Short
ผิดสัญญารักเพื่อนสมัยเด็ก

ผิดสัญญารักเพื่อนสมัยเด็ก

Oleh:  ไอศกรีมTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
10Bab
5.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ตอนที่พ่อแม่โทรมาบอกว่า ให้ฉันไปดูหน้าคู่ดูตัวของเพื่อนสมัยเด็กที่บ้านของเขานั้น เจ้าเพื่อนสมัยเด็กคนนี้กำลังนอนหลับสนิทอยู่ข้างกายฉัน ฉันนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่น จึงกระซิบพูดเบาๆ ว่า "สวี่ซิงเหอ พวกเขาบอกว่าจะหาคู่ดูตัวให้นายด้วยล่ะ" เขาครางรับ "อืม" ในลำคออย่างงัวเงีย ก่อนจะรวบตัวฉันเข้าไปกอด "ซินซินเด็กดี เดี๋ยวเธอช่วยหาชุดให้ฉันสักชุดนะ แล้วก็ช่วยเซ็ตผมให้ฉันด้วย" พอเห็นฉันตัวแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อน สวี่ซิงเหอก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับแค่นหัวเราะ: "เดี๋ยวนะ เป็นอะไรไป? เราสองคนก็เป็นแค่คู่นอนกันไม่ใช่เหรอ เธอคงไม่ได้คิดว่าฉันจะแต่งงานกับเธอจริงๆ หรอกนะ?"

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

 これは、とある街に棲む擬人化された猫たちの物語である。

★ アメリ編 ★

 ダンボール箱に詰められてから、どのぐらい経っただろう。時々、大きく揺れる。狭いところは大好きだけど、いささか飽きてきた。箱に入れられる前、たくさんご主人様と遊んだから、なんだか眠い。楽しかったなあ。また明日も遊べるといいな。でも、ご主人様は、なんであんなに悲しそうな顔をしていたんだろう?

 今の私は、カジュアルなショートパンツルックのショートカットという姿をしている。声を上げてみると、ご主人様が、言葉を返してきた。何か音がする。確かこれは自動車とかいうものの音だ。病院というところに連れて行かれる時、聞いた覚えがあった。また病院に連れて行かれるのだろうか。

 揺れが収まった。しばらく、ご主人様とご主人様のお母さんが言い争う言葉が聞こえた。何だろう? 私にも、人間の言葉が分かればいいのに。続いて、私入りの箱は、ひょいと持ち上げられたみたいだ。そして、着地の感触。そして、ご主人様が何かをしゃべりかけてくる。それが、ご主人様の声を聞いた最後だった。

 いくら声を上げてみても反応がないので、天井を開いてみた。箱から身を乗り出してみると、そこは見たことがない場所だった。

 一言でいうと、大きな夜の公園。街頭が周囲を照らし、人の姿がいくつか見え、中央の光を放つ大きな噴水と、その手前のステージ施設が印象的だった。どういうことなんだろう。私は、少し混乱していた。木枯らしが肌寒い。震えると、首の鈴がちりんと鳴った。

「あなた、捨てられたのね」

 背後から突然かかった声に驚いて振り向く。そこにいたのは、一人の少女だった。

 すらりとしたボディを黒のワンピースに包み、綺麗な短い黒髪を持つ、端正な顔立ち。クールビューティーという言葉がよく似合う。

「捨てられた……? 誰が?」

 最初、彼女の言っていることが理解できなかった。いや、理解はしてしまったのだけど心の奥底で否定したかったのかもしれない。

「あなたよ」

 彼女は、淡々とそう言った。彼女の言葉を聞いたら、ふいに涙が頬を伝った。手の甲で拭いながら、私は訊いた。

「あなたは誰?」

「私はクロ。来なさい。今日は夜会があるから」

 クロと名乗った少女は、そう言うと歩き出した。私もどうしたらいいのか分からないので、後を付いていく。

 しばらく公園内を歩いていくと、ライトアップされた噴水前ステージに群がる無数の猫たちが目に映った。ものすごい熱気で、サイリウムを振り回している。ステージ上では、BGMに合わせて誰かが歌っていた。

 ステージ前のボックスには、審査員と思われる猫たちが歌に聴き入っている。

「私、これが終わったら歌うから。ほかの猫にこの街のことを訊いておきなさい」

 そう言い残して、クロは人ごみに消えていった。何やら歓声が上がる。

「ねえ、クロっていう猫にこの街のことを訊けって言われたんだけど」

 とりあえず、手近にいた前髪を切りそろえた、おさげの少女に話を訊いてみることにした。一度結んで、さらにそこからもう一度結んだ、おさげを束ねているリボンが特徴的だった。

「えっ!? あなたクロの知り合い?」

「知り合いというか……さっき知り合ったんだけど。なんか凄い猫なの?」

「凄いなんてもんじゃないわ! この街の|歌姫《ディーバ》よ」

「歌姫?」

「あなた本当に何も知らないのね」

「うん……。なんか私、捨てられたみたいで。いきなりここに置かれて困っているの」

 相手が気の毒そうな表情を一瞬した。

「そうなの……。この街ではね、猫たちが週に一度、夜にこうして集まって、歌の大会を開くの。通称『夜会』。で、大会で毎回優勝するのがクロ」

 話をしていると、歓声が上がった。

「あ、クロの出番よ」

 相手が歓声の理由《わけ》を教えてくれた。私もステージのほうに注目すると、クロがちょうど歌い始めるところだった。さっきの猫もすごかったけど、それとはさらに比べものにならないほどの熱狂が沸き起こる。

『私は飛びたい あの鳥のように 空を舞いたい』

 クロの美しい歌声が、ゆっくりとしたBGMとともに風に乗って鳴り響いていく。私は、歌声に聴き入った。感動のあまり、耳と尻尾がぴんと立ってしまう。

 やがて、クロの歌が終わり、盛大な拍手に包まれた。私も無心に拍手を送る。少し置いて、審査員たちが十人全員、十点満点であるアナウンスが流れた。

「すごい! クロすごいね!」

「でしょう?」

 二人でクロを称えあっていると、ステージを終えたクロが通りかかった。思わず私は、クロに呼びかけた。

「クロ! 私と一緒に歌おうよ! デュオになってよ!」

 発言に場が凍りつき、ざわめきが起こる。このとき、私は大それたことを言っているのだという自覚がなかった。

「ちょっと! あなた、クロ様に対してなんて厚かましい!」

 クロを挟んだ向かいから、ヒステリックな声が上がる。声の主は、ツインテールの少女。尻尾を腹立たしげに大きく振っている。良く見ると、クロの前に歌っていた人だ。隣で、ロングヘアの眼鏡の少女がフリフリの服を着たツインテールの少女の袖をつかんで、困った顔をしている。

 しかし、クロがツインテールの少女を制して言った。

「私は誰とも組む気はないわ。でも、どうしてもと言うのなら、大会で九九点を出しなさい」

 クロの一言に、場が大きくざわめく。

「九九って、一〇〇点は?」

「私に決まっているでしょう」

 さらりとクロが言う。すごい自信。でも、さっきの歌を聞くと、過信でないことが分かる。

「ありがとう、クロ。私、絶対一緒に歌うね!」

 私の言葉を最後まで聞かず、クロは去って行ってしまう。

「あなたなんかが、九九取れるはずないわ! クロ様、待ってください~」

 さっきのツインテールの少女が言い捨てて、クロの後に追いすがる。さらにその後を、眼鏡の少女がぺこりと一礼して追って行く。

「あの|娘《こ》、何であんなに噛みつくんだろう」

「クロの大ファンなのよ。あなた、大胆ね」

 きょとんとする私に、先ほどのおさげの少女が言った。そして、言われて気づいたけど、かなりの数の視線が私に突き刺さっている。でも、後悔はしていない。私はクロのパートナーを目指すんだ。

「そういえば、あなた捨てられたって言っていたけど、行く当てないのならうちに来ない?」

 おさげの少女が言う。

「いいの?」

「ええ。私も独り暮らしで寂しかったから」

「ありがとう。そういえば、自己紹介がまだだったね。私はアメリ」

「私はカンナ。よろしくね」

 人がはけていく会場を、私たちも後にした。

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
10 Bab
บทที่ 1
ตอนที่พ่อแม่โทรมาบอกว่า ให้ฉันไปดูหน้าคู่ดูตัวของเพื่อนสมัยเด็กที่บ้านของเขานั้น เจ้าเพื่อนสมัยเด็กคนนี้กำลังนอนหลับสนิทอยู่ข้างกายฉันฉันนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่น จึงกระซิบพูดเบาๆ ว่า "สวี่ซิงเหอ พวกเขาบอกว่าจะหาคู่ดูตัวให้นายด้วยล่ะ"เขาครางรับ "อืม" ในลำคออย่างงัวเงีย ก่อนจะรวบตัวฉันเข้าไปกอด "ซินซินเด็กดี เดี๋ยวเธอช่วยหาชุดให้ฉันสักชุดนะ แล้วก็ช่วยเซ็ตผมให้ฉันด้วย"พอเห็นฉันตัวแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อน สวี่ซิงเหอก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับแค่นหัวเราะ: "เดี๋ยวนะ เป็นอะไรไป? เราสองคนก็เป็นแค่คู่นอนกันไม่ใช่เหรอ เธอคงไม่ได้คิดว่าฉันจะแต่งงานกับเธอจริงๆ หรอกนะ?"ฉันตั้งตัวไม่ทัน ทำได้เพียงขยับตัวกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับสวี่ซิงเหอ จึงผลักเขาออก แล้วก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาใส่"เสิ่นจูซิน มองหน้าฉันสิ" สวี่ซิงเหอใช้มือเท้าคางมองมา แววตาฉายแววหยอกเย้า "เธอคงไม่ได้คิดไปเองจริงๆ หรอกนะว่าเราเป็นแฟนกัน?"ในหัวของฉันมีแต่คำว่า 'คู่นอน' วนเวียนอยู่ มือไม้สั่นจนติดตะขอชุดชั้นในไม่ติดสักทีสวี่ซิงเหอดึงผ้าห่มออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเอวที่ผอมเพรียว
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ทันใดนั้นแม่ก็เปลี่ยนเรื่องพูด: "จริงสิซินซิน คือว่า... เดี๋ยวคู่ดูตัวของซิงเหอจะมาแล้วนะ ครั้งนี้คุณลุงสวี่กับทุกคนให้ความสำคัญมาก เห็นว่าซิงเหอวางแผนเตรียมการมานานแล้ว ซิงเหอยังบอกอีกว่า กลัวฝ่ายหญิงเขาจะอึดอัด ถ้ามีลูกที่เป็นผู้หญิงอยู่ด้วย เธอคงจะไม่เกร็งเท่าไหร่""แม่กับน้าสวี่สนิทกันมาตั้งกี่ปี วันนี้มาแล้วก็เลย..." แม่มองหน้าฉันอย่างลำบากใจ ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนลงคอไปฉันขานรับ "อืม" แล้วฝืนฉีกยิ้มกว้าง: "วางใจเถอะแม่ ก็แค่ช่วยบิ๊วบรรยากาศ พูดเชียร์ๆ หน่อย หนูรู้งานน่า"แม่มองฉันด้วยสายตาปวดใจ ใช่สิ... ก็รูปคู่ของฉันกับสวี่ซิงเหอยังวางอยู่บนหัวเตียง ของทุกชิ้นที่เขาให้ ฉันเก็บรักษาไว้อย่างดีราวกับสมบัติล้ำค่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมุดบันทึกที่เขียนระบายความรักไว้ยิบยับจนปิดไม่มิดเล่มนั้น แม่จะไม่ดูออกได้ยังไง?พวกเราเดินกลับบ้านกันเงียบๆ จังหวะที่เปิดประตูบ้าน ฉันก็พูดโพล่งขึ้นมาว่า: "เดือนหน้าพ่อจะเกษียณแล้ว เราย้ายไปอยู่ที่ไห่หนานกันเถอะค่ะ"ฉันมองแม่ที่กำลังตกตะลึง แล้วยิ้มอ้อนวอน: "ก็พ่อกับแม่วางแผนจะไปเกษียณที่นั่นอยู่ตลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ อีกอย่างห
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ดูเหมือนสวี่ซิงเหอจะเพิ่งเรียกสติกลับคืนมาได้ เขาคงจำได้ว่าปีนั้นมีคนมาสารภาพรักกับฉัน เขาที่ร้อนรนจนทนไม่ไหว แอบดื่มเหล้าย้อมใจ แล้วขโมยกำไลหยกประจำตระกูลมาเคาะประตูบ้านฉันกลางดึก ร้องห่มร้องไห้โวยวาย แถมยังคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันสวมกำไลวงนี้ไว้เขาขยับเนกไทให้คลายออก ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะหันมายิ้มให้ฉัน: "เมื่อกี้ฉันตื่นเต้นมากไปหน่อย ของ… ที่ฉันให้ไปแล้วไม่มีเหตุผลต้องเอาคืนหรอก... เธอเก็บไว้เถอะ""ไม่เป็นไร ฉันจะคืนให้ เดี๋ยวกลับไปเอาที่บ้านมาคืนเดี๋ยวนี้แหละ" ฉันลุกขึ้นยืนพูดแทรก น้ำเสียงราบเรียบ "จะรีบไปรีบมา ไม่ทำให้เสียเวลาหรอก"ไม่รอให้ใครทันได้ทักท้วง ฉันหยิบกระเป๋าแล้วก้าวยาวๆ เดินออกจากบ้านทันทีตอนที่ฉันกลับมาพร้อมกับกำไล ขณะที่กำลังจะเคาะประตู ก็ต้องชะงักเพราะเสียงโห่ร้องต้อนรับดังขึ้น... "ยินดีต้อน..."รอยยิ้มของสวี่ซิงเหอแข็งค้างทันทีที่เห็นหน้าฉัน "ทำไมเป็นเธอ?"ดูเหมือนเขาจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะกลับมาอีก และคงคิดไม่ถึงว่าฉันจะเอากำไลมาคืนจริงๆ เพราะตอนที่ฉันยื่นกำไลใส่มือเขา สวี่ซิงเหอทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ แต่สุดท้ายเขาก็เก็บมันไป แล้วกระซิบข้างหูฉันเบ
Baca selengkapnya
บทที่ 4
"เธอไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่?" เท้าซ้ายฉันก้าวพ้นประตูไปแล้วแท้ๆ แต่สวี่ซิงเหอกลับคว้าตัวฉันไว้ "ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง?"ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ แถมยังมีหลินอีอยู่ด้วย หน้าฉันร้อนผ่าวด้วยความอาย ฉันสะบัดตัวออกอย่างแรง: "ฉันจะมีแฟนหรือไม่มีแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?"ฉันตะคอกกลับด้วยความโมโห "พ่อแม่ฉันยังไม่เห็นว่าอะไรเลย นายมายุ่งอะไรด้วย!""ซิงเหอ!" คุณลุงสวี่กดเสียงต่ำ ดุอย่างจริงจัง "นั่งลงเดี๋ยวนี้! ทำตัวไม่รู้กาละเทศะเลย"ฉันถือโอกาสโค้งลาพวกผู้ใหญ่ "คุณลุงคุณน้า สวัสดีค่ะ"เสียงหวานใสแฝงความนัยของหลินอีดังไล่หลังมา: "จูซินสวยขนาดนี้ แถมยังขึ้นเวทีแสดงบ่อยๆ รอบตัวคงมีหนุ่มๆ มาจีบไม่ขาดสายแน่ๆ...” "เรื่องมีแฟนก็คงเป็นเรื่องปกติแหละเนอะ เมื่อกี้ฉันยังเห็นรอยจูบแดงๆ ที่ใต้ผ้าพันคอของน้องเขาอยู่เลย"เหมือนจะรู้ตัวว่าพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำท่าเขินอายแล้วแก้ตัว: "พวกเราเด็กศิลปะนิสัยอาจจะไม่เหมือนกันน่ะค่ะ พวกเราวาดรูปก็จะเงียบๆ เรียบร้อยหน่อย ส่วนพวกเด็กนาฏศิลป์เขาก็จะค่อนข้างเปิดเผยน่ะค่ะ...” "แต่ฉันก็เคารพการตัดสินใจของลูกผู้หญิงทุกคนนะ"หลังจ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
"แต่ว่า..." แม่ขมวดคิ้ว อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร "ซินซิน ลูก..."ฉันก้มลงดูนาฬิกา "เอาหน่าแม่ หนูพูดจริงนะ" "หนูสบายดีแล้วก็มีสติครบถ้วน ไม่ต้องห่วงหนูหรอก" "พ่อกับแม่ต่างหากที่ควรจะห่วงเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ต้องใช้ได้แล้ว"ฉันจุ๊บแก้มแม่เบาๆ "หนูมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ"พอคิดว่าเวลาและการจากลาอาจจะช่วยเยียวยาแผลใจได้ จิตใจฉันก็สงบลงมาก ความรักที่ฉันมีให้อย่างศรัทธาและร้อนแรง แม้จะไม่ได้เอ่ยปากบอกออกไป แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เสียหน้าเดิมฉันคิดว่าฉันกับสวี่ซิงเหอจะจากกันด้วยดี แต่ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า ฉันจะเข้าห้องไม่ได้ฉันยืนอยู่หน้าประตู กดรหัสผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า[รหัสผิดพลาด] [รหัสผิดพลาด] ......ไฟโทสะลุกโชนขึ้นในใจทันที หลังจากเคาะประตูแล้วไม่มีคนตอบ สติก็เริ่มกลับมา ฉันถึงเพิ่งนึกได้ว่าควรโทรหาสวี่ซิงเหอสัญญาณสายไม่ว่างดัง ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด แล้วสายก็ตัดไป พอฉันโทรสายที่ห้า สวี่ซิงเหอก็ส่งข้อความมา: [เดทอยู่ ห้ามกวน]ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลั้นใจไม่ให้สบถคำหยาบออกมา แล้วพิมพ์กลับไป: [รหัสผ่าน]วินาทีถัดมา เครื่องหมายตกใจสีแดงตัวเบ้อเริ่มก็ทิ่มแทงนัยน์ตาฉัน สวี่ซิงเห
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีหนึ่งชั่วโมงให้หลัง ฉันตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าในบ้านหลังนี้ไม่มีของชิ้นไหนที่ฉันอยากจะนำติดตัวไปด้วยอีกแล้ว สวี่ซิงเหอก็ทำกับข้าวเสร็จพอดี ยกออกมาวางเต็มโต๊ะ กับข้าวมากมายวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าฉันยังแอบคิดในใจว่า บางทีวันหน้าเราอาจจะยังเจอกันในฐานะเพื่อนธรรมดาได้ เพราะถึงยังไงก็มีความผูกพันกันมาตั้งหลายปีฉันยื่นมือออกไป จังหวะที่ตะเกียบกำลังจะคีบอาหาร ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อสวี่ซิงเหอตะโกนขึ้นมาว่า "อย่าเพิ่ง!"เขาวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาอย่างรีบร้อน ก่อนจะยื่นจานแบ่งใบเล็กๆ ทรงกลมให้ฉัน: "เธอกินแค่อย่างละคำก็พอนะ ที่เหลือฉันจะรีบห่อไปให้หลินอีตอนที่มันยังร้อนๆ อยู่"สวี่ซิงเหอชูจานใบจิ๋วที่เส้นผ่าศูนย์กลางยังเล็กกว่าฝ่ามือขึ้นมา: "เธอรีบชิมสิว่าอันไหนอร่อยที่สุด อันไหนอร่อยฉันจะได้ตักไปเยอะหน่อย” "ส่วนอันไหนที่เธอกินแล้วไม่อร่อย ฉันก็จะไม่ห่อไป ทิ้งไว้ให้เธอกินก็แล้วกัน..."เพล้ง! ฉันขว้างตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง มือของเขายังค้างอยู่กลางอากาศฉันลุกขึ้นยืนพรวดพราด ขาเก้าอี้ครูดไปกับพื้นส่งเสียงกรีดแหลมบาดหู น้ำเสียงของฉันสั่นเครือ: "สวี่ซิ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
เธอถือโอกาสสอดแขนคล้องแขนสวี่ซิงเหออย่างเป็นธรรมชาติ แล้วยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดูอ่อนหวานนุ่มนวลถึงขีดสุดฉันยิ้มตอบตามมารยาท วางขวดไวน์ในมือลงกับพื้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็หันกลับไปจดจ่อกับการคุยกับรุ่นพี่ต่อ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า สวี่ซิงเหอที่อยู่ด้านหลังยังคงจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ละไปไหนไม่ได้ฉันดื่มไวน์แดงไปสองแก้ว แต่สติยังครบถ้วนดี ตอนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ถือโอกาสเติมหน้าไปด้วย เห็นทุกคนคุยกันว่า เดี๋ยวจะพากันไปเยี่ยมอาจารย์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผู้หลักผู้ใหญ่ในสมาคมนาฏศิลป์ที่ฉันเคารพ สมัยเรียนท่านเอ็นดูฉันมาก ยังไงฉันก็ต้องไปพอเช็คความเป๊ะของเมคอัพเสร็จ ฉันก็ผลักประตูห้องน้ำออกมา…"จูซิน?" หลินอีในชุดเดรสสีขาวปรากฏตัวขึ้นอย่างเฉิดฉายฉันตอบรับ: "สวัสดีค่ะ"จังหวะที่กำลังจะเดินสวนกัน เธอกลับคว้าข้อมือฉันไว้หมับ ฉันเจ็บจนพยายามจะสะบัดออก แต่กลับพบว่าผู้หญิงที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมคนนี้ แรงเยอะจนน่าตกใจหลินอีมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าปลอดคน ก็โน้มหน้ามากระซิบข้างหูฉัน: "เธออยู่กินกับสวี่ซิงเหอมาตั้งครึ่งปี พอฉันกลับมาปุ๊บ ทุกอย่างก็พังทลาย เธอคงโกรธมากส
Baca selengkapnya
บทที่ 8
สวี่ซิงเหอมองสำรวจฉันที่ไร้รอยขีดข่วน: "ทำไมเธอถึงไม่เป็นอะไรเลย? อีกอย่าง นิสัยเธอฉันยังไม่รู้อีกเหรอ? ตอนเด็กๆ ก็ห่วงเล่น ลากฉันไปอยู่สวนสนุกจนพ่อแม่ต้องแจ้งตำรวจ สุดท้ายก็เป็นฉันไม่ใช่เหรอที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้ตลอด!" "เธอเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น โกรธที่หลินอีแย่งของของเธอไป... เธอเลยทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้!" "ขอโทษหลินอีเดี๋ยวนี้!"สายตาของผู้คนรอบข้างที่มองมาทางฉัน เต็มไปด้วยความสงสัยและดูถูกเหยียดหยามฉันแค่นหัวเราะออกมาหนึ่งที "ได้สิ ฉันจะขอโทษ"สวี่ซิงเหอมีท่าทีอ่อนลง: "เธอก็บอกเองว่าไม่มีแฟน ครั้งที่แล้วเธอก็แค่ประชดว่า...""ฉันขอโทษนะ" ฉันพึมพำเบาๆ ก่อนจะตะโกนลั่น: "ขอโทษพ่อแกสิ!"ฉันง้างมือเล็งไปที่แก้มอีกข้างของหลินอีที่หลบอยู่หลังสวี่ซิงเหอ แล้วตบฉาดลงไปเต็มแรงฉันสะบัดข้อมือเบาๆ: "เดี๋ยวฉันจะส่งคลิปเสียงลงในกลุ่มแชท"ฉันเสยผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยให้เข้าที่ เผยรอยยิ้มการค้าที่เป็นเอกลักษณ์: "เชิญทุกคนรับฟังและพิจารณากันได้ตามสบายเลยก็แล้วกันนะ"คืนนั้นฉันกลับบ้าน ต่อมาฉันก็นัดไปหาอาจารย์เป็นการส่วนตัว เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ความมั่นใจในใจก็เต็มเปี่ยม ฉ
Baca selengkapnya
บทที่ 9
"ส่วนความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอ มันคือ...""สวี่ซิงเหอ" ฉันพูดแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังคุยกับคนแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมา "เราเป็นแค่ 'คู่หู' กันไม่ใช่เหรอ?” "ขอให้นายเจอคู่หูที่เข้าขากันได้ดีกว่านี้ก็แล้วกัน"ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ สุดท้ายฉันก็พูดทิ้งท้ายว่า: "เลิกติดต่อฉันได้แล้ว ตอนที่นายลบเพื่อนฉัน นายทำแบบไม่ลังเลเลยนี่ ตอนนี้จะมาตามตื๊อทำไมอีก"ฉันนึกขึ้นได้ เลยเสริมไปอีกคำ: "น่ารำคาญ"ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้เกษียณ หรือเพราะอากาศที่นี่ดีต่อสุขภาพจริงๆ สีหน้าพ่อกับแม่ดูสดใสขึ้นมาก ถ้าไม่ใช่เพราะต้องกลับไปจัดการเรื่องโอนบ้านช่วงตรุษจีน พวกท่านคงไม่อยากกลับไปแล้ว"งั้นหนูกลับไปจัดการเองก็ได้" ฉันพูดพลางก้มดูเอกสารในมือ "หนูจัดการได้น่า"พ่อกับแม่หันมองหน้ากัน "ช่างเถอะ พ่อกับแม่ไม่วางใจ อีกอย่างบ้านสวี่เขาชวนไปกินข้าววันไหว้ส่งเจ้าด้วย กินเลี้ยงเสร็จแล้วเราค่อยกลับมาฉลองวันส่งท้ายปีเก่าที่นี่ เวลากำลังพอดีเลย"ฉันไม่ได้เจอสวี่ซิงเหอมาเกือบครึ่งปีแล้ว ที่แท้ คนที่ฉันเคยคิดว่าขาดเขาไม่ได้ ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น"ซินซินมาแล้วเหรอจ๊ะ! สวยขึ้นเป็นกองเลย!" น้าสวี
Baca selengkapnya
บทที่ 10
"เราเคยคุยกันเรื่องแต่งงานไม่ใช่เหรอ?” "เธอลืมไปแล้วเหรอ? เราเป็นเพื่อนรักที่โตมาด้วยกันนะ สัญญาว่าจะแต่งงานกันตอนโต ตอนเล่นพ่อแม่ลูก เธอก็เป็นแม่ ฉันเป็นพ่อ...” "แถมเรายังคบกันเกือบปี ช่วงเวลานั้น เรา... มีความสุขกันมากไม่ใช่เหรอ..."ความเย่อหยิ่งจองหองที่มีเมื่อครู่พังทลายลงจนหมดสิ้น สวี่ซิงเหอเริ่มมีน้ำเสียงสะอื้น: "พวกเรา... เกือบจะได้แต่งงานกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?” "ครั้งนี้เธอต้องแกล้งพูดประชดเหมือนคราวที่แล้วแน่ๆ ใช่ไหม?"พ่อตบโต๊ะดังปัง ลุกขึ้นยืนทันที: "นี่แกหมายความว่าซินซินโกหกแกงั้นเรอะ? จะบอกว่าพวกเราทั้งบ้านรวมหัวกันหลอกแกหรือไง?” "ฉีเหยียนน่ะเป็นคนดีมาก ให้เกียรติพวกเราเสมอ ถึงแม้ซินซินจะเพิ่งตอบตกลงคบหากับเขา แต่พวกเราทั้งบ้านก็เชื่อมั่นว่า สองคนนี้จะคบกันไปจนถึงขั้นแต่งงานแน่นอน..."ฉันกลัวพ่อจะโกรธจนล้มป่วย เลยรีบเข้าไปลูบหน้าอกพ่อเบาๆ ให้ใจเย็นลง: "สวี่ซิงเหอ ต่อไปอย่าได้เอาเรื่องสัญญาหมั้นหมายวัยเด็กมาพูดอีกเลย" "มันก็แค่เรื่องล้อเล่นในวงเหล้าของผู้ใหญ่ ถือเป็นจริงเป็นจังไม่ได้" "นายเป็นคนพูดเองนะ ลืมไปแล้วหรือไง?"สุดท้ายงานเลี้ยงก็จบลงอย่างไม่น่าอ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status