LOGIN
ร้านคาราโอเกะเจ๊จุง
‘ภูภามว์’ ทวนชื่อบนป้ายร้านคาราโอเกะเจ้าประจำในใจ ที่ประดับประดาไปด้วยแสงสีไฟพราวระยับราวกับดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง ก่อนจะปรายตามองมาทางบรรดาลูกน้องที่แหกปากร้องเพลงด้วยสกิลหลบลิขสิทธิ์ขั้นเทพอย่างคนหมดคำจะพูด
“ยายแล่มอีตอนสาว... ส๊าว...”
“ผิวขาวตาคมสมใจ โว้วๆ”
“ฉันจะเล่ากล่าวตอนย้อนไป”
“อายุแกได้วัยปิ๊งพอดี ฮิ้วววว...”
สุดท้ายภูภามว์ก็ทนมองภาพบาดตาได้ไม่นาน ต้องยกแก้วเหล้าสีเข้มที่เจือผสมด้วยโซดาขึ้นมาดื่มย้อมใจ พร้อมผินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนึกละอายแทน
นี่พวกมันไม่นึกสงสารสาว ๆ หุ่นอวบอั๋น ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ ที่นั่งประกบอยู่ข้างกายบ้างหรือไง ถ้าเป็นเขาคงมอมเหล้าตัวเองแล้วแกล้งหลับหนีไปเฝ้าพระอินทร์นานแล้ว
มีลูกน้องแบบนี้ชวนปวดกระบาลได้ไม่เว้นแต่ละวัน พอเหล้าเข้าปากที เหมือนปล่อยผีห่าซาตานออกจากร่าง สารรูปอย่างนี้ อย่าเที่ยวไปอวดอ้างที่ไหนเชียว ว่าเป็นคนในปกครองของนายภูภามว์ เจ้าของ ‘ไร่ภูพลาธร’
รู้ถึงไหน ! อายถึงนั่น !
คิดแล้วคนเป็นนายก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ค่ำนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์อยากสังสรรค์สักเท่าไร แต่เพราะวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ภูภามว์จึงถูกลูกน้องรบเร้าให้มาเลี้ยงฉลองด้วยกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำทุก ๆ สิ้นเดือนไปแล้ว
“นายครับ พวกผมต่ออีกสองกลมได้ไหมครับ”
ภูภามว์ที่พาใจตัวเองลอยออกไปนอกร้านพลางคิดในใจว่า อีกสักพักคงต้องชิ่งหนี หันกลับมามองเจ้าของเสียงเรียกอย่าง ‘สันติ’ ผู้เป็นมือขวาที่ทำงานกับเขามานานหลายปีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เออ ! จะแดกอะไรก็สั่งเอา แล้วถ้าพรุ่งนี้ใครมาทำงานไม่ไหว กูจะเล่นรายตัวเลย คอยดู”
คนเป็นเจ้านายกระแทกเสียงใส่ ยกมือขึ้นมาชี้หน้าขู่เรียงตัว ทว่าสุดท้ายภูภามว์ก็ยอมให้พวกมันอีกตามเคย สิ้นเดือนทั้งที แทนที่คนจ่ายเงินจะถูกปรนเปรอบ้าง กลับกลายเป็นว่า เขาถูกพวกมันลากออกมาให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าเสียนี่
เหอะ ! ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง จะหาเจ้านายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้ภูภามว์คนนี้
“แหม... ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน นายยังไม่รู้อีกเหรอครับ ว่าพวกผมแยกแยะได้ งานเป็นงาน ! เล่นเป็นเล่นครับ !”
สันติยืดอกอวยตัวเองด้วยท่าทีจริงจัง ซึ่งขัดกับแววตาและสีหน้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างสิ้นเชิง “เจ๊จุง ! เจ๊จุงหนาย... ขอเหล้าเพิ่มหน่อยคร้าบ...” ก่อนจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงยานคาง เรียกเจ้าของร้านมารับออร์เดอร์ท่ามกลางเสียงดนตรีหมอลำที่ดังอึกทึกไปทั่วร้าน
ทำเอาคนเป็นนายได้แต่ส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ ล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมเฉ่งบิลค่าเสียหาย แล้วกะจะชิ่งหนีกลับก่อน เพราะขืนอยู่ดึกกว่านี้ เสียงแหกปากร้องเพลงของพวกมันคงทำเขาฝันร้ายตลอดทั้งคืน
“ว่าไงจ๊ะ สุดหล่อของเจ๊ จะเอาอะไรเพิ่ม สั่งมาได้เลยจ้ะ เด็กเจ๊รอจดอยู่”
รอไม่ถึงหนึ่งนาที ‘เจ๊จุง’ เจ้าของร้านในวัยเหยียบเลขห้า แต่ยังคงความแซ่บไว้มากโข ก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับเด็กในร้านที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติด ๆ เหมือนทุกครั้ง
ทว่าวันนี้... ในสายตาของภูภามว์กลับเห็นต่างออกไป เขาไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนี้ในร้านมาก่อน
หรือจะเป็นเด็กใหม่เจ๊จุง ?
โคตรแจ่ม ! มุมริมฝีปากหยักมีรอยยิ้มมาดร้ายแต่งแต้มน้อย ๆ ตอนที่ภูภามว์ยอมรับกับตัวเองว่าสนใจเด็กใหม่คนนี้อย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก
จากที่เบื่อ ๆ มีเนื้อ นม ไข่ มาเสิร์ฟเป็นอาหารตาครบขนาดนี้ ค่อยเจริญหูเจริญตาขึ้นมาหน่อย
สงสัยคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านไวแล้วละมั้ง ไอ้ภูภามว์เอ๊ย...
“เอาเหมือนเดิมสามกลมเจ๊จุง แล้วก็น้ำแข็งสี่ถัง”
“อะ ลูกสาวจดตามที่พี่เขาบอกค่ะลูก” เจ้าของริมฝีปากสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดหันไปออกคำสั่งกับเด็กสาวคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในร้านได้แค่สามวัน “แค่นี้เหรอคะ สุดหล่อของเจ๊” ก่อนจะหันไปถามความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้าอีกรอบ
“แล้วก็เอากับแกล้มแซ่บ ๆ มากระแทกปากอีกชุดด้วยครับ เจ๊จุงคนสวย”
“ได้จ้ะ พ่อสันติคนหล่อ” เจ๊จุงจีบปากจีบคอป้อนคำหวานให้ลูกค้ากลุ่มประจำได้ไหลลื่นอย่างไม่มีติดขัด “ชมเจ๊ขนาดนี้ เดี๋ยวคืนนี้เจ๊แถมน้ำแข็งให้หนึ่งถัง” จากนั้นถึงหันไปกระซิบบอกคนข้างหลังให้รีบเอาออร์เดอร์เข้าไปส่งในครัว ส่วนตัวเองก็ยืนอ้อล้อกับแขกต่ออีกพักใหญ่
ภูภามว์หาได้ใส่ใจกับสิ่งที่ลูกน้องสั่งเกินกว่าที่ตกลงกันไว้แต่แรก
ดวงตาลุ่มลึกเอาแต่จับจ้องเจ้าของร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวตัวสั้น ที่แหวกอกลึกเกือบถึงสะดือ เผยให้เห็นความอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล น่าฟัดน่ากอด ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจรดปลายปากกาหยุกหยิกลงบนสมุดในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนสั่งด้วยซ้ำ กระทั่งเดินห่างจากโต๊ะไป
“คุณภามว์ล่ะคะ ไม่รับอะไรเพิ่มเหรอ คืนนี้คุณภามว์ดูไม่สนุกเลย หรือว่าเบื่อเด็กร้านเจ๊แล้ว”
เจ๊จุงผละออกจากวงสนทนาใหญ่ แล้วหันมาสนใจเจ้าของไร่ภูพลาธรบ้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าค่ำคืนนี้ลูกค้ากระเป๋าหนักดูนั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไร ปกติคุณภูภามว์จะเรียกเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนมานั่งประกบข้างคอยเอาอกเอาใจ เผลอ ๆ ลากกันไป ‘เอา’ อย่างอื่นนอกรอบก็มีหลายต่อหลายครั้ง
แต่คืนนี้ไม่ ! แถมเหล้าในแก้วก็ไม่ค่อยพร่อง ปล่อยทิ้งจนน้ำแข็งละลายเสียดายของ
ไม่รู้หรือไงว่าทำเจ๊จุงขาดรายได้ไปหลายร้อยบาทเลยเชียว !
“ผมจะไปเบื่อเด็กร้านเจ๊ได้ยังไงล่ะครับ” ...ก็ในเมื่อระแวกนี้ มีร้านเจ๊จุงแค่ร้านเดียวที่สร้างความจรรโลงใจให้เขาได้ยาม ‘เปล่าเปลี่ยว’ ภูภามว์รีบแย้งเจ๊จุงแล้วเก็บประโยคท้ายไว้ในใจ
“เมื่อกี้เจ๊เห็นสายตาคุณภามว์มองเด็กเจ๊นะคะ” แม้อายุจะใกล้เลขห้า แต่สายตาเจ๊จุงคนนี้มองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตใจชายฉกรรจ์ทั้งหลายได้ไม่ยาก ไม่งั้นหล่อนคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ได้นานเกือบยี่สิบปี
“เจ๊จุงรู้ใจผมเสมอครับ” แววตาดำมืดทอประกายพึงพอใจ
ถึงอาหารร้านเจ๊จุงจะไม่ค่อยถูกปากเขา แต่เหล้ากับเจ๊จุงจริงใจกับเขาเสมอ
“เด็กใหม่เหรอครับ อายุถึงยี่สิบหรือยัง”
เพราะต่อให้สวยจนเขาหน้ามืดแค่ไหน หากอายุเด็กคนนั้นทำเขาเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ภูภามว์ก็ขอลา จากที่สำรวจด้วยเนื้อตาเปล่าคร่าว ๆ ถึงนมจะระดับมหา’ลัย แต่หน้าตาพริ้มเพราจิ้มลิ้มนั่น ถ้าบอกว่าเรียนอยู่มัธยมฯ เขาก็เชื่อ
“แหม... คุณภามว์ก็ ! พูดเหมือนไม่รู้จักเจ๊ไปได้” ก่อนจะรับผู้หญิงแต่ละคนเข้าทำงาน เจ๊จุงเช็กประวัติละเอียดยิบ เรื่องค้าประเวณี หรือทำผิดกฎหมายอะไรเทือกนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นที่ร้านคาราโอเกะเจ๊จุงแน่นอน
“แล้วคนนี้เจ๊จัดให้ผมได้ไหมครับ” ถ้าเจ๊จุงนอนยันว่าไม่มีปัญหา ภูภามว์ก็กล้าขออย่างตรงไปตรงมา
“คนนี้เจ๊เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ”
“...” ม่านตาที่เคยมีประกายวาววับหดรัดลงทันตาเห็น
“คุณภูภามว์ก็รู้ว่าเจ๊ไม่เคยบังคับเด็ก” ตอนเข้ามาทำงานวันแรก เด็กคนนั้นยืนยันว่าไม่รับ ‘งานอย่างว่า’ ซึ่งหล่อนก็พร้อมทำตามข้อตกลง แล้วอีกอย่างรูปลักษณ์ของเด็กคนนั้นก็สามารถดึงดูดแขกเข้าร้านได้ หล่อนสนใจเพียงเท่านี้
แต่ถึงกระนั้น... บนโลกใบนี้ก็ยังมีคำว่า ข้อยกเว้น “...เว้นเสียแต่ว่า คุณภูภามว์จะเข้าไปคุยกับเด็กเจ๊ด้วยตัวเอง น้องเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะคะ”
เพราะนอกจากคนตรงหน้าหล่อนจะเป็นถึงเจ้าของไร่ภูพลาธร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ไหนจะฟาร์มโคนมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ติดอันดับท็อป3 ของเอเชียแล้ว คุณภูภามว์ทั้งยังหนุ่ม ยังแน่น และยังหล่อเหลาเอาการ หาตัวจับยาก
จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่โง่ปฏิเสธ !
“ถ้าเด็กเจ๊จะเล่นตัวขนาดนั้น ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก ! เช็กบิลโต๊ะนี้ได้เลย ถ้าพวกมันจะสั่งต่อ เจ๊ลงบิลไอ้สันไว้ก็แล้วกัน ผมจะกลับแล้ว ง่วงนอน !”
หลังจากนั้น 2 ปี อลีนาก็คว้าใบปริญญามาครอบครองได้สำเร็จ แม้เกรดเฉลี่ยจะไม่ได้สูงส่งจนถึงขั้นได้เกียรตินิยม แต่เท่านี้เธอก็ภูมิใจ“เหนื่อยไหมคนเก่ง”ทันทีที่เห็นคนชุดครุยที่เพิ่งวิ่งออกมาจากในหอประชุมพร้อมใบปริญญา ภูภามว์ก็ตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ...ภูมิใจมากกว่าอลีนาส่ายหัวแล้วยิ้มกว้างให้คนเป็นสามีที่อุตส่าห์ทิ้งการทิ้งงานมาดูแลเธออย่างใกล้ชิดตลอดทุกวันตั้งแต่วันซ้อม“มาเปลี่ยนรองเท้าก่อนดีกว่า ยืนบนส้นสูงนานๆ มันไม่ดี”ภูภามว์คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นหยิบรองเท้าแตะที่เตรียมมาด้วยออกจากถุงแล้วสวมให้เมียสาวท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองมาทว่าชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น สิ่งเดียวที่ยึดความสนใจของเขาอยู่คือคนเป็นภรรยาและลูกในท้องใช่! อลีนากำลังตั้งท้อง เธอเพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนเข้ารับปริญญา ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นความลับขั้นสุดยอด ทุกคนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้ยกเว้นเธอกับเขา“ขอบคุณนะคะคุณสามี”อลีนาตอบแทนความรักที่เขามีให้โดยการกระโดดหอมแกมไปฟอดใหญ่อย่างลืมตัว ผลสุดท้ายก็ถูกดุเข้าจนได้“อุ้ม! เฮียบอกกี่ทีแล้ว ว่าอย่ากระโดด”เมียเด็กของเขาเป็
“ตื่นเต้นจังเลยแม่...”อลีนาที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สีขาวมุกหันมาบอกมารดาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวบ้าน“เออ... รู้แล้ว! ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”ทว่าคนเป็นแม่กลับมือไม้ยังสั่นระริกยิ่งกว่าคนเป็นเจ้าสาวเสียอีก“แล้วแม่จะตื่นเต้นทำไม คนแต่งคือหนูนะ ไม่ใช่แม่สักหน่อย”“แล้วตื่นเต้นไม่ได้หรือไง คนมันไม่เคยนี่หว่า”ลูกสาวคนเดียวของอีอิงอรที่เป็นแค่คนงานในไร่ธรรม ๆ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่มีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี แถมงานแต่งยังถูกจัดอย่างใหญ่โต ผู้คนเขาเลื่องลือกันไปทั้งจังหวัด แล้วแบบนี้จะไม่ให้หล่อนตื่นเต้นได้อย่างไร“น้องอุ้มคะ ขบวนขันหมากมาถึงแล้วค่ะ”สองแม่ลูกยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ดาหลาที่คอยดูต้นทางก็โผล่หน้าเข้ามาในห้องแล้วบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“หนูสวยหรือยังแม่” ว่าที่เจ้าสาวได้ยินแบบนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปทางคนเป็นแม่แล้วถามหาความมั่นใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าวันนี้ตนเองเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานก็จะไม่ให้สวยได้อย่างไง ในเมื่อแม่ของว่าที่สามี จ้างทั้งช่างหน้าและช่างผม ระดับตัวท็อปของประเทศม
“ขอบคุณอะไร มันเป็นหน้าที่ของสามีที่ดีอยู่แล้ว” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาขยิบตาส่งให้หญิงสาวหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจการจราจรบนท้องถนนต่อ“เมื่อกี้เรียกหว่านเสน่ห์หรือเปล่าคะ”“แล้วได้ผลไหมครับ”“ไม่ค่ะ !” เป็นการตัดรอนที่รวดเร็วปาดสายฟ้าจนคนฟังใจเจ็บ ภูภามว์เกือบจะเรียกรถกู้ชีพอยู่แล้วเชียว ยังดีที่ประโยคถัดมาของเธอเหมือนเป็นการต่อลมหายใจ “เพราะถ้าจะจีบอุ้ม ต้องจีบด้วยเงิน อุ้มเป็นคนเห็นแก่เงินคุณภามว์จีบไหวไหมคะ”“เริ่มด้วยการเหมาเค้กให้เธอทั้งร้านดีไหม”“ดีค่ะ”จากนั้นรถยนต์คันหรูก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปากช่อง เป้าหมายของภูภามว์คืออวดรวยให้ผู้หญิงดู เผื่อว่าเธอจะยอมใจอ่อนแล้วตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กับเขาในเร็ววันหลังจากหลุดปากบอกภูภามว์ไปว่าจีบได้ เขาก็ขยันหยอด ขยันจีบ ขยันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้ไม่ว่างเว้นแต่ละวัน ไม่รู้เขาไปสรรหามุขจีบเสี่ยว ๆ พวกนี้มาจากไหนนักหนา แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ามันทำให้เธอหวั่นไหวได้จริง ๆ เช้านี้อลีนาเลยชิ่งตื่นนอนเช้าก่อน ตั้งใจว่าจะออกมารดน้ำดอกไม้แล้วเรียกสติไปพลาง ๆ เผื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสดชื่นจะช่วยให้จิตใจของเธอสงบมากขึ้น จะได้ไม่หวั่นไหวไปก
ไม่รู้เป็นแผนของนายแม่สุวนี หรือว่าอลีนาเบื่อที่จะเย็นชาใส่เขา เพราะหลังงานบุญวันนั้น เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หญิงสาวตอบสนองภูภามว์มากขึ้น และไม่ได้มีท่าทีมึนตึงจนเขาใจเจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา นี่ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีหรือเปล่า“อุ้ม วันนี้ไปทำบุญกับเฮียนะ”อลีนาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนแล้วมองคนตัวสูงอย่างไม่ค่อยเชื่อหู เมื่ออยู่ ๆ เธอก็ถูกชวนไปทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะผ่านงานทำบุญใหญ่ภายในไร่มา“เนื่องในโอกาสอะไรคะ วันนี้ไม่ใช่วันพระสักหน่อย”“ไปเป็นเพื่อนเฮียหน่อยนะ เสร็จแล้ว เดี๋ยวเฮียพาไปเลี้ยงเค้กในตัวเมือง”เขาตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังหยิบยกเอาของกินมาหลอกล่อเธอเพื่อเบี่ยงประเด็น ซึ่งก็ได้ผลตามคาด เมื่อดวงตากลมโตที่แฝงเร้นไปด้วยความซุกซนลุกวาวราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่อลีนาเกลียดนักเชียว พวกศัตรูที่รู้จุดอ่อนเนี่ย !“คุณรู้ได้ยังไงว่าอุ้มอยากกินเค้ก”เธอจำได้ว่า เธอเพิ่งคุยกับพี่ดาหลาไปเร็ว ๆ นี้นี่เอง ว่าอยากกินเค้กร้านดังที่มาเปิดสาขาใหม่ในตัวเมืองปากช่อง เขาคงไม่ได้เลี้ยงพรายกระซิบไว้ตามสอดส่องพฤติกรรมของเธออยู่ใช่ไหม ?“เฮียได้ยินพวกเธอคุยกัน”
ซึ่งกว่าจะหยุดพ้นจากสถานการณ์คับขันพวกนั้นได้ อลีนาถึงกับยืนยิ้มจนเหงือกเกือบแห้ง “เฮ้อออ...” แถมยังเผลอถอนลมหายใจ เพราะโล่งอกอย่างลืมตัว ทั้ง ๆ ที่นายแม่สุวนียืนอยู่ข้างกาย“เหนื่อยมากไหมจ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าแม่ทำอะไรให้หนูอุ้มกังวล”“ปะ เปล่าค่ะ” อลีนาตอบแค่นั้นแล้วชะงักไปเหมือนไม่ค่อยมั่นใจว่าควรพูดดีหรือเปล่า “ความจริงก็มีค่ะ” แต่สุดท้ายความอึดอัดก็ผลักดันให้เธอยอมรับออกไปตรง ๆ “อุ้มว่านายแม่กำลังเข้าใจผิดนะคะ เรื่องงานแต่ง...”“ตายแล๊ว ! ! ! แม่เข้าใจผิดไปเองเหรอจ๊ะ” สุวนียกมือขึ้นทาบอก แสร้งแสดงสีหน้าตื่นตระหนกตกใจปะปนกับรู้สึกผิด “แม่ได้ยินคนงานในไร่พูดกัน แม่ก็นึกว่าหนูตกลงปลงใจกับลูกชายของแม่เรียบร้อยแล้วเสียอีก”“...”“แย่จริง ๆ เลย แม่ขอโทษนะหนูอุ้ม” ประมุขของไร่ภูพลาธรมีแววตาหนักใจ “แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ แม่บอกกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดไปแล้วด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกไม่นานเรื่องก็คงซา”เพราะเธอเองก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน“แล้วหนูอุ้มไม่คิดจะพิจารณาลูกชายของแม่หน่อยเหรอจ๊ะ ตอนที่หนูหนีไป มันมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าแม่ทุกวันเลยนะ อ้อนวอนขอให้หนูกลับมา” แน่น
เนื่องจากวันนี้ ภายในไร่มีงานทำบุญประจำปี คนงานทุกคนจึงได้รับสิทธิ์ลาหยุด 1 วัน เพื่อมาร่วมทำบุญในช่วงเช้า และกินเลี้ยงโต๊ะจีนในช่วงเย็น ฉะนั้นภูภามว์กับน้องชาย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของงานถึงได้วิ่งวุ่นตัวเป็นเกลียวโชคดีที่งานช่วงเช้าผ่านพ้นเรียบร้อยไปได้ด้วยดี พวกเขาสองคนเลยมีเวลาพักหายใจบ้างแต่เหนื่อยกายก็ยังไม่เท่ากับเหนื่อยใจนี่สิ ร่างสูงถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก “เป็นอะไร ทำหน้าหงอย ๆ เหนื่อยกายหรือเหนื่อยใจยะ” พอเว้นว่างจากการต้อนรับแขกเหรื่อและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เชื้อเชิญมาร่วมงาน สุวนีเห็นสีหน้าของลูกชายดูท่าไม่ค่อยดีก็อดถามไม่ได้ “เหนื่อยใจมากกว่าแม่” เสียงเนือย ๆ ตอบคนเป็นแม่ ก่อนจะปรายตาไปทางหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวยาวละพื้นที่กำลังเล่นอยู่กับลูกชายของดาหลาอลีนาเป็นคนที่มีความสุขง่ายกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว แต่รอบตัวของเธอตอนนั้นต้องไม่มีเขาเฮ้ออออ พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจดวงแกร่งก็พลันห่อเหี่ยว “ฉันก็เตือนแกแล้วว่าให้ง้อแบบคนปกติ แกทำให้มันยุ่งยากเอง” “ก็เมียผมไม่ใช่คนปกติ แม่จะให้ผมง้อแ







