Masuk"เอ๊ะ? สิบล้าน ไม่นะคะคุณราล์ฟ อย่าทำแบบนั้นนะคะ คุณแม่ไม่มีวันพอใจกับเงินที่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณให้ไป เดี๋ยวคุณแม่ก็จะต้องตามไปเอากับคุณอีก อย่าตามใจท่านเลยนะคะ แล้วเรื่องตบหน้าแค่นี้ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ มันไกลหัวใจ คุณราล์ฟกลับไปเถอะค่ะ อย่ามาที่นี่อีกเลยนะคะ"
"หน็อย...อีนังนี่ จะมาขัดลาภกูอีกแล้วนะ อีนังตัวดี!" มาลีก็ง้างแขนเพื่อจะตบหน้ามาลินอีก ส่วนมาลินก็หลับตาปี๋เพื่อเตรียมใจที่จะโดนมารดาตบอีกครั้ง
"ผมบอกให้หยุดไง! นี่คุณเป็นแม่ภาษาอะไรกัน ทำกับลูกในไส้ของตัวเองได้ถึงขนาดนี้" ราล์ฟก็ปกป้องมาลินด้วยการจับแขนมาลีที่ง้างเตรียมจะตบ ก่อนจะรั้งไหล่เล็กของมาลินเข้าหาตัว
มาลินก็ทำอะไรไม่ถูกเมื่อจู่ ๆ ก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้มีพระคุณโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะผลักไสหรืออะไรทั้งนั้น จึงได้แต่มองดูที่เสื้อสูทหรูของเขาแทน เพราะไม่รู้จะวางตัวยังไง
"เธอก็เอาเช็คมาสิ แล้วจะเอายัยมาลินไปที่ไหนก็เอาไปเลย" มาลินที่สูงเพียงแค่หน้าอกของราล์ฟก็ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก เพราะเธอไม่อยากให้เรื่องราวมันจบแบบนี้ เธอรู้สึกเกรงใจที่มารดาจะต้องเอาเงินจากผู้มีพระคุณแบบนั้น
"เธอไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ แล้วก็ไปอยู่ฉันตั้งแต่วันนี้ แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ"
"แต่หนู เอ่อ...ฉันขอคุยกับคุณแม่อีกสักนิดได้ไหมคะ บางทีคุณแม่อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ค่ะ ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา คุณก็ช่วยเหลือส่งเสียฉัน ดูแลฉัน มันมากมายซะจนชีวิตนี้ ฉันคงหาอะไรมาตอบแทนคุณไม่หมดอยู่แล้ว อย่าให้ครอบครัวฉันต้องติดหนี้บุญคุณคุณราล์ฟมากไปกว่านี้เลยนะคะ ได้ไหมคะคุณแม่ หนูขอร้องล่ะ หนูก็บอกคุณแม่แล้วไงคะ ว่าต่อไปหนูจะดูแลคุณแม่เอง เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะคะ"
"มึงอย่ามาพูดมากอีมาลิน กูไม่ได้ต้องการมึง กูต้องการเงินต่างหาก แล้วมึงจะไสหัวไปไหนก็ไปซะ แล้วอย่ามาโผล่หน้ามาให้กูเห็นอีก เอาล่ะ...กูจะไม่ข้องเกี่ยวกับยัยตัวซวยคนนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้น เธอจะเอาอีมาลินไปทำอะไรก็เอาไปเลย แต่ต้องจ่ายเงินสิบล้านมาก่อน"
"กวิน นายร่างสัญญามาหน่อย"
"ครับบอส"
ไม่ถึงสิบนาที ทั้งสองฝ่ายก็เจรจากันเสร็จเรียบร้อย ก่อนที่กวินจะยื่นเช็คมูลค่าสิบล้านบาทให้กับคนตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช
"การเจรจาเสร็จสิ้น แล้วก็อย่าให้อีมาลินโผล่หน้ามาที่นี่อีกเด็ดขาด เพราะกูเกลียดมันจะตาย พวกเธอจะพามันไปไหนก็ไปเลย แล้วก็อย่ามาแถวนี้อีกเด็ดขาดนะ อ้อ...แล้วห้องนี้พวกเธอเป็นคนเช่าต่อจากตาแก่นั่นแล้วใช่ไหม งั้นฉันขอก็แล้วกัน ส่วนมึงจะไปเก็บเสื้อผ้าก็ไปเก็บเลยนะ แล้วต้องเสร็จภายในคืนนี้ด้วยล่ะ เฮ้อ...สบายใจจริง กูจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระสักที อ้าว? มึงยังจะมาทำหน้าตาอาลัยอาวรณ์อยู่อีกทำไม รีบออกไปได้แล้ว กูไม่เปลี่ยนใจหรอกนะ รีบไสหัวไปสักทีสิ!"
"หนูลาแล้วนะคะคุณแม่" มือเล็กก็ยกมือไหว้มารดา พลางปาดน้ำตาบนใบหน้า ที่มีแต่หยาดน้ำตาไหลออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะหันมามองมารดาเป็นครั้งสุดท้าย รีบเดินออกไปทันที
หลังจากที่ประตูห้องถูกปิดลง มาลินก็รีบกล่าวขอโทษทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
"หนู เอ่อ...ฉัน ต้องขอโทษด้วยนะคะกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฉันขอโทษฉันคุณราล์ฟมากจริง ๆ ค่ะ ที่คุณแม่เอาเงินสิบล้านบาทของคุณไปง่าย ๆ แบบนั้น เดี๋ยวฉันจะหางานทำ แล้วค่อยทยอยใช้คืนคุณนะคะ สัญญาเลยค่ะ แต่ว่าเรื่องที่บอกจะให้ไปอยู่ด้วยนั้น คุณราล์ฟไม่ต้องลำบากหรอกนะคะ เพราะฉันไม่เป็นไรจริง ๆ ฉันก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วล่ะค่ะ ว่าจะออกจากที่นี่ไปให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าพวกคุณจะไม่มาที่นี่ในวันนี้ แต่ถึงยังไงฉันก็ต้องออกไปจากที่นี่อยู่ดี"
"รีบไปเก็บข้าวของได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะรออยู่หน้าห้องนี่แหละ ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ"
"แต่ฉันไม่อยากรบกวน..."
"เลิกพูดคำว่ารบกวนสักที ถ้ามันรบกวนฉันขนาดนั้นจริง ๆ ฉันคงไม่เสียเวลาส่งเสียเธอมาตลอดสิบสองปีหรอกนะ"
"แต่ฉันไม่อยากไปสร้างภาระให้กับคุณอีกแล้วจริง ๆ นะคะ ฉันไม่อยากจะรบกวนคุณราล์ฟมากไปกว่านี้แล้ว อ๊ะ!" ร่างเล็กของมาลินก็เซเข้าหาอ้อมกอดของคนตัวใหญ่ เพราะมือแกร่งได้รั้งไหล่เล็กของมาลินเข้าหาตัว จนตกไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง
มาลินก็รีบหลบสายตาของคนตัวสูงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถทำตามที่ต้องการได้
"เงยหน้าขึ้นมา แล้วจ้องตาฉันเดี๋ยวนี้!" เสียงที่ทรงอำนางก็ทำให้มาลินรีบทำตามอย่างว่าง่าย ดวงตากลมโตที่มีแต่ความวิตกกังวล ก็ทำให้ราล์ฟรู้สึกผิดอยู่ในใจเล็กน้อย ที่ต้องจำใจแสดงในด้านที่ใจร้ายออกมา เพราะคนตรงหน้าก็รั้นเกินกว่าที่เขาจะแสดงเป็นคนใจดีได้
มาลินที่ไม่สามารถสบตากับดวงตาที่ทรงอำนาจได้นานขนาดนั้น ก็รีบหลับตาลงอย่างรวดเร็ว
"เธอลืมไปหรือเปล่า ว่าตอนที่แม่ของเธอได้เงินสิบล้านไปนั้น มันต้องแลกด้วยอะไร"
มาลินก็ชะงักไปทันทีเพราะเธอก็ลืมไปว่า การที่มารดาได้เงินก้อนใหญ่ไปนั้น มันก็คือการแลกตัวเธอกับเงินสิบล้านบาท ซึ่งมาลินก็รีบพยักหน้าอย่างยอมจำนน เพราะเธอในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากสิ่งของที่มารดาขายไปด้วยเงินสิบล้านบาท
"ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ อ้อ...ส่วนเสื้อผ้าไม่ต้องขนไปหรอกนะ เพราะยังไงก็ต้องซื้อใหม่ทั้งหมดนั่นแหละ"
"ได้ค่ะ งั้นหนู...เอ่อ ฉันขอตัวไปเก็บของสำคัญก่อนนะคะ"
"เดี๋ยวฉันเข้าไปด้วย"
"อย่าเข้ามาเลยค่ะ เพราะห้องนี้มันไม่มีอะไรน่าดูหรอก เดี๋ยวจะทำให้คุณเสียสายตาเปล่า ๆ เพราะมันก็เป็นแค่ห้องเล็ก ๆ ที่รกรุงรังและเต็มไปด้วยข้าวของ คะ...คุณราล์ฟคะ"
มาลินก็ตกใจไม่น้อย เมื่อมือหนาได้เปิดประตูลูกบิดเข้าไปโดยไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอกำลังพูดสักนิด ซึ่งมาลินก็ได้แต่คิดในใจ ว่าผู้มีพระคุณของเธอค่อนข้างจะไม่ฟังใครและเอาแต่ใจไม่น้อยเลย
มาลินก็ได้แต่ยอมจำนนกับคนตรงหน้า แล้วเปิดประตูห้องเก็บของที่เป็นห้องนอนของตัวเองเข้าไป ส่วนราล์ฟและกวินก็หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าห้องรก ๆ แคบ ๆ แบบนั้นจะเป็นห้องนอนของคนได้
มาลินก็ไม่ได้เก็บเสื้อผ้าตามที่ราล์ฟสั่ง เธอก็ไปหยิบกระเป๋าผ้าคู่ใจและกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบเพื่อใส่ของสำคัญเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่มาลินเอาใส่กระเป๋าไปด้วย คือกล่องสมบัติส่วนตัวในวัยเด็กและกล่องจดหมายจำนวนมาก ที่เธอเคยได้รับจากผู้มีพระคุณมาตลอดสิบสองปี ก่อนจะปิดกระเป๋าเดินทางแล้วเดินออกมาจากห้องเก็บของ พลางหันกลับไปมองห้องของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าเธอจะได้มาอยู่ที่ห้องนี้นานสุดแค่สองเดือนหลังจากที่เรียนจบก็ตาม แต่มันก็เป็นห้องหลบภัยที่เธอรู้สึกผูกพันไม่น้อยเลยทีเดียว
ราล์ฟก็รู้สึกดีใจอยู่ในใจไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าสิ่งที่คนตรงหน้าเอาติดตัวไปด้วย จะเป็นจดหมายจำนวนมากที่เขาเป็นคนเขียนส่งมาตลอดสิบสองปี
"เก็บของเสร็จแล้วสินะ กวิน...นายถือกระเป๋าเดินทางของเด็กคนนั้นด้วย"
"ครับบอส"
"งั้นก็ไปกันเถอะ จากนี้ไปก็จงลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ซะ แล้วก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับฉัน"
มาลินที่ได้ยินคำพูดของผู้มีพระคุณก็แอบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทันที ถึงคำพูดที่เอ่ยออกมาจะเป็นแค่คำพูดที่แสนธรรมดา แต่สำหรับหัวใจของเธอที่กำลังเคว้งคว้างในตอนนี้ ก็ทำให้มาลินน้ำตาไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ
'เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ คำพูดแค่เพียงสั้น ๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกมีพลังบวกอยู่เสมอ นี่คือคุณราล์ฟที่เธอเคยคุยผ่านจดหมายมาตลอดสิบสองปีจริง ๆ ด้วย'
"อ่า...แน่นมาก สุดยอดเลยค่ะที่รัก" ราล์ฟก็สูดปากครางเสียงต่ำด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็เร่งสะโพกแกร่งโหมกระแทกเข้าออกใส่ร่างนุ่มอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเกร็งกระตุกปล่อยน้ำรักเข้มข้นเข้าใส่ร่องสาวอย่างแรง"คะ...คุณราล์ฟอุ้มหนูทำไมคะ""ก็เตียงฝั่งนี้มันเปียกนี่คะ เดี๋ยวเราไปนอนฝั่งนั้นกัน เปียกชุ่มขนาดนี้หนูจะนอนได้รึเปล่า""คะ...คุณราล์ฟล่ะก็""จะเขินทำไมครับ ก็มันเป็นสารแห่งความสุขของหนูไง การที่พี่ได้เห็นหนูเสร็จเยอะขนาดนี้ พี่ก็ต้องดีใจอยู่แล้วสิ เพราะหนูคงจะมีความสุขมาก ๆ จนอดกลั้นมันไว้ไม่ไหวไง จะว่าไปหนูก็เสร็จเอา ๆ ขนาดนี้ พี่ดีใจมากเลยนะที่ทำให้หนูมีความสุขได้ เพราะพี่ก็มีความสุขมาก ๆ เหมือนกันที่ได้ทำแบบนี้กับหนู ทำกันจนเตียงเปียกชุ่มขนาดนี้ ก็คิดถึงตอนคืนแต่งงานเลยนะคะ นั่นเราทำกันจนเกือบโต้รุ่งเลย ถ้าหนูไม่สลบไปก่อน พี่ก็คงจะต่อได้อีกหลายรอบแน่""อย่าพูดถึงเรื่องนั้นสิคะ น่าอายจะตายไป""ทำไมล่ะคะ แต่พี่กลับรู้สึกดีใจมากเลยนะ ที่ทำให้หนูได้เสร็จสมมากขนาดนี้ ยิ่งหนูเสียวเยอะพี่ก็ยิ่งมีอารมณ์ตาม ต่อนี้ไปอีกสองเดือน ก็มาลุ้นกันต่อว่าจะเสกน้องของลูคัสมาได้ไหม แต่พี่คิดว่ายังไงก็ต้องมา
"สวัสดีครับคุณวิไล วันนี้ก็เหนื่อยหน่อยนะครับ เพราะต้องทำสัญญาหลายฉบับเลย ผมคาดไว้แล้วล่ะ ว่าคงจะยังคุยงานกันไม่เสร็จแน่ ๆ ก็เลยจะมารอรับภรรยาที่นี่เลยน่ะครับ ดีใจที่ได้ร่วมงานกันอีกแล้วนะครับ""แหม...จำฉันได้ด้วยเหรอคะคุณราล์ฟ น่าดีใจจริง ๆ เลย""คุณวิไลพูดแบบนั้นได้ยังไงครับ นี่เราร่วมงานกันมาเกือบสิบปีแล้ว แถมคุณก็ยังซื้อห้องที่โครงการผมทุกโครงการไม่ต่ำกว่าร้อยห้องเลย แถมโครงการล่าสุด คุณก็ยังมาทำสัญญาก่อน ทั้ง ๆ โครงการเพิ่งจะเริ่ม มีลูกค้าที่ไว้วางใจโครงการของเราขนาดนี้ ผมต้องยกให้เป็นลูกค้าวีไอพีอยู่แล้วล่ะครับ""ตอนนี้เซ็นสัญญาใกล้จะเสร็จแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณราล์ฟที่นี่ด้วย ยังไงก็ขออุ้มหลานหน่อยนะคะ เพิ่งเคยเจอกันเลย เคยเจอก็ตั้งแต่ตอนที่คุณมาลินยังตั้งครรภ์ นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เพิ่งจะได้เจอตัวเป็น ๆ นี่แหละ น่ารักน่าชังจริง ๆ เลย"ลูคัสก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ได้อย่างน่ารัก ซึ่งวิไลก็เอ็นดูมาก ถึงกับเข้าไปกอดเด็กชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู"งั้นตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะพาลูคัสไปเดินเล่นสักหน่อย" ลูคัสก็เดินไปกอดที่ขาแกร่งของบิดา "เดี๋ยวพี่จะพาลูกไปเดินเล่นก่อนนะคะ ถ้า
สี่ปีผ่านไป"หนูแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะคุณราล์ฟ เอ่อ...ทำอะไรกันอยู่คะสองพ่อลูก คะ...คุณคะ" มาลินที่เดินกลับมาห้องนอนอีกครั้ง หลังจากที่ลงไปดูอาหารเช้าที่แม่บ้านได้เตรียมไว้ให้ เธอก็ถูกสามีสวมกอดจากทางด้านหลัง แล้วโน้มใบหน้าไปหอมแก้มของภรรยาอย่างอดใจไม่ไหว"เมื่อไหร่จะเลิกเรียกพี่ว่าคุณราล์ฟสักทีล่ะคะ จนลูคัสสามขวบแล้วนะเนี่ย""หนูก็ยังให้คำตอบแบบเดิมทุกครั้งนั่นแหละค่ะ ก็หนูอยากจะเรียกแบบนี้มากกว่า เพราะหนูรู้สึกว่าอบอุ่นดี มันทำให้หนูรู้สึกว่าเรายังเป็นเหมือนเดิม ความรู้สึกที่เรามีให้แก่กันมันยังเหมือนที่ผ่านมา ถ้าหนูเรียกคุณราล์ฟว่าพี่เฉย ๆ หนูรู้สึกว่ามันไม่ใช่น่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าหนูไม่ชอบนะคะ แต่การที่หนูได้เรียกคุณแบบนี้ มันทำให้หนูรู้สึกอบอุ่นหัวใจ รู้สึกว่าคุณราล์ฟดูน่าเกรงขามมากกว่า ไม่รู้สิคะ แต่หนูชอบเรียกแบบนี้ ให้หนูเรียกต่อไปเถอะนะคะคุณสามี อ๊ะ! อีกแล้วนะคะ"ราล์ฟก็เอาแต่กอดหอมคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่แบบนั้น จนบุตรชายที่นั่งอยู่บนเตียง ก็จ้องมองไปที่บิดามารดาของตัวเองตาแป๋วด้วยความสนใจ"แด๊ดดี๊ทำใยหยอ? หอมแจ้มหม่ามี้หยอ?""เห็นไหมคะ คุณราล์ฟชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อยเลย หนูไม่ติดนะคะถ้าค
สำนักงานใหญ่ มิลเลอร์คอนโดมิเนียม"นี่ ๆ พวกเธอเห็นคุณมาลินรึยัง""เจอแล้ว ฉันเจอตอนที่คุณมาลินมาดูระบบงานในฝ่ายบัญชี นิสัยน่ารักและเป็นกันเองมาก""จริงเธอ ตัวจริงตัวเล็กม๊าก...ผิวก็สวยใสมากเวอร์ เคยเจอแต่ในข่าวทางโซเชียลตอนที่แต่งงานกับบอส แต่เมื่อตอนเช้าตอนที่เข้าบริษัท ฉันเห็นเดินขึ้นลิฟต์ไปกับบอสคือแบบออร่าจับมากเลยล่ะ ขนาดแทบจะไม่แต่งหน้าเลยมั้ง ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบอสถึงได้คลั่งรักขนาดนี้ ขนาดเราเป็นผู้หญิงด้วยกันก็ยังหลงเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเลยจริง ๆ""น่ารักน่าทะนุถนอมมากจริง จะบอกว่าเมื่อตอนเช้า ผู้ชายที่แผนกฉันพากันเหลียวมองคุณมาลินกันแทบคอเคล็ดเลยล่ะนะ""บอสเราก็ตาถึงจริง ๆ ครองตัวโสดมาตั้งนาน ตอนแรกนึกว่าจะไม่ชอบผู้หญิงซะอีก พวกเราก็ทำงานที่นี่กันตั้งแปดปีแล้วด้วย ถึงจะมีข่าวว่าดูตัวกับผู้หญิงตั้งหลายครั้ง เพราะคุณนายเป็นคนหาผู้หญิงให้บอสมาดูตัวอยู่ตลอดก็เถอะ แต่ไม่ว่าสักกี่คนก็ไม่เห็นบอสจะตกลงใจคุยกับใครเลย""ตั้งแต่ที่บอสแต่งงาน ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนที่ผ่านมาแล้วนะ แม้แต่เวลาประชุม ปกติก็จะทำหน้าขรึม ๆ และจริงจังอยู่ตลอด แต่ช่วงนี้ดูหน้าตาสดใสแถมยังยิ้มบ่อย
ร่างนุ่มก็อ่อนยวบลงไปบนเตียงสปริงหนานุ่ม แต่ยังไม่ทันไร มือหนาก็พลิกร่างนุ่มของมาลินให้นอนหงายอีกครั้ง ก่อนจะแยกขาเรียวออกจากกันแล้วกางเป็นรูปตัววี แล้วดันแก่นกายเข้าไปโดยที่มาลินยังไม่ได้พร้อมที่จะตั้งรับด้วยซ้ำ"อึก! อ๊า...อื้อ...อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ!"ส่วนมาลินก็สะดุ้งเฮือก เพราะเธอไม่คิดเลยว่าสามีจะสอดใส่เข้ามาอย่างกะทันหันแบบนี้ โดยที่ราล์ฟก็ดันพรวดเข้าไปจนสุดความยาวอย่างง่ายดาย เพราะมีน้ำหวานหล่อลื่นของมาลินที่เพิ่งเสร็จสมไปไม่กี่วินาที ก่อนจะดันแก่นกายหนาแช่ค้างไว้แบบนั้น ซึ่งก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของมาลินจนถึงขีดสุด ร่างนุ่มก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว พลางขยุ้มผ้าปูที่นอนแล้วกำไว้แน่น ท่อนลำใหญ่ที่ดันไว้แบบนั้นก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่อยู่ในตัวของเธอ จนมาลินเสียวแทบทนไม่ไหว ก่อนจะกระตุกปล่อยน้ำสีใสออกมาอีกครั้งติด ๆ กัน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเสร็จสมไปไม่กี่วินาที"อา...พี่ก็จะเสร็จแล้วค่ะคนดี ดีมาก...รัดพี่แน่นขนาดนี้ ก็รับน้ำรักของพี่ไปให้เต็มที่ด้วยนะคะ แล้วเรามามีเบบี้ด้วยกันนะคะ ซี๊ด..."ราล์ฟก็สูดปากครางเสียงต่ำอย่างสุขสม ก่อนจะกระตุกปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นใส่ตัวมาลินอย่างแรง จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ขยับเข้า
"อึก! อื้อ...ดะ...เดี๋ยวสิคะ หนูยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะ เดี๋ยวเราอาบน้ำก็ค่อยมาทำกันได้ไหมคะ อื้อ..."ริมฝีปากนุ่มของมาลินกำลังถูกรุกรานอย่างหนักหน่วง ลิ้นหนาก็สอดเข้าไปเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน ส่วนมือแกร่งก็รูดชุดแต่งงานออกไปได้จนสำเร็จ ก่อนจะกดตัวภรรยาสาวลงไปบนเตียงนุ่มทันทีจูบที่แสนเร่าร้อน แทบจะทำให้มาลินหลอมละลายจนพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ไม่สามารถทัดทานความเอาแต่ใจของคนตัวสูงได้ ราล์ฟก็เริ่มจูบหนักหน่วงขึ้น โดยที่มือแกร่งก็รั้งท้ายทอยของเธอไว้แน่นใบหน้าคมโน้มเข้าไปซุกที่ซอกคอขาว ส่วนมืออีกข้างก็สัมผัสไปตามแผ่นหลังและเนินอกสวยของมาลินทันที ส่วนมาลินก็เกร็งรับกับการสัมผัสจากมือใหญ่ของสามีและตัวสั่นเล็กน้อย"จะรีบอาบน้ำทำไมล่ะคะคนดี กลิ่นกายของหนูหอมหวานมากขนาดนี้แท้ ๆ ไม่ต้องอาบหรอกค่ะ แบบนี้ก็เสียดายแย่""แต่วันนี้เรามีเหงื่อเยอะมากเลยนะคะ แถมเราก็ตื่นตั้งแต่เช้ามืดและวุ่นกับพิธีแต่งงานทั้งวัน หนูเหนียวตัวและอยากจะอาบน้ำก่อนน่ะค่ะ""จะอาบทำไมคะ เดี๋ยวก็เหงื่อออกอยู่ดี เราจู๋จี๋กันเสร็จ ก็ค่อยอาบน้ำก็ได้ อย่าให้การอาบน้ำมาเป็นอุปสรรคในคืนแต่งงานของเราสิคะคนดี"มือแกร่งก็ลื่นมือ







