تسجيل الدخولตอนที่2 คนใจร้าย
ค่ำคืนนั้นเหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปสำหรับเด็กม.ปลายตัวเล็กอย่างน้ำอิง ทันทีที่สายตาคมดุของสิงหามองมาอย่างข่มขวัญ เธอก็เผลอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนสติจะกลับมาในวินาทีถัดมา เธอหันหลังแล้ววิ่งสุดแรงเกิด เสียงใบไม้ ถูกเท้าเล็ก ๆ เหยียบดังกรอบแกรบ เสียงลมหอบเบา ๆ ของเธอ ทุกอย่างปะปนเป็นจังหวะเร่งรีบเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก เธอไม่กล้าหันกลับไปมอง ไม่กล้าดูแม้แต่นิดเดียวว่าพวกเขายังอยู่ที่เดิมไหม ขามันพาเธอให้หนีออกจากตรอกนั้นให้เร็วที่สุด และในช่วงที่ทั้งสามหนุ่มชะงักไปเพราะเสียงฝีเท้าของเธอ ชายที่โดนต่อย ก็รวบรวมเรี่ยวแรงลุกพรวดขึ้นวิ่งหนีไปอีกทางทันที “เหี้ยเอ๊ย! มันหนีจนได้!” พระพายสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ใต้ฝุ่นยืนมองตาม ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สิงหาแค่มองด้วยสายตารำคาญก่อนเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ได้เดือดร้อนกับการที่เหยื่อหนีเลยสักนิดเดียว แต่สิ่งเดียวที่เขายังจำได้…คือ ภาพเด็กนักเรียนกระโปรงพลิ้ว ๆ วิ่งหนีไปลับตา ภาพที่ทำให้ริมฝีปากของเขายกขึ้นนิด ๆ แบบไม่รู้ตัว ทันทีที่โบกแท็กซี่ได้ เธอก็รีบเปิดประตูเข้าไปนั่งแล้วเอ่ยเสียงสั่น “ไปคอนโดxxx…เร็ว ๆ เลยค่ะ!” โชคดีที่รถไม่ติด ภายในไม่กี่นาทีรถก็แล่นออกจากย่านมืด ๆ นั้น น้ำอิงนั่งกอดกระเป๋าแน่น หายใจไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกเหมือนยังได้ยินเสียงหมัดกระทบเนื้อ เสียงชายที่โดนทำร้าย รวมถึง…สายตาเย็นเฉียบของผู้ชายคนนั้น.. ผู้ชายที่ดุเหมือนเสือ ผู้ชายที่หล่อจนไม่น่าเชื่อว่าจะน่ากลัวได้ขนาดนั้น “บ้าเอ๊ย… จะคิดถึงเขาทำไมเนี่ย…” เธอส่ายหัวแรง ๆ ไล่ความคิดออกจากหัว พอถึงคอนโด เธอรีบจ่ายเงินแท็กซี่แล้ววิ่งขึ้นลิฟต์ทันทีโชคดีที่พี่ชายยังไม่กลับ ไม่งั้นโดนดุแน่ที่กลับค่ำแบบนี้ คอนโดนั้นเป็นห้องขนาดกลางสองห้องนอน มีห้องรับแขกเล็ก ๆ ห้องครัว และก็ห้องน้ำสองห้อง มันเงียบ…และอบอุ่นแบบที่เธอคุ้นเคย พี่ชายของเธอ น่านน้ำ ส่งข้อความมาตอนเธอเปิดประตูเข้าห้องพอดี 'วันนี้อาจจะกลับดึก ง่วงก็นอนเลย ไม่ต้องรอ' น้ำอิงทิ้งตัวลงบนโซฟา หอบลมหายใจลึก ๆ เธอถอดรองเท้านักเรียนออกวางอย่างลวก ๆ กอดเข่าตัวเองแน่นเหมือนหาที่ปลอดภัย แต่หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ไม่ใช่เพราะกลัวอย่างเดียว…แต่เพราะภาพของผู้ชายคนนั้นยังติดตา ควันบุหรี่… ดวงตาคมเย็นชา… ท่าทางนิ่ง ๆ แต่เต็มไปด้วยอันตราย… เสียงทุ้มต่ำที่ดุจนใจสั่น… ทุกอย่างเหมือนจะสลัดไม่ออก “ฮือออ… บ้าเอ๊ย ทำไมต้องเจอผู้ชายแบบนั้นด้วยเนี่ย…” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ แล้วฝังหน้าเข้ากับหมอนอิงแต่ไม่ว่าจะพยายามไล่ออกแค่ไหน ภาพชายคนนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวเธอ จนเธอไม่รู้เลยว่าค่ำคืนที่เธอคิดว่าเป็นเรื่องซวยๆจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมดในชีวิตเธอ รุ่งเช้า... เช้าวันถัดมา ฟ้าครึ้มอ่อน ๆ แบบวันเปิดเทอมปลายภาคลมอ่อนพัดโชยไปตามรั้วโรงเรียน น้ำอิงเดินเข้ามาในโรงเรียนแบบใสกิ๊ง ผิวขาวจัดจนแดดยามเช้าก็ยังทำอะไรเธอไม่ได้ ผมเปียสองข้างแกว่งเบา ๆ ตามจังหวะเดิน พร้อมกระตุ้งกระติ้งของเด็กสาวม.6 ที่ยังมีความเป็นเด็กอยู่เต็มเปี่ยม หน้าโรงเรียนเต็มไปด้วยเสียงรถ เสียงนักเรียนคุยกันจอแจ กลุ่มผู้ชายเดินผ่านก็แอบเหลียวมองเธอ บางคนกระซิบกับเพื่อนอย่างลำพอง “เห้ย! น้ำอิงมาแล้ว ม.6/2 นั่นไง น่ารักฉิบ” “เบา ๆ ไอ้สัส เดี๋ยวเธอได้ยิน” น้ำอิงทำเพียงอมยิ้มแบบไม่รู้ไม่ชี้ เพราะมีอีกหนึ่งคนกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาตามทาง “อิงงงงงง!!!” “...” เสียงสูงแสบแก้วหูมาแต่ไกล กะทิ เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ เด็กสาวตัวเล็กกว่า ผิวโทนขาวอมเหลือง หน้าตาน่ารักแบบลูกแมวน้อย ผมยาวถึงกลางหลังถูกมัดรวบไว้หลวม ๆ วิ่งมาหอบแฮก ๆ “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น! ทำไมไลน์ไปไม่ตอบ!” กะทิร้องทันทีที่ถึงตัว ก่อนจะจับแขนเพื่อนเขย่าเบา ๆ “ขอโทษๆๆๆ แบตหมดอะ แล้ว…คือ…เรื่องมันยาว!” น้ำอิงทำท่ากระซิบแบบตื่นเต้นสุดชีวิตแต่ก่อนจะพูดอะไร เสียงครูก็เรียกเข้าแถวพอดี “เดี๋ยวพักเที่ยงต้องเล่าทั้งหมดนะ!!!” กะทิทำหน้าบูด โรงเรียนของพวกเธอเป็นโรงเรียนใหญ่ชื่อดังมีทั้งสายวิทย์-คณิต ศิลป์-ภาษาต่างประเทศ กีฬา ดนตรี อาคารเรียนสูง 5 ชั้น ทาสีฟ้าอ่อนดูสะอาดตา สนามบาสเต็มไปด้วยเด็กชายม.4–ม.5 วิ่งเล่นกันเสียงดัง เสียงรองเท้านักเรียนดังตึกตักตามพื้นปูนขัดมัน น้ำอิงกับกะทินั่งเรียนคาบเช้าแบบงง ๆ โดยเฉพาะคาบฟิสิกส์ที่อาจารย์พูดเร็วชนิดจดไม่ทัน ทั้งคู่แอบหาวเบา ๆ ก่อนวาดหัวใจเล่นในสมุด ตอนพักเที่ยงโรงอาหารเต็มไปด้วยกลิ่นของทุกอย่าง หมูกรอบ ฮอทดอก ไก่ทอด ชานมไข่มุก ไอศกรีมแท่ง เสียงนักเรียนโต๊ะข้าง ๆ ล้อกันดังสนั่น น้ำอิงกับกะทิซื้อข้าวเสร็จก็นั่งที่โต๊ะประจำ โต๊ะที่เต็มไปด้วยซองขนมแอบซุกไว้ตลอดปีกะทิยังไม่ทันได้กินข้าวก็ตั้งคำถามทันที “เล่ามา!! เล่าตอนนี้!! ตอนนี้เลย!!! เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น!” น้ำอิงมองซ้ายขวา ก่อนโน้มตัวเข้าหาเพื่อน ทำหน้าเหมือนกำลังสารภาพบาป “เมื่อวาน…ที่เราไปกินไอติมแล้วเดินกลับอ่ะ จำซอยข้างร้านได้ปะ?” “ได้ดิ ที่มืด ๆ นั่นอะนะ?” “ใช่! แล้วเราดัน…แบบ…เห็นคนต่อยกัน!” น้ำอิงพยักหน้าแรง ๆ “เห้ยยยยย!!! จริงดิ!? แล้วทำไงอ่ะ!!” กะทิอ้าปากค้าง ช้อนยังค้างกลางอากาศ “ก็แบบ…ตอนแรกเราแอบดู…แล้วแบบ…มันเหมือนฉากในหนังอะ!! ผู้ชายสามคนโคตรโหดอ่ะกะทิ แบบ หน้าหล่อ แต่คือ…ดุแบบดุจริง ๆ อ่ะ! น่ากลัวมากกกก!” “แล้วตัว…หนีปะ?” “หนีสิ! วิ่งแบบลืมตายอะ!!! ถ้าช้าอีกวิเดียวไม่รู้เลยว่าจะเป็นไง!” “แล้วตำรวจล่ะ!?” “ตอนนั้นคือไม่คิดอะไรเลย นอกจากวิ่ง!” “ฮือออ~ โคตรเหมือนหนังแอคชันเลย!” กะทิกัดน้ำแข็งในแก้วดังกร๊วบด้วยความตื่นเต้น น้ำอิงทำหน้าตาเลิ่กลั่ก ปนเขินแล้วก้มกระซิบต่อ “แล้วแบบ…หนึ่งในนั้นอะ…โคตรหล่อ แต่ดุแบบน่ากลัวมากกกกกกก แบบ…จ้องทีคือขาสั่น แต่หน้าหล่อโดนใจเราฝุดๆ เลย” “อิงกำลังอิน! อินมาก!!!” กะทิตบโต๊ะเสียงดัง “เปล่า!!! เรากลัว!!!” คำว่า กลัว ของน้ำอิงในตอนนี้ กลับปนน้ำเสียงแบบ…ยังเอาออกจากหัวไม่ได้ชัด ๆ จนกะทิจ้องหน้าแล้วหัวเราะลั่น “นี่มันฟีลพระเอกโผล่แบบหนังวุ่นรักนักเรียนม.ปลายชัด ๆ!!” “จะบ้าเหรอ!!! เขาน่ากลัวจะตาย มองที่เดียวน้ำตาแทบไหลอะ!” แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ใบหน้าของน้ำอิงกลับขึ้นสีชมพูระเรื่อ ยิ่งทำให้ดูน่ารักเหมือนแมวตัวเล็กที่เพิ่งโดนเสือตัวใหญ่ข่มขู่ “เอานี่ กินไอติมให้ใจเย็นก่อน” กะทิยื่นไอศกรีมแท่งให้อย่างปลอบใจ “ฮือออ ขนมคือความสุขเดียวของเราในตอนนี้…” น้ำอิงก็รับไอศกรีมกับเพื่อนมาไว้ทันทีตอนพิเศษ (Special Episode)EP. พิเศษ 3น้ำอิงท้องแปดเดือนช่วงบ่ายของบ้านสีขาวเงียบสงบ แสงแดดลอดผ่านม่านบางเข้ามาแตะพื้นห้องรับแขกเป็นลายอ่อน น้ำอิงนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นชัดเจน อีกมือเกาคางไทเกอร์ที่นอนแผ่พุงอยู่บนตักอย่างสบายใจ เธอถอนหายใจยาวเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้อยู่บ้านอยู่แต่บ้านวนเวียนอยู่แค่บ้านหลังนี้มาหลายเดือนแม้บ้านจะใหญ่ แม้จะมีคนดูแลมากมาย แต่ความเบื่อมันก็ไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะกับคนท้องที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ง่ายกว่าปกติน้ำอิงเหลือบตามองไปทางห้องทำงานชั้นหนึ่ง ประตูปิดสนิท เธอรู้ดีว่าข้างในนั้น…สิงหากำลังนั่งอยู่หน้ากองเอกสาร ทำงานไม่หยุดเหมือนทุกวันเธอขยับตัวช้าๆ อย่างอุ้ยอ้าย ลุกขึ้นยืน มือหนึ่งยันโซฟา อีกมือประคองหน้าท้อง เดินไม่ถนัดนัก แต่ความอยากออกไปข้างนอกก็ชนะทุกอย่างสายตากวาดมองซ้ายขวาก่อนจะเห็นร่างเล็กๆ ของปูเป้ สาวใช้ประจำบ้านกำลังจัดดอกไม้อยู่ไม่ไกลน้ำอิงยกมือกวักเรียกเบาๆ“ปูเป้…”“คุณอิง มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ปูเป้หันมา เห็นสีหน้าคุณผู้หญิงก็รีบเดินเข้ามาทันที“ชู่…อย่าเสียงดังนะ” น้ำอิงรีบเอานิ้วชี้จุ๊ปาก“ค่ะ…มีอะไร
ตอนพิเศษ (Special Episode)EP. พิเศษ 2เสียงเฮฮาดังขึ้นเป็นระยะจากด้านล่างของบ้าน แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนเกือบห้าทุ่มแล้ว แต่บรรยากาศงานเลี้ยงก็ยังไม่ซาลงง่ายๆ เสียงดนตรี เสียงหัวเราะ และบทสนทนาของเพื่อนๆ แว่วขึ้นมาถึงชั้นบนอย่างแผ่วเบา น้ำอิงขอตัวขึ้นมาก่อนร่างกายเธออ่อนล้าเหลือเกินวันนี้เธอแทบไม่ได้ดื่มอะไร นอกจากน้ำส้มกับน้ำเปล่า แต่ความง่วงกลับถาโถมรุนแรงกว่าทุกวัน บางทีอาจเป็นเพราะหัวใจที่อิ่มเอมเกินไป หรือไม่ก็เพราะอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ในท้อง ทำให้เธอรู้สึกเพลียเร็วกว่าปกติหลังอาบน้ำเสร็จ น้ำอิงเปลี่ยนเป็นชุดนอนกระโปรงผ้าบาง พลิ้วไหวสบายตัว กลิ่นสบู่อ่อนๆ ติดกาย เธอปีนขึ้นเตียงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง ปล่อยให้ความเงียบของห้องโอบกอดเปลือกตาหนักอึ้งไม่ถึงนาที…เธอก็หลับไป ลมหายใจสม่ำเสมอใบหน้าหวานผ่อนคลายราวกับกำลังฝันถึงอะไรดีๆไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกอย่างแผ่วเบา สิงหาก้าวเข้ามาในความมืด ไฟในห้องยังคงปิด มีเพียงแสงรำไรจากภายนอกส่องเข้ามาพอให้เห็นร่างบางบนเตียง เขาหยุดยืนมองเธออยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ตั้งใจหญิงสาวที่เพิ่งผ่านวันสำคัญที่สุดในชีวิต ภร
ตอนพิเศษ (Special Episode)EP. พิเศษ 1สามเดือนถัดมาบ้านสีขาวหลังใหญ่ที่เคยเงียบสงบ วันนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และความคึกคัก แขกเหรื่อหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย สนามหญ้าด้านหน้าถูกจัดเป็นพื้นที่รับรองอย่างสวยงาม ดอกไม้สีอ่อนถูกจัดวางอย่างตั้งใจ ผ้าขาวปลิวไหวตามแรงลม แสงแดดอุ่นๆ ของช่วงสายทำให้งานทั้งงานดูเหมือนภาพฝันทุกคนต่างรู้ดีว่าวันนี้ไม่ใช่งานธรรมดาแต่มันคือวันสำคัญของคนสองคน และเป็นวันที่ครอบครัวหนึ่ง…สมบูรณ์ขึ้นอย่างแท้จริงในห้องแต่งตัวชั้นบน น้ำอิงนั่งอยู่หน้ากระจก เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองอย่างเงียบงัน รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเดินมาถึงตรงนี้ได้ ไม่เคยคิดว่าจะมีบ้าน มีครอบครัว มีคนรัก และกำลังจะมีคำว่า แม่ เพิ่มเข้ามาในชีวิตวันนี้…เธอมีทุกอย่าง...น้ำอิงอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่อง ตัวเดรสปักลูกไม้ละเอียด ไล่ลงมาตามช่วงตัวอย่างประณีต ผ้าทิ้งตัวพลิ้วสวยราวกับเมฆบางๆ แขนเสื้อโปร่งขับให้เธอดูอ่อนหวาน ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างพอดีเผยความงดงามแบบไม่ต้องพยายาม ราวกับเจ้าหญิงในนิทานที่ไม่ต้องมีมงกุฎ ก็ยังส่องแสงได้
ตอนที่64 ทะเบียนสมรสกับความสุขที่เรียกว่าบ้าน THE END แสงเช้าสีอ่อนลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาในห้อง คอนโดที่เคยเงียบเหงากลับมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างประหลาดในเช้าวันนี้ สิงหาแต่งตัวเสร็จก่อน เขายืนหน้ากระจกเช็กความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมานั่งรอที่โซฟาห้องรับแขก“อิง เสร็จรึยังครับ”เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ แม้จะพยายามทำเหมือนปกติ แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าทุกเช้า“แป๊บหนึ่งค่าา ใกล้แล้ว!” เสียงตอบกลับดังมาจากในห้องนอนสิงหาเอนหลังพิงพนักโซฟา มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไถไปเรื่อยๆ ทั้งที่แทบไม่รู้ว่าตัวเองอ่านอะไรอยู่ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด รีดเรียบจนคม กางเกงสแลคสีดำแนบขาเข้ารูปพอดีตัว ยิ่งขับให้รูปร่างสูงใหญ่ดูสง่างาม สุภาพ แต่แฝงด้วยความภูมิฐานที่ไม่ต้องพยายามเขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอนน้ำอิงเดินออกมาอย่างช้าๆ ราวกับภาพหนึ่งที่หลุดออกมาจากความฝันเธออยู่ในชุดเดรสสีขาวสายเดี่ยว ลายลูกไม้ละเอียด ผ้าชีฟองของกระโปรงสั้นพลิ้วเหนือเข่าขึ้นมานิดเดียว ทุกย่างก้าวเบาๆ ทำให้ผ้าขยับไหวอย่างอ่อนหวาน เส้นผมปล่อยยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าสดใส แต่แฝง
ตอนที่63 ครอบครัวเดียวกันรถของสิงหาวิ่งไปตามถนนสายคุ้นเคย แสงไฟสองข้างทางทอดยาวเป็นเส้นเบลอผ่านกระจกหน้ารถ น้ำอิงนั่งเงียบอยู่เบาะข้าง ดวงตาจับจ้องออกไปด้านนอก แต่ความคิดกลับวกวนอยู่ภายในหัวใจครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง...เพราะเธอรู้ดีว่า ในร่างกายของตัวเองกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตเติบโตอยู่เงียบๆสิงหาสังเกตเห็นอาการนั้น เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กของเธอไว้แน่นพอให้รับรู้ถึงกัน นิ้วสอดประสานอย่างเป็นธรรมชาติ แม้สายตาจะยังคงจ้องมองถนนตรงหน้า แต่แรงบีบเบาๆ จากฝ่ามือก็เหมือนกำลังบอกว่า ไม่ต้องกลัว“ไม่ต้องกลัวนะคนดี”เขาพูดเสียงต่ำเรียบๆ โดยไม่หันมามอง แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงน้ำอิงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะบีบมือตอบกลับ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าแม้หัวใจจะยังเต้นแรงเมื่อรถเลี้ยวเข้าซอยใหญ่ ตัวบ้านหลังคาสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงไฟอบอุ่น สิงหาจอดรถ ก่อนจะลงมาเปิดประตูให้เธอ เขาประคองเธออย่างระมัดระวังราวกับแก้วตาดวงใจทันทีที่เดินเข้าไปในบ้าน ประตูยังไม่ทันปิดดี เสียงฝีเท้าก็ดังออกมาจากด้านในองค์อรเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าเปื้อนความดีใจ ข้างๆ คืออธิวัฒน์ที่ยืนสงบแต่แววตาอ่อนลงอย่างเห็น
ตอนที่62 ชีวิตใหม่ที่เพิ่มเข้ามาประตูห้องน้ำเปิดออกช้าๆ เสียงบานพับเบาแทบไม่ได้ยิน แต่กลับดังในหัวของสิงหาอย่างชัดเจนกว่าทุกสิ่งน้ำอิงยืนอยู่ตรงนั้น ร่างเล็กดูบอบบางกว่าปกติ มือหนึ่งกำแท่งตรวจแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเบลอหัวใจของสิงหากระตุกแรง แรงจนเขารู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัด เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ฝีเท้าหนักแต่ใจกลับสั่นระรัว มือหนายกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธออย่างแผ่วเบา เหมือนกลัวว่าถ้าออกแรงมากกว่านี้ เธอจะพังลงตรงหน้า“อิง…” เสียงเขาแหบต่ำ “ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าจะออกมายังไง พี่ก็จะยังอยู่ตรงนี้ ข้างๆ หนู”“พี่สิงห์ ผะ…ผลมัน…” น้ำอิงเม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเธอไม่ได้พูดต่อ แต่ค่อยๆ แบมือออกมาตรงหน้า แท่งตรวจสีขาววางอยู่บนฝ่ามืออันสั่นเทา!!!สองขีดสีชัดเจน!…ชัดเจนจนไม่ต้องตีความโลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน สิงหามองมันด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก ลมหายใจหนักหน่วงขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือเขาสั่นเล็กน้อยก่อนจะยื่นไปใกล้ๆ เหมือนยังไม่กล้าแตะ“สะ…สองขีด!…” เสียงเขาตะกุกตะกัก ราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ตาเห็น “สองข







