Masukตั้งแต่วันนั้นวันที่แพร์พีญาและพีรภัทรตกงาน เวลาผ่านไปเกือบสามวันแล้วและทั้งคู่ก็ไม่ยอมแพ้ เดินสายสมัครงานไปทั่วทุกที่ที่เปิดรับสมัครและคุณสมบัติสามารถทำงานได้
“พี่แพรว่ามันจะบังเอิญเกินไปไหมที่เราจะไม่มีงานทั้งคู่” คำถามนี้ยังคงวนเวียนในสมองพีรภัทรไม่หาย จู่ ๆ ก็โดนไล่ออกจากงานโดยที่เจ้าของร้านให้เหตุผลไม่ได้
“ไม่รู้สิ” ร่างบางตอบออกไปทั้งที่ในใจรู้คำตอบดี
“ดีนะที่ไอ้เดียร์มันยังช่วยหางานใหม่ให้ ไม่อย่างนั้นเราสองคนต้องลำบากกว่านี้” เขาส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายกับชีวิตช่วงสองสามปีที่ผ่านมา
“...” แพร์พีญาก็นิ่งเพราะไม่รู้ว่าถ้าได้งานนี้จะมีอุปสรรคอะไรขึ้นมาอีกหรือเปล่าและถ้าเป็นอย่างนั้นเท่ากับว่าเธอกำลังเอาชีวิตลูกมาเดิมพันกับคนไร้สติ เรียกร้องความสนใจโดยไร้เหตุผล
“พี่แพรว่าเราจะได้งานนี้ไหม”
“ไม่รู้สิ แต่หวังว่างานศิลป์จะเข้าตาบ้างนะ” เสียงบางเบาบอกน้องชายเพราะความสามารถเดียวที่ช่วยพยุงเธอมาได้หลายครั้งก็เห็นจะเป็นรูปวาดผลงานที่เธอมักจะสร้างเมื่ออยากระบายความทุกข์ใจผ่านงานศิลปะ
“ดูพี่แพรไม่ค่อยมั่นใจผลงานตัวเองเหมือนเมื่อก่อนเลยเนอะ...ทำไมเหรอ!?” น้องชายยังคงถามต่อ มองหน้าพี่สาวหลายครั้งหลายคราวก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง แต่ทว่าบอกไม่ถูกว่าแววตาคู่นั้นต้องการสื่อถึงอะไรและหมายความว่ายังไง
“เปล่าซะหน่อย” เธอเลือกที่จะปฎิเสธเพื่อให้พีรภัทรมูฟออนไปข้างหน้า ไม่อยากให้จมกับความเจ็บแค้นในอดีต
“พี่ทำใจให้สบายเถอะ ผมว่างานนี้ไม่พี่แพรก็ผมต้องได้แน่” พีรภัทรพูดต่อระหว่างที่นั่งรอสัมภาษณ์งานพร้อมพี่สาว เขาเหลียวหน้ามองอาร์ตติสคนอื่น ๆ ด้วยความมั่นใจในฝีมือตัวเองและแพร์พีญาว่าต้องได้รับการพิจารณา
งานถนัด เงินดี ยังไงก็ต้องสู้กันสักตั้ง
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้ร่างบางลุกออกไปด้านนอกห้องเพื่อรับสาย
(คุณแม่~) ทันทีที่กดรับสาย พีพีก็เอ่ยทักทายด้วยความดีใจ
“ค่า หนูพีโทรหาแม่แต่เช้ามีไรรึเปล่า” แพร์พีญาปรับน้ำเสียงให้สดใสตามลูกสาวแล้วเอ่ยถาม
(คุณยายบอกว่าวันนี้คุณแม่จะไปหาเงินให้น้องพี น้องพีเลยจะโทรมาอวดพรค่ะ) เสียงสดใสบอกต่ออย่างร่าเริง
“แค่หนูโทรมาแค่นี้แม่ก็ชื่นใจแล้ว” ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มจากหัวใจ แค่ได้ยินเสียงลูกสาวความทุกข์ที่เจอมาทั้งหมดก็หายเป็นปริดทิ้ง
(น้องพีขอให้คุณแม่ได้งานได้เงินเยอะ ๆ นะคะ คุณแม่จะได้ไม่เหนื่อย จะได้กลับมาบ้านกลับมาอยู่ด้วยกันตลอดไป)
แพร์พีญาเงียบพูดไม่ออก พักนี้แค่ได้ยินเสียงพีพีกลับรู้สึกอ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษ “...แม่จะทำให้เต็มที่เพื่อหนูนะ”
(ค่ะ น้องพีรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลย)
มือบางกำโทรศัพท์มือถือแน่น หัวใจที่มีแผลยังพอเยียวยาด้วยสิ่งเดียวที่เธอห่วงแหนมากที่สุด
แพร์พีญาก้าวเข้ามาในห้องรอสัมภาษณ์อีกครั้ง ก่อนที่จะมีเสียงเรียกชื่อเธอและน้องชาย
ทั้งคู่เดินต่อไปยังห้องสี่เหลี่ยมอีกด้าน ตื่นเต้นกับเหตุการณ์ต่อจากนี้เพราะงานนี้น่าจะเป็นความหวังสุดท้ายที่จะหาเงินได้เร็วที่สุด ณ เวลานี้
“พีพีโทรมาเหรอเมื่อกี้” ไม่วายพีรภัทรเอ่ยถามก่อนจะเข้าห้องสัมภาษณ์
“อืม” เธอพยักหน้าตอบ
“คุณแพร์พีญากับคุณพีรภัทรใช่ไหมคะ”
“ค่ะ/ครับ”
“เชิญค่ะ” พนักงานสาวเปิดประตูห้องให้ทั้งคู่แทรกตัวเข้าไป
ส่วนชิ้นงานที่ส่งใบสมัครมาก่อนหน้านี้ได้นำเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้ว
และทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างบางก้าวเข้าไปเป็นคนแรกตามด้วยพีรภัทร
กึก!
ทว่าทุกอย่างกลับทำให้ขาเรียวยาวหยุดชะงักก้าวต่อไม่ได้
ปึง! ก่อนที่พนักงานจะปิดประตู
“หยุดเดินทำไมพี่แพร” พีรภัทรถามทั้งที่ไม่ได้มองไปด้านหน้าเพราะมัวแต่ตื่นเต้นจนไม่กล้าสบตาผู้ที่จะสัมภาษณ์งาน
“...” แพร์พีญาก็เงียบไม่รู้จะตอบอะไรออกไป
พีรภัทรจึงเงยหน้าแล้วไล่สายตามองผู้ชายสามคนตรงหน้าอย่างประหลาดใจไม่น้อย
คริสเตียน
เคนตะ
และคูเปอร์...คือคนที่เปิดรับสมัครอาร์ตติสหรอกเหรอ แล้วแบบนี้พวกเขาจะได้งานนี้ได้ยังไง ในเมื่อตรงหน้าคือศัตรู!
ดวงตาสีนิลจับจ้องไปยังร่างบางตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับคริสเตียนและเคนตะ
ทว่า...ในห้องไม่ได้มีแค่สามพี่น้อง ยังมีคัพเค้กน้องสาวต่างสายเลือดที่แพร์พีญารู้จักเป็นอย่างดี ส่วนหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังอุ้มท้องนั้นทั้งแพร์พีญาและพีรภัทรไม่เคยเจอหน้ามาก่อน เดาว่าน่าจะเป็นภรรยาของใครสักคนในที่นี่
“พี่แพร” คัพเค้กเอ่ยทำลายความเงียบเป็นคนแรก
แต่ไม่ทันที่ทุกคนจะได้เอ่ยต่อ
ผัวะ!!
จู่ ๆ พีรภัทรก็ถลาตัวเข้าไปพร้อมกับปล่อยกำหมัดใส่หน้าคมเต็มแรงเหนี่ยวอย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง
“เฮ้ย!” เคนตะตกใจเข้ามาห้ามปรามทันที ไม่ต่างอะไรจากแพร์พีญาที่เดินเข้ามาดึงแขนน้องชายไปยืนข้าง ๆ
“มึงทำกับพี่สาวกูแบบนี้ได้ไงวะ มีสิทธิ์อะไรมารังแกพี่แพรห๊ะ” พีรภัทรตะคอกใส่คูเปอร์เสียงดังลั่น
ขนาดแพร์พีญาไม่ได้บอกเรื่องโดนกลั่นแกล้งพีรภัทรยังโมโหขนาดนี้ แล้วถ้ารู้เรื่องทั้งหมดจะเดือดดาลแค่ไหน
“ไอ้คูเปอร์นี่มึงเจอแพรแล้วเหรอวะ” เคนตะถามคนที่นั่งนิ่งไม่สะทกสะท้านกับหยดเลือดมุมปาก ซึ่งคนอื่น ๆ กลับลุกขึ้นยืนกันหมดแล้ว
“...” เขายังคงนิ่งงันเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
“ไอ้พีท! มันทำอะไรแพร!?” เมื่อเห็นน้องชายไม่ปฏิเสธ คริสเตียนจึงเอ่ยถามเสียงเรียบราบแต่แฝงไปด้วยอำนาจ
“เฮียลองถามมันเองดูสิ”
“มึงจะย้อนทำไมวะ มีไรก็บอก ๆ มาเถอะ” เคนตะส่ายหน้าเพราะรู้ว่าถามคูเปอร์ไปก็ไร้ประโยชน์
“คือ...”
“...” คูเปอร์สบตาแพร์พีญานิ่ง
หมับ!
“ไปพีท กลับ!” แต่ว่ามือบางกระชากให้พีรภัทรออกจากห้อง
“พี่แพรเรากลับไม่ได้นะพี่ เราต้องทำงานนี้ เราไม่มีงานทำแล้วนะ” คนเป็นน้องยื้อเอาไว้ยังคิดจะทำงานนี้ต่อ ยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อเอาเงินรักษาหลานสาว
“ภาพที่ส่งมาผลงานของแพรกับพีททั้งหมดเหรอ”
“ครับ” เขาตอบกลับเคนตะทันที
“เดี๋ยว!” คริสเตียนเอ่ยขัดขึ้นเมื่อยังไม่ได้คำตอบเรื่องบางอย่าง “ที่พูดเมื่อกี้เกี่ยวกับไอ้คูเปอร์ด้วยไหม!?”
“เต็ม ๆ เลยแหละเฮีย” ต้นเหตุที่ทำให้แพร์พีญาหนีกลับทั้งที่งานยังไม่เสร็จเรียบร้อยแถมยังต้องชวดงานอื่น ๆ ตามมาด้วย
“อืม ฉันรับทำงาน” คริสเตียนไม่ปรึกษาใครทั้งนั้น ตัดสินใจด้วยตัวเอง
“พี่คริส ปู่เห็นแพรอาการจะเป็นหนักเอารึเปล่า” ทำให้เคนตะกระซิบให้ได้ยินแค่สองคน แต่เสียงนั้นกลับสอดแทรกให้พีรภัทรได้ยินเต็มสองรูหู
“ถ้างานที่พวกเฮียหมายถึงต้องไปทำกับไอ้ปู่หน้าเลือดนั่น ผมไม่ทำ!!”เพราะก่อนที่จะมาสมัครเดียร์ได้บอกไว้แล้วว่างานนี้จะต้องวาดภาพเพื่อสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้คนที่ป่วยติดเตียงฟื้นสภาพจิตใจให้หายเป็นปกติ
“มีแต่ตัวยังจะอวดดี” คูเปอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับปาดเลือกมุมปาก
พีรภัทรหันขวับไปมองคูเปอร์ด้วยแววตาพิโรธ
“มันเป็นเพราะมึงที่ทำให้พี่สาวกูลำบาก ถ้ามึงไม่ทำระยำกับพี่กูไว้ พี่กูก็คงไม่ลำบากอย่างทุกวันนี้!!” พีรภัทรโกรธจัดชี้หน้าด่ากราด ไม่เกรงกลัวว่าคนตรงหน้าจะมีอิทธิพลมากแค่ไหน
เพราะเกือบทั้งชีวิตที่เจอกับครอบครัวนี้ก็แกร่งพอจนมันไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกแล้ว
“พอได้แล้วพีท!”
แพร์พีญาห้ามเอาไว้อีกครั้ง ไม่ต้องการต่อความให้ยาวขึ้นไปอีก
“ทำไมต้องเข้าข้างผัวเก่าพี่ด้วยวะ มันกำลังดูถูกเรา พี่แพรได้ยินไหมห๊ะ!”
“...” แพร์พีญาชะงักไปทันที
“อ้อ...หรือเพราะพี่แพรง่ายจนไม่กล้าโทษมันคนเดียว!” ความโกรธที่ควบคุมไม่อยู่จึงทำให้ระเบิดคำพูดบาดลึกแผลเก่าในใจแพร์พีญาเข้าเต็ม ๆ
ร่างบางไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น ทำได้เพียงเดินหนีออกจากห้องเพราะภายในห้องตอนนี้ไม่ได้มีแค่สามพี่น้องนั้น ทว่ายังมีคัพเค้กและผู้หญิงอีกคน
“พี่แพร! พี่แพร!! โธ่เว้ย!!”
สถานการณ์เริ่มแย่กว่าเดิมทุกคนจึงได้แต่เงียบ
“เพราะมึงคนเดียว กูไม่มีทางช่วยปู่มึงให้หายดี” พีรภัทรชี้หน้าด่ากราด ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องตามพี่สาวออกไป
“อื้อ~”“เสียงหอบเชียว” คูเปอร์แซวคนรักขณะที่เธอนอนหอบใต้ร่าง หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมตามแรง จนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะก้มลงมางับยอดเต้าเข้าปาก“อื้อ! พี่เปอร์ พอแล้ว แพรหายใจไม่ทัน” มือบางดันหน้าคมเข้มให้พ้นเต้าอกตัวเอง ประคองหน้าเขาไว้ไม่ให้หันมาทรมานเธอต่อตั้งแต่คืนดีกัน เขาใส่ใจ ดูแล มากกว่าเดิมหลายเท่ามาก ไหนจะเรื่องบนเตียงที่ดุดันเกินคำบรรยาย ต่อให้เธอเต็มใจปรีกายให้เขาทุกครั้งที่ขอ แต่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดทำให้เธอเหนื่อยอย่างที่เป็นตอนนี้“พี่ยังไม่หายอยากเลย อีกรอบนะครับ” เขาคลอเคลียซุกไซ้กับต้นคอ กระซิบข้างหู ชวนให้ขนลุก จากที่รักมากอยู่แล้ว พออะไรมันลงตัวกลับทำให้ความรู้สึกที่มีมันมากตามไปด้วย“แต่แพรเหนื่อย” คราวนี้น้ำเสียงแพร์พีญาออกอาการดุ อย่างน้อยก็น่าจะให้เธอได้พักบ้าง แต่นี่เขาล่อเธอตั้งแต่กลับจากบ้านใหญ่“พี่ให้พักก็ได้” คูเปอร์พลิกตัวลงไปนอนข้าง ๆ ดึงเธอมาโอบกอดเอาไว้“อื้อ! น่ารักจัง”“หายเหนื่อยแล้วค่อยต่อไง”“พี่เปอร์จะย้ำอีกกี่รอบ แพรท้องจริง ๆ นะคะ” ใบหน้าสวยเงยขึ้นไปสบตาด้วยอารมณ์แสนงอน พอบอกว่าท้อง เขาก็ดีใจยกใหญ่ แถมยังอยากทักทายลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เ
ห้องโถงใหญ่มีพี่น้องนั่งพร้อมหน้ากัน ทั้งสามไม่มีอะไรค้างคาในใจ ตอนนี้พวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีชีวิตใหม่ที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข เขามองภาพพีพีกำลังนั่งเล่นกับคัพเค้ก มีแพร์พีญาที่นั่งพูดคุยกับรวงข้าวภรรยาคริสเตียน แพร์พีญาให้คำปรึกษาสาวสวยที่ใกล้วันคลอดเพราะเธอมีประสบการณ์มาก่อนคริสเตียน เคนตะ และคูเปอร์มองคนรักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ผู้หญิงที่สามารถหยุดหัวใจผู้ชายดิบเถื่อนอย่างพวกเขาได้และไม่มีวันที่ใครจะเข้ามาแทนที่ได้เพราะหัวใจมาเฟียเถื่อนปิดตายตั้งแต่วินาทีที่รักผู้หญิงตรงหน้า“อยากได้สักคนไหมเค้ก” เคนตะเอ่ยถามคู่หมั้นด้วยสายตาสื่อความหมาย“หยุดความคิดเดี๋ยวนี้” คัพเค้กรู้ทันสายตาหื่น ๆ นั้นดี เธอรีบปรามเพราะคู่หมั้นชอบแสดงอาการหื่น ๆ ต่อหน้าคริสเตียนและคูเปอร์อยู่เรื่อย “พี่คริส จัดการน้องชายซะบ้างนะ” ก่อนที่เธอจะหันไปฟ้องคริสเตียน“พี่คริสมันจะกล้าทำไรพี่ นอกจากจะอิจฉาเพราะเมียใกล้คลอด ขาดของไปอีกนาน ฮ่า ๆ”ตุบ!ขาเรียวยกขึ้นมาถีบน้องชายตัวดีด้วยความหมั่นไส้ กล้ามากที่ล้อเลียนเขาแบบนี้ เรื่องอดเพราะเมียใกล้คลอดคนรักเมียแบบเขาทนได้อยู่แล้ว“หึ” คูเปอร์
“น้องพียืนนิ่ง ๆ ลูก” เสียงทุ้มบอกลูกสาวตัวน้อยไม่ให้กระดุกกระดิกเพราะคนที่ไม่เคยอาบน้ำให้พีพีโดยใช้ฝักบัวมาก่อน ค่อนข้างลำบากที่จะไม่ให้ตัวเองพลอยเปียกปอนไปด้วย“คิก ๆ คุณพ่อเปียกหมดแล้ว” พีพีหัวเราะชอบใจ มองคูเปอร์ด้วยสายตาวาววับ“ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อเปียกไปกว่านี้ น้องพีควรยืนนิ่ง ๆ ครับ”“แล้วทำไมคุณพ่อไม่อาบน้ำพร้อมน้องพีไปด้วยเลยคะ” เด็กน้อยถามต่อ“ไม่ได้ครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายอาบน้ำพร้อมน้องพีไม่ได้”“เหรอคะ~”พีพีลากเสียงยาว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แต่คุณพ่อเคยอาบน้ำพร้อมคุณแม่ ทำไมอาบด้วยกันได้ล่ะคะ” พีพีจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเข้ามาในห้องคุณพ่อคุณแม่โดยที่ไม่ได้เคาะประตู จากนั้นจึงเดินตามหาในห้อง กระทั่งรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังอาบน้ำกันอยู่ ซึ่งไม่ทันได้เอ่ยเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของคูเปอร์ก็เข้ามาปิดปากและอุ้มออกนอกห้องไปซะก่อน“คือ...” คูเปอร์จนปัญญาไม่รู้จะอธิบายลูกยังไงดีพีพียังคงยืนมองหน้าผู้เป็นพ่อเพื่อรอคำตอบ“ไว้หนูโต หนูจะรู้เองนะครับ”“อ้อ ถ้าหนูโตแล้วสามารถอาบน้ำกับคนอื่นได้เหรอคะ”คราวนี้คูเปอร์ถึงกับกุมขมับ แย่แล้ว! แบบนั้นยิ่งไม่ได้“ไม่ได้ครับ น้องพีลูกสาวพ่อเปอ
วันเวลาผ่านไปครบหนึ่งปีหลังจากที่คูเปอร์ได้รับโอกาสจากคนรักให้กลับมาทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มตัวพร้อมกับหน้าที่สามีเมื่อทั้งคู่เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรสามารถทำลายความรักของพวกเขาอีก ชายหนุ่มจึงมัดมือชกรีบพาคนตัวเล็กไปจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรเป็นพ่อของเด็กหญิงพีพี เพราะช่องว่างตรงนี้แพร์พีญาไม่เคยคิดจะยกตำแหน่งให้ใครถ้าหากเจ้าตัวไม่มาทำหน้าที่นี่ เธอก็จะเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป“คุณพ่อ~” เสียงแจ๋วแหววดังแต่ไกล เอ่ยเรียกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมใส่เสื้อกล้ามบดบังรอยสักตรงลำตัว ทว่าทั้งสองแขนกำยำตอนนี้ไม่มีลวดลายให้ลูกสาวตัวเล็กของเขาหวาดกลัวอีกแล้ว“อย่าวิ่งพีพี” น้ำเสียงออกจะดุไปนิด คนเป็นพ่อจึงลดท่าทีสีหน้าด้วยการฉีกยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครเห็นนอกจากภรรยาและลูกสาวเท่านั้น“น้องพีแข็งแรงแล้ว คุณอาหมอบอกว่าให้น้องพีเล่นได้” พีพีพูดตามประสาเด็กไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน“...” คูเปอร์ถอดสีหน้าอีกครั้ง ทันทีที่ลูกสาวเอ่ยชื่ออีกคนกี่ครั้งแล้วที่พีพีเอ่ยชื่อหมอนั่นให้เขาฟัง ได้ยินทีไรก็ออกอาการเลือดขึ้นหน้าทุกที“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ทะเลาะกับคุณแม่อีกแล้วเหรอคะ” เด็กชั
วันเวลาผ่านไปจากหนึ่งวันกลายเป็นหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งหนึ่งเดือนเต็ม ความใกล้ชิดและเปิดใจของแพร์พีญาทำให้คูเปอร์มีสิทธิ์ได้เข้ามาใช้ชีวิตเธอกับลูกมากยิ่งขึ้น แพร์พีญาเองก็ไม่อยากห้ามใจตัวเองอีกแล้ว ยิ่งเห็นว่าลูกสาวเข้ากับพ่อได้ดีก็พลอยมีความสุขไปด้วยก่อนหน้านี้เธอได้ยินลูกพูดถึงพ่อบ่อย ๆ บ่นคิดถึงบ้าง แม้กระทั่งหลับตานอนยังละเมอหา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าหนูน้อยพีพี รับคุณพ่อเข้ามาในหัวใจเรียบร้อยแล้ว“แพร...” คูเปอร์สบตาคนตัวเล็กแล้วละสายตาไม่กล้าเอ่ยต่อ ความกลัวยังมีอยู่มาก ตอนนี้อะไร ๆ กำลังจะดี หากเอ่ยอะไรไม่เข้าหูคนตัวเล็ก ก็กลัวว่าจังหวะดี ๆ แบบนี้จะพังไปด้วย“จะลังเลอยู่ทำไม โต ๆ กันแล้ว”สิ้นเสียงแพร์พีญา เขาหันมาสบตาเธออีกครั้ง ใบหน้าหวานบัดนี้ไม่ได้นิ่งเฉยอย่างเก่า ทว่าในแววตากลมโตนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ด้วย“แพร...คือพี่อยากจะ” น้ำเสียงเข้ม ๆ ที่เคยมั่นใจในตัวเองเวลานี้กลับหายไปปริดทิ้ง แต่คูเปอร์ก็เรียกสติกลับมาด้วยการเอื้อมมือไปจับมือบางมากุมไว้ ขยับขายาวเข้าไปให้ใกล้ชิดกัน ดึงมือเธอมากระชับทุกความรู้สึก“...” คนตัวเล็กยิ้มผ่านสายตา เวลามองคูเปอร์ตอนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใ
ตั้งแต่วันที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คูเปอร์ก็หิ้วท้องมาฝากทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นตลอด ได้อยู่เล่นกับลูกมากขึ้น ได้ใกล้ชิดแม่ของลูกเช่นกันสายตาคมทอดมองคนตัวเล็ก จับสังเกตท่าทีเสมอมา ความจริงแล้วเธอไม่มีอะไรที่เปลี่ยนจากเดิมไปเลย ทั้งนิสัยและบุคลิก หากแต่ว่าระหว่างเขายังมีเส้นบาง ๆ กั้นกลางเอาไว้…ผลจากกระทำของเขานั้นเอง“ให้พี่ช่วยนะ” วันนี้เป็นวันหยุด คูเปอร์ก็เลยมีโอกาสเข้าครัวระหว่างที่แพร์พีญาทำกับข้าว ปกติแล้วเขาต้องไปรับลูก กลับมาถึงบ้านเธอก็จัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ช่วย นอกจากการล้างจานหลังทานข้าวกันเสร็จ“…” แพร์พีญาก็เงียบ ยืนหั่นผักอย่างไม่สนใจคูเปอร์จึงยื่นมือมาแย่งมีดจากมือบางเพื่อจัดการหั่นผักเอง“อย่ายุ่ง”“แค่จะช่วย” คูเปอร์พูดเสียงอ่อน“ช่วย!? ทำเป็นเหรอ”“แพรก็สอนสิ”แพร์พีญาจึงวางมีดแล้วถอยหลังไปสองก้าว ให้ร่างสูงมายืนแทนที่ ก่อนจะพยักหน้าให้มาทำแทนโดยที่เธอยืนกอดอกดูคูเปอร์อมยิ้มแล้วรีบจัดแจงก่อนที่คนตัวเล็กจะเปลี่ยนใจทว่า…ทำไมมันยากอย่างนี้วะ ก็แค่หั่นผักเอง“ชิ้นใหญ่เกินไป” แพร์พีญาดุ เมื่อเห็นว่าร่างสูงหั่นไม่ได้เรื่อง “ฉันหั่นไปทั้งเยอะ ทำ







