Masukดวงตากลมโตมองขึ้นไปอย่างตึกสูง ขาเรียวก้าวเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีห้องลับสำหรับพี่น้องตระกูลซามูเอล ห้องที่มีแค่สามพี่น้องเท่านั้นที่สามารถเข้าได้
ทว่าเธอเป็นอีกหนึ่งคนที่รู้ทางเข้าทางออกเป็นอย่างดีและไม่เคยมีใครรู้เลยว่าเธอมีรหัสผ่านพร้อมลายนิ้วมือที่เคยสแกนเอาไว้...นอกเสียจากคนที่เป็นคนให้รหัสผ่าน
“คงยังไม่เปลี่ยนพาสเวิร์ดหรอกนะ” เสียงบางเบาเอ่ยกับตัวเอง
ไม่รอช้า แพร์พีญาจึงเอื้อมมือไปสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดห้องทันที
กึก!
ไม่เปลี่ยน เวลาผ่านไปห้าปีทุกอย่างยังเหมือนเดิม ยกเว้นเขาสินะที่เปลี่ยนไป
ร่างบางก้าวเข้ามามองเห็นร่างสูงที่คุ้นชินยืนชิดขอบตู้หนังสือ กลายกับว่าเขารู้ดีว่าเธอต้องมาที่นี่
“ฝีมือนายใช่ไหม!?” ไม่พูดพร่ำทำเพลง แพร์พีญาเอ่ยถามตรงประเด็น
“...” คูเปอร์ยังคงยืนก้มอ่านหนังสือ ไม่คิดจะหันกลับไปมองต้นเสียง
“นี่...คูเปอร์!!”
เจ้าของดวงตาสีนิลหันกลับมาทันควันเมื่อโดนเรียกชื่ออย่างไม่ให้เกียรติ ทั้งที่เขาอายุมากกว่า
“เมื่อไหร่จะหยุดวุ่นวายกับชีวิตฉันสักที”
“...” ทว่าดวงตาคู่นั้นได้แต่จับจ้องร่างบางด้วยแววตาดุดันคาดเดาอะไรไม่ได้เลยสักนิดและไม่แม้แต่จะปริปากเอ่ยอะไรออกมาเช่นกัน
“นายกำลังทำให้ฉันลำบาก รู้ตัวไหม” แพร์พีญาไม่รู้จะพูดคำไหนกับคนประเภทนี้อีกแล้ว
เหมือนคำพูดของเธอเป็นเพียงอากาศเท่านั้น นอกจากจะไม่ตอบกลับ เขายังจะเดินไปหย่อนตัวนั่งโซฟายกขาพาดบนโต๊ะพร้อมกับอ่านหนังสือต่ออย่างหน้าตาเฉย
“เป็นบ้าอะไรของนาย ขาดความรักรึไงถึงได้เรียกความสนใจ” แพร์พีญาฟิวส์ขาดเอ่ยออกมาด้วยความโมโหกับท่าทีพวกนั้น
ฟึ่บ! คูเปอร์โยนหนังสือทิ้งจากมือ
“มันจะมากไปแล้วนะ” พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วถลาตัวเข้าประชิดร่างบางทันที
“แต่สิ่งที่นายกำลังทำอยู่มันหมายความว่าอย่างนั้น” เธอเชิดหน้าไม่เกรงกลัว วันนี้เป็นไงเป็นกัน เธอจะไม่หนีคนพวกนี้อีกแล้ว
หมับ! มือหนาคว้าต้นแขนเล็กกระชากเข้าหาตัวเต็มแรง
“ความรักของเธอมันไม่มีค่าสำหรับฉัน!” พูดจบเขาก็สะบัดมือออกจากตัวแพร์พีญา
“อึก!” สุดท้ายคำพูดนี้ก็หลุดจากปากเขาสักที คำพูดที่ใครบางคนพยายามบอกเธอมาโดยตลอด
‘ผู้หญิงที่ทำตัวง่าย มีใครบ้างไม่ชอบ’
“...” คูเปอร์เงียบเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้หญิงตรงหน้า
“ความรักของนายก็ตายจากฉันไปแล้วเหมือนกันเพราะฉะนั้นเราควรจะจบกันสักที หยุดทำลายชีวิตฉัน หยุดข่มขู่และหยุดทุกสิ่งที่นายคิดจะทำ!” ร่างบางกัดฟันพูดออกมาอย่างแค้น ๆ และจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก
“หึ เป็นใครถึงมาห้ามฉันได้” เขาแสยะยิ้มเค้นหัวเราะสมเพชประโยคพวกนั้น
“อยากให้ฉันตายตรงหน้านายใช่ไหม ถึงจะพอใจ!” ไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงได้ประชดออกไปอย่างนั้น ทั้งน้ำเสียงและสายตามันตัดพ้อโดยที่ห้ามตัวเองไม่ได้
“ลองตายดูสิ เพื่อฉันจะพอใจ”
“คูเปอร์!” เธอกดเสียงต่ำด้วยความขุ่นเคือง
“ห้ามเรียกชื่อฉัน!” ทว่าเขากลับตวาดใส่ร่างบางเสียงดังลั่น แววตาดุร้ายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“...” แม้แต่ชื่อคนเคยคบกัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกสินะ
“...” เขาเงียบเพื่อลองเชิงคนที่กล้ามาเหยียบที่ห้องแห่งนี้อีก
“อืมฉันเข้าใจแล้ว...ฉันเองก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน แค่ต้องการเคลียร์กับนายให้จบวันนี้”
“หึ” คูเปอร์เค้นเสียงหัวเราะอีกครั้ง ท่าทีของเขากวนประสาทร่างบางได้เป็นอย่างดี
แต่สำหรับเขา จบ...เพื่อไปมีความสุขใหม่ ใครมันจะยอม
“คือฉันไม่รู้ว่านายทำแบบนี้ทำไม แต่ช่วยหยุดสักทีได้ไหม”
“งั้นฉันถามหน่อย ว่าทำไมฉันต้องหยุด!?”
“คนรวยอย่างนายไม่มีวันเข้าใจหรอก”
“กลับไปทำอาชีพเก่าสิ ถ้าอยากสบาย”
แพร์พีญาเงยหน้าสบดวงตาสีนิล นี่เขาจะยัดเยียดอาชีพนี้ให้เธอให้ได้เลยใช่ไหม เป็นลูกของผู้หญิงขายตัวมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วครอบครัวของใครกันที่กดให้แม่ของเธอทำอาชีพนี้...ถ้าไม่ใช่ครอบครัวคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้!
“เงียบ!?...” คูเปอร์เค้นเสียงใส่ร่างบางแล้วเอ่ยต่อ “หรือว่ามีลูกค้าแค่ไอ้หมอหน้าจืดนั่นคนเดียวแล้ว มันสนองเธอไม่พอเหรอถึงต้องรับงานถ่ายแบบโชว์เนื้อโชว์ตัวอย่างนี้”
“...” แพร์พีญาเบี่ยงหน้าไปทางอื่นรู้สึกว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ในเมื่อเขาไม่คิดจะจบ
“ถ้าหาลูกค้าไม่ได้ ฉันยอมเป็นลูกค้าให้เธอก็ได้ เอาไหม!?”
“ทุเรศ! สมองนายมันมีแต่เรื่องต่ำ ๆ ฉันไม่น่าเสียเวลามาคุยกับนายจริง ๆ” เธอแวดเสียงใส่หน้าร่างสูงด้วยความไม่พอใจ สุดท้ายแล้วเขาก็แค่ต้องการจะกดเธอก็เท่านั้น
หมับ!
“ต่ำเหรอ” คูเปอร์เชยคางมนให้เชิดหน้าขึ้นมาสบตา
“...” ร่างบางพยายามสะบัดหน้าหนี แต่ก็สู้แรงบีบไม่ได้
“ฉันจำได้ว่าเธอเองก็ชอบเรื่องต่ำ ๆ เหมือนกัน ไม่งั้นเธอจะยอมทุกครั้งที่ฉันขอเหรอ”
“...” กำหมัดเล็กกำเข้าหากันแน่น มือไม้สั่นไปทั้งตัว ไม่เคยรู้สึกโกรธตัวเองอย่างตอนนี้มาก่อนเลย
“เถียงไม่ออกเหรอหรือฉันพูดตรงเกินไป” เมื่อเห็นว่าร่างบางตรงหน้ายืนนิ่ง เขาก็ยียวนต่อทันควัน
“อย่าหวังว่าฉันจะนอนกับนายอีก”
“อืม ฉันจะรอดู” เขายักคิ้วอย่างเหนือกว่า
“ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อที่จะดูถูกฉันใช่ไหม”
“พิสูจน์สิ ว่าเงินซื้อเธอไม่ได้อย่างที่ใคร ๆ เขาพูดกัน”
“ฉันไม่พิสูจน์อะไรทั้งนั้นเพราะเงินซื้อฉันได้จริง ๆ ถ้าใครให้เงินฉันตอนนี้ ฉันก็พร้อมทำทุกอย่าง”
หมับ!
“หน้าไม่อาย” มือหนากระชากร่างบางอีกครั้งพร้อมทั้งกดเสียงด่าทอใส่
“ในเมื่อฉันต้องการเงิน ฉันไม่จำเป็นต้องแอ๊บ” ก่อนที่แพร์พีญาจะตอบโต้เต็มน้ำเสียง ไม่มีอีกแล้วผู้หญิงที่อ่อนโยน โลกนี้มันมีไว้สำหรับคนที่เข้มแข็งเท่านั้น
“แพร!” ทำให้คูเปอร์โกรธจัดเอ่ยเรียกชื่อร่างบางดังลั่นห้อง
“อย่ามาเรียกชื่อฉัน นายเองก็ไม่มีสิทธิ์แล้วเหมือนกัน” ทว่าเธอเองก็สวนกลับไปทันทีพร้อมย้อนประโยคเดิมที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดไว้ก่อนหน้านี้
“เท่าไหร่!? ถึงจะทำให้เธอเลิกนิสัยนี้สักทีห๊ะ” คูเปอร์ตะคอกใส่อย่างเดือดดาล เก็บอารมณ์แทบไม่อยู่เมื่อร่างบางตรงหน้าแสดงธาตุแท้ให้เห็น
ผ่านมาห้าปีเพิ่งจะเห็นธาตุแท้ ผู้หญิงที่อ่อนหวาน ใสซื่อ มันเป็นแค่ฉากจอมปลอม เอาไว้หลอกผู้ชายเพื่อโกงค่าตัวก็แค่นั้น
“เงินนายอาจจะซื้อได้ทุกอย่างที่นายต้องการ แต่ยกเว้นฉัน!” เอ่ยจบแพร์พีญาสะบัดมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรงจนหลุดพ้น
“หึ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะจริงอย่างที่เธอพูดรึเปล่า” ทำให้คูเปอร์เอ่ยดูถูกออกไป
ดวงตากลมโตสบตาคู่สีนิลอย่างหลากหลายความรู้สึก เขาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจและสมเพช
และในเมื่อพูดไม่รู้เรื่องแพร์พีญาจึงหมุนตัวเพื่อที่จะกลับ ผิดเองที่มาที่นี่ คิดว่าจะคุยด้วยเหตุผลแล้วจะจบแต่ทว่าเขากลับกดเธอให้ต่ำกว่าเดิม
หมับ! มือหนาคว้าแขนเล็กเอาไว้ไม่ให้เดินต่อ
“จำเอาไว้ว่าฉันจะทำให้เธอคลานมาขอร้องเงินจากฉันเอง...แพร์พีญา”
“อื้อ~”“เสียงหอบเชียว” คูเปอร์แซวคนรักขณะที่เธอนอนหอบใต้ร่าง หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมตามแรง จนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะก้มลงมางับยอดเต้าเข้าปาก“อื้อ! พี่เปอร์ พอแล้ว แพรหายใจไม่ทัน” มือบางดันหน้าคมเข้มให้พ้นเต้าอกตัวเอง ประคองหน้าเขาไว้ไม่ให้หันมาทรมานเธอต่อตั้งแต่คืนดีกัน เขาใส่ใจ ดูแล มากกว่าเดิมหลายเท่ามาก ไหนจะเรื่องบนเตียงที่ดุดันเกินคำบรรยาย ต่อให้เธอเต็มใจปรีกายให้เขาทุกครั้งที่ขอ แต่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดทำให้เธอเหนื่อยอย่างที่เป็นตอนนี้“พี่ยังไม่หายอยากเลย อีกรอบนะครับ” เขาคลอเคลียซุกไซ้กับต้นคอ กระซิบข้างหู ชวนให้ขนลุก จากที่รักมากอยู่แล้ว พออะไรมันลงตัวกลับทำให้ความรู้สึกที่มีมันมากตามไปด้วย“แต่แพรเหนื่อย” คราวนี้น้ำเสียงแพร์พีญาออกอาการดุ อย่างน้อยก็น่าจะให้เธอได้พักบ้าง แต่นี่เขาล่อเธอตั้งแต่กลับจากบ้านใหญ่“พี่ให้พักก็ได้” คูเปอร์พลิกตัวลงไปนอนข้าง ๆ ดึงเธอมาโอบกอดเอาไว้“อื้อ! น่ารักจัง”“หายเหนื่อยแล้วค่อยต่อไง”“พี่เปอร์จะย้ำอีกกี่รอบ แพรท้องจริง ๆ นะคะ” ใบหน้าสวยเงยขึ้นไปสบตาด้วยอารมณ์แสนงอน พอบอกว่าท้อง เขาก็ดีใจยกใหญ่ แถมยังอยากทักทายลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เ
ห้องโถงใหญ่มีพี่น้องนั่งพร้อมหน้ากัน ทั้งสามไม่มีอะไรค้างคาในใจ ตอนนี้พวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีชีวิตใหม่ที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข เขามองภาพพีพีกำลังนั่งเล่นกับคัพเค้ก มีแพร์พีญาที่นั่งพูดคุยกับรวงข้าวภรรยาคริสเตียน แพร์พีญาให้คำปรึกษาสาวสวยที่ใกล้วันคลอดเพราะเธอมีประสบการณ์มาก่อนคริสเตียน เคนตะ และคูเปอร์มองคนรักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ผู้หญิงที่สามารถหยุดหัวใจผู้ชายดิบเถื่อนอย่างพวกเขาได้และไม่มีวันที่ใครจะเข้ามาแทนที่ได้เพราะหัวใจมาเฟียเถื่อนปิดตายตั้งแต่วินาทีที่รักผู้หญิงตรงหน้า“อยากได้สักคนไหมเค้ก” เคนตะเอ่ยถามคู่หมั้นด้วยสายตาสื่อความหมาย“หยุดความคิดเดี๋ยวนี้” คัพเค้กรู้ทันสายตาหื่น ๆ นั้นดี เธอรีบปรามเพราะคู่หมั้นชอบแสดงอาการหื่น ๆ ต่อหน้าคริสเตียนและคูเปอร์อยู่เรื่อย “พี่คริส จัดการน้องชายซะบ้างนะ” ก่อนที่เธอจะหันไปฟ้องคริสเตียน“พี่คริสมันจะกล้าทำไรพี่ นอกจากจะอิจฉาเพราะเมียใกล้คลอด ขาดของไปอีกนาน ฮ่า ๆ”ตุบ!ขาเรียวยกขึ้นมาถีบน้องชายตัวดีด้วยความหมั่นไส้ กล้ามากที่ล้อเลียนเขาแบบนี้ เรื่องอดเพราะเมียใกล้คลอดคนรักเมียแบบเขาทนได้อยู่แล้ว“หึ” คูเปอร์
“น้องพียืนนิ่ง ๆ ลูก” เสียงทุ้มบอกลูกสาวตัวน้อยไม่ให้กระดุกกระดิกเพราะคนที่ไม่เคยอาบน้ำให้พีพีโดยใช้ฝักบัวมาก่อน ค่อนข้างลำบากที่จะไม่ให้ตัวเองพลอยเปียกปอนไปด้วย“คิก ๆ คุณพ่อเปียกหมดแล้ว” พีพีหัวเราะชอบใจ มองคูเปอร์ด้วยสายตาวาววับ“ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อเปียกไปกว่านี้ น้องพีควรยืนนิ่ง ๆ ครับ”“แล้วทำไมคุณพ่อไม่อาบน้ำพร้อมน้องพีไปด้วยเลยคะ” เด็กน้อยถามต่อ“ไม่ได้ครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายอาบน้ำพร้อมน้องพีไม่ได้”“เหรอคะ~”พีพีลากเสียงยาว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แต่คุณพ่อเคยอาบน้ำพร้อมคุณแม่ ทำไมอาบด้วยกันได้ล่ะคะ” พีพีจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเข้ามาในห้องคุณพ่อคุณแม่โดยที่ไม่ได้เคาะประตู จากนั้นจึงเดินตามหาในห้อง กระทั่งรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังอาบน้ำกันอยู่ ซึ่งไม่ทันได้เอ่ยเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของคูเปอร์ก็เข้ามาปิดปากและอุ้มออกนอกห้องไปซะก่อน“คือ...” คูเปอร์จนปัญญาไม่รู้จะอธิบายลูกยังไงดีพีพียังคงยืนมองหน้าผู้เป็นพ่อเพื่อรอคำตอบ“ไว้หนูโต หนูจะรู้เองนะครับ”“อ้อ ถ้าหนูโตแล้วสามารถอาบน้ำกับคนอื่นได้เหรอคะ”คราวนี้คูเปอร์ถึงกับกุมขมับ แย่แล้ว! แบบนั้นยิ่งไม่ได้“ไม่ได้ครับ น้องพีลูกสาวพ่อเปอ
วันเวลาผ่านไปครบหนึ่งปีหลังจากที่คูเปอร์ได้รับโอกาสจากคนรักให้กลับมาทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มตัวพร้อมกับหน้าที่สามีเมื่อทั้งคู่เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรสามารถทำลายความรักของพวกเขาอีก ชายหนุ่มจึงมัดมือชกรีบพาคนตัวเล็กไปจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรเป็นพ่อของเด็กหญิงพีพี เพราะช่องว่างตรงนี้แพร์พีญาไม่เคยคิดจะยกตำแหน่งให้ใครถ้าหากเจ้าตัวไม่มาทำหน้าที่นี่ เธอก็จะเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป“คุณพ่อ~” เสียงแจ๋วแหววดังแต่ไกล เอ่ยเรียกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมใส่เสื้อกล้ามบดบังรอยสักตรงลำตัว ทว่าทั้งสองแขนกำยำตอนนี้ไม่มีลวดลายให้ลูกสาวตัวเล็กของเขาหวาดกลัวอีกแล้ว“อย่าวิ่งพีพี” น้ำเสียงออกจะดุไปนิด คนเป็นพ่อจึงลดท่าทีสีหน้าด้วยการฉีกยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครเห็นนอกจากภรรยาและลูกสาวเท่านั้น“น้องพีแข็งแรงแล้ว คุณอาหมอบอกว่าให้น้องพีเล่นได้” พีพีพูดตามประสาเด็กไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน“...” คูเปอร์ถอดสีหน้าอีกครั้ง ทันทีที่ลูกสาวเอ่ยชื่ออีกคนกี่ครั้งแล้วที่พีพีเอ่ยชื่อหมอนั่นให้เขาฟัง ได้ยินทีไรก็ออกอาการเลือดขึ้นหน้าทุกที“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ทะเลาะกับคุณแม่อีกแล้วเหรอคะ” เด็กชั
วันเวลาผ่านไปจากหนึ่งวันกลายเป็นหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งหนึ่งเดือนเต็ม ความใกล้ชิดและเปิดใจของแพร์พีญาทำให้คูเปอร์มีสิทธิ์ได้เข้ามาใช้ชีวิตเธอกับลูกมากยิ่งขึ้น แพร์พีญาเองก็ไม่อยากห้ามใจตัวเองอีกแล้ว ยิ่งเห็นว่าลูกสาวเข้ากับพ่อได้ดีก็พลอยมีความสุขไปด้วยก่อนหน้านี้เธอได้ยินลูกพูดถึงพ่อบ่อย ๆ บ่นคิดถึงบ้าง แม้กระทั่งหลับตานอนยังละเมอหา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าหนูน้อยพีพี รับคุณพ่อเข้ามาในหัวใจเรียบร้อยแล้ว“แพร...” คูเปอร์สบตาคนตัวเล็กแล้วละสายตาไม่กล้าเอ่ยต่อ ความกลัวยังมีอยู่มาก ตอนนี้อะไร ๆ กำลังจะดี หากเอ่ยอะไรไม่เข้าหูคนตัวเล็ก ก็กลัวว่าจังหวะดี ๆ แบบนี้จะพังไปด้วย“จะลังเลอยู่ทำไม โต ๆ กันแล้ว”สิ้นเสียงแพร์พีญา เขาหันมาสบตาเธออีกครั้ง ใบหน้าหวานบัดนี้ไม่ได้นิ่งเฉยอย่างเก่า ทว่าในแววตากลมโตนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ด้วย“แพร...คือพี่อยากจะ” น้ำเสียงเข้ม ๆ ที่เคยมั่นใจในตัวเองเวลานี้กลับหายไปปริดทิ้ง แต่คูเปอร์ก็เรียกสติกลับมาด้วยการเอื้อมมือไปจับมือบางมากุมไว้ ขยับขายาวเข้าไปให้ใกล้ชิดกัน ดึงมือเธอมากระชับทุกความรู้สึก“...” คนตัวเล็กยิ้มผ่านสายตา เวลามองคูเปอร์ตอนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใ
ตั้งแต่วันที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คูเปอร์ก็หิ้วท้องมาฝากทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นตลอด ได้อยู่เล่นกับลูกมากขึ้น ได้ใกล้ชิดแม่ของลูกเช่นกันสายตาคมทอดมองคนตัวเล็ก จับสังเกตท่าทีเสมอมา ความจริงแล้วเธอไม่มีอะไรที่เปลี่ยนจากเดิมไปเลย ทั้งนิสัยและบุคลิก หากแต่ว่าระหว่างเขายังมีเส้นบาง ๆ กั้นกลางเอาไว้…ผลจากกระทำของเขานั้นเอง“ให้พี่ช่วยนะ” วันนี้เป็นวันหยุด คูเปอร์ก็เลยมีโอกาสเข้าครัวระหว่างที่แพร์พีญาทำกับข้าว ปกติแล้วเขาต้องไปรับลูก กลับมาถึงบ้านเธอก็จัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ช่วย นอกจากการล้างจานหลังทานข้าวกันเสร็จ“…” แพร์พีญาก็เงียบ ยืนหั่นผักอย่างไม่สนใจคูเปอร์จึงยื่นมือมาแย่งมีดจากมือบางเพื่อจัดการหั่นผักเอง“อย่ายุ่ง”“แค่จะช่วย” คูเปอร์พูดเสียงอ่อน“ช่วย!? ทำเป็นเหรอ”“แพรก็สอนสิ”แพร์พีญาจึงวางมีดแล้วถอยหลังไปสองก้าว ให้ร่างสูงมายืนแทนที่ ก่อนจะพยักหน้าให้มาทำแทนโดยที่เธอยืนกอดอกดูคูเปอร์อมยิ้มแล้วรีบจัดแจงก่อนที่คนตัวเล็กจะเปลี่ยนใจทว่า…ทำไมมันยากอย่างนี้วะ ก็แค่หั่นผักเอง“ชิ้นใหญ่เกินไป” แพร์พีญาดุ เมื่อเห็นว่าร่างสูงหั่นไม่ได้เรื่อง “ฉันหั่นไปทั้งเยอะ ทำ







