LOGINฟังข้อเสนอเจ๊จุงจบ ภูภามว์ก็ออกอาการหงุดหงิด พาลไปถึงมือขวาที่นั่งแหกปากร้องเพลง จะให้คนอย่างไอ้ภูภามว์วิ่งตามไปขอเคลมเด็กน่ะหรือ เสียเชิงหมด !
หลังเช็กบิลค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็กลับออกจากร้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่ก่อตัวขึ้นเล็ก ๆ คิดว่าตัวเองสวยมากแล้วจะโก่งค่าตัวหรือไง ฝันไปเถอะ !
ไม่ได้อยากกินขนาดนั้นโว้ยยยย!
“อุ้ย ! ! ! เจ็บจัง...”
ขณะเดียวกัน ‘อลีนา’ ที่วิ่งรับแขกเข้าอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังทิปจากลูกค้าก็ไม่ทันระวังตัว เธอบังเอิญเดินชนเข้ากับเจ้าของร่างสูงอย่างจัง จนเกือบล้มหงายท้องหงายไส้
หากไม่ได้วงแขนแข็งแกร่งของเขาช่วยเหนี่ยวรั้งรอบเอวเธอเอาไว้ มีหวังสะโพกเคล็ด!
“หนูขอโทษนะคะ” พอเงยหน้าขึ้นถึงได้รู้ว่าคนที่เธอเดินชนคือใคร อลีนาก็รีบผละออกห่างจากเจ้าของไร่ภูพลาธรอย่างเร็วรี่ ก้มหน้าหลบสายตาคมเหมือนอย่างเก่า จากนั้นถึงเอ่ยขอตัว
“เดี๋ยว !” แต่เดินหนีได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือเธอก็ถูกคว้าเอาไว้ ทำให้อลีนาต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยใจประหวั่น
“ค่ะ ! คะ ?” และยิ่งสบสายตาคมเข้มคู่นั้น ก็ยิ่งทำอลีนาถึงกับไปไม่เป็น เพราะนอกจากเสียงจะเข้มแล้ว สายตายังดุอีก !
คุณภูภามว์ทำเธอกลัวไปหมดแล้วเนี่ย ! หญิงสาวครวญครางในใจแต่ก็ยังฉีกยิ้มสู้
“คืนนี้ไปกับฉัน ฉันจะจ่ายให้ตามที่เธอเรียกร้อง เท่าไรว่ามา”
“คะ ?” ดวงตากลมโตเบิกกว้างเกือบเท่าไข่ห่าน อลีนามองเจ้าของประโยคเมื่อครู่อย่างไม่เข้าใจในตอนแรก ก่อนสมองจะประมวลคำตอบให้ตัวเองได้ในนาทีถัดมา แล้วนิ่งงันไปหลายอึดใจ
คุณภูภามว์กำลังขอซื้อเธองั้นเหรอ...
“ค้างคืนเท่าไร ?” ยิ่งเห็นใกล้ ๆ ยิ่งได้สัมผัส ภูภามว์คิดว่าชั่วคราวคงไม่พอ
หวานหยาดเยิ้มขนาดนี้ มันต้องซ้ำแล้วปะ !
นานทีปีหน เขาจะอยากกินของหวาน ปกติซดแต่ของแซ่บ ๆ ช่วงนี้เลยรู้สึกแสบท้อง สงสัยจะแสลงของเผ็ด ลองเปลี่ยนมาชิมน้ำผึ้งเดือนห้าบ้างดีกว่า เผื่อเอเนอร์จีจะดีขึ้น
“...” นานนับนาทีที่หญิงสาวเงียบไป ทำเอาคนรอฟังคำตอบเริ่มใจแป้ว
“ว่าไง จะไปหรือไม่ไป ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงเล่นตัว”
จบคำภูภามว์ก็ปล่อยข้อมือบางเป็นอิสระ แล้วตั้งท่าจะหันกลับไปที่รถ อีโก้มันค้ำคอขนาดนี้ แค่เขาต้องยืนรอคำตอบจากเด็กนี่นานตั้งเกือบสามนาทีก็ถือว่าลดตัวลงมามากแล้ว
“ดะ เดี๋ยวค่ะ ! หนูตกลงไปกับเฮีย แต่หนูขอหมื่นนึง”
เมื่อเห็นว่าโอกาสรอดที่เหลืออยู่น้อยนิดกำลังจะหลุดลอย อลีนาจึงรีบตัดสินใจตะโกนเรียกตามหลังคนใจร้อนในวินาทีนั้น
ที่เธอคิดนานเพราะไม่รู้ว่าต้องตอบรับข้อเสนอของลูกค้าอย่างไร อลีนาเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้แค่สามวันเพราะร้อนเงินล้วน ๆ เคยแค่เห็น และได้ยินเพื่อนร่วมงานพูดคุยกันผ่าน ๆ หู ว่าเป็นงานง่าย ๆ สบาย ๆ ออกไปกับแขกแค่สองสามชั่วโมง ก็ได้เงินตั้งหลายพันบาท
แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจกล้าขนาดนั้น สามวันที่ผ่านมา อลีนาถึงวิ่งรับแขกจ้าระหวั่น หวังสะสมเงินที่ได้รับเป็นทิปไปวัน ๆ รวมกับค่าแรง แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี
ช่างน่าอนาถที่พรุ่งนี้คือวันขีดเส้นตาย แล้วอีกแค่หนึ่งชั่วโมง ร้านคาราโอเกะก็ใกล้จะเป็นแล้ว ถ้ามัวแต่หวังรอรับทิปจากลูกค้าก็คงไม่ทัน
“นะ หนูเรียกเยอะไปเหรอคะ” เห็นอีกฝ่ายเงียบ อลีนาก็ชักใจคอไม่ดี อุตส่าห์ใจกล้าบ้าบิ่นตัดสินใจทำเรื่องน่าละอายไปขนาดนี้แล้ว โอกาสยังจะไม่เข้าข้างเธออีกหรือ
“เปล่า เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” ทรงเขาดูเหมือนพวกป๊ะป๋าเลี้ยงเด็กไว้บำเรอกามหรือไง
เรียกพี่ก็พอม้างงงง...
“ฮะ เฮียค่ะ หรือจะให้หนูเรียกว่าเสี่ยดีคะ”
อือหือ... หนักกว่าคำเดิมอีก
“ไม่ต้อง ! เรียกเฮียนั่นแหละ ดีแล้ว” อยากเรียกอะไรก็เรียก เพราะเขาคงเจอยัยเด็กนี่แค่คืนนี้คืนเดียว พอน้ำแตกก็ทางใครทางมัน เขาสบายตัว ส่วนเด็กนี่ได้เงิน จบการขายแบบแฟร์ ๆ
“ค่ะเฮีย” เสียงเข้มทำอลีนาสะดุ้งนิด ๆ คุณภูภามว์ดูไม่ค่อยพอใจ
เธอพลาดตรงไหนเหรอ ? เพื่อนร่วมงานหลายคนก็เรียกลูกค้ากันแบบนี้ แล้วบรรดาเฮีย ๆ เสี่ย ๆ ทั้งหลายก็ดูจะพออกพอใจกันทั้งนั้น บางคนถึงขั้นถอดสร้อยทองเส้นเท่าโซ่ตกรางวัลให้เลยด้วยซ้ำ
แล้วนี่เธอพยายามฉีกยิ้มหวาน ๆ เอาใจเขาเต็มที่ สักสี่สิบก็ไม่ควักตกรางวัลให้บ้างเลยหรือไง
เคยได้ยินคนงานในไร่ต่างกล่าวขานว่าคุณภูภามว์เป็นคนเขี้ยว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเขี้ยวลากดินขนาดนี้ ใจดำจริง !
“เธอชื่ออะไร”
“ชะ ชื่ออุ้มค่ะ” อลีนาที่กำลังนึกค่อนขอดคนตรงหน้าในใจสะดุ้งพรวด
“ขึ้นรถ” เขาบอกเธอเท่านั้น ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่รถ Jeep คันโก้ที่จอดอยู่ไม่ไกล อลีนาได้แต่มองตามหลังเจ้าของไร่ภูพลาธรด้วยหัวใจเต้นระรัว
นี่เป็นครั้งแรกที่อลีนาได้เข้าใกล้คุณภูภามว์ในระยะประชิด ปกติเธอเป็นเพียงเศษเสี้ยวมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่มองเห็นเขาจากที่ไกล ๆ ไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือแม้แต่เดินเฉียด
เธอรู้จักเขา... แต่เขาไม่รู้จักเธอ...
คำนี้น่าจะนิยามความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ได้ดี
ทว่าคืนนี้เราทั้งคู่กำลังจะข้ามขั้นตอนไปไกล ไกลจนอลีนาไม่เคยกล้าจินตนาการว่าจะมีวันนี้
8ของสายฟ้าแต่งงานกันมาเกือบหกปี จนกระทั่งตอนนี้ตั้งท้องลูกคนที่สองเข้าไปแล้ว ชีวิตของพริมโรสไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่ก็ไม่ได้ลำบากหรือหนักใจถึงขั้นเรียกว่าขวากหนาม อารมณ์ส่วนมากของเธอหมดไปกับการโมโหแล้วก็หงุดหงิดสองพ่อลูกคู่ซี้เสียมากกว่ายิ่งโดยเฉพาะขณะนี้...ว่าที่คุณแม่ลูกสองสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วกดอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในอกให้เบาบางลง ยามจับจ้องสายตาไปยัง เด็กชาย ‘สายฟ้า’ อายุห้าขวบ และเด็กชายอัสนีอายุสามสิบหกขวบ ที่พากันออกไปแตะฟุตบอลเล่นท่ามกลางสายฝนจนเนื้อตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก“เท่าที่จำได้ พริมมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะคุณอัส”ถ้าจะให้พริมโรสคิดบัญชีใครเป็นคนแรก ก็คงต้องเป็นคนตัวโตกว่านี่แหละถูกต้องแล้ว เพราะแทนที่เขาจะห้าม กลับวิ่งนำลูกออกไปเล่นตากฝนเสียอย่างนั้น“แต่นี่มันวันสงกรานต์นะครับแม่ ยังไงก็ต้องเปียกอยู่ดี”เด็กชายที่ไม่เข้าใจว่าเปียกน้ำฝนกับเปียกน้ำประปามันต่างกันอย่างไรรีบออกปากเถียงแทนคนเป็นพ่อที่เอาแต่ก้มหน้างุดนาน ๆ ทีจะได้มาเที่ยวบ้านยายทวดที่จังหวัดนคสวรรค์ มีอะไรหลายอย่างที่สายฟ้าอยากทำอย่างเช่นเล่นสงการณ์หน้าบ้าน เตรียมถั
“ดูคุณจะสนิทกับพี่เมฆอะไรนั่นมากเลยนะครับ”อัสนีเอ่ยถามหญิงสาวทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านหลังนั้น และเขาก็จงใจเน้นเสียงย้ำตรงคำว่า ‘พี่เมฆ’ จนคนฟังรับรู้ได้“คงงั้นมั้งคะ เพราะเมื่อสมัยเรียนเราเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วยายก็เคยทำงานที่บ้านเสี่ยกรรชัย ก็เลยเป็นพี่น้องที่สนิทกันค่ะ”“แต่ผมว่าพี่เมฆของคุณไม่ได้คิดกับคุณแค่พี่น้องนะ”“เขาจะคิดยังไงก็ช่างเขาสิคะ” พริมโรสยักไหล่ราวกับไม่รู้สึกอินังขังขอบใด ๆ กับสิ่งที่อัสพูด เพราะเธอดูออกมาตั้งนานแล้วว่าเมฆารู้สึกอย่างไรกับเธอ รู้ก่อนที่เธอจะรู้จักกับอัสนีด้วยซ้ำ “แล้วอีกอย่างพี่เมฆก็ไม่ใช่ของพริมด้วย คุณต่างหากที่เป็นของพริม”“ช่างพูดช่างจานะ”อัสนีค่อนข้างพอใจในคำตอบ ความจริงเขาไม่ได้คิดจะถือสาหาความอะไรตั้งแต่หญิงสาวแนะนำว่าเขาเป็นสามีแล้ว ที่แสดงออกไปแบบนั้นก็เพื่อจะสื่อให้แม่ของลูกรู้ ว่าเขาหึงและหวงมากแค่ไหนตอนที่เห็นผู้ชายคนอื่นมายุ่มย่ามกับเธอ“หึงมากเลยเหรอคะ”ไม่ใช่แค่ถาม แต่พริมโรสยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจของเธอและเขาแทบจะรดรินกัน“ถ้าไม่กลัวว่าคุณจะคิดมากแล้วก็เกรงใจผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงนั้น ผมคงประกาศให้พี่เมฆของคุ
7ตกลงปลงใจ“แต่งงานกับผมนะ”“...” พอสิ้นคำนั้นพริมโรสถึงกับยืนนิ่งงันไปหลายวินาที เธอไม่ได้คาดหวังให้อัสนีมารับผิดชอบโดยการแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสอะไรเทือกนั้น แค่เขาไม่ปัดความรับผิดชอบเรื่องลูกเท่านี้เธอก็พอใจแล้วที่สำคัญเธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ยังไม่มีโอกาสได้ศึกษานิสัยใจคอกันเลยด้วยซ้ำ“คุณแน่ใจเหรอคะคุณอัสนี”“ยิ่งกว่าแน่อีกทูนหัว ไม่มีอะไรจริงกว่าคุณกำลังท้องลูกของผมอีกแล้ว”ว่าจบอัสนีก็ประทับริมฝีปากลงบนกระหม่อมบางแผ่วเบา ก่อนเขาจะคลอเคลียต่ำลงมาที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ซึ่งเขาจดจำรสชาติและความรู้สึกยามสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับเธอได้ดี ว่ามันช่างหวานล้ำแค่ไหน“แล้ว...” แต่ก่อนที่อัสนีจะล่วงเกินเธอไปมากกว่านั้น หญิงสาวกลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอผละออกห่างจากร่างสูงแล้วจ้องมองเขาด้วยแววตาที่แฝงเร้นไปความเจ็บปวด “แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ คนที่คุณควงออกงานบ่อย ๆ”ท่าทีของของเธอทำเอาอัสนีจุกในอก“ผมขอโทษพริม ขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ”ก่อนเขาจะอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด ว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงที่เป็นข่าวกับเขาและควงออกงานด้วยช่วงนี้เป็นใครมาจากไหน ซึ่งหล่อนเป็นเพียงลูกพี
“ยายจ๋า~ พริมกลับมาแล้วจ้า”เสียงตะโกนเรียกหายายดังสนั่นมาแต่ไกล ก่อนที่เจ้าตัวจะหอบเอาข้าวของพะรุงพะรุงที่ขนซื้อมาจากตลาดตอนเช้ามืดเดินเข้ามาในใต้ถุนบ้านทว่าทันทีที่มาถึงดวงกลมโตก็เป็นอันต้องเบิกกว้าง เมื่อบนแคร่นั่งใต้ถุนบ้านไม่ได้มีเพียงยายของเธอนั่งอยู่คนเดียว แต่กลับมีใครบางคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเจอเขาที่นี่นั่งร่วมอยู่ด้วย“คุณอัสนี...”“พริม!” สิ้นคำนั้นร่างสูงก็ถลาเข้ามาสวมกอดเธอเต็มแรง จากที่ตกใจอยู่แล้วพริมโรสก็ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่กับการกระทำบุ่มบ่ามของเขานานทีเดียวที่หญิงสาวยืนนิ่งให้อัสนีกอด แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาตกตะลึงของคนเป็นยายเท่านั้นแหละ สติสตังค์ที่กระเจิดกระเจิงถึงได้คืนกลับมา ก่อนเธอจะรีบผละห่างออกจากเขาแล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ยายด้วยความขวยเขิน“พ่อหนุ่มคนนี้บอกกับยายว่าเขาเป็นคนรักของแก จริงหรือเปล่า?”ความจริงภาพที่นางเห็นเมื่อครู่ก็บ่งบอกสถานะของทั้งคู่ชัดเจนแล้ว แต่ถึงกระนั้น ‘ดาวเรือง’ ก็ยังอยากได้ยินจากปากของหลานสาวมากกว่า“...” จบคำนั้นพริมโรสก็หันมาสบสายตากับเจ้าของร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดสูทตั้งแต่เมื่อวาน เธอชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะตอบคำถามยายว่าอย่าง
6ของอัสนีเดือนนี้เป็นเดือนเมษายนอากาศด้านนอกจึงร้อนระอุกว่าปกติ แต่ถึงกระนั้นก็ยังร้อนรนไม่เท่าหัวใจของอัสนีในตอนนี้ร่างสูงหลังโต๊ะทำงานเหลือบมองดูนาฬิกาบนฝาพนัง ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าขณะนี้เวลาล่วงเลยจนเกือบจะบ่ายโมงแล้ว แต่ว่าคนที่เขารอคอยยังไม่มีวีแววว่าจะขอมาเข้าพบเลยตั้ง 3 วันเชียวนะที่พริมโรสหายไป... แถมเคาว์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็ไร้เงาเธอทุกครั้งที่เขาเดินผ่านคิดได้ดังนั้นคนที่ตั้งใจว่าจะเล่นตัวต่ออีกสักนิดก็ลุกพรวดพราดออกจากห้องทำงาน แล้วเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะของเลขา“คุณน้ำ สองสามวันมานี้ ไม่มีใครมาขอเข้าพบผมเลยเหรอ”“ถ้าคุณอัสนีหมายถึงคุณพริมละก็...” คนที่มีสถานะเป็นถึงเลขาส่วนตัวจงใจประวิงเวลาโดยการหยุดพูดพลางทำหน้าขบคิด ก่อนจะตอบคำถามให้เจ้านายหายสงสัย “ไม่มีนะคะ น้ำไม่เห็นคุณพริมที่โรงแรมมาสามวันแล้วค่ะ”“ขอบใจมาก วันนี้ผมไม่มีงานสำคัญอะไรแล้วใช่ไหม”“ไม่มี... ค่ะ” ตอบยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ คนที่ใจร้อนยิ่งกว่าไฟสุมทรวงก็หุนหันเดินห่างออกไปไกลแล้ว เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าให้คนเป็นเลขา ได้แต่มองตามหลังอย่างงุ่นงงเจ้านายนะ เจ้านาย! ตอนเ
“พริม!”ขณะที่พริมโรสกำลังหลับตาเรียกสติให้ตัวเองอยู่นั้น คนที่เธออยากเจอมากที่สุดก็เดินออกมาจากลิฟต์ของทางฝั่งผู้บริหาร บอสที่เป็นฝ่ายเห็นก่อนจึงหันมาสะกิดเรียกเพื่อนร่วมงานสาวให้หันมามอง“...” พริมโรสเห็นดังนั้นก็ขยับออกไปยืนหน้าเคาว์เตอร์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความหวังทว่าอีสนีกลับเดินผ่านทั้งคู่ไปหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะชายหางตาหันมาแลเธอเลยด้วยซ้ำ เขาทำเหมือนกับว่าที่ผ่านมาไม่เคยรู้จักมักจี่กับเธอมาก่อน พลันก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายก็เจ็บแปลบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่“อ้าว! ทำไมเป็นงั้นอ่ะ” เสียงร้องนั่นไม่ได้มาจากใครที่ไหน เป็นบอสที่ยืนอ้าปากพะงาบ ๆ มองเจ้าของโรงแรมที่เดินผ่านไปอย่างเฉยชา “ให้เราตามไปเรียกให้มั้ยพริม เผื่อว่าคุณอัสเขาจะไม่เห็น”“ไม่ต้องหรอกบอส”ดวงตากลมโตที่แดงระเรื้อจ้องมองแผ่นหลังกำยำด้วยความรู้สึกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคงมีอารมณ์น้อยใจซ้อนอยู่ อัสนีไม่ใช่ไม่เห็นหรอก เดินมาใกล้จนจวนเจียนจะชนกันอยู่รอมร่อ ถ้าไม่ตาบอดก็เพราะเขาไม่คิดจะมองเธอมากกว่า“แล้วจะเอายังไงต่อ เรื่องแบบนี้มันรอเวลาได้ที่ไหน”“พรุ่งนี้พริมจะหาโอกาสคุยกับเขาอีกที”เนื่องจากวันพรุ่งนี้จะมีงานมงคลสมร
“พี่แคท… พี่ไม่เห็นด้วยเหมือนพ่อกับแม่เหรอ”แก้วเจ้าจอมตัดสินใจถามเสียงเบา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามของพี่สาวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงจนสวยสด เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างแต่กลับไม่เจอ“หมายถึงอะไร? เรื่องหลานน่ะหรอ แกจะบ้าเหรอเจ้าจอมคิดอะไรแบบนั้น”“แล้วทำไมถึง…” กล้าทำแบบนั้นละ พี่สาวเธอฆ่
“ทำไมน้องเจ้าจอมถึงเลือกที่จะไม่บอก ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง”ทอรุ้งวนกลับมาที่โรงพยาบาลอีกรอบเพื่อหวังคาดคันแก้วเจ้าจอมให้ยอมบอกความจริงกับทุกคนด้วยปากตัวเอง บอกตามตรงนะถ้าเฮียไม้เอกจะทำแบบนั้นจริงๆ เธอไม่เห็นด้วยสุดๆและเธอนี่แหละจะออกโรงกางปีกปกป้องเด็กสาวคนนี้เอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดคอนดูนะ แ
“คุณทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรอีก” แก้วเจ้าจอมคิดว่าที่เขาหายไปเพราะไม่ต้องการอะไรจากเธอแล้วเสียอีก แต่เปล่าเลยที่ผ่านมาไม้เอกคอยตามเธอทุกฝีก้าว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีทางตามมาซื้อห้องต่อจากเจ้าของเดิมถูก จริงไหม? “ฉันบอกความต้องการเธอไปแล้ว ต้องให้ย้ำไหม?”ไวกว่าความคิดร่างสูงสาวเท้าเข้ามาประชิดร่าง
ไม่รู้ต้องว่าต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าไม้เอกคิดจะทำอะไรต่อ แก้วเจ้าจอมไม่สามารถเดาใจเขาได้จริงๆ บอกตามตรงว่าเธอหวาดกลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจับใจ “คนใจร้าย จอมเกลียดพี่ไม้เอกที่สุดเลย” หญิงสาวตัดพ้อทั้งน้ำตาเมื่อหวนถึงภาพและเสียงจากคลิปน่ารังเกียจนั่น มันยังคงฉายชัดอยู่ในหัว







