Short
เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต

เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต

By:  ชิงชิงCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
25Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“คุณหลินครับ นี่คือเอกสารยินยอมบริจาคร่างกาย คุณแน่ใจใช่ไหมครับว่าหลังจากเสียชีวิตแล้ว จะบริจาคร่างกายให้เราเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่” หลินลู่พยักหน้า ก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองลงไปอย่างไม่ลังเล “ใช่ค่ะ” “อย่างมากอีกแค่หนึ่งเดือนฉันก็จะตาย ก่อนตายฉันจะติดต่อให้พวกคุณมาจัดการร่างของฉัน รบกวนด้วยนะคะ” พูดจบ เธอก็หยิบเอกสารบริจาคร่างกายขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เดินออกจากคณะแพทยศาสตร์ไป เบื้องหลังของเธอ กลุ่มแพทย์ในชุดกาวน์สีขาวต่างขอบตาร้อนผ่าว พวกเขาค้อมตัวลงคำนับส่งเธอด้วยความเคารพอย่างสูงสุด เมื่อกลับถึงบ้านตระกูลเฉิง ทันทีที่หลินลู่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงครางกระเส่าชวนวาบหวามดังแว่วมาจากด้านใน บนโซฟา เฉิงอวี่เซินกำลังทาบทับร่างของหญิงสาวหุ่นอ้อนแอ้นคนหนึ่งไว้ใต้ร่าง พลางซุกไซ้จุมพิตที่ซอกคอของหล่อน หญิงสาวถูกจูบจนส่งเสียงครางออกมาไม่ขาดสาย หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าว่า: “ประธานเฉิงคะ ที่นี่มันเรือนหอของคุณกับคุณนายเฉิงไม่ใช่เหรอคะ? คุณพาฉันมาที่นี่ เพราะอยากจะบีบให้เธอหย่าหรือเปล่า?” เฉิงอวี่เซินในท่าทางเกียจคร้านหัวเราะเสียงต่ำ: “บีบให้เธอหย่าเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีใครบอกเธอหรือไงว่าเธอคือแสงจันทร์ขาวของผม ผมรักเธอมาก... มากเสียจนยอมตายแทนได้เลยละ” หญิงสาวหลุดหัวเราะพรืดออกมา โดยคิดเพียงว่าเขาแค่จงใจพูดประชดประชัน จึงยิ่งโอบรอบคอเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“ประธานเฉิงละก็ อย่าล้อเล่นสิคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณมีข่าวฉาวไม่ซ้ำหน้า ผู้หญิงคนไหนคุณก็เล่นด้วยได้ทั้งนั้น จะมีก็แต่คุณนายเฉิงที่คุณแต่งเข้าบ้านมาได้ปีเดียวนั่นแหละ ที่ถูกคุณทิ้งขว้างให้อยู่คนเดียวอย่างเย็นชา”

หลินลู่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ลมหายใจเริ่มติดขัดและหนักอึ้ง

มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกคำพูดที่เฉิงอวี่เซินเอ่ยออกมา... คือเรื่องจริง

ในอดีต เขาคือเดือนมหาลัยชื่อดังของมหาวิทยาลัย A

ใคร ๆ ต่างบอกว่าเขาจีบยากแสนยาก เขามักจะปฏิเสธคำบอกรักของผู้หญิงทุกคนเสมอ แต่เธอกลับไม่เชื่อในคำร่ำลือนั้น เธอตื๊อเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนในที่สุดก็คว้าหัวใจเขามาครองได้สำเร็จ

ใครต่อใครบอกว่าเขาเป็นดอกไม้บนยอดเขาสูงแต่มีเพียงเธอที่รู้ว่า เมื่อเขายอมก้าวลงจากแท่นบูชามาหาเธอแล้ว เขาเป็นคนที่รักใคร่และทุ่มเทให้ได้มากขนาดไหน

ตอนแรกเป็นเธอที่วิ่งตามเขา แต่หลังจากนั้น กลับกลายเป็นเขาที่รักเธอมากกว่า และขาดเธอไม่ได้ยิ่งกว่าใคร

เพื่อจะซื้อสร้อยคอเส้นที่เธอชอบ เขาต้องสวมชุดมาสคอตหนาหนักยืนแจกใบปลิวท่ามกลางแดดจ้าตลอดทั้งวัน

เพื่อจะจัดงานวันเกิดให้เธออย่างสมเกียรติ เขาทำงานพิเศษวันละ 5 แห่งจนเกือบจะเป็นลมล้มพับในร้านอาหาร

หน้าหนาวเธอขี้เกียจตื่นเช้า เขาก็จะไปซื้ออาหารเช้าที่โรงอาหารแล้วซุกไว้ในอกเสื้อเพื่อรักษาความอบอุ่น ยืนรอที่หน้าหอพักหญิงได้เป็นชั่วโมง ๆ

เขารักเธอมาก รักเสียจนยอมทิ้งได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรีและชีวิตของตัวเอง

แต่เธอกลับบอกเลิกเขาอย่างไม่แยแส

ในวันนั้น เด็กหนุ่มผู้หยิ่งทนงยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แต่มือกลับยึดชายเสื้อเธอไว้แน่นไม่ยอมให้จากไป: “ลู่ลู่ อย่าเลิกกับผมเลยนะ อะไรที่คุณต้องการผมจะหามาให้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะหามาให้...”

“ผมรักคุณ ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

แต่ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาเพียงใด เธอก็ยังคงสลัดมือเขาออกอย่างเด็ดขาด

นั่นคือถ้อยคำที่ไร้เยื่อใยที่สุดที่เธอเคยพูดมาในชีวิต

“เฉิงอวี่เซิน ตอนนี้คุณจนขนาดนี้ ต้องพยายามอีกนานแค่ไหนถึงจะให้สิ่งที่ฉันต้องการได้? เกรงว่าถึงตอนนั้นฉันคงแก่หง่อมจนขยับตัวไม่ไหวแล้วมั้ง?”

“คุณรู้ไหมว่าฉันต้องการอะไร? ฉันต้องการเสื้อผ้าแบรนด์เนมให้ใส่ไม่ซ้ำ ฉันต้องการมีรถหรูรับส่งทุกวัน ฉันต้องการซื้อของโดยที่ไม่ต้องหันไปมองป้ายราคา!”

“อยู่กับคุณ แม้แต่จะกินข้าวสักมื้อยังต้องกระเบียดกระเสียร ฉันเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทนแล้ว!”

“ความรักมันจะมีประโยชน์อะไร? ก็แค่ของไร้ค่าเท่านั้นแหละ”

เธอเดินกางร่มจากไป ปล่อยให้เขาล้มพับหมดสติไปท่ามกลางสายฝนในคืนนั้น

การเลิกราครั้งนั้น แทบจะพรากเอาครึ่งชีวิตของเขาไป

เพียงแต่เธอไม่คาดคิดว่าโชคชะตาจะพลิกผัน โชคดีของเขาจะมาถึงเร็วขนาดนี้

เวลาเพียงสามปี เขาก็พลิกโฉมจากนักศึกษาผู้ยากไร้ ก้าวขึ้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองเป่ยอัน

และสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากประสบความสำเร็จ คือการใช้อำนาจบังคับให้เธอแต่งงานกับเขา

หนึ่งปีหลังแต่งงาน ผู้หญิงข้างกายเขาเปลี่ยนหน้าไปราวกับสายน้ำ ไม่ว่าจะสวยเฉี่ยวหรืออ่อนหวาน เขามักจะพาพวกเธอกลับบ้าน เพื่อลองหยั่งเชิงปฏิกิริยาของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า

ทว่าเธอกลับยังคงสงบนิ่งเสมอมา

เพราะเดิมที เธอก็เหลือเวลาให้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

ในตอนนี้ เธอก็ยังคงสงบนิ่งเช่นเคย ทำเหมือนมองไม่เห็นสิ่งใด แล้วเดินกลับห้องไปอย่างเงียบเชียบ

เพิ่งนอนลงบนเตียง แมวตัวเล็กในห้องก็รีบวิ่งออกมาทันที และวนรอบข้างเท้าเธออย่างไม่หยุด

มันชื่อตุนตุน ในช่วงเวลาที่แต่งงานกับเขา มีเพียงตุนตุนเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนเธอ

เฉิงอวี่เซินไม่ค่อยกลับบ้าน และต่อให้กลับมา เขาก็มักจะพาผู้หญิงต่างๆมาแสดงบทรักกันต่อหน้าเธอ

หลินลู่ลูบหัวแมวน้อยด้วยใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะรู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง

เธอฝืนประคองร่างไปอาบน้ำจนเสร็จ ก่อนจะทนไม่ไหวอีกต่อไปและล้มตัวลงบนเตียง

เธอคล้ายกับตกอยู่ในความฝัน ในฝันนั้นเธอย้อนกลับไปในวันที่เลิกรากัน เธอเดินตากฝนกลับบ้านเพียงลำพัง นั่งทรุดตัวลงกอดเข่าร้องไห้อย่างหนักราวกับหัวใจจะแตกสลาย

เป็นแม่ที่วิ่งออกมาจากบ้านเพื่อสวมกอดเธอเอาไว้ “ลู่ลู่ลูกรักของแม่ อดทนไว้เถอะนะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป”

“อวี่เซินเป็นเด็กดี เราจะไปเป็นตัวถ่วงทำลายอนาคตเขาทั้งชีวิตไม่ได้”

เธอจะไม่รู้ได้อย่างไร แม่ของเธอกำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง และที่น่าสลดใจยิ่งกว่าคือมันเป็นโรคทางพันธุกรรมซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ทั้งคุณยายและคุณป้าของเธอต่างก็จากไปด้วยโรคนี้ทั้งสิ้น

ในช่วงที่อาการของแม่เริ่มทรุดหนัก เธอก็ไปตรวจร่างกายเช่นกัน โชคชะตาช่างไม่ยุติธรรม เธอยังอายุน้อยเพียงนี้ แต่อาการกลับลุกลามเข้าสู่ระยะกลางถึงระยะสุดท้ายเสียแล้ว

เส้นทางชีวิตของเฉิงอวี่เซินยังอีกยาวไกล เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น เขายังมีอนาคตที่สดใสรออยู่

เธอไม่อาจเห็นแก่ตัวได้ขนาดนั้น เธอจะยอมให้เขาต้องมาแบกรับความทุกข์ทรมานร่วมกับเธอไม่ได้

เธอจึงเลือกที่จะโกหก บอกว่าเธอหลงใหลในความฟุ้งเฟ้อ บอกว่าเธอไม่ได้รักเขา แล้วจากมาอย่างเด็ดขาด

เธอเพียงต้องการหาสถานที่ที่เงียบสงบและสวยงามสักแห่ง เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ และจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว

แต่เธอกลับคาดไม่ถึงว่า หลายปีต่อมาเธอจะต้องกลับมาพัวพันกับเขาอีกครั้ง ซ้ำยังถูกเขาบีบบังคับให้แต่งงานเข้าบ้าน

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงครวญครางจากด้านนอกก็เงียบหายไปแล้ว

ดูท่าทางเฉิงอวี่เซินคงจะพาผู้หญิงคนนั้นออกไปข้างนอกแล้ว

นี่คือวิธีจัดการตามแบบฉบับของเขา เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ หลังจากเสร็จเรื่องเขาก็จะพาสาว ๆ ไปซื้อของตามใจอยาก ซื้อเสร็จก็เขี่ยทิ้งทันที แล้ววันถัดมาเขาก็จะพาผู้หญิงคนใหม่กลับมาอีก

เขามักจะพูดเสมอว่า “หลินลู่ ผมมีเวลาเหลือเฟือ ผมจะใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ทรมานกับคุณไปจนตายกันไปข้างหนึ่ง”

ทว่า เฉิงอวี่เซินคะ

ฉันเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ฉันไม่มีคำว่าทั้งชีวิตให้คุณอีกต่อไปแล้ว
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
25 Chapters
บทที่ 1
“ประธานเฉิงละก็ อย่าล้อเล่นสิคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณมีข่าวฉาวไม่ซ้ำหน้า ผู้หญิงคนไหนคุณก็เล่นด้วยได้ทั้งนั้น จะมีก็แต่คุณนายเฉิงที่คุณแต่งเข้าบ้านมาได้ปีเดียวนั่นแหละ ที่ถูกคุณทิ้งขว้างให้อยู่คนเดียวอย่างเย็นชา” หลินลู่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ลมหายใจเริ่มติดขัดและหนักอึ้ง มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกคำพูดที่เฉิงอวี่เซินเอ่ยออกมา... คือเรื่องจริง ในอดีต เขาคือเดือนมหาลัยชื่อดังของมหาวิทยาลัย A ใคร ๆ ต่างบอกว่าเขาจีบยากแสนยาก เขามักจะปฏิเสธคำบอกรักของผู้หญิงทุกคนเสมอ แต่เธอกลับไม่เชื่อในคำร่ำลือนั้น เธอตื๊อเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนในที่สุดก็คว้าหัวใจเขามาครองได้สำเร็จ ใครต่อใครบอกว่าเขาเป็นดอกไม้บนยอดเขาสูงแต่มีเพียงเธอที่รู้ว่า เมื่อเขายอมก้าวลงจากแท่นบูชามาหาเธอแล้ว เขาเป็นคนที่รักใคร่และทุ่มเทให้ได้มากขนาดไหน ตอนแรกเป็นเธอที่วิ่งตามเขา แต่หลังจากนั้น กลับกลายเป็นเขาที่รักเธอมากกว่า และขาดเธอไม่ได้ยิ่งกว่าใคร เพื่อจะซื้อสร้อยคอเส้นที่เธอชอบ เขาต้องสวมชุดมาสคอตหนาหนักยืนแจกใบปลิวท่ามกลางแดดจ้าตลอดทั้งวัน เพื่อจะจัดงานวันเกิดให้เธออย่างสมเกียรติ เขาทำงานพิเศษวันละ
Read more
บทที่ 2
หลินลู่ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอี้ยวตัวเปิดลิ้นชักเพื่อพยายามจะหยิบยาออกมาทานแต่ยังไม่ทันที่จะหยิบยาออกมา เธอก็รู้สึกหวานปร่าในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ยาเม็ดในมือร่วงกระจายเต็มพื้น เธอใช้มือกุมหน้าอกเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจจะฉีกขาด ทันใดนั้นโทรศัพท์ข้างตัวก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมือไปรับสายด้วยสติที่พร่าเลือน ปลายสายมีเสียงลมหายใจของเฉิงอวี่เซินแว่วมา เธอตกอยู่ในภวังค์วูบหนึ่ง เหมือนสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่มีไข้หรือไม่สบาย เธอจะเผลอส่งเสียงร้องไห้อ้อนคนในสายโดยไม่รู้ตัว “อาเซิน... ฉันเจ็บ...” “เจ็บเหลือเกิน... ฉันจะเจ็บจนตายอยู่แล้ว…” ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หลินลู่ถูกใครบางคนเขย่าจนตื่น วินาทีที่ลืมตาขึ้น แววตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเฉิงอวี่เซินก็ปะทะเข้ากับสายตาเธอ “ลู่ลู่ คุณเป็นอะไรไป? เจ็บตรงไหน?” เธอค่อย ๆ เบือนหน้าไปมอง บนโต๊ะข้างเตียงมีกล่องขนมโมจิวางอยู่ กล่องนั้นดูเหมือนจะตกลงพื้นจนบุบบี้เพราะความรีบร้อน และยังมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่เต็มไปหมด เมื่อก่อนของว่างที่เธอโปรดปรานที่สุดคือโมจิ ทุกครั้งที่เธอป่วยและทรมาน เธอจะอยากกินแค่
Read more
บทที่ 3
รถยนต์หรูจอดลงที่หน้าประตูร้านแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ เมื่อเธอเดินเข้าไปจึงพบว่า ทั้งเฉิงอวี่เซินและชวีเสี่ยวเสวี่ยผู้โด่งดังในข่าวลือต่างก็อยู่ที่นี่ ทันทีที่เห็นเธอปรากฏตัว ใบหน้าของเฉิงอวี่เซินก็พลันฉายแววเย็นชาเขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาภายในร้าน มือข้างหนึ่งโอบไหล่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเอาไว้ ก่อนจะปรายตามาทางหลินลู่แล้วเอ่ยปาก "พนักงานที่นี่สวมรองเท้าให้ไม่ค่อยได้เรื่อง แต่เรื่องนี้คุณถนัดที่สุด มาสวมให้เธอสิ"หลินลู่รู้ดีว่าเขาจงใจใช้เรื่องนี้มาหยามเกียรติเธอตอนที่ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง เธอเป็นเพียงพนักงานในร้านรองเท้า ที่ต้องคอยคุกเข่าก้มหัวสวมรองเท้าให้พวกคุณนายเศรษฐี ในตอนนั้นเขาทั้งตกตะลึงและโกรธแค้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ: “หลินลู่ ไม่ใช่ว่าคุณทิ้งผมไปเกาะคนรวยเพื่อเงินหรอกเหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงตกอับมาเป็นพนักงานรับใช้คอยสวมรองเท้าให้คนอื่นแบบนี้ล่ะ?” หลินลู่แย้มยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน “คนเก่าเล่นจนเบื่อแล้ว เงินก็ไม่ให้แล้ว ฉันก็เลยต้องหาคนใหม่น่ะสิ” “ก็ร้านแบรนด์เนมแบบนี้มีมหาเศรษฐีแวะเวียนมาเยอะ ฉันเลยจงใจมาทำงานที่นี่ เผื่อจะเจอใครสักคนที่ถูกใจฉันเข้า” คำพูดนั้นทำให้เขาโ
Read more
บทที่ 4
ผ่านบานประตูกระจกหนาทึบ หลินลู่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงคนไข้ หัวใจของเฉิงอวี่เซินเต้นระรัวอย่างรุนแรง แม้ในใจจะห่วงใยเธอเพียงใด แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องที่เธอจงใจหลอกลวงเขาเมื่อคืนนั้นผู้หญิงคนนี้... เล่นละครเก่งที่สุด ตอนนี้คิดจะใช้วิธีเดิม ๆ เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเขาอีกงั้นหรือ? เขาโบกมือเรียกคนขับรถ สั่งให้รีบไปเร่งผลตรวจ เขาต้องการรู้จากปากหมอด้วยตัวเองว่าตกลงแล้วหลินลู่เป็นอะไรกันแน่ผลตรวจที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรขาวดำชัดเจน เขาอยากจะรู้นักว่าถึงตอนนั้นเธอจะมีข้ออ้างอะไรมาหลอกเขาอีก! เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในที่สุดหลินลู่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา ทว่าภาพแรกที่เห็นกลับเป็นคนขับรถและหมอกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าเตียง สุดท้ายคนขับรถก็ถือใบรายงานผลการตรวจเดินออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนเขากำลังจะไปหาเฉิงอวี่เซิน เมื่อเห็นดังนั้น หลินลู่รีบกระชากเข็มน้ำเกลือออกอย่างร้อนรน แล้ววิ่งเท้าเปล่าตามออกไปทันที “อย่าบอกเขานะ!”เธอแย่งใบรายงานผลการตรวจมาจากมือเขาแล้วฉีกทิ้งเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะพยุงราวเหล็กหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อยหอบคนขับรถชะงักไปค
Read more
บทที่ 5
สายน้ำจากก๊อกยังคงไหลรินไม่ขาดสาย หลินลู่มองหลังมือของตนที่ถูกลวกจนแดงก่ำ หยาดน้ำตาเม็ดโตพรั่งพรูลงมาอย่างต่อเนื่อง เธอจะมานั่งเสียใจทำไมกัน ในเมื่อผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่หรือที่เธอต้องการ? ต่อให้เธอตายลงตรงหน้าเขา เขาก็คงไม่หลั่งน้ำตาให้สักหยด นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนาให้เป็นมาตั้งแต่ต้น เธอควรจะรู้สึกพอใจถึงจะถูก แต่เพราะอะไรกัน... พอได้ยินเขาพูดคำเหล่านั้นออกมากับหู หัวใจของเธอถึงได้เจ็บปวดรวดร้าวขนาดนี้ ราวกับมีใครบางคนกระชากหัวใจเธอออกมาทั้งเป็น มันเจ็บเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก กลางดึกคืนนั้น ขณะที่หลินลู่นอนอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ เสียงจากห้องข้าง ๆ กลับดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจน “อวี่เซิน เบาเสียงลงหน่อยสิคะ ถ้าคุณหลินมาได้ยินเข้าจะทำยังไง” “ไม่ต้องไปสนใจเธอหรอก ต่อให้ต้องให้มายืนดูเราอยู่ข้างเตียง ก็ถือว่าไม่เกินไปนักสำหรับคนอย่างเธอ”สิ้นเสียงนั้น โทรศัพท์ของหลินลู่ก็สั่นเตือนขึ้นมาเป็นข้อความจากเฉิงอวี่เซิน มีเพียงคำสั้น ๆ แค่สองคำ “มานี่” หลินลู่กดดับหน้าจอโทรศัพท์ คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเปิดประตูเดินออกไป เธอเคาะประตูห้องของเฉิงอวี่เซินก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน
Read more
บทที่ 6
กว่าจะจัดการอาบน้ำให้เธอจนเสร็จ หลินลู่ก็ตัวเปียกปอนไปหมดทั้งร่าง ชวีเสี่ยวเสวี่ยจงใจหาเรื่องรังแกเธอชัด ๆ เดี๋ยวก็บ่นว่าน้ำเย็นไป เดี๋ยวก็ว่าน้ำร้อนเกินไป ไม่ใช้ให้ไปรินน้ำชา ก็จะเรียกกินผลไม้ แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องอะไร หลินลู่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามแต่โดยดีโดยไม่ปริปากบ่น ความอ่อนแอที่ดูไร้ทางสู้ของเธอทำให้ชวีเสี่ยวเสวี่ยถึงกับนึกสงสัย จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมาว่า การที่เธอยอมทนอยู่ข้างกายเฉิงอวี่เซินแบบนี้ แท้จริงแล้วต้องการอะไรกันแน่ เงาร่างหลังประตูไหววูบเพียงครู่ หลินลู่เม้มริมฝีปากแน่น เธอกระตุกยิ้มอย่างคนไร้หัวใจ “ก็เพื่อเงินน่ะสิ เธอไม่เห็นเหรอว่าเขาจ่ายให้ฉันหนักขนาดไหน? ใครจะยอมผิดใจกับเงินกันล่ะ”พลันมีเสียง “ปัง!” ดังสนั่นมาจากหลังประตู คล้ายกับมีของบางอย่างถูกเหวี่ยงจนแตกกระจาย แต่หลินลู่กลับทำเป็นไม่ใส่ใจ เธอก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเปลี่ยนทิ้งไว้แล้วถอยออกไปจากห้อง วินาทีที่ประตูบานนั้นปิดลง เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอก็ดูเหมือนจะมลายหายไป หลินลู่พิงหลังกับบานประตูแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ หน้ากากที่เพียรสวมไว้พังทลายลงในพร
Read more
บทที่ 7
เจ้าแมวตัวนี้พวกเขาเก็บมาเลี้ยงด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนในตอนที่ยังรักกันดีตอนที่พบมันครั้งแรก มันอายุยังไม่ถึงสามเดือนเสียด้วยซ้ำ ทั้งผอมโซและตัวเล็กจ้อย พวกเขาช่วยกันอาบน้ำ ชงนมแพะให้มันกิน ประคบประหงมเลี้ยงดูจนมันเติบโตมาจนอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารักอย่างในวันนี้ ในตอนนั้น เฉิงอวี่เซินเคยบอกว่า เมื่อถึงวันที่พวกเขาแต่งงานกัน เขาจะให้ตุนตุนเป็นตัวแทนถือแหวนแต่งงานมาให้พวกเขาแต่มาวันนี้ เขากลับพูดคำว่าจะกำจัดมันทิ้งออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย หลินลู่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ต่อให้เขาจะเกลียดชังเธอมากเพียงใด เขาก็ไม่ควรระบายโทสะลงกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ตุนตุนคือชีวิตของเธอ หากไม่มีมัน เธอก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร เธอกอดตุนตุนเอาไว้แน่น น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเว้าวอนอย่างที่หาได้ยาก “ไม่นะ เฉิงอวี่เซิน… ฉันขอร้อง อย่าทิ้งตุนตุนไปเลย ต่อไปฉันจะเลี้ยงมันไว้แค่ในห้องของฉัน จะไม่ให้พวกคุณเห็นหน้ามันอีกเลยตลอดไป”ใบหน้าเย็นชาของเฉิงอวี่เซินไร้ซึ่งแววแห่งความเมตตา เขามองหลินลู่ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่โหดร้ายที่สุดออกมาทีละคำ“ในเมื่อมันกล้าทำร้ายเสี่ยวเ
Read more
บทที่ 8
คำตอบของคำถามนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความเลย หากเธอตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เฉิงอวี่เซินเจ็บปวด และฉุดรั้งเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหวไปพร้อมกับเธอละก็ ในตอนนั้น เขาคงไม่มีทางบอกเลิกกับเธอหรอก บางที... ตอนนี้อาจถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เวลานี้คือช่วงที่เฉิงอวี่เซินเกลียดชังเธอถึงขีดสุด ดังนั้น ต่อให้เธอตายจากไป เขาก็คงจะไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่นิดเดียว ค่ำคืนนั้น หลินลู่เข้าครัวลงมือทำอาหารจนเต็มโต๊ะด้วยตัวเองเธอยังจำได้แม่นว่าเขาชอบกินไก่ผัดพริกแห้งและปลาน้ำแดงฝีมือเธอที่สุด ในตอนนั้นฐานะของทั้งคู่ยังค่อนข้างขัดสน หากอยากกินอะไรก็มักจะไปเดินจ่ายตลาดด้วยกัน เพื่อซื้อวัตถุดิบมาเข้าครัวทำเอง เขาเคยบอกว่าเขารักช่วงเวลานั้นที่สุด หากวันหน้าได้กินอาหารฝีมือเธอทุกวัน ก็ถือเป็นความสุขที่สุดในโลกแล้วทว่าต่อมาเมื่อเขามั่งคั่งพรั่งพร้อม เธอกลับไม่ได้เข้าครัวทำอาหารอีกเลย เมื่อเฉิงอวี่เซินกลับมาเห็นเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารท่ามกลางกับข้าวละลานตา คนที่มักจะเก็บงำความรู้สึกอย่างเขาก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งในดวง ตา เขาเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีเย็นชา พลางเอ่ยเย้ยหยัน “ทำอะไรของ
Read more
บทที่ 9
น้ำที่นองไปด้วยเลือดค่อย ๆ เย็นชืดลง หญิงสาวในอ่างอาบน้ำไร้ซึ่งลมหายใจไปนานแล้ว รถของเฉิงอวี่เซินจอดสนิทอยู่ใต้ตึกของชวีเสี่ยวเสวี่ย แต่เขากลับลังเลไม่ยอมลงจากรถเสียที โทรศัพท์ของชวีเสี่ยวเสวี่ยสั่นเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ปล่อยให้หน้าจอสว่างแล้วดับลงอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะกดรับ เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ รู้เพียงว่าในใจมันกระสับกระส่ายจนบอกไม่ถูก เหตุผลบอกให้เขาลงไปหาชวีเสี่ยวเสวี่ยสั่นที่รออยู่นานแล้ว แต่ลางสังหรณ์บางอย่างกลับเตือนว่าหลินลู่กำลังเกิดเรื่อง และหากเขาไม่รีบกลับไปตอนนี้ เขาอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เขานึกถึงท่าทีแปลก ๆ ของหลินลู่ก่อนหน้านี้ พยายามหาเหตุผลมาหักล้างเพื่อให้ตัวเองเดินไปหาชวีเสี่ยวเสวี่ยได้อย่างสบายใจ หัวใจเขาเต้นรัว หนังตากระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามสลัดภาพหลินลู่ออกไปจากหัว... หลินลู่น่ะเจ้าเล่ห์ที่สุด เธอหลอกปั่นหัวเขามาตั้งกี่ครั้งแล้ว เธอแค่รู้ดีว่าต้องทำยังไงเขาถึงจะใจอ่อนยอมกลับไปหา! ครั้งนี้เฉิงอวี่เซินบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมตกหลุมพรางของผู้หญิงคนนั้นอีกเด็ดขาด! เขาฝืนใจลงจากรถ เดินไปเคาะประตูบ้านชวีเสี่ยวเสว
Read more
บทที่ 10
คำพูดของหมอทำให้โลกทั้งใบของเฉิงอวี่เซินพังทลายลง เขาคว้าเสื้อกาวน์ของหมอไว้แน่นด้วยความสิ้นหวัง “หมอ หมอ... ผมสั่งให้คุณช่วยชีวิตเธอ ช่วยเธอให้ได้! ผมมีเงิน! ผมมีเงิน! เราจะใช้ยาที่ดีที่สุด เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด ผมไม่สนว่าพวกคุณจะต้องใช้วิธีไหน แต่ต้องช่วยเธอให้ฟื้นขึ้นมา…” เฉิงอวี่เซินยื้อยุดหมอไว้ไม่ยอมปล่อย เขาพร่ำบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างดื้อดึงว่าตนเองมีเงิน เพียงเพราะต้องการให้ภรรยากลับมามีชีวิตอีกครั้ง! “เฮ้อ…” คุณหมอได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะเดินจากไปภายใต้การคุ้มกันของพยาบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การพลัดพรากจากลาเช่นนี้มีให้เห็นอยู่ทุกวัน ชีวิตนับไม่ถ้วนไม่อาจยื้อกลับคืนมาได้ด้วยอำนาจเงิน บุคลากรทางการแพทย์อย่างพวกเขาจึงเริ่มที่จะชินชาเสียแล้ว เฉิงอวี่เซินแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเดินมาหยุดอยู่ข้างกายหลินลู่ได้อย่างไร เขาลูบไล้ใบหน้าขาวซีดของเธอ น้ำตาเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาปรารถนาให้หลินลู่ฟื้นขึ้นมามากเพียงใด ต่อให้เธอจะด่าทอหรือทะเลาะกับเขาก็ตาม “ที่แท้... ที่วันนี้คุณทำตัวแปลกไป ก็เพื่อจะบอกลาผมสินะ…” เฉิงอวี่เซินแนบใบหน้าลงกับแก้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status