Share

บทที่2

Author: พระจันทร์สว่างในฤดูใบไม้ผลิ
ยาหยีส่งรูปลงในกลุ่มครอบครัว น้ำเสียงที่ไร้เดียงสากลับแฝงไปด้วยความร้ายกาจที่รุนแรง

“พ่อเหมือนหมูอ้วนเลยค่ะ ตะขาบที่เอวดูน่าเกลียดมากเลย ทำไมพ่อถึงต้องทำตัวน่าเกลียด สร้างเรื่องวุ่นวายแย่งเสื้อผ้าหล่อๆ ที่อาเล็กชอบด้วยล่ะ?”

มือเท้าของผมเย็นเฉียบ เห็นเวินเหยียนที่เดินออกมาจากห้องลองเสื้อข้างๆ

เขาสวมชุดว่ายน้ำแบบเดียวกันกับผม ช่วงเอวและหน้าท้อง เผยให้เห็นเส้นสายของกล้ามเนื้อที่คมชัด

สายตาของทุกคนในร้านต่างถูกดึงดูดไปหมด

“โห หุ่นของหนุ่มหล่อคนนี้ดีมากเลย มีทั้งซิกแพคและวีไลน์ เป็นแฟนของเขานี่ช่างโชคดีจรงๆ”

“คนที่ยืนข้างๆ เขาคือใครเนี่ย พุงเต็มไปด้วยไขมัน แถมเอวยังยุบ เหมือนหมูค้างคืนที่ขายไม่ออกเลย”

ผมรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องเสื้อผ้าออกจนหมด หันไปมองจี้ซินเหยียนอย่างทำตัวไม่ถูก

สายตาอันร้อนแรงของเธอจับจ้องอยู่ที่ตัวของเวินเหยี่ยนอย่างไม่ลดละ โดยไม่ได้สังเกตเห็นถึงความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจของผมเลยสักนิด

คนในกลุ่มครอบครัวต่างพากันหัวเราะเยาะผม บอกว่าควรส่งผมไปเรียนซูโม่ที่ประเทศญี่ปุ่น

ผมหนีกลับเข้าไปในห้องลองเสื้อราวกับจะวิ่งหนีอะไรบางอย่าง และรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก

ตอนยาหยีสามขวบ ตรวจพบว่ามีภาวะไตวายรุนแรง

ผมจับคู่เนื้อเยื่อได้สำเร็จ แต่เพราะร่างกายอ่อนแอ ไม่ถึงเกณฑ์การบริจาคไต

เพราะเหตุนี้ ผมจึงทำได้เพียงพยายามเพิ่มน้ำหนัก กินวันละสิบมื้อ อ้วกเสร็จก็กินต่อ พอกินเสร็จก็อ้วกต่อ

จากเดือนโรงเรียนที่สาวๆ เพียงแค่เห็นก็ต้องหน้าแดง กลายเป็นหมูอ้วนที่ตัวเต็มไปด้วยไขมัน

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผมเคยถามยาหยีว่า จะเลิกชอบพ่อเพียงเพราะพ่อกลายเป็นคนขี้เหร่หรือเปล่า?

เธอร้องไห้อย่างเสียใจ และบอกว่าในใจของเธอนั้น ผมคือพ่อที่ดีที่สุดในโลก

แต่ผมก็ยังเกิดความวิตกกังวลกับเรื่องรูปร่างอย่างรุนแรง จนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าระดับปานกลาง

จี้ซินเหยียนคอยปลอบใจผม และหลังจากยาหยีรู้ความมากขึ้นก็มักจะคอยปลอบผมอยู่เสมอ บอกว่านี่คือร่องรอยแห่งความรัก

บาดแผลที่เคยสมานถูกฉีกออกอีกครั้งจนเลือดโชก เจ็บปวดจนผมแทบหายใจไม่ออก

ด้านนอกประตู มีเสียงหัวเราะคิกคักอย่างดีใจของแม่ลูกทั้งสองดังเข้ามา

“ใครให้ครั้งก่อนพ่อไปพูดตำหนิอาเล็กว่าทิ้งของไปมั่วที่ในแชทกลุ่มครอบครัว การขายหน้าครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการลงโทษพ่อแล้วกัน”

ผมหมดเรี่ยวแรงจนค่อยๆ ทรุดตัวลงพิงกำแพง กระทั่งได้ยินจี้ซินเหยียนเรียกให้กลับบ้าน ผมจึงค่อยเปิดประตูออกมา

ตอนเดินออกจากร้าน เวินเหยียนเหลือบมองผมอย่างท้าทาย เขย่าถุงช้อปปิ้งที่ถือเต็มอยู่ในมือ

“พี่ คราวหน้าถ้าพี่จะซื้อเสื้อก็ถามผมก่อนสิ ใส่ชุดเหมือนกันผมกลัวพี่จะอึดอัดใจ”

ยาหยีหัวเราะออกมา แล้วรีบวิ่งเข้าไปช่วยเวินเหยียนถือของ

จี้ซินเหยียนยื่นหมวกว่ายไร้คุณภาพใบหนึ่งให้ผม

“ไม่ใช่หนุ่มๆ แล้วนะ หุ่นตัวเองเป็นยังไงไม่รู้จักประเมินบ้างเลยหรือไง”

“ของที่เน้นใช้งานจริงแบบนี้แหละ ถึงจะคู่ควรกับคุณ”

เล็บจิกทะลุฝ่ามือ ผมกลั้นความขมขื่นในใจเอาไว้

ไม่ใช่เพราะของที่เน้นใช้งานจริงคู่ควรกับผม แต่เป็นเพราะในใจของจี้ซินเหยียน ผมคู่ควรใช้แค่ของแถม

เวินเหยียนกับจี้ซินเหยียนเดินเคียงข้าง แล้วขยิบตาให้ผม

“พี่สะใภ้ครับ ผมยังไม่ได้ซื้อแว่นกันแดดเลยครับ”

จี้ซินเหยียนคว้าข้อมือผม ดึงผมถอยไปข้างหลังอย่างแรง

“อย่าเพิ่งรีบกลับบ้าน ยังมีธุระอีก”

ผมเซถลาไปสองสามก้าว แขนครูดเข้ากับขอบถุงของขวัญที่คมกริบอย่างแรง

หยดเลือดผุดซึมออกมาทันที เจ็บจนผมต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ

แต่จี้ซินเหยียนกับยาหยีกลับไม่แม้แต่จะหันมามองผมเลย เดินตามเวินเหยียนกลับเข้าไปในร้าน

เสียงกรีดร้องเบาๆ ดังขึ้นข้างหู เด็กผู้หญิงที่เดินผ่านมาหยิบพลาสเตอร์ออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ผม

“คุณคือคุณครูเยวี่ยหยาใช่ไหมคะ?”

หัวใจเกิดความรู้สึกหวั่นไหว ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

เด็กหญิงกรีดด้วยความตื่นเต้น

“หนูเคยดูผลงานภาพถ่ายของคุณทั้งหมดเลยค่ะ เป็นแฟนคลับตัวยงของคุณเลยนะคะ”

“แต่คุณไม่ได้อัปเดตมาแปดปีแล้วนะคะ”

เมื่อสิบปีก่อน ผมเคยเป็นช่างภาพระดับแนวหน้าที่โด่งดังถึงขีดสุด

ภาพถ่ายที่ผมถ่าย สรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

จี้ซินเหยียนตกหลุมรักผลงานของผม พยายามทุกวิถีทางเพื่อได้ช่องทางติดต่อผมมา

ตอนเช้าเธอมอบดอกไม้ให้ผม ตอนเที่ยงก็เอาข้าวกล่องที่ทำกับมือเองมาให้ผม ตอนเย็นก็เอาโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วมาให้ผม

ผมถูกความจริงใจของเธอทำให้หวั่นไหว จึงตอบตกลงคำขอแต่งงานของเธอ

หลังแต่งงาน หน้าที่การงานของเธอก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผมก็วิ่งวุ่นอยู่ระหว่างครอบครัวและผืนป่ากว้าง

ยาหยีมีร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ผมจึงถูกบีบให้กลายเป็นพ่อครัว และไม่ได้แตะต้องกล้องถ่ายรูปอีกเลย

เหตุผลที่ผมยืนกรานที่จะไปฮันนีมูนที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ก็เพราะจี้ซินเหยียนเคยสัญญากับผมว่า จะไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ที่เราได้ตกลงเป็นแฟนกัน

เธอลืมไปแล้วว่าจะต้องมุ่งหน้าไปสู่วิมานความสุขนี้ ส่วนผมก็เลือกที่จะออกเดินทางเพียงตัวลำพัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียกับลูกไปฮันนีมูนกับน้องชาย ผมจะหย่าพวกเธอดันไม่ยอม   บทที่10

    จี้ซินเหยียนยังคงไม่ยอมจากไป ยืนเฝ้าประตูฉันอย่างดื้อรั้นฉันส่งออกรูปภาพ และส่งผลงานเข้าประกวดและในระหว่างครึ่งเดือนที่รอผลการแข่งขัน ยาหยีก็จะส่งดอกไม้มาให้หนึ่งช่อในทุกๆ วันส่วนจี้ซินเหยียนนั้น ยอมทุ่มเงินมหาศาลจุดพลุต่อเนื่องกันนานถึงครึ่งเดือนพลุอันรุ่งโรจน์จรัสแสงส่องสว่างไปครึ่งค่อนฟ้า แต่ก็ไม่อาจส่องสว่างอนาคตของผมกับจี้ซินเหยียนได้อีกต่อไปทุกครั้งที่พลุดับลง ก็จะมีสามคำปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า"ฉันขอโทษ" เจ้าของเกสต์เฮาส์ดื่มเบียร์ ดันถั่วลิสงมาตรงหน้าผม"อลังการยิ่งกว่าตอนที่จีบคุณอีก คุณไม่มีความคิดอะไรบ้างเลยเหรอ?"ผมหันไปมองผู้หญิงที่กำลังเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่นอกหน้าต่าง หยิบกล้องถ่ายรูปที่อยู่ข้างมือขึ้นมา"ไม่มีความคิดอะไร ตอนนี้ผมแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง"“ผมไม่อยากถูกขังอยู่ในครัวอีกต่อไป ถูกขังอยู่ในบ้านที่ไม่ได้เป็นของผม”จี้ซินเหยียนที่อยู่นอกหน้าต่างก้มหน้าลง ฝืนยิ้มอย่างขมขื่นยาหยีก็ไม่ได้เรียกว่าจะเอาพ่ออีกต่อไป เธอเหมือนจะยอมรับแล้วว่า ผมไม่เอาเธอแล้วเมื่อประกาศผลการประกวดภาพถ่าย เจ้าของเกสต์เฮาส์ก็โน้มตัวเข้ามาด้วยความตื่นเต้นหัวใจของผมเต้

  • เมียกับลูกไปฮันนีมูนกับน้องชาย ผมจะหย่าพวกเธอดันไม่ยอม   บทที่9

    ช่างแต่งหน้ามีฝีมือชำนาญ ค่อยๆ ทาลงบนใบหน้าของผมอย่างอ่อนโยนผมจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาขึ้นเรื่อยๆ ในกระจก พลางนึกถึงภาพเมื่อสิบปีก่อนตอนหน้าสดแล้วซุกอยู่ในอ้อมแขนของจี้ซินเหยียนเธอจูบปากของผม สัญญาว่าไม่ว่าผมจะกลายเป็นสภาพไหนก็จะรักผมแต่ต่อมา จี้ซินเหยียนกลับรังเกียจความไม่เรียบร้อยของผม แล้วชมว่าเวินเหยียนรู้จักแต่งตัว ดูหนุ่มและสดใสเพื่อมาถ่ายภาพแต่งงานที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ผมจึงหาเวลาว่างในทุกสัปดาห์เพื่อไปฟิตเนส หาครูสอนแต่งตัวแบบส่วนตัว หวังว่าจะดูหล่อขึ้นอีกหน่อย เพื่อรั้งหัวใจของจี้ซินเหยียนไว้ผมหยิบกล้องขึ้นมา ถ่ายรูปที่ช่างแต่งหน้ากำลังจัดเนคไทให้ผมจี้ซินเหยียนกับยาหยีไปรู้ข่าวจากไหนไม่รู้ จึงตามมาถึงที่ร้านถ่ายรูปแต่งงานเมื่อพวกเธอเข้ามา ผมก็ยืนอยู่ใต้แสงไฟดวงตาของยาหยีเป็นประกาย โน้มตัวเข้ามาชมผม“พ่อคะ วันนี้พ่อหล่อมากเลยค่ะ”ที่แท้ คำชมสามารถพูดออกมาได้อย่างง่ายดายแต่เธอกลับเลือกที่จะมอบเจตนาร้ายที่สุดให้ผมในทุกครั้ง ผมไม่ได้ตอบอะไร และเตรียมตัวขึ้นรถไปทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ดวงตาของจี้ซินเหยียนแดงก่ำขึ้นมาทันที ให้ช่างแต่งหน้าหาชุดแต่งงานที่เข้ากับสูทของผม

  • เมียกับลูกไปฮันนีมูนกับน้องชาย ผมจะหย่าพวกเธอดันไม่ยอม   บทที่8

    จี้ซินเหยียนเดินมาตรงหน้าผมด้วยตาแดงก่ำ ดึงผมเข้าไปกอดอย่างแน่นหยดน้ำตาเย็นๆ ไหลเข้ามาในซอกคอของผม เธอถูไถซอกคอของผมอย่างน่าสงสาร “ที่รัก อย่าหย่ากันเลยได้ไหม?” ยาหยีเข้ามาจับมือผม กะพริบตาด้วยดวงตาที่น้ำตาคลอเบ้าแล้ววิงวอนขอร้องผม“พ่อคะ พ่ออย่าทิ้งหนูกับแม่ไปเลยนะคะ”ระหว่างทางบินไปทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ผมเคยนึกภาพว่าจี้ซินเหยียนกับยาหยีจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรหลังจากที่ผมจากไปพวกเธอคงคิดว่าผมแค่งอแง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกเธอ ผมเกลียดความเฉยเมยของพวกเขา เกลียดที่พวกเธอไม่เข้าใจผม และเกลียดที่พวกเธอลำเอียงเวินเหยียนเดิมทีคิดว่าเจอจี้ซินเหยียนกับยาหยีอีกครั้ง ผมจะตะโกนด่าให้พวกเธอออกไปจากชีวิตผมแต่ตอนนี้ หัวใจผมกลับเฉยเมยอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าสำหรับผมแล้วพวกเธอก็เป็นแค่คนแปลกหน้าน้ำตาของจี้ซินเหยียนทำให้ปกเสื้อผมเปียกชื้น ผมผลักเธอออกไปด้วยความหงุดหงิด เธอพูดอธิบายออกมาอย่างสะอึกสะอื้น"ฉันขอโทษ เป็นฉันที่เฉยเมยต่อความรู้สึกของคุณเอง""ตอนนั้นคุณให้น้องชายคุณย้ายเข้ามาอยู่ เน้นย้ำกับฉันหลายครั้งว่าต้องทำดีกับเขา""ดังนั้นในจิตใต้สำนึกของฉัน จึงคอยเตือนให้ตัวเองดี

  • เมียกับลูกไปฮันนีมูนกับน้องชาย ผมจะหย่าพวกเธอดันไม่ยอม   บทที่7

    เมื่อเครื่องบินลงจอดที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ผมก็ตรงไปที่เกสต์เฮาส์ที่จองไว้ล่วงหน้าเจ้าของเกสต์เฮาส์เป็นแฟนคลับตัวยงของผม มารับผมที่สนามบินแต่เช้าเลยเธอมองมาข้างหลังผม แล้วพูดด้วยความงุนงงว่า"ทำไมภรรยาและลูกสาวของคุณไม่มาด้วยล่ะ?""ไหนตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมาถ่ายรูปแต่งงานที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ในวันครบรอบสิบปี?"ผมเม้มปากแล้วยิ้ม และอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เบาว่า"คิดจะหย่าแล้ว" เจ้าของเกสต์เฮาส์อุทาน “ห๊ะ” ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นก็ถามต่อว่า"ตอนนั้นจี้ซินเหยียนทุ่มเงินอย่างบ้าคลั่งเพื่อจีบคุณ เดือนที่คุณตอบตกลงเป็นแฟนเธอ ที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ก็จะมีการแสดงโดรนโปรยกลีบกุหลาบอยู่ทุกคืนเลย""เธอยังคุกเข่าต่อหน้าภูเขาหิมะ สาบานว่าจะชาตินี้จะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวังแน่นอน แล้วทำไมถึงมาถึงขั้นหย่าร้างกันได้?" ความรักในตอนนั้นช่างร้อนแรง และยากที่จะทำให้คนลืมเลือนจริงๆทุกคนที่มาเที่ยวในทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ต่างก็รู้ว่าจี้ซินเหยียนรักเวินเยว่พวกเขาอวยพรให้เรารักใคร่กันไปตลอดชีวิต จับมือเคียงคู่จนแก่เฒ่า แต่ไม่มีจะคิดว่า ความรักอันร้อนแรงเช่นนั้นจะจางหายไปตามกาลเวลา และคำมั่นสัญญ

  • เมียกับลูกไปฮันนีมูนกับน้องชาย ผมจะหย่าพวกเธอดันไม่ยอม   บทที่6

    หลังของจี้ซินเหยียนค่อยๆ ค้อมลงทีละน้อย เมื่อเปิดใบหย่าขึ้นมาดูตรงช่องลงนามมีลายเซ็นของเวินเยว่เซ็นเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหัวใจของเธอราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง และตระหนักได้ถึงความรุนแรงของการทะเลาะกันในครั้งนี้ได้ในทันทีเวินเหยียนที่นอนตื่นมาเริ่มรู้สึกหิว เปิดประตูห้องเดินออกมา“พี่ชายผมเก็บกระเป๋าเดินทางเสร็จหรือยัง? ให้เขาต้มบะหมี่หน่อยสิ พวกเรากินเสร็จแล้วค่อยไป”ปกติเขาพูดจบ จี้ซินเหยียนก็จะรีบสั่งให้เวินเยว่ไปทำทันที ยาหยีก็จะเร่งเร้าเวินเยว่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเช่นกันแต่วันนี้ สองแม่ลูกกลับไม่มีใครตอบสนองเขาเลยเวินเหยียนขมวดคิ้ว และบ่นสัญชาตญาณว่า“พี่สะใภ้ นี่พี่สะใภ้ไม่ได้ยินเหรอ? ผมหิวแล้ว”ตรงหน้าของจี้ซินเหยียนพลันผุดภาพที่เวินเยว่ต้องฝืนพยุงร่างกายอันเหนื่อยล้าลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้ในทุกๆ วันเวินเหยียนเป็นคนเลือกกิน บะหมี่ต้องเป็นเส้นด้วยทำมือ ส่วนเกี๊ยวก็จะกินแป้งที่รีดสดใหม่เวินเยว่มักนอนไม่หลับ พึ่งได้นอนไปครึ่งชั่วโมงก็ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาหมักแป้งให้ฟูรอยคล้ำใต้ตาของเขาเหมือนสีที่ไม่มีวันจาง เผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดแต่เ

  • เมียกับลูกไปฮันนีมูนกับน้องชาย ผมจะหย่าพวกเธอดันไม่ยอม   บทที่5

    เมื่อแสงแดดแยงตาจนแสบพร่า จี้ซินเหยียนก็ผลักคนข้างกายตามสัญชาตญาณ“อาเยว่ ไปปิดม่านหน่อย”กลิ่นบุหรี่อันไม่คุ้นเคยกระตุ้นสมองของเธอ ทำให้เธอได้สติขึ้นมาในทันทีจี้ซินเหยียนหันไปมองเวินเหยียนที่นอนอยู่ข้างกาย แล้วเปิดผ้าห่มออกอย่างลนลานเธอยังคงสวมเสื้อผ้าอยู่ ก็สวมชุดนอนเช่นกัน เธอไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดต่อเวินเยว่ยาหยีถูกปลุกให้ตื่นเพราะเสียงรบกวน ออดอ้อนคลานกลับเข้าไปซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเวินเหยียน“พ่อคะ หนูยังอยากนอนต่ออีกหน่อยค่ะ”แต่วินาทีต่อมา เธอก็เบิกตากว้างมองดูเวินเหยียนที่อยู่ตรงหน้า และร้องไห้เสียงดังขึ้นมาทันที“ทำไมถึงเป็นอาเล็กล่ะ?”เวินเหยียนรู้สึกรำคาญ จึงใช้เท้าถีบยาหยีตกจากเตียงจี้ซินเหยียนยื่นมือไปคว้าไว้ไม่ทัน ได้แต่มองดูยาหยีร่วงกระแทกลงบนพื้น หน้าผากแดงช้ำและบวมเป่งขึ้นมาในทันที เธอโอบอุ้มยาหยีขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดใจ พร้อมกับตวาดลั่นด้วยความโมโห“เวินเหยียน นี่นายเป็นบ้าอะไรไป?”ยาหยีซบลงบนอกของจี้ซินเหยียนแล้วร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ ในปากก็พลางร้องเรียกหาพ่อทุกครั้งที่ตื่นมา พ่อก็จะตบหลังเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน แล้วปลุกให้เธอลุกขึ้นมากินข้าวเช้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status