LOGINหลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับฉาย มันก็ยังเหมือนเดิม เรายังคบกัน คุยกัน เขายังมาที่บ้านของฉันอยู่บ่อยครั้ง
ความสัมพันธ์มันเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่ง เราเรียนจบมัธยมพร้อมกัน มีการสอบเข้ามหา'ลัย แน่นอนว่า เรายังเลือกที่จะเข้า มหา'ลัยเดียวกัน บ้านฉันไม่ได้รวย เอาเข้าจริง การส่งเสียฉันและน้องเรียนทุกวันนี้ แม่ฉันลำบากมาก แต่ทว่า แม่ก็ไม่เคยบอกให้ฉันหยุดเรียน หรือกระทั่งทิ้งการศึกษา แม่ยังยืนยัน ว่าจะส่งฉันเรียนต่อไปเรื่อยๆ เหมือนทุกอย่างมันจะดีมาก พ่อแม่ของฉัน ไม่ขัดเรื่องที่ฉันจะเรียนต่อ และแม้ว่าระหว่างรอเข้าเรียน มหา'ลัย ฉันกับฉายจะไม่ได้เจอกัน แต่เรายังคุยกันทางโทรศัพท์เสมอ จนกระทั่ง ชีวิตของฉันมันเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะความชิงสุกก่อนห่าม เพราะความมักง่ายในวันนั้น เพราะความไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ของตัวฉันเอง [ท้องเหรอปาย แน่ใจแล้วอย่างนั้นเหรอ] "อื้อ ฉันรู้สึกแปลกๆ มาหลายวัน เวียนหัว อาเจียน เหม็นอาหาร อยากกินของเปรี้ยวๆ อาการมันชัดเจนมาก และฉันก็กังวลมาก จนต้องไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ คำตอบคือฉันท้องฉาย ฉันท้องจริงๆ" น้ำตาของฉันไหลพราก ความผิดพลาดครั้งนี้ มันส่งผลหนักต่อฉันมาก ฉันยังเรียน ฉันยังไม่แต่งงาน มันไม่ใช่วัยที่ควรเกิดเรื่องแบบนั้น ครอบครัวของฉันต้องผิดหวัง พ่อแม่ของฉันต้องเสียใจ มันรู้สึกแย่จนทำให้ฉันเกลียดตัวเอง [ใจเย็นๆ ก่อนดิปาย อย่าร้อง] "ไม่ร้องได้เหรอฉาย นี่มันเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตฉันเลยนะ ชีวิตฉันพังไปหมดเลยนะ ฉันจะสู้หน้าแม่แบบไหน ฉันจะบอกแม่ยังไง" [ฉันไม่ให้เธอรับผิดชอบคนเดียวอยู่แล้ว ขอร้อง อย่าร้องสิปาย ใจเย็นๆ ก่อน] "ฮึก ฮื่อ..." เป็นครั้งแรก ที่ฉันร้องไห้หนักมาก ฉันเสียใจสุดๆ โกรธ เกลียดตัวเองมากๆ หากย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่มีวันทำแบบนั้น ไม่มีวันทำตัวแย่ๆ แบบนี้ ไม่มีทางทำให้คนที่รักฉันต้องผิดหวังและเสียใจในตัวฉันแบบนี้แน่ๆ [ฉันจะคุยกับแม่ของฉัน เรื่องของเรา] คำพูดนั้นที่ฉันได้ฟัง ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะได้ยินมันออกมาจากปากของตะวันฉาย [ฉันจะบอกแม่ ว่าฉันทำเธอท้อง!] "ทั้งๆ ที่นายเป็นคนบอกฉันเองนะเหรอ ว่าครอบครัวของนาย พ่อแม่ ญาติพี่น้องของนาย ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ นายบอกเองว่าพ่อกับแม่และพี่น้องของนายไม่มีทางรับได้" เราเคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่มันไม่ใช่กรณีของฉันกับฉาย แต่มันเป็นเหตุการณ์ของลูกพี่ลูกน้องของฉาย ที่เกิดพลาดแล้วท้อง ทั้งๆ ที่ยังเรียนอยู่ ครอบครัวของฉาย เป็นครอบครัวใหญ่ ทุกคนต่างทำตัวดี และอยู่ในกรอบกันทั้งนั้น เรื่องการชิงสุกก่อนห่าม จนพลาดมีลูกเข้า ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนชื่นชมหรือว่ายินดี แต่พวกเขาตำหนิ และพูดถึงเรื่องแบบนี้ ย้ำเตือนกับลูกหลานในเรื่องนี้อยู่เสมอ ว่าอย่าให้พลาดในเรื่องนี้เป็นอันขาด ในเมื่อครอบครัวของเขาเคร่งครัดในเรื่องนี้มาก หากรู้ว่าตะวันฉายแหกกฎ พลาดทำในเรื่องที่ไม่สมควร พวกเขาก็คงจะเสียใจไม่ได้ต่างกัน [แล้วไงอ่ะปาย ต่อให้พ่อกับแม่จะไม่ชอบ หรือโกรธเกลียดฉัน แต่สุดท้ายแล้ว ปัญหามันก็เกิดขึ้นแล้ว ฉันพร้อมที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำ] อย่างน้อยๆ ในความโชคร้ายที่ถือว่าโชคร้ายมาก มันก็ยังพอมีเรื่องดีอยู่บ้าง ที่อีกคนที่ร่วมทำความผิดกับฉัน ไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ หรือโยนความผิดให้ฉันแค่เพียงฝ่ายเดียว ทุกคำที่ตะวันฉายคุยกับฉัน คือเขาพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้น เพี๊ยะ! ใบหน้าของฉันหันไปตามแรงมือ ในขณะที่น้ำตาของฉันไหลพราก วันนี้พ่อกับแม่ของตะวันฉายจะเข้ามาคุยกับพ่อแม่ของฉัน มันจึงเป็นความจำเป็นที่ฉันจะต้องคุยกับพ่อแม่ของฉันก่อน อย่างน้อยๆ ให้ท่านรู้เรื่องราวนี้จากปากของฉันก่อน ก่อนที่ท่านจะไปได้ยินจากปากของคนอื่น "แม่จน แล้วแม่เลี้ยงแกไม่ดีเหรอปาย ทำไมแกทำตัวแบบนี้ เคยคิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่บ้างไหม พ่อกับแม่ลำบากทุกวันนี้เพื่อใคร แล้วทำไมแกถึงทำตัวแบบนี้" เป็นวินาทีที่บีบหัวใจของฉันมาก แม่ของฉันร้องไห้ พ่อของฉันที่แม้ว่าตอนนี้จะเมา ก็นั่งเงียบโดยไม่พูดสิ่งใด ฉันรู้ว่าพ่อกับแม่ของฉันเสียใจมาก ฉันบาปมหันต์ ฉันผิดมาก จนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ "หนูขอโทษค่ะพ่อ ขอโทษค่ะแม่ หนูผิดไปแล้ว" หัวใจของฉันคล้ายกับถูกบีบรัดจนมันเจ็บปวดไปหมด แม่ของฉันรัวกำปั้นของตัวเอง ทุบทึ้งที่ต้นขาของตัวเอง พลางพร่ำพูด ในสิ่งที่เกือบทำให้ใจของฉันแทบแตกสลาย "แม่เลี้ยงแกไม่ดีตรงไหน แม่สอนแกผิดพลาดตรงไหน ทำไมคำพูดของแม่ถึงไม่มีความหมาย ทำไมทุกคำสั่งสอนที่อยากให้ลูกได้ดีถึงไม่มีค่าอะไร ทำไมเหยียบหัวใจแม่ขนาดนี้ ทำไมถึงทำกับแม่แบบนี้!" ทุกๆ คำพูดของคนเป็นแม่ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันรับรู้ถึงความผิดของตัวเอง ทุกอย่างมันเป็นความผิดของฉัน ทั้งที่แม่ของฉันสอนฉันมาดีมาก แต่คนที่เลว คนที่ทำร้ายหัวใจพ่อแม่ มันคือตัวของฉันเอง วันนั้นทั้งวัน แม่ของฉันไม่ยอมคุยกับฉันเลย ดวงตาของท่าน ที่เคยเข้มแข็ง เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เศร้าหมอง เสียใจ ฉันไม่สามารถหยุดน้ำตาของฉันเอาไว้ได้ แม่ของฉันหยุดงาน พ่อของฉันไม่ได้ออกไปไหน บ้านทั้งบ้านถูกปกคลุมด้วยความเงียบ แม้แต่น้องชายของฉันเอง ก็ไม่กล้าเข้าหน้าใครเลยเช่นกัน เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตกเย็นของวันนั้น ที่พ่อกับแม่ของตะวันฉายมาที่บ้านของฉัน แม่ของฉายเป็นคุณครู พ่อของฉายเองก็เช่นกัน ขึ้นชื่อว่าแม่พิมพ์ของชาติ พอเรื่องแบบนี้เกิดกับลูกของตัวเอง ฉันเข้าใจว่าท่านเองก็ผิดหวังและเสียใจไม่ได้ต่างกัน "ทางเราพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ไหนๆ เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว เรามาหาทางแก้ไขร่วมกันดีกว่านะคะ" นั่นคือคำพูดของแม่ของตะวันฉาย ท่าทางที่ดูเกรงขาม และบุคลิกที่ดูเรียบร้อยของท่าน สมกับคำพูดของท่านทุกอย่างเลย "คนเป็นพ่อเป็นแม่ ใจมันจะขาดที่ลูกเป็นแบบนี้ ทั้งๆ ที่ยังเรียนกันไม่จบด้วยซ้ำ ทำไมถึงใจเร็ว ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ เสียใจแบบนี้" คำพูดของแม่ฉัน ทำให้ทั้งฉันและตะวันฉายต่างก้มหน้า ยอมรับความผิดในสิ่งที่พวกเราทำโดยไม่ต้องตอบอะไรออกมา "มันไม่มีทางเลือกหรอก มันไม่มีทางเลือกใดๆ แล้ว สุดท้ายแล้วก็แล้วแต่ฝั่งนั้นจะเมตตา" "แม่น้องปายไม่ต้องกังวลนะ ทางเราพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง จะไม่ให้อายใคร จะแก้ปัญหาทุกอย่างร่วมกัน" หลังจากนั้น พ่อกับแม่ของเราทั้งสองฝ่าย ก็ต่างตกลงเจรจากันว่าจะทำแบบไหนบ้าง ความคิดเห็นทุกอย่างล้วนมาจากฝ่ายของตะวันฉายทั้งนั้น พ่อกับแม่ของฉัน แทบพูดไม่ออก เห็นจะมีก็แต่น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นระยะ แล้วสุดท้ายก็ตกลงกันได้ว่า ฤกษ์สะดวกที่เร็วที่สุด เป็นวันที่ฝ่ายนั้น จะเข้ามาทำพิธีสู่ขอฉัน ให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ในวัยสิบเก้าปีของฉัน ฉันได้เข้าสู่พิธีหมั้นหมายที่เรียบง่าย เหมือนจะเป็นพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ เชิญเฉพาะแขกและญาติพี่น้องที่สนิทสนมจริงๆ เสียมากกว่า ฝ่ายนั้นมาสู่ขอฉันตามประเพณีทุกอย่าง ซ้ำแม่ของตะวันฉายยังย้ำกับฉันอีกว่า หากเวลาผ่านไป แล้วทั้งฉันและฉายพร้อมกว่านี้ แม่จะจัดพิธีแต่งงานให้ใหม่ ให้ดีกว่านี้ และให้น่าจดจำกว่านี้อย่างแน่นอน หลังจากวันนั้น การเรียนของฉันเป็นต้องหยุดชะงัก หลังจากที่ฝั่งนั้น ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องเป็นราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็ยังอยู่ที่บ้านของฉัน ในขณะที่ตัวของฉายเอง ก็ยังเลือกที่จะอยู่ที่บ้านของเขาเช่นกัน มีบ้าง ที่เขามาหาฉันที่บ้าน แต่ไม่มีการมาค้างคืนที่นี่ เหมือนเราเพียงแต่คบกัน ทั้งที่กำลังจะมีลูกด้วยกัน แม่ของฉันเองก็ยังโกรธฉัน แต่ฉันเข้าใจว่าความรู้สึกที่ท่านมี อาจจะเป็นเพราะความผิดหวังเพราะก่อนหน้านี้คาดหวังในตัวฉันมากกว่า ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ฉันกดดันมาก การตั้งครรภ์ ในเวลาที่ไม่เหมาะสม มันทำให้ความเครียดของฉันมีมากกว่าปกติ มีความกังวลที่ทำให้แม่เสียใจ เหมือนฉันต้องกลายเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่งไปเลย ในขณะที่ฉันต้องหยุดเรียน เพราะต้องรอคลอดก่อน ฉายจึงต้องเข้าเรียนก่อนฉัน นั่นเป็นเวลาที่เราห่างกัน วันเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนที่ฉันกับฉาย เราห่างกันเรื่อยๆ --------- ใครอ่านบ้าง คอมเมนต์ให้น้องหน่อยนะคะ 💜💜"หรือนายจะปฏิเสธว่าไม่เคยมีอะไรกัน หรือนายจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น หรือนายจะอธิบายว่าเจ้าของไลน์ที่นายตั้งชื่อไว้ว่าเพื่อน เขาคือเพื่อนของนายจริงๆ หรือจะบอกว่าสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่ฉันคิดไปเอง!""...""ตอบมาสิฉาย ตอบฉัน พูดความจริงกับฉัน!""ขอโทษ..." เสียงแผ่วของคนที่น้ำตาคลอ มันยิ่งกระตุ้นให้ใจของฉันดิ่งลงเหว ฉันเสียใจ ฉันร้องไห้ ความรู้สึกของฉันมันพังยับเยินจนไม่มีชิ้นดี"ถ้านายชอบแบบนี้ ถ้านายเลือกแบบนี้ ก็เลิกยุ่งกับฉัน!""ไม่เอาแบบนี้นะปาย""ทุกๆ อย่างที่นายขอฉัน ขอว่าฉันอย่าทำกับนาย แต่กลับเป็นนายเองที่ทำแบบนั้นกับฉัน นายวิเศษมาจากไหน นายถึงหน้าด้านที่จะมีผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกันได้ พอกันที อย่าคิดว่าฉันรัก แล้วฉันจะหมดรักนายไม่ได้ หกปีที่คบกัน มันจบเพราะตัวของนายเอง!""ปาย..." ฉันสะบัดมือฉายออกจากตัวสุดแรง แล้วก้าวถอยออกมาจากห้องนั้นทันที ก่อนที่จะออกแรงวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไม่ต้องสนสายตาใคร ไม่ต้องแคร์ ว่าคนที่มองมาจะพูดถึงฉันแบบไหน ไหนๆ วันนี้มันก็เป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับฉันแล้ว ใครจะเห็นฉันในสภาพไหน ฉันก็จะไม่แคร์.
"เปิดประตูหน่อยปาย อย่าทำแบบนี้..." "...ได้ยินไหมปาย เปิดประตูออกมาคุยกันก่อน" ปัง ปัง ปังง~ "ปาย..." น้ำตาของฉันไหล แข่งกับเสียงเรียกและเสียงเคาะประตูจากคนที่อยู่ข้างนอก ทั้งที่เราไม่เคยทะเลาะกันด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาตะวันฉายทำตัวได้แนบเนียนมาก เขาไม่เคยหลุดพิรุธใดๆ ไม่เคยทำตัวน่าสงสัยให้ฉันจับได้ ฉันไม่เคยคิดเลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ดูรักเมีย เทคแคร์เมีย ขี้เล่น สนุกสนาน ขยันสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง ดูไม่มีพิษมีภัยแบบตะวันฉาย จะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ ฉันมาจับได้ในตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ทั้งที่เราอยู่ด้วยกันทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกวัน นอนด้วยกันทุกวัน ตะวันฉายยังทำกับฉันแบบนี้ได้ แล้วตอนที่ฉันไม่อยู่ล่ะ ฉันอุ้มท้องลูกของเขาและให้นมลูกของเขาในระยะเวลาราวปีกว่า เวลานั้นที่เขาไม่มีฉันอยู่ข้างกาย เขาทำตัวแบบไหน? วันที่เมียคลอด ฉายไม่ยอมกลับไปหา? ติดเรียน เรียนหนักมาก? ทั้งที่ในชีวิตประจำวันของฉายมักกิน มักดื่ม มักสังสรรค์ ทำไมฉันไม่ตะขิดตะขวงใจสักนิด ว่าสิ่งที่เขาเคยพูดในตอนนั้น กับความเป็นจริงในตอนนี้มันช่างสวนทาง คนที่ผิดมันคือเขา แต่คนที่โง่มันคือฉันแบบนั้นใช่ไหม ขนา
"นานแค่ไหนที่มึงทำกับกูแบบนี้!"ฉายก้มหน้าลงทันที ท่าทีที่สลดลงของเขา ท่าทางที่บ่งบอกว่ารู้สึกผิด ไม่มีผลต่อฉันเลยสักนิด"นานแค่ไหนที่มึงทำแบบนี้ลับหลังกู""...""ถ้ามึงโดนแบบที่กูโดนมึงจะรู้สึกแบบไหน ทำไมต้องบังคับให้กูต้องเป็นคนโง่ ทำไมต้องบังคับให้กูแชร์ผัวกับผู้หญิงคนอื่น!""...""มึงรักมันเหรอฉาย มึงแคร์มันมาก ถ้าอย่างนั้นมึงก็ไปอยู่กับมันเลย ถ้าเลือกมันก็ไม่ต้องมีกู!""อย่านะปาย..." ฉายรั้งมือฉัน น้ำตาคลอออกมาให้เห็นรู้สึกผิดเหรอ?ไม่อยากให้กูไปเหรอ?ทรยศกู มีคนอื่นนอกจากกู คิดว่ากูจะเชื่อไหม?"ที่ผ่านมากูอาจจะโง่ เพราะกูไว้ใจ ที่กูไว้ใจก็เพราะกูรัก รู้เอาไว้ว่าครั้งนี้มึงบังคับให้กูหมดรักมึงเอง...""...ขยะแขยง ทุเรศ หน้ามึงกูก็ไม่อยากจะมองอีกต่อไป!"ฉันสะบัดมืออย่างแรงคล้ายกับต้องของร้อน ฉันเชื่อแล้วว่า ความรักที่ไม่ใช่รักแท้ที่มาจากพ่อแม่ มันไม่ได้จีรัง ไม่ปฏิเสธว่าฉันเสียใจ ที่ผ่านมา แม่ของฉันสอนเสมอ เมื่อฉันเลือกแบบนี้ เลือกที่จะเป็นแบบนี้ มีชีวิตแบบนี้ด้วยตัวของฉันเอง แม่และเมียในวัยอย่างฉัน ต้องอดทนให้ถึงที่สุดของที่สุด แต่กับเรื่องนี้ฉันไม่จำเป็นต้องอดทน ต่อให้รัก ฉันก็ไ
"ผู้หญิงคนนั้นชื่อเหมย เป็นเพื่อนของจีโน่..." "...เมื่อคืนนายไม่ได้ไปค้างกับเพื่อนของนาย แต่ความจริงแล้วนายอยู่กับผู้หญิงคนนั้น!" ฉันตะโกนออกมาเสียงดัง มันดังมาก เพราะฉันตะโกนมันออกมาจนสุดเสียง ฉันเจ็บ มันเจ็บที่ในใจ ฉันผิดตรงไหน มาทำเหี้ยกับฉันแบบนี้ทำไม! "เพื่อนเลว ผู้ชายแบบนายมันน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงที่สุดเลยจีโน่ รู้ว่าเขามีเมีย แต่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนอื่นเดินเข้ามา นายไม่ได้ทำลายแค่ฉัน แต่นายทำร้ายลูกของฉันด้วยนายจำเอาไว้!" มือฉันสั่นไปหมด น้ำตามันไหลพราก มือข้างที่ถนัดบีบกำเข้ากันแน่น มันโกรธจนกลั้นไม่ไหว มันเสียใจแบบที่ไม่เคยเสียใจมาก่อนเลย "คุยกันก่อนได้ไหมปาย" "กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง!" "ปาย..." หน้าของฉายสลดลงทันที "กูโง่มากเหรอ มึงหมดรักกูแล้วเหรอ กูผิดอะไรเหรอมึงถึงทำกับกูแบบนี้ มึงกินเหล้าทุกวัน กูไม่เคยห้าม สักคำกูก็ไม่เคยห้าม เพราะกูมองว่ามันเป็นความสุขของมึง แต่ความสุขที่นอกกายนอกใจกู มีคนอื่นทั้งที่มีกู กูไม่ยอม!" สิ้นสุดคำของฉัน ตะวันฉายสาวเท้าเข้ามาหาฉันทันที "อีนั่นมันงอนเก่ง ง้อยาก แล้วกูล่ะ ที่ผ่านมากูไม่เคยงอน กูพูดง่าย ยอมง่าย เพราะ ความที่กูไม่อยา
เพื่อนงั้นเหรอ?ฉันกัดฟันแน่น มือสั่น กระบอกตามันร้อนไปหมด เขาเคยบอกฉันว่าเขาเกลียดการถูกนอกใจ เกลียดคำโกหก เกลียดการถูกหักหลัง แต่ทุกสิ่งเหล่านั้นมันกำลังเกิดขึ้นกับฉัน เขาบังคับให้ฉันต้องแบกรับความรู้สึกเหล่านั้น เขาที่เคยบอกว่าไม่ชอบ แล้วเขาคิดว่าฉันชอบไหม ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ทำไมถึงทำเหี้ยๆ กับฉันได้ลงคอฉันวางปลายนิ้วไปตามแป้นพิมพ์ของโทรศัพท์ บ่อยครั้งที่น้ำตาของฉันมันร่วงเผาะลงบนจอนั้น ทุกการตอบกลับของผู้หญิงคนนั้น มันทำให้ฉันมีความรู้สึกคล้ายถูกบีบที่หัวใจอย่างแรง มันเจ็บ มันจุก มันใจหาย คุยกันแล้วลบออก พออยากคุยก็ส่งสัญญาณให้กันใหม่ คนที่ถูกนอกใจ ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนมันก็อ่อนแอได้ แล้วสุดท้าย สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นส่งเข้ามาใหม่ มันก็ทำให้ความอดทนของฉันสิ้นสุดลงไปฉันบีบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในมือแน่น พลางหลับตา บีบหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดให้มันไหลออกมาเป็นสาย ในเมื่อสิ่งที่ฉันเห็นอยู่ในตอนนี้ มันชัดเจนแล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะต้องทนอะไรอีกต่อไปคิดถึงเหรอ?อยากกอดอีกแล้วงั้นเหรอ?นอกเหนือจากคำว่าอีกแล้ว ความหมายของคำว่าอีกแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถตอบได้ ว่าความหมายของมั
"ไม่เป็นไร เมื่อคืนฉายไม่ได้กลับมานอนที่ห้อง เขายังรบกวนพวกนายเลย..." "...ว่าแต่ เมื่อคืนฉายไปนอนกับใครมาล่ะ?!" คำถามของฉัน มันไม่ได้เพียงแต่ส่งผลให้ใจฉันสั่น แต่มันส่งผลให้ใครบางคนออกอาการทันทีเลิ่กลั่ก ไม่นิ่ง จะให้ฉันคิดเหรอ ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ! "เมื่อคืนมึงไม่ได้กลับห้องงั้นเหรอฉาย?" คำถามของกอล์ฟ มันยิ่งทำให้ฉันจุกที่ในใจ ฉันตวัดสายตามองหน้าผัวตัวเองทันที รายนั้นมีสีหน้าเครียดลงจนเห็นได้ชัด แต่ไม่ทันที่ฉายจะได้ตอบอะไรทั้งนั้น อีกคนก็รีบพูดแทรกขึ้นมา"ก็เมื่อคืนมึงบอกว่าไม่ว่างไม่ใช่เหรอวะ" นี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉันยังเลือกที่จะไม่พูด หากฉันพูดตรงๆ ฉันเชื่อว่าคนที่แอบทำเรื่องแย่ๆ ลับหลังกัน จะต้องโกหกฉัน มันสู้ฉันเก็บทุกอย่างเอาไว้ แล้วค่อยๆ หาคำตอบด้วยตัวฉันเองจะดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว คำตอบมันอาจจะไม่ต่างกันคือฉันเจ็บ แล้วถ้ามันจะเจ็บ ก็ให้มันเจ็บแบบจบจะดีกว่า"เออ ลืมไป เมื่อคืนกูไม่ว่างจริงๆ...""...อยู่กับแฟนน่ะ" ประโยคหลังกอล์ฟบอกกับฉัน มันทำให้ฉันส่งยิ้มจางๆ กลับไป แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องครัวฉายกำลังเหยียบใจฉันแบบซึ่งๆ หน้า กับเพื่อนที่พากันทำเลวๆ แบบนั้น ยังกล้าปล่อยให







