Masuk06.30 กริ๊กกกกกกกกกกกกกกก
เสียงนาฬิกาปลุก ส่งเสียงเตือนให้คนที่พึ่งนอนหลับไปได้ไม่ถึง 4 ชั่วโมง ต้องดีดตัวลุกจากที่นอน ในอาการสะลึมสะลือ
“ตายๆ วันนี้มี present งานแต่เช้า ฉันจะทันไหม ไม่น่าเลยฉัน”
เสียงฉันบ่นให้กับตัวเอง ในขณะที่มือก็รีบจัดเตรียมเอกสารลงกระเป๋าผ้า ที่ใช้สำหรับหอบหิ้ว โน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าๆ กลับมาทำงานที่บ้าน ในเวลาที่ฉันไม่ได้ทำโอทีต่อ เพราะถ้าวันไหนฉันมี order ขนมเข้ามา ฉันก็จะเลือกรับทำขนมก่อน เพราะมันได้เงินเยอะกว่าค่าโอที แต่ละชั่วโมงของงานประจำ ที่ฉันทำอยู่ เมื่อคืนนี้ฉันนั่งทำขนม และกว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปเกือบเที่ยงคืน และในระหว่างที่ฉันรอขนมที่นึ่งอยู่สุกและพร้อมที่จะแพคลงกล่องส่งให้กับลูกค้า ฉันก็นำโน๊ตบุ๊ค ออกมาจัดทำไฟล์ present ที่จะนำเสนอให้ผู้จัดการแผนกในวันพรุ่งนี้เช้าไปด้วยเลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
ฉันใช้ชีวิตแบบโดดเดียวมาได้ 2 ปี แล้ว หลังจากที่แม่ของฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ในชีวิตของฉันไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เพราะไม่มีใครอยากผูกมิตรสนิท กับคนที่หาเช้ากินค่ำ เหมือนฉันกับแม่หรอกนะ ชีวิตของฉันจึงรู้จักแต่คำว่า "ทำงาน ทำงาน" เท่านั้น ถึงแม้ในชีวิตจริงของฉันจะไม่มีใครนับญาติ แต่ฉันก็ยังโชคดีที่เจอเพื่อนบ้านที่ดี ค่อยให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเลยก็ว่าได้
“ป้าพร หนูออกไปทำงานก่อนนะค่ะ ขนมของลูกค้าที่จะมารับเช้านี้ หนูเตรียมไว้แล้วนะ“
“เอ่อๆ เอาวางไว้เลย เดียวถ้าเขามารับ ป้าจะเอาออกไปส่งให้เขาเอง”
“ขอบคุณนะป้าพร เดียวตอนเย็นหนูจะซื้อฝรั่งสดๆ หน้าปากซอยมาฝากนะ”
“เออๆ รีบไปได้แล้ว เดียวสายนะ”
สิ้นเสียงของป้าพร ฉันก็รีบขับรถเก๋ง ออกมาทำงานอย่างเร่งรีบ เพื่อที่จะไปให้ทันกับการเตรียมตัว present งานในเช้านี้ ซึ่งกว่าที่ฉันจะขับรถมาถึงบริษัทที่ฉันทำงานอยู่ ก้นก็แทบนั่งไม่ติดเบาะรถ เพราะรถมันติดมาก ก็นั้นแระ เพราะบริษัทที่ฉันทำอยู่มันตั้งอยู่ใจกลางนิคม ทำให้การจราจรค่อนข้างติดขัดในช่วงเวลาดังกล่าว
เมื่อถึงบริษัท ฉันจึงรีบวิ่งไปแสกนนิ้ว เพื่อลงเวลาเข้างาน แทบจะวิ่ง 4X100 เลยก็ว่าได้
" อ๊ะ!"
"ขอโทษนะค่ะ ฉันรีบเลยไม่ทันระวัง ขอโทษด้วยจริงๆ คุณเจ็บตรงไหนไหมค่ะ"
ฉันเอ่ยปากขอโทษ ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ฉันวิ่งชนเขาอย่างแรง จนทำให้แฟ้มเอกสารในมือของเขาหล่นกระจัดกระจายกับพื้น หลังจากที่เอ่ยปากขอโทษเขาเสร็จ ฉันก็รีบก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นอยู่ที่พื้น เพื่อส่งคืนให้กับเขาคนนั้น
" ไม่ต้อง ฉันเก็บเองได้ ทีหลังก็ระมัดระวังด้วย"
"เออ ค่ะ" ไม่ทันที่ฉันจะก้มลงเก็บแฟ้มให้เขา ผู้ชายคนนั้นก็เอ่ยปากออกมา กลายๆ ว่าตำหนิฉันนี้แระ ที่ซุ่มซ่ามไปชนเขา
"มีนาาาาาาาาา เธอมัวทำอะไรอยู่ เขารอเธอคนเดียวอยู่นะ พี่นัดจะกินหัวอยู่แล้ว"
"เอ่อๆ รีบอยู่นี้แระ พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย" ฉันรีบเอ่ยบอกเจ๊หน่อย เพื่อนร่วมงานของฉัน
"วันนี้ ทุกแผนกต้องนำเสนอแผนงาน ให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รับฟังด้วยนะ ฉันพึ่งรู้มาจากพี่นัดเมื่อกี้ นี้เอง"
"ถึงว่า ดูภายในบริษัทเราเหมือนวุ่นๆ ยังไงไม่รู้ ที่แท้ มีนำเสนองานต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่นี้เอง"
เมื่อฉันและเจ๊หน่อยเดินเข้ามาถึงแผนก ก็เห็นพี่นัด ผู้จัดการแผนก กำลังวุ่นเกี่ยวกับการจัดเตรียมเอกสารอยู่
"มีนา มาถึงแล้วเหรอ รีบเลยเราอ่ะ เราต้องเข้าประชุมเพื่อนำเสนองานกับพี่นะ"
"อ่าว หนูต้องเขาด้วยเหรอคะ"
"เข้าสิ เราเป็นคนทำ Present นะ เผื่อมีอะไร ติดขัด จะได้ช่วยกัน เห็นว่าวันนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เข้าร่วมฟังเองเลยนะ"
"ค่ะๆ"
30 นาทีต่อมา ในห้องประชุมใหญ่
ทุกคนนั่งเงียบ บรรดาผู้บริหารสูงสุด รวมไปถึงผู้ถือหุ้นท่านอื่นๆ ทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเอง เพื่อรอการเปิดประชุม จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
พรึ่บ !!!
ทุกคนลุกขึ้นยืน เพื่อทำความเคารพผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท พวกลูกกระจ๊อก อย่างพวกฉันก็ต้องรีบลุกตามทันที และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นเพื่อเพ่งมองไปยังผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ใช่!! เขาคนนั้น คนที่ฉันวิ่งชนเขาเมื่อเช้านี้เอง ตายๆๆๆ ชนใครไม่ชน ดันไปวิ่งชนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
"แกจะเหลือไหมหล่ะ มีนา เขาจะไม่ไล่แกออกเลยรึไงว่ะ"
"บ่นอะไร มีนา" เสียงของแหวนแหวน สาวบัญชี สุดสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันเอ่ยถามขึ้นมา
"เปล่า ไม่มีอะไร แต่ฉันถามอะไรหน่อย เขาเป็นใครเหรอ ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนเลย จะว่าไปเราก็อยู่มาหลายปีแล้วนะ ทำไมไม่เคยพบเจออ่ะ"
"แกจะไปเจอเขาได้ยังไง ก็เขาพึ่งเข้ามารับช่วงต่อจาก รุ่นปู่เขาเอง"
"อ่อๆ" เมื่อแหวนแหวนพูดจบ ฉันจึงหันหน้าไปมองผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนนั้นอีกครั้ง เขาจัดว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมาก สุขุม นิ่ง แววตาดุร้ายมาก มองมาแต่ละที ฉันนี้รีบก้มหน้าเลย กลัวค่ะ กลัวว่าเขาจะจำฉันได้
"สวัสดีครับ ทุกท่าน ผม พายุ วิรากุล จะเข้ามารับช่วงต่อจากคุณปู่ของผม หวังว่าทุกท่านจะร่วมมือกัน นำพาบริษัทของเราให้ยิ่งใหญ่ มีผลกำไรมากขึ้น นะครับ"
"เริ่มประชุมได้ครับ" หลังจากนั้นทุกแผนกก็พลัดกันขึ้นนำเสนอแผนงาน ให้กับทางผู้ถือหุ้น และผู้บริหาร ได้รับฟัง.
==Spoil next.==
"แกเจอน้องเขาหรือยัง"
58คำขอ…ที่เต็มใจเมื่อนัดแนะกับเพื่อนๆ แล้ว มีนากับพายุก็ขอตัวพาลูกสาวตัวน้อยขึ้นไปนอนก่อน เพราะตอนนี้เด็กหญิงพักพิงนอนหลับคอพับคออ่อนตั้งแต่ลุงภีมภพอุ้มแล้ว แถมไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาทักทายเพื่อนสนิทของแม่เอาเสียเลย ทำให้บรรดาป้าๆ ทั้งหลายอดได้อุ้มหลานสาวตัวน้อยด้วยความเสียดาย“ดีใจไหม ได้กลับมาที่นี้อีก”พายุเอ่ยถามเมียรักที่ตอนนี้กำลังเอาลูกสาวตัวน้อยเข้าเต้าอยู่ด้วยแววตารักใคร่“ดีใจค่ะ ดีใจมาก แถมได้กลับมาเจอเพื่อนๆ ในที่เดิมๆ อีกด้วย ขอบคุณป๊านะ ที่พามา”ฟอด~ จุ๊บ~พายุหอมแก้มนวลของเมียรักพร้อมทั้งจูบเบาๆ ที่กระหม่อมของลูกน้อยด้วยความรัก นับวันพายุยิ่งกลายเป็นคนคลั่งรัก ติดลูกติดเมีย จนบรรดาเพื่อนสนิทของเขาเอ่ยปากว่า ไม่ค่อยเห็นหัวมันเลย ตั้งแต่ได้เมียกับลูกคืนกลับมาแต่พายุก็หาได้ใส่ใจไม่ เพราะเลิกงานปุ๊ป เขาก็ตรงดิ่งกลับบ้านมาหาลูกกับเมียทันที เพราะเขาอยากแบ่งเบาภาระของเมียรักบ้าง ถึงแม้ที่บ้านจะมีคุณย่าและบรรดาแม่บ้านทั้งหลายคอยช่วยเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยก็ตามเถอะ แต่เขาก็ไม่อยากให้เมียรักต้องเหนื่อยจนเกินไป“ป๊ามาลองนึกย้อนดู เราได้สาวน้อยพักพิงจากเขาใหญ่นี้หรือเปล่านะ เพราะ
57คนเดิม ที่เดิม สถานะเดิม (ที่เปิดเผยได้)“ปีนี้ไปเขาใหญ่อีกแล้วเหรอ”“ใช่ แต่เปลี่ยนสถานที่นะ เห็นบอกว่าปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้วอีก”“ฉันได้ยินฝ่ายงบประมาณเมาส์มอยกันที่โรงอาหารอ่ะ คุณพายุให้ตั้งงบสำหรับงานนี้เกือบสิบล้านเลยนะ”“หูยย จริงดิ”“ใช่ๆ ฉันก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน”“แล้วพวกเธอรู้ไหมว่าทำไมท่องเที่ยวบริษัทปีนี้ถึงได้จัดใหญ่โตอลังการขนาดนี้ ก็เพราะคุณพายุจะพาภรรยากับลูกน้อยมาเปิดตัวยังไงหล่ะ”“ห๊า !! จริงเหรอ ยังงี้ฉันก็อกหักเลยนะสิ อุตส่าห์เฝ้ามองทุกครั้งที่ท่านเข้ามาบริษัท เฮ่อออ”“เพ้อเจ้อจริงๆ ยัยแหวนแหวน”“จะว่าไป ก็คิดถึงมีนาเหมือนกันนะ นางชอบไปเที่ยวเขาใหญ่ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะไปอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”“ใช่ๆ ไม่มีใครได้ข่าวคราวเลย นางใจดำจัง จะติดต่อกลับมาหาพวกเราบ้างก็ไม่ได้”“เนี๊ย ถ้าชาตินี้ฉันมีโอกาสได้เจอนางนะ ฉันจะด่าให้ โทษฐานที่หนีไปไม่บอกกล่าวกันซักคำ”“จะได้เจอหรือเปล่าเหอะ ป่ะ ไปทำงานที่เรารักกัน”ท่องเที่ยวประจำปี…..ที่เขาใหญ่ถึงแม้ว่าปีนี้จะเป็นการมาท่องเที่ยวและจัดเลี้ยงในพื้นที่เดียวกันกับปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาพนักงานตื่นเต้น
56หวนคืนรัก“ป้าดีใจนะค่ะ ที่หนูมีนากับคุณหนูตัวน้อยหวนกลับมาอีกครั้ง ป้าดีใจมากๆเลย”“หนูก็ดีใจค่ะ ที่ได้กลับมาวิรากุลอีกครั้ง ได้กลับมาหาทุกๆคน”มีนาเอ่ยบอกกับป้าอ้วนและบรรดาคนงานในบ้านทุกๆ คนที่รวมใจกันออกมารอต้อนรับการกลับมาของเธอและลูกน้อย“ป้านึกว่าชาตินี้ป้าจะไม่ได้เจอหนูอีกแล้ว ไปอยู่ที่นูนเป็นยังไงบ้างค่ะ ลำบากมากไหม”ป้าอ้วนเอ่ยถามยังว่าที่นายหญิงคนใหม่ของวิรากุลพร้อมทั้งเช็ดน้ำตาแห่งความดีใจไปด้วย จนคนอื่นๆ ต่างพากันยิ้มด้วยความเอ็นดู“สบายมากค่ะ ยายทองกับตาอินทร์ของยัยหนูพักพิงแกเมตตาแล้วก็ดูแลเราสองคนแม่ลูกดีมากๆ เลย แล้วก็ยังมีคุณลุงหมอนายที่แอบให้ความช่วยเหลือเราสองคนแม่ลูกอยู่ด้วยค่ะ”“พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร น้ำหล่ะอยากจะตีลุงหมอของเด็กหญิงพักพิงซะเหลือเกิน แอบไปเจอหลานมาแล้วก็ไม่บอกพวกเรา ปล่อยให้พวกเราวุ่นกับการตามหามีนากับหลานน้อย โดยเฉพาะป๊าของเด็กหญิงพักพิง สภาพแต่ละวัน น้ำหล่ะนึกว่าจะต้องลงน้องไปบำบัดสุราเอาเสียแล้ว”“พูดแล้วก็เอาซักทีดีไหม เนี้ย คุณลุงหมอของเด็กหญิงพักพิง”คุณป้าสายธารพูดพร้อมกับง้างมือจะตีแขนสามีของตัวเอง จนคุณลุงหมอของเด็กหญิงพักพิงต้องกระ
55กลับบ้านเรา"ลูกสาวป๊าหลับหรือยังน้าา""หลับแล้วค่ะ เดียวหนูเอาลูกไปนอนในเปลก่อน""ให้ลูกนอนกับเราได้ไหม""หือ""ป๊าอยากนอนกอดหนูกับลูกครับ อยากชดเชยเวลาที่ป๊าเป็นคนทำมันหายไป""รู้ตัวด้วยเหรอ ว่าตัวเองผิด""ได้ทีตอกย้ำไม่หยุดเลยนะ" พายุตีปลายจมูกเมียรักเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว"ป๊ารู้ครับว่าป๊าทำผิด ป๊าขอโอกาสหนู ขอโอกาสพักพิง อีกครั้งได้ไหมครับ ป๊าสัญญาด้วยชีวิตของป๊า ป๊าจะไม่มีทางทำให้หนูกับลูกผิดหวังอีกแน่นอน ชีวิตหนูกับลูกนับต่อจากนี้ จะมีแต่รอยยิ้มและความสุข ป๊าสัญญาครับ"พูดจบพายุก็ก้มลงจูบขมับของเมียรักและลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้นอนหลับสนิทในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ไปเรียบร้อยแล้ว"หนูกับลูกจะลองเสี่ยงกับคำสัญญาของป๊าอีกซักครั้งคะ หวังว่าหนูกับลูกจะไม่ตัดสินใจผิดพลาด""เชื่อใจได้เลยครับ""ป๊ารักหนูกับลูกนะครับ""หนูก็รักป๊าค่ะ รักมาตลอด"หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้ว สามคนพ่อแม่ลูกก็นอนกอดกันจนหลับไปด้วยความสุขที่ล้นเปี่ยม เพราะนับจากนี้เป็นต้นไป คำว่า "กาฝาก" ก็ไม่ใช่สำหรับผู้หญิงที่ชื่อ มีนา วิรากุล อีกอย่างแน่นอนครืด ครืด ครืด....มีนาเอื้อมมือไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่ก
54โหยหา NC+++อุ๊แว อุ๊แว อุ๊แวเสียงร้องของลูกสาวตัวน้อยดังขึ้น ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่ตอนนี้ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่เพราะพึ่งเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญรีบผงะออกจากกันทันที“อุ๊ย!!”เมื่อพ่อของลูกถอดถอนความเป็นชายออกจากร่องรัก น้ำขาวขุนที่พ่อของลูกปล่อยเข้าไป ก็ค่อยๆ ไหลย้อนลงมาตามขาเรียวอย่างมากมาย เมื่อพายุเห็นดังนั้นจึงคว้าแขนของมีนาให้หยุดรอก่อน“หนูยืนรอแปป ป๊าไปหยิบทิชชู่ก่อน”“ไม่ต้อง เดียวฉันจัดการเอง”“รอ!!”“ฮึยย เอาแต่ใจตัวเอง”เมื่อได้ทิชชู่มา คนต้นเรื่องก็ค่อยๆ นั่งคุกเข่าลงกลางหว่างขาของเมียรักเพื่อที่จะเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำรักที่เขาพึ่งปล่อยเข้าไปจนหมดแม็กให้กับเมียรักทันที โดยที่ไม่นึกรังเกียจแต่อย่างใด“เดียวทำเอง เอามานี้”เมื่อมีนาเห็นว่าพ่อของลูกกำลังจะทำอะไร เธอจึงรีบแย่งเอาทิชชู่ที่อยู่ในมือของชายหนุ่มมาเพื่อจัดการทำความสะอาดบริเวณจุดซ้อนเร้นของตัวเอง เพราะหากปล่อยให้เขาเป็นคนเช็ดทำความสะอาดให้ก็ไม่รู้จะเสร็จตอนไหน อีกอย่างลูกสาวตัวน้อยยังร้องไม่หยุด“ยืนอยู่เฉยๆ เดียวป๊าจัดการเอง ป๊าเป็นคนทำให้มันเลอะนะ”“ก็รู้นิว่ามันเลอะ แล้วจะปล่อยเข้ามาทำไม เดียวก็พลาดอ
53ไม่เจอซักที ไม่ดีขึ้นเลย NC++เมื่อคุยกันดีๆ ไม่ได้ แถมยังมาพูดจาไม่เข้าหูอีก มีอย่างที่ไหนมาบอกว่าเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน แถมตอนนี้ใครจะมาจีบเธอก็ได้ เพราะเธอโสดถามก่อนเหอะ เอาอะไรมาโสด เอาอะไรมาไม่มีสิทธิ ลูกก็มีด้วยกันแล้ว ทะเบียนสมรสก็มี คนอย่างมีนาไม่เจอซักที คงจะไม่ดีขึ้นจริงๆ สินะ“คุณลม!! ปล่อย!! อือ…อย่าถอด”มือหนาพยายามปลดเปลืองเสื้อผ้าของคนบนตักที่กำลังพยศอยู่ตอนนี้ด้วยความทุลักทุเล ปากหนาก็บดขยี้จูบริมฝีปากบางของเมียรักด้วยความโกรธและน้อยใจ เมื่อบนร่างกายของเมียรักไม่เหลือสิ่งปกปิดเลยซักชิ้น พายุก็เริ่มลงมือทรมานมีนาทันทีปากหนาเริ่มซุกไซดูดเลียไปทั่วหน้าอกอวบอิ่มจนถึงจุกสีชมพูหวาน ที่ตอนนี้ลูกสาวตัวน้อยของเขาถือครอบครองอยู่ พายุก็ทั้งกัดทั้งดูดด้วยความหลงไหล สลับทั้งซ้ายขวาไม่ให้น้อยหน้ากัน เมื่อปากดูดเลียเต้าซ้าย เต้าขวาก็โดนบีบคั้นจากมือหนาไม่หยุดหย่อน“อื้อ คุณ..คุณลม..ปล่อยฉัน”จ๊วบ จ๊วบ“จะให้ป๊าปล่อยจริงๆเหรอ”พายุละริมฝีปากหนาออกจากเต้าอวบ พร้อมทั้งเอ่ยถามเมียรักด้วยความเจ้าเล่ห์ เพราะตอนนี้เขารู้ว่าอารมย์ของเมียกำลังติด ไม่มีทางที่จะหยุดอย่างที่ปากว่าอย่างแน
52ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมตั้งแต่เด็กหญิงพักพิงลืมตาขึ้นมาดูโลก นี้ก็ย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว นับวันลูกสาวตัวน้อยของเธอยิ่งติดคนเป็นพ่อหนักขึ้นเรื่อยๆ หนักขนาดที่ว่า เมื่อไหร่ที่คุณพายุต้องขับรถกลับกรุงเทพเพื่อไปร่วมประชุมหรือเคลียร์งานที่สำคัญๆ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยัยลูกสาวตัวแสบของเธอจะงอแงทั้
49สายสัมพันธ์พ่อ ลูกตลอดเวลาที่มีนานอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ก็มีบรรดาสมาชิกของวิรากุลมาเยี่ยมเยือนไม่เคยขาด หากโรงพยาบาลอนุญาตให้ญาตินอนเฝ้ากี่คนก็ได้ ทุกคนคงจะพากันมานอนเฝ้ามีนาและเด็กหญิงพักพิงกันหมด เพราะในแต่ละวันกว่าจะพากันกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักของหมอนายได้ ก็เล่นเอาซะมืดค่ำและนี้ก็เป็นอ
50ตัวช่วยที่สำคัญเมื่อมีนาและเด็กหญิงพักพิง พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลจนครบตามกำหนดแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องพาเจ้าตัวเล็กกลับบ้านไปหายายทองกับตาอินทร์เสียที เพราะตอนนี้สองตายายแทบจะนั่งรออยู่ที่บ้านไม่ไหว โทรมาถามทุกวัน ว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหน ตากับยายจะไปทำความสะอาดรออยู่ที่บ้าน เมื่อหลานสาวตัว
45ชีวิตใหม่…ที่ไม่ใช่กาฝากวังน้ำเขียว อำเภอปากช่อง……ภายในสวนผักของบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ของอำเภอปากช่อง มีหญิงสาวใส่ชุดคลุมท้องสีหวานกำลังก้มๆ เงยๆ เก็บยอดผักตำลึงที่ผลิดอกออกยอดตามริมรั้วของบ้านเพื่อนำไปใส่ข้าวต้มเช้านี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มนับตั้งแต่วันที่เธอตัดสินใจก้าวออกมา







