LOGIN"อะไรนะ! เธอคือคนที่อุปการะยัยมาลินจริง ๆ เหรอเนี่ย" มาลีกวาดสายตามองดูผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา "นี่จะมาหลอกอะไรฉันรึเปล่า คนที่ส่งเสียยัยมาลินเรียนไม่ใช่คนแก่ ๆ คราวพ่อรึไง ดูจากหน้าตาก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนี่"
"กรุณาเรียกบอสอย่างสุภาพด้วยนะครับคุณ แล้วก็กรุณาพูดจาให้มีมารยาทด้วย..."
"ไม่ต้องกวิน นายปล่อยมือออกจากผู้หญิงคนนั้นซะ ถ้าเธออยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปเถอะ"
"แต่บอสครับ..."
"ฉันบอกให้เงียบไง!" ราล์ฟก็หันไปดุผู้ติดตาม ก่อนจะหันไปคุยกับมารดาของมาลินต่อ "ว่าแต่ทำไมคุณถึงคิดว่าคนที่อุปการะไม่น่าจะเป็นผมล่ะครับ" กวินก็ไม่ค่อยพอใจเจ้านายของตัวเองมากนัก เพราะเขาต้องยอมให้ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาพูดจาห้วน ๆ ใส่ แถมยังแทนตัวเองว่าผมและพูดอย่างสุภาพอีกด้วย
"ถ้าสิบสองปีมันก็ไม่สมเหตุสมผลน่ะสิ คนที่ส่งเสียยัยมาลินก็ส่งแต่ของดี ๆ มาให้ตลอด แถมยังส่งเสียให้เรียนโรงเรียนประจำสตรีที่มีชื่อเสียงด้วย ค่าใช้จ่ายต่อปีมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ แถมค่าเทอมของที่นั่นก็แพงมากนี่ ถ้าเมื่อสิบสองปีก่อนเป็นเธอจริง ๆ งั้นตอนนั้นเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่หรือไง อายุไม่ถึง เขาให้อุปการะเด็กไม่ได้หรอกนะ"
"ตอนนี้ผมอายุสามสิบสี่แล้วครับ แล้วตอนที่ผมอุปการะเด็กคนนี้ ผมก็เรียนจบและมีงานทำแล้วด้วย"
"อะไรนะ สามสิบสี่! เธอเนี่ยนะอายุสามสิบสี่ จะบ้ารึไง หน้าตาเหมือนยังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ งั้นก็แสดงว่าเธอเป็นคนอุปการะยัยมาลินจริง ๆ สินะ"
"ใช่ครับ แต่เวลาที่พูดกับผม รบกวนอย่าเรียกเด็กคนนั้นว่า "ยัย" ให้ผมได้ยินอีกนะครับ"
"แล้วพวกเธอมีอะไรจะคุยล่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าเงินที่ลูกน้องของเธอให้ฉันมาห้าหมื่นเมื่อกี้ ฉันไม่คืนหรอก"
"ผมไม่เอาคืนหรอกครับ"
"ว่าแต่เธอก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนะเนี่ย แล้วมาอยู่ที่ห้องนี้ได้ยังไงล่ะ นี่มันห้องของตาแก่งี่เง่าขี้เมานี่"
"ผมจะมาคุยเรื่องลูกสาวของคุณ"
"เหอะ! ลูกสาวอะไร๊...ยัยมาลินมันไม่ใช่ลูกสาวฉันหรอกนะ มันเป็นลูกสาวของไอ้เศษสวะต่างหาก แล้วมีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา"
"คุณจะเอายังไงกับเด็กคนนี้ต่อล่ะครับ ในเมื่อเธอก็เรียนจบแล้ว"
"มันจะไปไหนก็เรื่องของมันเถอะสิ เพราะฉันไม่สนใจหรอก นางตัวซวยที่เกิดมา แล้วทำให้ชีวิตฉันล่มจมขนาดนี้ ถ้ายังเอามันไว้ก็เกะกะสายตา แถมฉันยังไล่มันให้ไปไกล ๆ แล้วด้วย แล้วมันก็รับปากว่าจะออกไปจากที่นี่ภายในอาทิตย์นี้แล้ว ต่อไปชีวิตฉันจะได้สงบสุขสักที"
"สรุปแล้ว คุณก็ไม่ต้องการเด็กคนนี้แล้วเหรอครับ"
"ใช่...แล้วเธอจะถามทำไม อ้อ...แล้วไหนบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับฉัน งั้นก็รีบ ๆ คุยมาสิ"
"เรื่องของเด็กคนนี้นั่นแหละครับ เห็นบอกว่าเธอจะไม่เรียนต่อแล้ว ผมก็เลยอยากจะส่งเสียให้เธอได้เรียนต่อ แต่ถ้าเกิดว่าคุณไม่ต้องการเด็กคนนี้แล้ว งั้นผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถามอะไรคุณอีกแล้วสินะครับ"
"อะไรนะ! จะส่งเสียต่อ? ได้ไงล่ะ ถ้าเกิดว่าเธอจะส่งเสียลูกสาวฉันต่อ เงินทุกอย่างก็ต้องผ่านฉันนะ"
"แหม...คุณป้าครับ ตะกี้ยังบอกว่าคุณหนูไม่ใช่ลูกอยู่เลย แต่พอเป็นเรื่องเงินก็เรียกลูกสาวขึ้นมาทันทีเลยนะครับ"
"นายเงียบไปเลยกวิน แล้วยังไงครับ ไหนคุณบอกว่าไล่ลูกสาวออกไปจากที่นี่แล้วไง งั้นถ้าผมจะพาตัวเธอไปก็คงไม่ต้องขออนุญาตจากใครสินะครับ"
"ไม่ได้!" มาลีก็รีบปฏิเสธเสียงแข็งจนเสียงดังลั่นห้อง เมื่อรู้ว่ากำลังมีคนสนใจจะเอามาลินไปอุปการะต่อ จึงปฏิเสธเพื่อหาทางเรียกเงินให้ได้มากที่สุด "ถึงฉันจะไม่ต้องการยัยมาลินแล้วก็ตาม แต่ฉันก็ไม่ยอมให้ลูกไปอยู่กับใครง่าย ๆ หรอกนะ"
"คุณแม่คะ เกิดอะไรขึ้น หนูได้ยินเสียงคุณแม่ดังไปถึงห้องของเราเลย แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่ห้องของลุงชิตได้ล่ะคะ เอ๊ะ? พวกคุณที่ทำกระเป๋าเงินตกนี่คะ ทำไมถึงมาอยู่ที่ห้องลุงชิตได้ล่ะ แล้วคุณแม่รู้จักกับพวกเขาด้วยเหรอคะ"
"นี่แกรู้จักผู้ชายคนนี้แล้วงั้นสินะ ก็ดี...จะได้ไม่ต้องพูดจาอ้อมค้อมให้เสียเวลาอะไรอีก"
"คือหนูไม่ได้รู้จักหรอกนะคะ ทำไมถึงคิดว่าหนูจะต้องรู้จักด้วยล่ะ หรือเป็นเพราะว่าเห็นหนูทักทายพวกเขางั้นเหรอคะ แต่หนูเพิ่งเคยเจอพวกเขาวันนี้เองนะ"
"อะไรกัน นี่เขาอุปการะส่งเสียแกมาตั้งสิบสองปี แต่แกยังไม่รู้จักหน้าเขาอีกเนี่ยนะ"
"คะ? คนที่อุปการะหนู? เอ่อ...นี่คุณแม่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่คะ คนที่อุปการะจะเป็นคุณผู้ชายทั้งสองคนนี้ได้ยังไง ก็คนที่คอยส่งเสียหนู น่าจะเป็นคุณลุงใจดีนี่คะ"
"บอสครับ คุณหนูนึกว่าบอสเป็นคุณลุงน่ะ" กวินก็แอบกลั้นขำเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบไปที่เจ้านายที่เป็นทั้งเพื่อนรู้ใจกันด้วย
"หุบปากไปเลย ถ้านายไม่อยากกินลูกกระสุนปืนน่ะ"
"เอ่อ...คุณคือคุณราล์ฟจริง ๆ เหรอคะ" มาลินก็หันไปจ้องมองราล์ฟด้วยความไม่แน่ใจเล็กน้อย เพราะเธอคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคนที่ส่งเสียเธอมาตลอดจะยังอายุน้อยขนาดนี้
"ถ้าเกิดว่าฉันเป็นคนอุปการะเธอจริง ๆ แล้วเธอจะเชื่อไหม"
"เอ๊ะ? หนูเชื่อค่ะ ถ้าคุณบอกว่าใช่ก็ต้องใช่แน่ ๆ ถึงคุณราล์ฟจะไม่ค่อยตอบจดหมายหนูยาว ๆ ก็เถอะ แต่สรรพนามที่เรียกหนูว่า "เธอ" คงไม่ผิดแน่ ๆ ขะ...ขอโทษนะคะ ความจริงแล้วฉันไม่ควรแทนตัวเองว่าหนูด้วยซ้ำ เพราะดูจากตัวจริงของคุณตอนนี้แล้ว คุณแตกต่างจากที่ฉันคิดไว้มากเลยล่ะค่ะ"
"หลังจากที่ได้เห็นฉันตัวจริง แล้วมันยังไงล่ะ ทำให้เธอผิดหวังหรือเปล่า"
"ขอโทษนะคะที่หนู เอ่อ...ฉันคิดว่าคุณราล์ฟเป็นคุณลุงมีอายุที่ใจดีมาตลอด ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" กวินก็แอบกลั้นเสียงหัวเราะไว้ แต่ก็ยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาอยู่ดี
"ขำอะไร! นายคงจะอยากกินลูกกระสุนของฉันจริง ๆ สินะ เดี๋ยวรอเคลียร์ตรงนี้ก่อนเถอะ นายได้กินลูกปืนสมใจแน่"
"หนู เอ่อ...ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสเจอคุณราล์ฟตัวเป็น ๆ แบบนี้ มันทำให้ฉันทั้งตกใจและดีใจ ร่างกายมันสั่นไปหมด เพราะฉันมีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากจะเล่าให้คุณฟัง อยากจะขอบคุณมาตลอด ขอบคุณ..."
"นี่เธอยังพูดคำว่าขอบคุณไม่พออีกรึไง ที่เขียนในจดหมายมา มันก็มากมายแล้วนะ"
"พอ ๆ ๆ เจรจากันเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันจะได้พูดต่อบ้าง เห็นเธอบอกว่าจะส่งเสียลูกสาวฉันสินะ"
"เอ๊ะ? คุณราล์ฟจะส่งเสียฉันต่องั้นเหรอคะ" มาลินก็ตกใจไม่น้อย เมื่อได้รู้ถึงความต้องการของคนที่เคยส่งเสียเธอมาตลอด
"เอาเป็นว่าถ้าเธออยากจะส่งเสียลูกสาวฉันขนาดนั้น ฉันจะยอมให้ส่งเสียก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่ายัยมาลินจะต้องไม่อยู่ที่นี่และต้องไปให้พ้นหูพ้นตาฉัน อ้อ...แล้วถ้าเธอต้องการที่จะอุปการะนักล่ะก็ เธอจะยอมจ่ายค่าตัวของลูกสาวฉันได้ไหมล่ะ ส่งเสียลูกสาวฉันมาตั้งสิบกว่าปี คงจะไม่ใช่ระดับไก่กาสินะ งั้นฉันจะเรียกเบา ๆ ก็แล้วกัน แค่หนึ่งล้านก็พอ"
"คุณแม่! ไม่ได้นะคะ จะไปเรียกเงินจากผู้มีพระคุณของเรามากมายขนาดนั้นได้ยังไง"
"หึ! ผู้มีพระคุณแค่ของแกคนเดียวต่างหาก แล้วก็หุบปากเน่า ๆ ของแกไว้ซะ ถ้าฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้ ถ้ามันไม่รับข้อเสนอ ฉันก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรอยู่แล้ว มีแต่แกนั่นแหละที่จะอดเรียนต่อน่ะ"
"คุณราล์ฟคะ เอ่อ...ฉันต้องขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ แต่คุณราล์ฟไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคุณแม่หรอกค่ะ เพราะที่ผ่านมาฉันก็รบกวนคุณมากมายเหลือเกิน แบบนี้มันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ"
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือของมาลีก็ฟาดไปที่ใบหน้าใสของมาลินจนหน้าหัน ส่วนราล์ฟที่เห็นแม่แท้ ๆ กำลังทำร้ายลูกสาวก็รู้สึกหัวเสียขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ทุกคนต่างก็คาดไม่ถึงออกมา
"งั้นผมจะให้เงินคุณไปเลยสิบล้าน เพื่อแลกกับอิสรภาพของเด็กคนนี้ ถ้าคุณตกลง ผมก็จะเอาเช็คมาให้สิบล้านทันที แต่คุณจะไม่มีสิทธิ์มาด่าทอ แตะต้องหรือทำร้ายผู้หญิงคนนี้ได้อีกแล้วนะ!"
"อะไรนะ! เธอคือคนที่อุปการะยัยมาลินจริง ๆ เหรอเนี่ย" มาลีกวาดสายตามองดูผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา "นี่จะมาหลอกอะไรฉันรึเปล่า คนที่ส่งเสียยัยมาลินเรียนไม่ใช่คนแก่ ๆ คราวพ่อรึไง ดูจากหน้าตาก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนี่""กรุณาเรียกบอสอย่างสุภาพด้วยนะครับคุณ แล้วก็กรุณาพูดจาให้มีมารยาทด้วย...""ไม่ต้องกวิน นายปล่อยมือออกจากผู้หญิงคนนั้นซะ ถ้าเธออยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปเถอะ""แต่บอสครับ...""ฉันบอกให้เงียบไง!" ราล์ฟก็หันไปดุผู้ติดตาม ก่อนจะหันไปคุยกับมารดาของมาลินต่อ "ว่าแต่ทำไมคุณถึงคิดว่าคนที่อุปการะไม่น่าจะเป็นผมล่ะครับ" กวินก็ไม่ค่อยพอใจเจ้านายของตัวเองมากนัก เพราะเขาต้องยอมให้ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาพูดจาห้วน ๆ ใส่ แถมยังแทนตัวเองว่าผมและพูดอย่างสุภาพอีกด้วย"ถ้าสิบสองปีมันก็ไม่สมเหตุสมผลน่ะสิ คนที่ส่งเสียยัยมาลินก็ส่งแต่ของดี ๆ มาให้ตลอด แถมยังส่งเสียให้เรียนโรงเรียนประจำสตรีที่มีชื่อเสียงด้วย ค่าใช้จ่ายต่อปีมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ แถมค่าเทอมของที่นั่นก็แพงมากนี่ ถ้าเมื่อสิบสองปีก่อนเป็นเธอจริง ๆ งั้นตอนนั้นเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่หรือไง อายุไม่ถึง เขาให้อ
"บอสครับ นี่เอาจริงเหรอครับที่คืนนี้จะพักอยู่ที่นี่น่ะ""ก็แน่ใจน่ะสิ ถ้าไม่แน่ใจ แล้วจะมาอยู่ที่นี่ตรงนี้รึไงกันล่ะ แถมเจ้าของห้องก็อนุญาตแล้วด้วย""ก็บอสเล่นให้เงินไปตั้งสามแสนเพื่อเช่าห้องนี้ต่อ ไม่ว่าใครก็ต้องยอมอยู่แล้วล่ะครับ""งั้นนายก็รีบให้บริษัททำความสะอาดมาจัดการห้องนี้ให้เรียบร้อยด้วย ของเก่า ๆ ก็ทิ้งไปให้หมดเลยนะ พอเสร็จแล้วนายก็กลับไปได้เลย เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อเอง""จะดีเหรอครับบอส นี่มันไม่เสี่ยงเกินไปเหรอครับ บอสไม่เห็นจำเป็นต้องลงมาจัดการทุกอย่างเองเลยนี่ครับ""เสี่ยงอะไร? ฉันแค่อยากรู้ความเป็นอยู่ของเด็กที่ฉันเคยอุปการะ แล้วมันเสี่ยงอะไรตรงไหน""ผมรู้ครับว่าบอสเป็นห่วง แต่ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องลงทุนมาเช่าอยู่ที่ห้องข้าง ๆ เลยนี่ครับ""นายเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาออกความเห็น ฉันบอกให้จัดการก็รีบจัดการเดี๋ยวนี้! แล้วก็ทำให้เสร็จก่อนที่เด็กคนนั้นจะกลับจากที่ทำงานด้วย""ดะ...ได้ครับบอส แล้วบอสจะอยู่ที่นี่กี่วันครับ""ก็จนกว่าจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยนั่นแหละ ส่วนเจ้าของห้องนี้ก็จัดการโอนเป็นชื่อนายแล้วนี่ ฉันใช้ชื่อนายในการเช่าห้องนี้ แล้วฉันก็จะรอดูสถานกา
"นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ครับบอส""แต่นายมาช้าไปสามชั่วโมงนะกวิน" ราล์ฟเปิดดูข้อมูลที่คนสนิทยื่นส่งให้ ผ่านไปสิบนาที ราล์ฟก็วางเอกสารลงด้วยความคาดไม่ถึง"ข้อมูลมีแค่นี้เองหรือไงกวิน แล้วที่ในข้อมูลบอกว่าอยู่กับแม่สองคน เรื่องนั้นฉันก็รู้อยู่แล้วไหม ข้อมูลที่มันลงลึกมากกว่านี้ไม่มีแล้วหรือยังไง""นั่นแหละครับ เหตุผลที่ผมมาช้าก็เพราะเรื่องนี้แหละ พอดีว่าผมได้ไปสอบถามคนในพื้นที่มา เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่ของคุณหนูตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจครับ ซึ่งเธอชอบเที่ยวกลางคืน ใช้ชีวิตสนุกสนานและเข้าบ่อนเล่นการพนัน แต่พอรู้ว่าตั้งครรภ์ ผู้ชายที่รู้จักก็หนีหายหมดครับ จนไม่รู้ว่าพ่อของคุณหนูคือใคร แล้วผู้ชายที่เกี่ยวข้องในตอนนั้นก็ไม่มีใครอยากรับผิดชอบด้วย""งั้นหนี้มหาศาลในตอนนี้ ก็เกิดจากการที่แม่ของเด็กคนนั้นเข้าบ่อนสินะ? แล้วแบบนี้เด็กคนนั้นจะต้องรู้สึกยังไง ที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใครแบบนี้น่ะ""เรื่องที่ผมได้ไปสอบถามคนที่อยู่แถวนั้นยังมีอีกนะครับบอส เพราะคนแถวนั้นต่างก็รู้จักเธอดี เธอเป็นคนที่ชอบเมาและโวยวายเป็นประจำ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับที่อาศัยอยู่ข้างห้องและคนในอะพาร์ตเม
"นายลืมอะไรไปรึเปล่า ตั้งแต่เด็กในอุปการะของฉันเรียนจบ ก็ไม่เห็นมีจดหมายมาสักฉบับเลยนะ นี่ก็ผ่านมาตั้งสองเดือนแล้ว นายลืมเอาจดหมายมาให้ฉันรึเปล่ากวิน""ไม่ใช่นะครับบอส จดหมายของวันนี้เพิ่งจะมาถึงเมื่อกี้นี้เอง ผมก็เลยยังไม่ได้เอามาให้บอสครับ ก็บอสบอกจะมีประชุมผู้บริหารในช่วงบ่าย ผมก็เลยจะเอามาให้บอสหลังจากที่ประชุมเสร็จน่ะครับ""นี่นายลำดับความสำคัญผิดไปรึเปล่า ไปเอาจดหมายนั่นมาเดี๋ยวนี้!" เสียงออกคำสั่งที่ดุดันของเจ้านาย ก็ทำให้กวินรีบรับคำเสียงสั่น ก่อนออกรีบออกไปเอาจดหมายตามคำสั่งอย่างรวดเร็วไม่ถึงสามนาที กวินก็นำซองจดหมายสีชมพูหวานไปวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้านาย ราล์ฟ ชายหนุ่มในวัย 34 ปี เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดของอสังหาริมทรัพย์ในด้านโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่ชื่อว่า Miller (มิลเลอร์) ที่มีมากกว่า 15 โครงการในประเทศไทย"มีแค่ฉบับเดียวเนี่ยนะ ฉบับนี้คือล่าสุดสินะ แล้วฉบับก่อน ๆ ล่ะ? นายไม่ได้เก็บไว้รึไง มันตั้งสองเดือนแล้วทำไมถึงมีแค่ฉบับเดียวเองล่ะ""บอสครับ คือว่าผมเคยให้จดหมายไปหนึ่งฉบับก่อนหน้านี้แล้วนะครับ""นี่นายอย่ามามั่วนะ นายจะเอามาให้ก่อนหน้านี้ได้ยังไง ตั้งแต่ที่เด็กคนนั้
INTRO12 ปีก่อนมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เป็นมูลนิธิที่คนมีชื่อเสียง คนในวงการบันเทิง คนในวงการไฮโซหรือเซเลปดารามักจะสนับสนุนทุนให้เด็กที่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ซึ่งตระกูล มิลเลอร์ ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการสนับสนุนมูลนิธิแห่งนี้ด้วยเพียงแวบแรกที่บิดาของราล์ฟได้วางรูปถ่ายของเด็กด้อยโอกาสบนโต๊ะ เขาก็สะดุดตากับรูปของเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะรีบคว้ารูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติเด็กสาววัย 7 ปี หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ถึงใบหน้าจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตากลับดูเศร้าจนน่าใจหาย อาจจะเป็นเพราะดวงตาเศร้าคู่นั้นที่ทำให้เขาสะดุดตา จนต้องคว้ารูปใบนั้นขึ้นมาท่ามกลางรูปมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวัย 22 ปี ก็หยิบประวัติของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา"แด๊ดครับ ถ้าครอบครัวเราอุปการะเด็กคนนี้จะได้ไหม""ฉันเลือกเด็กที่จะอุปการะได้แล้วล่ะ นี่ไง""ครบ 20 คนแล้วหรือครับแด๊ด ถ้าเพิ่มคนนี้ไปอีกสักคนได้ไหม""ไม่ได้หรอก ฉันเลือกคนที่จะอุปการะแล้ว แล้วทางมูลนิธิก็ไม่ให้รับเกิน 20 คนด้วย เดี๋ยวก







