปรโมทพร้อมงานครั้งนี้ มันคือซอร์เบทส้มสายน้ำผึ้งมิกซ์น้ำผึ้งดอกลำไย
“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปบอกให้นะคะ”
ไม่นานเมษาก็ถือกลับมาเสิร์ฟให้ผู้สูงวัยผู้กำลังตั้งหน้ากับการพูดคุย สุ้มเสียงของเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายเพื่อนของเจ้าตัว ต่างก็เอาแต่พูดอวดถึงสรรพคุณของลูกหลานตัวเองกันถ้วนหน้า จู่ๆ ใครคนหนึ่งก็พูดออกมาหลังจากเพิ่งฝอยจบ
“แล้วเมื่อไหร่พ่อเลี้ยงจะแต่งงานบ้างล่ะ”
“นั่นสิ ลูกชายเธอก็อายุขนาดนั้นแล้ว”
เหล่าเพื่อนของคุณผกาไถ่ถามอย่างสนอกสนใจ ด้วยทิวาอายุเข้า 36 แล้วในปีนี้ สายตายากรู้อยากเห็นจดจ้องคนตักไอศกรีมเข้าปาก ก่อนที่หญิงชราจะกระแอมเบาๆ ก่อนเอ่ยตอบ
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ยังไม่เคยเห็นแฟนของเจ้าทิด้วยซ้ำ”
ผู้คนบนโต๊ะต่างหันมองหน้ากันก่อนตั้งหน้าซักไซ้ต่อ ใครๆ ต่างก็อยากแนะนำลูกหลานตัวเองให้เขาได้รู้จัก เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เปลี่ยนไร่ส้มธรรมดาที่เป็นเพียงการเกษตร เพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นธุรกิจท่องเที่ยวและอาหารได้จนสร้างเม็ดเงินมหาศาล
“เอ้า แล้วคนนั้นเมื่อปลายปี...”
“เลิกไปแล้วมั้ง ฉันเคยเจอครั้งเดียวเอง ทุกวันนี้ก็ไม่เห็นเจ้าตัวพูดถึงใครเป็นพิเศษน่ะ”
เหล่าคนฟังจุ๊ปากทำท่าเสียดายแทนก่อนทำท่าจีบปากจีบคอพูดต่อ เมษาฟังอยู่เงียบๆ แต่ก็แอบคิดย้อนถึงตัวเอง เพราะ 4 เดือนก่อนที่เธอกลับมาบ้านก็ได้ยินคำถามแบบนี้เหมือนกัน ทั้งที่ตอนนี้อายุของเธอก็เพิ่งจะเข้า 28 ไปหยกๆ เอง
แต่งตอนอายุเท่าไหร่มันสำคัญด้วยเหรอ?
เมษาเหลือบมองคนในวงสนทนาพลางดูดมัลเบอรี่โยเกิร์ต ดูก็รู้ว่าพวกเขาคงอยากเชียร์ลูกหลานของตัวเองให้เข้ามาเกี่ยวพัน แต่ดูเหมือนว่าคุณผกาจะเริ่มปลงกับความหวังให้ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาไปเสียแล้ว
“เสียดายเนอะ หลายปีก่อนพ่อเลี้ยงคบกับหนูพรีมตั้งหลายปี ไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะเลิกกันกะทันหัน”
“นั่นสิ เหมาะสมกันขนาดนั้นออก แต่คนหนุ่มสาวอะเนอะ คงเปลี่ยนใจกันปุบปับก็เลิกได้เลย”
“ฉันก็ไม่อยากก้าวก่ายชีวิตลูกหรอก เขาโตแล้วนี่”
พูดจบคุณผกาก็วางช้อนลงช้าๆ ก่อนชวนเพื่อนคุยเรื่องอื่นต่อ เมษาดูออกว่าอีกฝ่ายคงเริ่มเบื่อหน่ายกับการจี้จุดด้วยหัวข้อเดิมๆ ดวงตาคู่สวยมองผู้สูงวัยที่หันมามองยังเธอก่อนท่านจะเอ่ยบอกเบาๆ
“เธอไปหาอะไรกินเถอะ ยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่เหรอ?”
“แต่ว่าหนูต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณท่าน”
“ไปเถอะน่า เธอก็สั่งมากินโต๊ะนั้นก็ได้ เจ้านายเธอคงไม่ว่าหรอก”
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูรีบมานะคะ”
ใบหน้าเหี่ยวย่นพยักหน้าเบาๆ คล้ายติดรำคาญ เมษาปลีกตัวออกไปยังอีกโต๊ะไม่ไกล จัดการสั่งอาหารให้ตัวเองเรียบร้อยก่อนยกมือถือขึ้นมาดูเวลา
“อ้าวเมย์ ทำไมนั่งตรงนี้คนเดียวล่ะ”
เสียงนุ่มทุ้มของใครเอ่ยคนหนึ่งทักทาย เมษาเงยหน้าขึ้นจึงเห็นว่าเป็นผู้จัดการหนุ่มรูปงามขวัญใจเหล่าสาวๆ ไร่ส้ม บุริศส่งยิ้มกว้างมาให้กันอย่างเคย เธอรู้จักเขาดีเพราะเขาเป็นรุ่นพี่ในมหาลัยสมัยเรียน แถมบ้านก็ไม่ได้ไกลจากกันมาก
“อ้าว สวัสดีค่ะพี่บาส เมย์มากับคุณท่านค่ะ แล้วพี่บาสล่ะคะ แวะมาดูความเรียบร้อยเหรอ?”
“ใช่ พอดีพี่มาหาไอ้ตุลย์น่ะ อ้อ นั่นไงมันเดินมาพอดี”
เมษาขำขันกับเพื่อนที่ยืนเถียงกันไปมา สุดท้ายพวกเธอก็ตกลงใจในการจะเดินทางกลับก่อนเที่ยงคืน ความจริงสองสาวอาสาจะพากลับไปส่ง แต่เธอก็รีบปฏิเสธไปก่อนอ้างถึงคนอีกกลุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากนี้“เดี๋ยวกูกลับพร้อมกับคนของบ้านใหญ่ดีกว่า พวกมึงไปเถอะจะได้ไม่ต้องวนอ้อมไปส่งกู”“แน่ใจนะ?”“เออ ก็กลุ่มผู้หญิงทั้งนั้น ตรงนู้นไง”“เออๆ ไปก่อนนะ มึงอย่ากินเยอะนะอีดอก เดี๋ยวหัวทิ่มโดนลากไปปล้ำนะมึง”“รู้แล้วน่า ขับรถดีๆ นะ”เมษาบอกลาเพื่อนที่เดินลับหายไปช้าๆ ดวงตาคู่สวยหันไปมองเวทีการแสดงของวงชื่อดัง ต้นคอสัมผัสได้ว่าร้อนผ่าวๆ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ อารมณ์ที่กำลังกรึ่มๆ แบบนี้มันชวนให้อดคิดถึงทิวาไม่ได้เลยเธอน่ะเหรอจะโดนลากไปปล้ำ หึๆเมษาลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษหญ้าที่ชายกระโปรง เธอเห็นกับตาว่าทิวาเพิ่งขับรถเข้ามาในไร่เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาน่าจะยังไม่ได้กลับออกไป เพราะเมื่อช่วงกลางวันได้ยินการนัดหมายเวลาของชายหนุ่มทั้งสามเต็มสองหูขณะเดินออกจากพื้นที่คนพลุกพล่านมายังส่วนหลัง ดวงตาก็เห็นใครบางคนเดินแวบๆ อยู่ช่วงเยื้องไปยังออฟฟิศย่อยที่อยู่ไม่ไกล เมษาแย้มยิ้มบางชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจก้าวขาออกเด
เมษาหันไปมองตามสายตาของคนบอก ตฤณผู้เป็นผู้จัดการคาเฟ่หน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาทางจุดที่เธอนั่งพอดี เมษายกยิ้มให้อีกคนที่ทำหน้ากรุ้มกริ่มเดินเข้ามาหาช้าๆ ก่อนเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะพี่ตุลย์”“อ้าว น้องเมย์อยู่นี่เหรอครับเนี่ย ปกติไม่ค่อยเห็นหน้า พอดีเลยเพราะไอ้บาสเพิ่งบ่นว่า...อื้อ อ่อย อู”บุริศหันไปยกมือปิดปากเพื่อนแล้วลากเดินไปอีกทาง เมษาได้แต่ยิ้มแห้งกับรุ่นพี่ตัวเองสองคนที่บุคลิกต่างกันลิบลับ คนที่ยื้อเพื่อนไปอีกทางหันมาส่งสัญญาณว่าขอตัวไปคุยงาน เธอพยักหน้าตอบรับขณะที่อาหารมาเสิร์ฟตรงหน้าพอดีเมษาก้มลงมองข้อความในมือถือ กลุ่มเพื่อนส่งข้อความนัดหมายกันให้วุ่นในแชทกลุ่ม ว่าด้วยเรื่องการนัดหมายมาเจอกันที่นี่ช่วงเย็น เพราะหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว ทางไร่จะมีการเปิดแสดงดนตรีสดตรงเนินกลางไร่เยื้องจากคาเฟ่ไม่ไกล และยังมีการโปรโมทไวน์ส้มสีเลือดกับคราฟเบียร์ให้ชิมด้วยเมษากดตอบเพื่อนไปก่อนเก็บมือถือ ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองไปทางคุณผกาที่กำลังคุยกับเพื่อนอยู่ พลันหางตาก็เห็นร่างของคนคุ้นเคยกำลังเดินเข้าไปทักทายหญิงชรากลางวง เขายกมือไหว้ทุกคนก่อนขอตัวเดินแยกออกมาเมษาจดจ้องใบหน้านิ่งสนิทของทิวา เขาเองก็ม
เมษากวาดตามองบรรยากาศสดใสโดยรอบ ตอนนี้เธอและคุณผกาอยู่ในงานเทศกาลไร่ส้มกลางม่านหมอก ซึ่งตั้งอยู่พื้นที่ในไร่กว้างขวางที่จะจัดงานประจำปีเพื่อโปรโมทไร่ส้มและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากไร่และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจโดยตรงพื้นที่อ้อมล้อมไปด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยต้นส้มที่ถูกตัดแต่งไว้อย่างดีรอต้อนรับผู้คนมาเยี่ยมชม มีการเปิดให้เก็บส้มเองได้ รวมเช็คอินถ่ายภาพในแต่ละซุ้มกิจกรรมหลากหลายประเภท จุดสำคัญที่น่าสนใจมากที่สุด เห็นจะเป็นคาเฟ่สุดหรูขนาดใหญ่ที่โครงสร้างเป็นกระจกบนเนินเขากลางไร่ เพราะสามารถมองเห็นม่านหมอกเหนือต้นส้มยามเช้าได้ชัดเจน“ไอ้เมย์ งั้นน้ากลับก่อนนะ ต้องรีบเข้าไปตลาดแล้วเอาของมาเตรียมไว้ตอนเย็น”“จ้า น้าไปเถอะ หนูอยู่ได้สบาย”“เออ เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยออกมาพร้อมกันอีกรอบนะ”“โอเคจ้า”เมษาบอกน้าสาวที่ออกมาพร้อมกันเพียงไม่นาน หลังเดินชมบรรยากาศกันพอสมควรแล้ว เมษาก็พาคุณผกาเข้ามายังคาเฟ่ ที่นั่งพิเศษถูกจัดเตรียมไว้สำหรับบุคคลสำคัญ เธอมีโอกาสได้ออกมาช่วงกลางวันก็เพราะผู้สูงวัยบ่นว่าเบื่อการอยู่อุดอู้แต่ในบ้าน ท่านจึงทำการนัดเพื่อนร่วมรุ่นมาพบปะพูดคุยกัน“ยัยเมย์ ฉันลองกินอาทิซาน เจลาโต้น่
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!ทิวาตอบรับคำของเธอด้วยการโยกแรงกระแทกสวน รูหงี่ขมิบตอดยิบๆ แถมยังบีบรัดด้วยแรงมหาศาล สองมือบีบจับตรงช่วงเอวกิ่วของคนตั้งหน้าขย่ม เขาตอกเสยยับๆ จนคนหัวคลอนดันสะโพกออกแล้วแตกน้ำร่านออกมาจนอาบชุ่มพรวด!“อ๊า แตกแล้วค่า อู้ว คุณทิขา ซี้ด อูย อ่า”“อ่า ฟัค เธอนี่มันเหลือเกินจริงๆ แตกเยอะอะไรขนาดนี้หึ?”เมษาหอบตัวโยนจากความเหนื่อย ทิวารีบยัดแท่งร้อนอัดกลับเข้าไปอย่างเดิม โพรงสวาทยังกระตุกหยุบๆ ดูดท่อนดุ้นของเขาไม่หยุดพัก เธอเปิดปรือตามองผลงานความร่านของตัวเองด้วยสายตาหยาดเยิ้ม หน้าท้องเป็นลอนของเขาเงาวับจากน้ำเงี่ยนของเธอขึ้นไปยันแผงอกแกร่ง“อ่า คุณทิเซ็กซี่จัง อ๊ะ”“หันไปสิ ทำให้พวกนั้นเห็นว่าฉันเซ็กซี่จนเธออดใจไม่ไหว”ทิวาจับคนพร่ำเพ้อตาเยิ้มหันออกไปด้านหน้า เมษาแหกขาพร้อมร่องที่ยังอมดุ้นของเขาคาไว้อยู่ ตาพร่าพรายมองเห็นว่าคนข้างล่างเริ่มจ้องมาอย่างไม่ปกปิด ความมึนเมาเริ่มพาให้ความคิดบิดเบี้ยว เพราะเธอกำลังเสียวกับสายตาเหล่านั้นอูย จะแตกทิวาเริ่มเย่อสวนร่องของคนด้านบน รูเงี่ยนเริ่มสัมผัสได้ว่าลำเนื้อมันกำลังขยายจนเต็มกว่าเคย เมษาแอ่นกระดกโยกเอวสู้ เนินโคกอวบรูดถูท่อนดุ้
ทิวาสอดมือเข้าคางมนก่อนรั้งให้เชิดแหงนขึ้น เขาเทวิสกี้เพียวจากขวดรินหยดลงบนปลายลิ้นเล็กช้าๆ เมษาแลบยืดออกมาด้วยสีหน้าแสนร่าน ขณะแยกกลีบหอยให้บานออก รอต้อนรับการเข้าสอดสำรวจของเขาทิวาโน้มลงข้างใบหูเล็กช้าๆ ดูท่าว่าเมษาคงยังไม่รู้ว่ายามนี้ตัวเองกำลังเป็นเป้าสายตาอยู่ เขาจับคนตัวเล็กให้หันหน้าไปอีกทาง ก่อนชี้ชวนให้เธอมองข้างล่างนั่นเพื่อดึงสติคนไร้ยางอาย“ทำหน้าให้ร่านที่สุดนะ วันนี้เธอเป็นดาวเด่นเลยล่ะ”ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นยามมองเห็นกลุ่มคนข้างล่าง แม้มันจะไกลออกไปมาก แต่จุดที่เธอกำลังอยู่มันสูงจนพวกเขาคงเห็นได้ชัด ความตื่นตระหนกตีกันในอกกับความเสียว เมื่อทิวาสอดส่งเรียวลิ้นเข้ารูแฉะเยิ้ม ก่อนเริ่มละเลงบี้บดเม็ดบวมเป่งกลางร่อง“อ๊า อูย คุณทิขา คุณทิเดี๋ยวก่อน อิ๊ อ๊าย”ซู้ด จุ๊บ จ๊วบ แผล็บๆเมษามองเห็นว่าคนข้างล่างกำลังทำท่ากระอักกระอ่วน พวกเขามีทีท่าจะหันหนีแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมอง คนกลายเป็นนักแสดงหนังสดเริ่มรู้สึกอับอาย แต่ร่องเงี่ยนกลางกายกลับขมิบคลายน้ำเมือกออกมาจนฉ่ำ“อู้ว คุณทิ หนูจะ...”ผลุบ!แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ“ซู้ด จุ๊บ จ๊วบ”ทิวางอนิ้วสอดเข้ารูหงี่ของคนที่ส่ายสะโพกไปมา ปลายลิ้น
เมษาเลือกชุดบางเขามาสวมโดยไม่ใส่ชั้นใน ถึงจะรู้ว่าเขาไม่อยู่บ้าน แต่เธอก็ยังแอบมีความหวัง ต่อให้เขาไม่อยู่จริงๆ เธอก็แค่จะร่อนเอวกับของเล่นให้เสร็จสมคลายความเครียด แล้วค่อยกลับมานอนอย่างสบายใจหญิงสาวก้าวออกจากห้องก่อนเดินออกไปยังทางเลี่ยง เธอไม่ได้อยากบังเอิญไปเจอกลุ่มคนเล่นเสียวกันเหมือนวันนั้นอีก แม้จะรู้ว่าตัวเองร่านน้ำกามแค่ไหน แต่คนเดียวที่ทำเอาร่องของเธอขยิบน้ำอย่างแข็งขัน คงมีแค่ทิวาเท่านั้นแหละแค่คิดถึงทุกอย่างที่เป็นเขา หว่างขาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเสียแล้วเมษาเหลือบมองยังกำแพงกว้างที่อยู่ไกลๆ โชคดีที่หน่วยรักษาความปลอดภัยบ้านของเขามักตระเวนอยู่เขตรอบนอก ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจรู้ก็ได้ว่าเธอหายเข้าไปในบ้านของเจ้านายหนุ่มนานๆ เพราะอะไรเมษาก้าวเชื่องช้าขึ้นไปยันชั้นบนอย่างคุ้นเคย บ้านที่มืดอยู่เป็นนิจวันนี้มีไฟสีวอร์มโทนเปิดหรี่ทิ้งเอาไว้ ขาเรียวก้าวขึ้นไปด้วยใจระทึก ริมฝีปากขมเม้มด้วยความคาดหวังว่าจะเจอคนที่กำลังนึกถึงในห้องนอนว่างเปล่ามือเรียวยกขึ้นเปิดสวิตช์ไฟ หากแต่สายตากลับเห็นว่าตรงระเบียงห้องมีใครคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าสะท้อนกับไฟสีนวลตา ผิวสีแทน







