Masukตอนที่3 เจอกันครั้งที่สอง
หลังเลิกเรียนเวลาห้าโมงเย็นลมอุ่น ๆ พัดกลิ่นดินในโรงเรียนลอยมาเบา ๆ น้ำอิงกับกะทิเดินมาจนถึงหน้าโรงเรียนก่อนจะแยกยิ้มลาเพื่อน “กลับดี ๆ นะทิ” กะทิทำมือโอเคยิ้มกว้างตามสไตล์เด็กใสแก้มยุ้ย น้ำอิงหัวเราะคิกก่อนจะโบกมือให้เพื่อน เธอยืนรอพี่ชายอยู่พักใหญ่ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเฉดเป็นสีส้ม พี่ชายก็ยังไม่โผล่มาเลย โทรหาก็ไม่รับ น้ำอิงถอนหายใจยาวก่อนหันไปมองร้านไอศกรีมเย็น ๆ ที่อยู่ไม่ไกล “…กินรอเลยแล้วกัน” เธอเดินไปซื้อไอศกรีมแก้วโปรดพอได้มาก็กินอย่างมีความสุข แก้มฟู ๆ ของเธอยิ่งดูนุ่มนิ่มกว่าเดิม ยืนกินหน้าร้านแบบไม่คิดอะไร จู่ ๆ ผัวะ! ร่างผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาชนเธอเต็มแรงจนตัวเธอเซโงนเงน ไอติมทั้งแก้วปลิวหลุดมือกระแทกลงพื้น ของเหนียวหกใส่กระโปรงนักเรียนเธอเต็ม ๆ น้ำอิงช็อกจนยืนค้าง…ดวงตากลมใสค่อย ๆ คลอไปด้วยน้ำตา “…ไอ…ไอติมเรา…” เธอก้มมองเจ้าของความสุขที่ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอย่างน่าอนาถา ไม่ทันตั้งตัว กลุ่มชายสามคนวิ่งพรวดผ่านหน้าร้านมาแล้ว กระโดดถีบผู้ชายคนที่ชนเธอจนล้มไปนอนกองกับพื้นแล้วเสียงสบถดังสนั่น “ไอ้เหี้ย! ตามแม่งไม่ทันสักที!” พระพายตะโกนเสียงกร้าว “ถ้าเป็นแบบนี้อีกมึงตายแน่ไอห่า!” ใต้ฝุ่นตามมาด้วยหน้าเหวี่ยง ๆ แต่คนที่เดินมาช้าที่สุด กลับนิ่งที่สุด …สิงหา เขาเหยียบก้นบุหรี่กับพื้นก่อนมองภาพทั้งหมดด้วยสายตาไร้อารมณ์ เหมือนเรื่องชกต่อยกันคืองานอดิเรกสำหรับเขา น้ำอิงมองคนสามคนนั้นสลับกับไอติมบนพื้นแล้วก็สูดหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเดินเข้าไปด้วยความกล้าแบบเด็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าควรกลัวหรือควรโวยดี เธอยื่นมือไปตรงหน้าพวกเขา…ก่อนจะแบมือออก สิงหายืนพิงรั้วร้าน มองมือเล็ก ๆ ที่ยื่นมาตรงหน้าตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า “…อะไร?” เสียงเขาเย็นจนเธอขนลุก น้ำอิงเม้มปากแน่น หยิบความกล้าทั้งหมดขึ้นมาพูด “ก็พวกพี่ทำไอติมหนูหล่นไงคะ… แล้วมันก็เลอะกระโปรงหนูด้วย…” สิงหากดสายตาลงมองกระโปรงเธอที่มีรอยไอติมเปื้อนเป็นดวง ๆ ก่อนเงยหน้ากลับไปสบดวงตากลมสั่น ๆ นั่น “แล้วไง” น้ำเสียงเขาราบเรียบมีความดุร้ายแบบไม่เห็นหัวใคร “ก็...ก็ต้องรับผิดชอบสิคะ!” ถึงเสียงจะสั่นหน่อยแต่เธอก็พูดเต็มแรงที่สุดในชีวิตเด็กม.6 ที่โดนทำไอติมหล่นแล้ว! ใต้ฝุ่นกับพระพายแอบหัวเราะพลางสะกิดกันเบา ๆ “เด็กแม่งกล้าว่ะ” “น่ารักฉิบหาย” สิงหามองมือเล็กที่ยังแบรออย่างดื้อ ๆ ของเธอ เขาไม่พูดอะไร แค่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง น้ำอิงรีบหลับตาปี๋เพราะกลัวว่าจะโดนดุ แต่ทว่าสิ่งที่แตะลงบนมือเธอกลับเป็น… แบงก์เทา หนึ่งใบ!! เขายัดใส่มือเธอแบบไม่ถาม ไม่อธิบายอะไรทั้งนั้นดวงตาน้ำอิงเบิกกว้างแทบจะทันที “พะ...พี่! มันเยอะเกินไปค่ะ! ไอติมหนูแค่ยี่สิบบาท” “เอาไป” เขาตอบสั้น ๆ โดยไม่สนว่ามากน้อยแค่ไหน น้ำอิงยืนอึ้งพลางกำเงินในมือแน่น สับสนและกลัวปะปนกัน เธอไม่กล้าสบตาคนตัวสูงที่มองเธอแบบอ่านไม่ออกเลยสักนิด สิงหาพ่นลมหายใจเบา ๆ เหมือนรำคาญความวุ่นวายก่อนหมุนตัวเดินกลับไปหาเพื่อน แต่ก่อนจะไป เขาเหลือบตามองเธออีกครั้ง สายตาดุดัน ลึกลับ แต่เหมือนกำลังจำหน้าเธออยู่เงียบ ๆ น้ำอิงรู้สึกหัวใจเต้นแรงแบบไม่มีเหตุผล เธอยืนนิ่งเหมือนถูกตอกไว้กับพื้น “สิงห์ มึงนี่ใจดีว่ะ ปกติมึงเตะก่อนค่อยถามนะ” ใต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น “ใจดีเพราะเด็กมันน่ารักหรือเปล่าวะ” พระพายหัวเราะสิงหาหยุดเท้าแค่เสี้ยววินาที…ก่อนพูดเรียบ ๆ “หยุดพล่ามแล้วไปได้แล้ว” พูดจบเขาก็เดินนำออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งน้ำอิงให้ยืนกำเงินอุ่น ๆ อยู่ในมือด้วยหัวใจที่เต้นแรงเหมือนไปวิ่งมาราธอนมา “…เขาโหดจัง แต่ก็ หล่อมากด้วย…” เธอก้มมองเงินในมือก่อนพรูลมหายใจออกมา แก้มนวลของเธอแดงจัดอย่างห้ามไม่ได้เลย เวลาต่อมา... รถยุโรปสีดำคุ้นตาจอดชิดฟุตบาท ก่อนที่น่านน้ำจะรีบเปิดประตูลงมา เขามองเห็นน้องสาวตัวเล็กยืนกอดกระเป๋าอยู่หน้าร้านไอศกรีม ด้านหน้ากระโปรงนักเรียนมีคราบไอศกรีมเปื้อนเป็นดวงอย่างชัดเจน “อิง?” เสียงทุ้มนุ่มของเขาแผ่วลงทันทีที่เห็นสภาพของเธอ คนเป็นพี่เดินเข้ามาเร็ว ๆ อย่างคนตกใจ “...” “กระโปรงไปโดนอะไรมา ทำไมเลอะขนาดนี้” น้ำอิงยิ้มแหย ยืนเก้ ๆ กัง ๆ เพราะกลัวโดนดุ แต่สุดท้ายน่านน้ำกลับโน้มตัวลงใช้มือปัดคราบที่แห้งเป็นคราบแข็งบนกระโปรงเธอออกให้เบามาก…เหมือนกลัวน้องสาวจะเจ็บ “ไอศกรีมหกใส่ค่ะ” “กินเลอะเป็นเด็กไปได้ พี่บอกว่าไง ให้พกผ้าเช็ดหน้า” เสียงเขาอ่อนโยนจนหัวใจนุ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่ น้ำอิงหุบปากทันที ยืนให้อีกฝ่ายเช็กกระโปรงจนพอใจ “ทำไมพี่มาช้า น้องรอตั้งนาน” “ที่มหาลัยมีงาน เลยช่วยเขานิดหน่อย” พอเขามั่นใจว่าไม่มีอะไรเป็นอันตราย เขาก็ปล่อยลมหายใจยาวอย่างโล่งใจ “ก็ว่าทำไมน้องโทรหาไม่รับเลย” น้ำอิงเอ่ยอย่างงอน ๆ “ขอโทษ เดี๋ยวพี่พาไปกินของอร่อย ๆ” ร้านอาหารแห่งหนึ่ง... ร้านอาหารบรรยากาศดีใกล้คอนโดเป็นที่ประจำของพวกเขา น่านน้ำเดินนำเข้ามาพร้อมเอามือแตะหลังกึ่งประคองน้องสาวไว้ตลอด เขาเป็นพี่ชายที่ทั้งอ่อนโยน ทั้งหวง ทั้งใส่ใจในทุกลมหายใจของเธอ ระหว่างกินข้าว น้ำอิงเริ่มเล่าเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องอยากกินขนมอีกครั้ง น่านน้ำฟังเป็นจริงเป็นจังเหมือนกำลังฟังคำอธิบายวิทยานิพนธ์ของใครสักคน “แล้วอิงคิดไว้หรือยัง ว่าอยากเรียนต่ออะไร” “วิศวะค่ะ แบบ…คณะพี่น่านเลย มันดูเท่ดีอ่ะ ใส่เสื้อช็อปมันเท่มาก” น้ำอิงวางช้อนลงแล้วยิ้มกว้าง แต่คำตอบนั้นทำให้น่านน้ำชะงัก ก่อนส่ายหน้าอย่างเอ็นดู “ไม่เอาครับ อิงเรียนอย่างอื่นเถอะ วิศวะมันหนักมากนะ ทั้งงาน ทั้งโปรเจกต์ แถมโหดอีกต่างหาก” เขาวางมือบนหัวน้องสาวแล้วลูบเบา ๆ “พี่ไม่อยากให้อิงลำบาก” “แต่…มันเท่นี่คะ” น้ำอิงทำแก้มพองน้อย ๆ “พี่เท่พอแล้ว น้องไม่ต้องเป็นแบบพี่ก็ได้” เขายิ้มอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะยิ้มให้ได้ “…” “หาคณะเบา ๆ แล้วมีความสุขดีกว่าเนอะ น้องพี่เหมาะกับอะไรที่สดใสกว่านั้นครับ” “ก็ได้ค่ะ…” น้ำอิงก้มหน้าแต่เธอก็ยังน้อยใจเบา ๆ ทันใดนั้น โทรศัพท์ของน่านน้ำก็ดังขึ้น เขาดูหน้าจอแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนทันที “พี่ขอรับสายก่อนนะ” น้ำอิงนั่งแกว่งขาอยู่ในเก้าอี้ระหว่างพี่ชายเดินออกไปคุยโทรศัพท์ ไม่กี่นาทีเขาก็กลับมา สีหน้าดูยุ่งขึ้นนิดหน่อย “มีเรื่องที่คลับนิดหน่อย พี่ต้องไปเคลียร์” “แล้ว…พี่จะกลับมากี่โมงคะ” น้ำอิงถามเสียงเบา “อาจจะเช้าหน่อย แต่ไม่ต้องรอ พี่มีกุญแจ” น่านน้ำยกมือมาลูบหัวน้องสาวอีกครั้งอย่างรักใคร่ เธอพยักหน้า แม้จะไม่อยากให้พี่ชายไป แต่ก็ไม่เคยนับถือสิทธิ์ห้ามเขา “ค่ะ…ขับรถดี ๆ นะคะพี่น่าน” “ครับคนเก่ง” เขายิ้มให้เธอเหมือนกำลังปลอบเด็กน้อย “ถ้าง่วงก็นอนเลยนะ ไม่ต้องรอพี่” หลังจากที่ทั้งคู่กินข้าวเสร็จ น่านน้ำก็ไปส่งน้ำอิงที่คอนโด เขาจอดรถด้านหน้าทางเข้าก่อนเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เหมือนเดิม ก่อนยื่นมือไปลูบผมน้องสาวอีกครั้ง “…พี่ไปแล้วนะ อิงขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนเลย” “ค่ะพี่น่าน รักนะคะ” น้ำอิงยิ้มหวาน “พี่ก็รักน้องครับ” น่านน้ำยิ้มละมุนเหมือนจะละลายโลกทั้งใบ เขายืนมองน้องสาวเดินเข้าอาคารจนลับตา ถึงค่อยหันไปขึ้นรถ แล้วขับออกไปด้วยความเร็วที่ไม่มากนักตอนพิเศษ (Special Episode)EP. พิเศษ 3น้ำอิงท้องแปดเดือนช่วงบ่ายของบ้านสีขาวเงียบสงบ แสงแดดลอดผ่านม่านบางเข้ามาแตะพื้นห้องรับแขกเป็นลายอ่อน น้ำอิงนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นชัดเจน อีกมือเกาคางไทเกอร์ที่นอนแผ่พุงอยู่บนตักอย่างสบายใจ เธอถอนหายใจยาวเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้อยู่บ้านอยู่แต่บ้านวนเวียนอยู่แค่บ้านหลังนี้มาหลายเดือนแม้บ้านจะใหญ่ แม้จะมีคนดูแลมากมาย แต่ความเบื่อมันก็ไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะกับคนท้องที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ง่ายกว่าปกติน้ำอิงเหลือบตามองไปทางห้องทำงานชั้นหนึ่ง ประตูปิดสนิท เธอรู้ดีว่าข้างในนั้น…สิงหากำลังนั่งอยู่หน้ากองเอกสาร ทำงานไม่หยุดเหมือนทุกวันเธอขยับตัวช้าๆ อย่างอุ้ยอ้าย ลุกขึ้นยืน มือหนึ่งยันโซฟา อีกมือประคองหน้าท้อง เดินไม่ถนัดนัก แต่ความอยากออกไปข้างนอกก็ชนะทุกอย่างสายตากวาดมองซ้ายขวาก่อนจะเห็นร่างเล็กๆ ของปูเป้ สาวใช้ประจำบ้านกำลังจัดดอกไม้อยู่ไม่ไกลน้ำอิงยกมือกวักเรียกเบาๆ“ปูเป้…”“คุณอิง มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ปูเป้หันมา เห็นสีหน้าคุณผู้หญิงก็รีบเดินเข้ามาทันที“ชู่…อย่าเสียงดังนะ” น้ำอิงรีบเอานิ้วชี้จุ๊ปาก“ค่ะ…มีอะไร
ตอนพิเศษ (Special Episode)EP. พิเศษ 2เสียงเฮฮาดังขึ้นเป็นระยะจากด้านล่างของบ้าน แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนเกือบห้าทุ่มแล้ว แต่บรรยากาศงานเลี้ยงก็ยังไม่ซาลงง่ายๆ เสียงดนตรี เสียงหัวเราะ และบทสนทนาของเพื่อนๆ แว่วขึ้นมาถึงชั้นบนอย่างแผ่วเบา น้ำอิงขอตัวขึ้นมาก่อนร่างกายเธออ่อนล้าเหลือเกินวันนี้เธอแทบไม่ได้ดื่มอะไร นอกจากน้ำส้มกับน้ำเปล่า แต่ความง่วงกลับถาโถมรุนแรงกว่าทุกวัน บางทีอาจเป็นเพราะหัวใจที่อิ่มเอมเกินไป หรือไม่ก็เพราะอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ในท้อง ทำให้เธอรู้สึกเพลียเร็วกว่าปกติหลังอาบน้ำเสร็จ น้ำอิงเปลี่ยนเป็นชุดนอนกระโปรงผ้าบาง พลิ้วไหวสบายตัว กลิ่นสบู่อ่อนๆ ติดกาย เธอปีนขึ้นเตียงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง ปล่อยให้ความเงียบของห้องโอบกอดเปลือกตาหนักอึ้งไม่ถึงนาที…เธอก็หลับไป ลมหายใจสม่ำเสมอใบหน้าหวานผ่อนคลายราวกับกำลังฝันถึงอะไรดีๆไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกอย่างแผ่วเบา สิงหาก้าวเข้ามาในความมืด ไฟในห้องยังคงปิด มีเพียงแสงรำไรจากภายนอกส่องเข้ามาพอให้เห็นร่างบางบนเตียง เขาหยุดยืนมองเธออยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ตั้งใจหญิงสาวที่เพิ่งผ่านวันสำคัญที่สุดในชีวิต ภร
ตอนพิเศษ (Special Episode)EP. พิเศษ 1สามเดือนถัดมาบ้านสีขาวหลังใหญ่ที่เคยเงียบสงบ วันนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และความคึกคัก แขกเหรื่อหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย สนามหญ้าด้านหน้าถูกจัดเป็นพื้นที่รับรองอย่างสวยงาม ดอกไม้สีอ่อนถูกจัดวางอย่างตั้งใจ ผ้าขาวปลิวไหวตามแรงลม แสงแดดอุ่นๆ ของช่วงสายทำให้งานทั้งงานดูเหมือนภาพฝันทุกคนต่างรู้ดีว่าวันนี้ไม่ใช่งานธรรมดาแต่มันคือวันสำคัญของคนสองคน และเป็นวันที่ครอบครัวหนึ่ง…สมบูรณ์ขึ้นอย่างแท้จริงในห้องแต่งตัวชั้นบน น้ำอิงนั่งอยู่หน้ากระจก เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองอย่างเงียบงัน รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเดินมาถึงตรงนี้ได้ ไม่เคยคิดว่าจะมีบ้าน มีครอบครัว มีคนรัก และกำลังจะมีคำว่า แม่ เพิ่มเข้ามาในชีวิตวันนี้…เธอมีทุกอย่าง...น้ำอิงอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่อง ตัวเดรสปักลูกไม้ละเอียด ไล่ลงมาตามช่วงตัวอย่างประณีต ผ้าทิ้งตัวพลิ้วสวยราวกับเมฆบางๆ แขนเสื้อโปร่งขับให้เธอดูอ่อนหวาน ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างพอดีเผยความงดงามแบบไม่ต้องพยายาม ราวกับเจ้าหญิงในนิทานที่ไม่ต้องมีมงกุฎ ก็ยังส่องแสงได้
ตอนที่64 ทะเบียนสมรสกับความสุขที่เรียกว่าบ้าน THE END แสงเช้าสีอ่อนลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาในห้อง คอนโดที่เคยเงียบเหงากลับมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างประหลาดในเช้าวันนี้ สิงหาแต่งตัวเสร็จก่อน เขายืนหน้ากระจกเช็กความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมานั่งรอที่โซฟาห้องรับแขก“อิง เสร็จรึยังครับ”เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ แม้จะพยายามทำเหมือนปกติ แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าทุกเช้า“แป๊บหนึ่งค่าา ใกล้แล้ว!” เสียงตอบกลับดังมาจากในห้องนอนสิงหาเอนหลังพิงพนักโซฟา มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไถไปเรื่อยๆ ทั้งที่แทบไม่รู้ว่าตัวเองอ่านอะไรอยู่ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด รีดเรียบจนคม กางเกงสแลคสีดำแนบขาเข้ารูปพอดีตัว ยิ่งขับให้รูปร่างสูงใหญ่ดูสง่างาม สุภาพ แต่แฝงด้วยความภูมิฐานที่ไม่ต้องพยายามเขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอนน้ำอิงเดินออกมาอย่างช้าๆ ราวกับภาพหนึ่งที่หลุดออกมาจากความฝันเธออยู่ในชุดเดรสสีขาวสายเดี่ยว ลายลูกไม้ละเอียด ผ้าชีฟองของกระโปรงสั้นพลิ้วเหนือเข่าขึ้นมานิดเดียว ทุกย่างก้าวเบาๆ ทำให้ผ้าขยับไหวอย่างอ่อนหวาน เส้นผมปล่อยยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าสดใส แต่แฝง
ตอนที่63 ครอบครัวเดียวกันรถของสิงหาวิ่งไปตามถนนสายคุ้นเคย แสงไฟสองข้างทางทอดยาวเป็นเส้นเบลอผ่านกระจกหน้ารถ น้ำอิงนั่งเงียบอยู่เบาะข้าง ดวงตาจับจ้องออกไปด้านนอก แต่ความคิดกลับวกวนอยู่ภายในหัวใจครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง...เพราะเธอรู้ดีว่า ในร่างกายของตัวเองกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตเติบโตอยู่เงียบๆสิงหาสังเกตเห็นอาการนั้น เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กของเธอไว้แน่นพอให้รับรู้ถึงกัน นิ้วสอดประสานอย่างเป็นธรรมชาติ แม้สายตาจะยังคงจ้องมองถนนตรงหน้า แต่แรงบีบเบาๆ จากฝ่ามือก็เหมือนกำลังบอกว่า ไม่ต้องกลัว“ไม่ต้องกลัวนะคนดี”เขาพูดเสียงต่ำเรียบๆ โดยไม่หันมามอง แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงน้ำอิงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะบีบมือตอบกลับ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าแม้หัวใจจะยังเต้นแรงเมื่อรถเลี้ยวเข้าซอยใหญ่ ตัวบ้านหลังคาสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงไฟอบอุ่น สิงหาจอดรถ ก่อนจะลงมาเปิดประตูให้เธอ เขาประคองเธออย่างระมัดระวังราวกับแก้วตาดวงใจทันทีที่เดินเข้าไปในบ้าน ประตูยังไม่ทันปิดดี เสียงฝีเท้าก็ดังออกมาจากด้านในองค์อรเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าเปื้อนความดีใจ ข้างๆ คืออธิวัฒน์ที่ยืนสงบแต่แววตาอ่อนลงอย่างเห็น
ตอนที่62 ชีวิตใหม่ที่เพิ่มเข้ามาประตูห้องน้ำเปิดออกช้าๆ เสียงบานพับเบาแทบไม่ได้ยิน แต่กลับดังในหัวของสิงหาอย่างชัดเจนกว่าทุกสิ่งน้ำอิงยืนอยู่ตรงนั้น ร่างเล็กดูบอบบางกว่าปกติ มือหนึ่งกำแท่งตรวจแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเบลอหัวใจของสิงหากระตุกแรง แรงจนเขารู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัด เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ฝีเท้าหนักแต่ใจกลับสั่นระรัว มือหนายกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธออย่างแผ่วเบา เหมือนกลัวว่าถ้าออกแรงมากกว่านี้ เธอจะพังลงตรงหน้า“อิง…” เสียงเขาแหบต่ำ “ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าจะออกมายังไง พี่ก็จะยังอยู่ตรงนี้ ข้างๆ หนู”“พี่สิงห์ ผะ…ผลมัน…” น้ำอิงเม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเธอไม่ได้พูดต่อ แต่ค่อยๆ แบมือออกมาตรงหน้า แท่งตรวจสีขาววางอยู่บนฝ่ามืออันสั่นเทา!!!สองขีดสีชัดเจน!…ชัดเจนจนไม่ต้องตีความโลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน สิงหามองมันด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก ลมหายใจหนักหน่วงขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือเขาสั่นเล็กน้อยก่อนจะยื่นไปใกล้ๆ เหมือนยังไม่กล้าแตะ“สะ…สองขีด!…” เสียงเขาตะกุกตะกัก ราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ตาเห็น “สองข







