FAZER LOGINฟังข้อเสนอเจ๊จุงจบ ภูภามว์ก็ออกอาการหงุดหงิด พาลไปถึงมือขวาที่นั่งแหกปากร้องเพลง จะให้คนอย่างไอ้ภูภามว์วิ่งตามไปขอเคลมเด็กน่ะหรือ เสียเชิงหมด !
หลังเช็กบิลค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็กลับออกจากร้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่ก่อตัวขึ้นเล็ก ๆ คิดว่าตัวเองสวยมากแล้วจะโก่งค่าตัวหรือไง ฝันไปเถอะ !
ไม่ได้อยากกินขนาดนั้นโว้ยยยย!
“อุ้ย ! ! ! เจ็บจัง...”
ขณะเดียวกัน ‘อลีนา’ ที่วิ่งรับแขกเข้าอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังทิปจากลูกค้าก็ไม่ทันระวังตัว เธอบังเอิญเดินชนเข้ากับเจ้าของร่างสูงอย่างจัง จนเกือบล้มหงายท้องหงายไส้
หากไม่ได้วงแขนแข็งแกร่งของเขาช่วยเหนี่ยวรั้งรอบเอวเธอเอาไว้ มีหวังสะโพกเคล็ด!
“หนูขอโทษนะคะ” พอเงยหน้าขึ้นถึงได้รู้ว่าคนที่เธอเดินชนคือใคร อลีนาก็รีบผละออกห่างจากเจ้าของไร่ภูพลาธรอย่างเร็วรี่ ก้มหน้าหลบสายตาคมเหมือนอย่างเก่า จากนั้นถึงเอ่ยขอตัว
“เดี๋ยว !” แต่เดินหนีได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือเธอก็ถูกคว้าเอาไว้ ทำให้อลีนาต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยใจประหวั่น
“ค่ะ ! คะ ?” และยิ่งสบสายตาคมเข้มคู่นั้น ก็ยิ่งทำอลีนาถึงกับไปไม่เป็น เพราะนอกจากเสียงจะเข้มแล้ว สายตายังดุอีก !
คุณภูภามว์ทำเธอกลัวไปหมดแล้วเนี่ย ! หญิงสาวครวญครางในใจแต่ก็ยังฉีกยิ้มสู้
“คืนนี้ไปกับฉัน ฉันจะจ่ายให้ตามที่เธอเรียกร้อง เท่าไรว่ามา”
“คะ ?” ดวงตากลมโตเบิกกว้างเกือบเท่าไข่ห่าน อลีนามองเจ้าของประโยคเมื่อครู่อย่างไม่เข้าใจในตอนแรก ก่อนสมองจะประมวลคำตอบให้ตัวเองได้ในนาทีถัดมา แล้วนิ่งงันไปหลายอึดใจ
คุณภูภามว์กำลังขอซื้อเธองั้นเหรอ...
“ค้างคืนเท่าไร ?” ยิ่งเห็นใกล้ ๆ ยิ่งได้สัมผัส ภูภามว์คิดว่าชั่วคราวคงไม่พอ
หวานหยาดเยิ้มขนาดนี้ มันต้องซ้ำแล้วปะ !
นานทีปีหน เขาจะอยากกินของหวาน ปกติซดแต่ของแซ่บ ๆ ช่วงนี้เลยรู้สึกแสบท้อง สงสัยจะแสลงของเผ็ด ลองเปลี่ยนมาชิมน้ำผึ้งเดือนห้าบ้างดีกว่า เผื่อเอเนอร์จีจะดีขึ้น
“...” นานนับนาทีที่หญิงสาวเงียบไป ทำเอาคนรอฟังคำตอบเริ่มใจแป้ว
“ว่าไง จะไปหรือไม่ไป ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงเล่นตัว”
จบคำภูภามว์ก็ปล่อยข้อมือบางเป็นอิสระ แล้วตั้งท่าจะหันกลับไปที่รถ อีโก้มันค้ำคอขนาดนี้ แค่เขาต้องยืนรอคำตอบจากเด็กนี่นานตั้งเกือบสามนาทีก็ถือว่าลดตัวลงมามากแล้ว
“ดะ เดี๋ยวค่ะ ! หนูตกลงไปกับเฮีย แต่หนูขอหมื่นนึง”
เมื่อเห็นว่าโอกาสรอดที่เหลืออยู่น้อยนิดกำลังจะหลุดลอย อลีนาจึงรีบตัดสินใจตะโกนเรียกตามหลังคนใจร้อนในวินาทีนั้น
ที่เธอคิดนานเพราะไม่รู้ว่าต้องตอบรับข้อเสนอของลูกค้าอย่างไร อลีนาเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้แค่สามวันเพราะร้อนเงินล้วน ๆ เคยแค่เห็น และได้ยินเพื่อนร่วมงานพูดคุยกันผ่าน ๆ หู ว่าเป็นงานง่าย ๆ สบาย ๆ ออกไปกับแขกแค่สองสามชั่วโมง ก็ได้เงินตั้งหลายพันบาท
แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจกล้าขนาดนั้น สามวันที่ผ่านมา อลีนาถึงวิ่งรับแขกจ้าระหวั่น หวังสะสมเงินที่ได้รับเป็นทิปไปวัน ๆ รวมกับค่าแรง แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี
ช่างน่าอนาถที่พรุ่งนี้คือวันขีดเส้นตาย แล้วอีกแค่หนึ่งชั่วโมง ร้านคาราโอเกะก็ใกล้จะเป็นแล้ว ถ้ามัวแต่หวังรอรับทิปจากลูกค้าก็คงไม่ทัน
“นะ หนูเรียกเยอะไปเหรอคะ” เห็นอีกฝ่ายเงียบ อลีนาก็ชักใจคอไม่ดี อุตส่าห์ใจกล้าบ้าบิ่นตัดสินใจทำเรื่องน่าละอายไปขนาดนี้แล้ว โอกาสยังจะไม่เข้าข้างเธออีกหรือ
“เปล่า เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” ทรงเขาดูเหมือนพวกป๊ะป๋าเลี้ยงเด็กไว้บำเรอกามหรือไง
เรียกพี่ก็พอม้างงงง...
“ฮะ เฮียค่ะ หรือจะให้หนูเรียกว่าเสี่ยดีคะ”
อือหือ... หนักกว่าคำเดิมอีก
“ไม่ต้อง ! เรียกเฮียนั่นแหละ ดีแล้ว” อยากเรียกอะไรก็เรียก เพราะเขาคงเจอยัยเด็กนี่แค่คืนนี้คืนเดียว พอน้ำแตกก็ทางใครทางมัน เขาสบายตัว ส่วนเด็กนี่ได้เงิน จบการขายแบบแฟร์ ๆ
“ค่ะเฮีย” เสียงเข้มทำอลีนาสะดุ้งนิด ๆ คุณภูภามว์ดูไม่ค่อยพอใจ
เธอพลาดตรงไหนเหรอ ? เพื่อนร่วมงานหลายคนก็เรียกลูกค้ากันแบบนี้ แล้วบรรดาเฮีย ๆ เสี่ย ๆ ทั้งหลายก็ดูจะพออกพอใจกันทั้งนั้น บางคนถึงขั้นถอดสร้อยทองเส้นเท่าโซ่ตกรางวัลให้เลยด้วยซ้ำ
แล้วนี่เธอพยายามฉีกยิ้มหวาน ๆ เอาใจเขาเต็มที่ สักสี่สิบก็ไม่ควักตกรางวัลให้บ้างเลยหรือไง
เคยได้ยินคนงานในไร่ต่างกล่าวขานว่าคุณภูภามว์เป็นคนเขี้ยว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเขี้ยวลากดินขนาดนี้ ใจดำจริง !
“เธอชื่ออะไร”
“ชะ ชื่ออุ้มค่ะ” อลีนาที่กำลังนึกค่อนขอดคนตรงหน้าในใจสะดุ้งพรวด
“ขึ้นรถ” เขาบอกเธอเท่านั้น ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่รถ Jeep คันโก้ที่จอดอยู่ไม่ไกล อลีนาได้แต่มองตามหลังเจ้าของไร่ภูพลาธรด้วยหัวใจเต้นระรัว
นี่เป็นครั้งแรกที่อลีนาได้เข้าใกล้คุณภูภามว์ในระยะประชิด ปกติเธอเป็นเพียงเศษเสี้ยวมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่มองเห็นเขาจากที่ไกล ๆ ไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือแม้แต่เดินเฉียด
เธอรู้จักเขา... แต่เขาไม่รู้จักเธอ...
คำนี้น่าจะนิยามความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ได้ดี
ทว่าคืนนี้เราทั้งคู่กำลังจะข้ามขั้นตอนไปไกล ไกลจนอลีนาไม่เคยกล้าจินตนาการว่าจะมีวันนี้
หลังจากนั้น 2 ปี อลีนาก็คว้าใบปริญญามาครอบครองได้สำเร็จ แม้เกรดเฉลี่ยจะไม่ได้สูงส่งจนถึงขั้นได้เกียรตินิยม แต่เท่านี้เธอก็ภูมิใจ“เหนื่อยไหมคนเก่ง”ทันทีที่เห็นคนชุดครุยที่เพิ่งวิ่งออกมาจากในหอประชุมพร้อมใบปริญญา ภูภามว์ก็ตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ...ภูมิใจมากกว่าอลีนาส่ายหัวแล้วยิ้มกว้างให้คนเป็นสามีที่อุตส่าห์ทิ้งการทิ้งงานมาดูแลเธออย่างใกล้ชิดตลอดทุกวันตั้งแต่วันซ้อม“มาเปลี่ยนรองเท้าก่อนดีกว่า ยืนบนส้นสูงนานๆ มันไม่ดี”ภูภามว์คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นหยิบรองเท้าแตะที่เตรียมมาด้วยออกจากถุงแล้วสวมให้เมียสาวท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองมาทว่าชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น สิ่งเดียวที่ยึดความสนใจของเขาอยู่คือคนเป็นภรรยาและลูกในท้องใช่! อลีนากำลังตั้งท้อง เธอเพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนเข้ารับปริญญา ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นความลับขั้นสุดยอด ทุกคนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้ยกเว้นเธอกับเขา“ขอบคุณนะคะคุณสามี”อลีนาตอบแทนความรักที่เขามีให้โดยการกระโดดหอมแกมไปฟอดใหญ่อย่างลืมตัว ผลสุดท้ายก็ถูกดุเข้าจนได้“อุ้ม! เฮียบอกกี่ทีแล้ว ว่าอย่ากระโดด”เมียเด็กของเขาเป็
“ตื่นเต้นจังเลยแม่...”อลีนาที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สีขาวมุกหันมาบอกมารดาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวบ้าน“เออ... รู้แล้ว! ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”ทว่าคนเป็นแม่กลับมือไม้ยังสั่นระริกยิ่งกว่าคนเป็นเจ้าสาวเสียอีก“แล้วแม่จะตื่นเต้นทำไม คนแต่งคือหนูนะ ไม่ใช่แม่สักหน่อย”“แล้วตื่นเต้นไม่ได้หรือไง คนมันไม่เคยนี่หว่า”ลูกสาวคนเดียวของอีอิงอรที่เป็นแค่คนงานในไร่ธรรม ๆ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่มีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี แถมงานแต่งยังถูกจัดอย่างใหญ่โต ผู้คนเขาเลื่องลือกันไปทั้งจังหวัด แล้วแบบนี้จะไม่ให้หล่อนตื่นเต้นได้อย่างไร“น้องอุ้มคะ ขบวนขันหมากมาถึงแล้วค่ะ”สองแม่ลูกยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ดาหลาที่คอยดูต้นทางก็โผล่หน้าเข้ามาในห้องแล้วบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“หนูสวยหรือยังแม่” ว่าที่เจ้าสาวได้ยินแบบนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปทางคนเป็นแม่แล้วถามหาความมั่นใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าวันนี้ตนเองเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานก็จะไม่ให้สวยได้อย่างไง ในเมื่อแม่ของว่าที่สามี จ้างทั้งช่างหน้าและช่างผม ระดับตัวท็อปของประเทศม
“ขอบคุณอะไร มันเป็นหน้าที่ของสามีที่ดีอยู่แล้ว” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาขยิบตาส่งให้หญิงสาวหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจการจราจรบนท้องถนนต่อ“เมื่อกี้เรียกหว่านเสน่ห์หรือเปล่าคะ”“แล้วได้ผลไหมครับ”“ไม่ค่ะ !” เป็นการตัดรอนที่รวดเร็วปาดสายฟ้าจนคนฟังใจเจ็บ ภูภามว์เกือบจะเรียกรถกู้ชีพอยู่แล้วเชียว ยังดีที่ประโยคถัดมาของเธอเหมือนเป็นการต่อลมหายใจ “เพราะถ้าจะจีบอุ้ม ต้องจีบด้วยเงิน อุ้มเป็นคนเห็นแก่เงินคุณภามว์จีบไหวไหมคะ”“เริ่มด้วยการเหมาเค้กให้เธอทั้งร้านดีไหม”“ดีค่ะ”จากนั้นรถยนต์คันหรูก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปากช่อง เป้าหมายของภูภามว์คืออวดรวยให้ผู้หญิงดู เผื่อว่าเธอจะยอมใจอ่อนแล้วตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กับเขาในเร็ววันหลังจากหลุดปากบอกภูภามว์ไปว่าจีบได้ เขาก็ขยันหยอด ขยันจีบ ขยันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้ไม่ว่างเว้นแต่ละวัน ไม่รู้เขาไปสรรหามุขจีบเสี่ยว ๆ พวกนี้มาจากไหนนักหนา แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ามันทำให้เธอหวั่นไหวได้จริง ๆ เช้านี้อลีนาเลยชิ่งตื่นนอนเช้าก่อน ตั้งใจว่าจะออกมารดน้ำดอกไม้แล้วเรียกสติไปพลาง ๆ เผื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสดชื่นจะช่วยให้จิตใจของเธอสงบมากขึ้น จะได้ไม่หวั่นไหวไปก
ไม่รู้เป็นแผนของนายแม่สุวนี หรือว่าอลีนาเบื่อที่จะเย็นชาใส่เขา เพราะหลังงานบุญวันนั้น เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หญิงสาวตอบสนองภูภามว์มากขึ้น และไม่ได้มีท่าทีมึนตึงจนเขาใจเจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา นี่ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีหรือเปล่า“อุ้ม วันนี้ไปทำบุญกับเฮียนะ”อลีนาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนแล้วมองคนตัวสูงอย่างไม่ค่อยเชื่อหู เมื่ออยู่ ๆ เธอก็ถูกชวนไปทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะผ่านงานทำบุญใหญ่ภายในไร่มา“เนื่องในโอกาสอะไรคะ วันนี้ไม่ใช่วันพระสักหน่อย”“ไปเป็นเพื่อนเฮียหน่อยนะ เสร็จแล้ว เดี๋ยวเฮียพาไปเลี้ยงเค้กในตัวเมือง”เขาตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังหยิบยกเอาของกินมาหลอกล่อเธอเพื่อเบี่ยงประเด็น ซึ่งก็ได้ผลตามคาด เมื่อดวงตากลมโตที่แฝงเร้นไปด้วยความซุกซนลุกวาวราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่อลีนาเกลียดนักเชียว พวกศัตรูที่รู้จุดอ่อนเนี่ย !“คุณรู้ได้ยังไงว่าอุ้มอยากกินเค้ก”เธอจำได้ว่า เธอเพิ่งคุยกับพี่ดาหลาไปเร็ว ๆ นี้นี่เอง ว่าอยากกินเค้กร้านดังที่มาเปิดสาขาใหม่ในตัวเมืองปากช่อง เขาคงไม่ได้เลี้ยงพรายกระซิบไว้ตามสอดส่องพฤติกรรมของเธออยู่ใช่ไหม ?“เฮียได้ยินพวกเธอคุยกัน”
ซึ่งกว่าจะหยุดพ้นจากสถานการณ์คับขันพวกนั้นได้ อลีนาถึงกับยืนยิ้มจนเหงือกเกือบแห้ง “เฮ้อออ...” แถมยังเผลอถอนลมหายใจ เพราะโล่งอกอย่างลืมตัว ทั้ง ๆ ที่นายแม่สุวนียืนอยู่ข้างกาย“เหนื่อยมากไหมจ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าแม่ทำอะไรให้หนูอุ้มกังวล”“ปะ เปล่าค่ะ” อลีนาตอบแค่นั้นแล้วชะงักไปเหมือนไม่ค่อยมั่นใจว่าควรพูดดีหรือเปล่า “ความจริงก็มีค่ะ” แต่สุดท้ายความอึดอัดก็ผลักดันให้เธอยอมรับออกไปตรง ๆ “อุ้มว่านายแม่กำลังเข้าใจผิดนะคะ เรื่องงานแต่ง...”“ตายแล๊ว ! ! ! แม่เข้าใจผิดไปเองเหรอจ๊ะ” สุวนียกมือขึ้นทาบอก แสร้งแสดงสีหน้าตื่นตระหนกตกใจปะปนกับรู้สึกผิด “แม่ได้ยินคนงานในไร่พูดกัน แม่ก็นึกว่าหนูตกลงปลงใจกับลูกชายของแม่เรียบร้อยแล้วเสียอีก”“...”“แย่จริง ๆ เลย แม่ขอโทษนะหนูอุ้ม” ประมุขของไร่ภูพลาธรมีแววตาหนักใจ “แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ แม่บอกกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดไปแล้วด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกไม่นานเรื่องก็คงซา”เพราะเธอเองก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน“แล้วหนูอุ้มไม่คิดจะพิจารณาลูกชายของแม่หน่อยเหรอจ๊ะ ตอนที่หนูหนีไป มันมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าแม่ทุกวันเลยนะ อ้อนวอนขอให้หนูกลับมา” แน่น
เนื่องจากวันนี้ ภายในไร่มีงานทำบุญประจำปี คนงานทุกคนจึงได้รับสิทธิ์ลาหยุด 1 วัน เพื่อมาร่วมทำบุญในช่วงเช้า และกินเลี้ยงโต๊ะจีนในช่วงเย็น ฉะนั้นภูภามว์กับน้องชาย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของงานถึงได้วิ่งวุ่นตัวเป็นเกลียวโชคดีที่งานช่วงเช้าผ่านพ้นเรียบร้อยไปได้ด้วยดี พวกเขาสองคนเลยมีเวลาพักหายใจบ้างแต่เหนื่อยกายก็ยังไม่เท่ากับเหนื่อยใจนี่สิ ร่างสูงถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก “เป็นอะไร ทำหน้าหงอย ๆ เหนื่อยกายหรือเหนื่อยใจยะ” พอเว้นว่างจากการต้อนรับแขกเหรื่อและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เชื้อเชิญมาร่วมงาน สุวนีเห็นสีหน้าของลูกชายดูท่าไม่ค่อยดีก็อดถามไม่ได้ “เหนื่อยใจมากกว่าแม่” เสียงเนือย ๆ ตอบคนเป็นแม่ ก่อนจะปรายตาไปทางหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวยาวละพื้นที่กำลังเล่นอยู่กับลูกชายของดาหลาอลีนาเป็นคนที่มีความสุขง่ายกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว แต่รอบตัวของเธอตอนนั้นต้องไม่มีเขาเฮ้ออออ พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจดวงแกร่งก็พลันห่อเหี่ยว “ฉันก็เตือนแกแล้วว่าให้ง้อแบบคนปกติ แกทำให้มันยุ่งยากเอง” “ก็เมียผมไม่ใช่คนปกติ แม่จะให้ผมง้อแ







