Masukร่างสูงใหญ่ถกแขนเสื้อด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่ชอบใจนักกับคำพูดพีรภัทร เขาก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อที่จะออกจากห้องเป็นคนถัดไป
ทว่า
“หยุด! แล้วหันมาคุยกับกูก่อนไอ้คูเปอร์” คริสเตียนเอ่ยกระแทกเสียงใส่ทันที ถ้าวันนี้ไม่ได้เจอกับแพร์พีญาอีกครั้งก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่าน้องชายตัวเองไปทำตัวอันธพาล ราวีไม่เลิก ไม่สมกับเป็นผู้ชาย
“...” เขาไม่หยุดแถมยังเดินต่อ
หมับ!
“ไอ้คูเปอร์” คราวนี้คริสเตียนกดเสียงต่ำบ่งบอกว่าเขาเอาจริงพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงเอาไว้
“...” คูเปอร์ก็นิ่งไม่พูดอะไรออกมา แต่ยอมหยุดอยู่กับที่
“มึงเจอแพรแล้วทำไมไม่บอกพวกกูเลยวะ” เคนตะก้าวเท้าไปด้านหน้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ทำให้คัพเค้กและรวงข้าวผู้หญิงอีกสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่แรกมองหน้ากันสลับกับมองหน้าคู่หมั้นและสามีตัวเอง เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องภายในไม่เหมาะที่จะยืนฟังอยู่ด้วย
“เดี๋ยวข้าวออกไปรอด้านนอกก่อนนะ”
“เค้กไปด้วยพี่ข้าว”
“พี่คุยกับมันเสร็จ เดี๋ยวพี่ตามไป” คริสเตียนปล่อยมือจากคูเปอร์แล้วหันมาลูบหน้าท้องรวงข้าวระหว่างที่เดินผ่านหน้า รวงข้าวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มจากนั้นเขาจึงละสายตามามองน้องชายตัวดีต่อ
“เค้ก” จู่ ๆ เคนตะก็เอ่ยเรียกคู่หมั้นเอาไว้ก่อนจะแทรกตัวออกจากห้องไป
“คะ!?” คนตัวเล็กหันมาอย่างงุนงง
“อย่าไปไกลนะ พี่คิดถึง” เขาไม่ลืมที่จะหยอดคำหวานใส่คู่หมั้น จนทำให้คัพเค้กถึงกับถลึงตากลับมา
ไม่ต่างอะไรกับคริสเตียนที่ส่ายหน้าเอือมระอาเต็มที เสือตัวดีอีกตัวที่ตอนนี้สยบจนกลายเป็นแมวไปแล้ว
คงเหลือแค่ไอ้ตัวน้องสุดท้องที่ยังทำตัวผิดไปจากเก่า และท่าทางจะงานหนักที่สุด
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงสามหนุ่มเท่านั้น คริสเตียนพยักหน้าให้เคนตะเข้าไปลากคูเปอร์มานั่งเพื่อคุยกันดี ๆ
“จะถามอะไรก็ว่ามา” ทันทีที่คูเปอร์นั่งลงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ
“เจอแพรเมื่อไหร่” เคนตะเป็นคนยิงคำถามคนแรก ส่วนพี่ชายคนโตนั่งสบตากดดัน
“รู้ไปทำไม!?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันไม่เห็นความจำเป็นว่าเรื่องนี้จะต้องตอบ
และดูเหมือนว่าพี่ชายทั้งสองต้องการรู้ให้ได้ “ตอบมา”
“ก่อนปู่ออกจากโรงพยาบาล”
“แล้วมึงไปทำอะไรไว้ ทำไมไอ้พีทถึงโกรธเป็นเฟืองเป็นไฟขนาดนั้น”
“...” คูเปอร์ก็นิ่งไม่ตอบเหมือนเดิม
“มึงช่วยเลิกเย็นชาสักพักได้ไหมวะ พวกกูต้องการคำตอบทุกประโยคที่ถาม!”
“...” ทว่าคูเปอร์กลับไม่ให้ความร่วมมือสักนิด
แผลเป็นในอดีตที่เขาไม่ต้องการให้ใครมาสะกิดนอกจากตัวเขาเองเท่านั้น แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่ให้ความร่วมมือเหมือนกัน ทุกคนยังยิงคำถามสะกิดซ้ำ ๆ จนเริ่มจะกลายเป็นแผลสดใหม่อีกครั้ง
“ยังรักอยู่ก็แค่กลับไปง้อ ง้อก่อนมันไม่ได้ทำให้มึงเสียศักดิ์ศรีหรอกนะ” สุดท้ายคำแนะนำนี้หลุดจากปากเสือผู้หญิงที่สิ้นลายอย่างเคนตะ เขาเตือนได้แค่นี้ที่เหลือมันก็สุดแล้วแต่ว่าน้องชายจะทำได้รึเปล่า
“...” รักเหรอ...เขาไม่ได้รักเธออีกแล้ว หัวใจเขาด้านชาเกินกว่าจะรักใครอีก
“หรือมึงยังคาใจเรื่องลุงพงศ์”
ทำให้เคนตะนึกถึงเรื่องบางอย่างในอดีตได้จึงเอ่ยขึ้นมาออกไปตรง ๆ
คูเปอร์เงยหน้าสบตาคริสเตียนและเคนตะ
“เรื่องนี้มันพิสูจน์ไม่ได้สักนิดว่าลุงพงศ์เป็นคน....” ไม่ทันที่เคนตะจะพูดจบ
“ฉันเชื่อว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” จู่ ๆ คูเปอร์ก็พูดออกมา
“แล้วทำไมมึงถึงยังรักลูกสาวลุงพงศ์ไม่ได้” ในเมื่อคูเปอร์ไม่ได้คิดแบบนั้น
เพราะทั้งคริสเตียนและเคนตะเข้าใจว่าสาเหตุคือเรื่องนี้มาโดยตลอดที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเลิกกัน
“...” บาดแผลในอดีตที่ทำให้เขาเจ็บ คูเปอร์ไม่คิดจะบอกใครเพราะมันน่าสมเพชจนไม่อยากพูดถึง ความรักทำลายเขาจนหมดสิ้น แม้แต่ผู้หญิงที่เขาทะนุถนอมอย่างดิบดีกลับย้ำยี่เขาจนแหลกสลาย
ความรักที่เขามีให้…มันไม่มีค่าเท่ากับเงินทอง
“ไอ้คูเปอร์!” เมื่อไม่มีคำตอบ เคนตะจึงตะคอกเรียกสติอีกครั้ง
ความนิ่งเงียบของคูเปอร์ทำให้ใจพวกพี่ ๆ กลัวเหลือเกิน เมื่อก่อนคูเปอร์เป็นเด็กรักสงบ ชอบอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรสามารถดึงดูดความสนใจน้องชายของพวกเขาได้ จนวันหนึ่งที่คูเปอร์เรียนระดับมหาวิทยาลัย วันนั้นเองที่พวกพี่ ๆ ได้รู้ซึ้งว่าคูเปอร์ไม่ได้เย็นชาอย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นหนุ่มคลั่งรักตลอดสองปี ไม่มีวันไหนจะลดความรู้สึกลง มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งแก้วใบนั้น แตกสลาย…ความเงียบจึงได้ครอบงำน้องชายของพวกเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้นิ่งสงบจนน่ากลัว คล้ายกับพายุที่จะถล่มในเวลาไม่ช้า
ฟึ่บ!
“พอเถอะ ฉันไม่อยากคุยเรื่องผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“มึงไม่พูด...แสดงว่ามึงจะไม่วุ่นวายกับแพรอีก” คราวนี้คริสเตียนถามบ้างหลังจากเงียบมานาน
“...” ทว่ากลับไม่ได้คำยืนยันจากคูเปอร์
“เพราะกูเองก็ไม่ได้อยากให้มึงกลับไปจมกับอดีตเหมือนกัน คนไม่รักกันก็ปล่อยกันไป ต่างคนต่างอยู่ มึงทำได้ไหม”
“ทำไมต้องทำ!?” นัยน์ตาสีนิลหันไปสบตาคนที่พูดทันควัน
“หรือว่ามึงรักแพรอยู่!?” เมื่อเห็นท่าทีนั้น ทำให้คริสเตียนเลิกคิ้วถามใหม่
แต่...น้ำเสียงไร้ความรู้สึกก็เอ่ยขึ้นอย่างกับคนที่มั่นใจในคำพูดตัวเองที่สุด “เกลียด ฉันเกลียดผู้หญิงคนนั้น!!”
“หึ ตลกวะ”
และคำพูดน้องชายส่งผลให้เคนตะระเบิดเสียงหัวเราะใส่อย่างลืมตัว “คนที่เขาเกลียดกัน เขาไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายอย่างที่มึงทำหรอกนะ” จากนั้นจึงกระแทกเสียงใส่ร่างสูงใหญ่อย่างเตือนสติ
“พวกมึงจะรู้ดีเท่าตัวกูได้ไงวะ เลิกยุ่ง! อยากรู้เรื่องกูสักที”
“เพราะพวกกูเป็นห่วงมึงไง”
“...” คูเปอร์ส่ายหน้าเอือมระอากับสายตาที่มองเขาแบบนั้น แค่ผู้หญิงคนเดียว ไม่สามารถทำให้เขาชีวิตพังได้หรอก เมื่อไม่มีไรต้องพูดต่อเขาจึงหมุนตัวเพื่อออกจากห้อง
“ไอ้คูเปอร์! กลับมาคุยให้รู้เรื่องก่อน” เคนตะตะโกนเรียกให้กลับมา
“ปล่อยมันไป”
“ไอ้นี่มันหัวร้อนจะตาย พี่คริสปล่อยไปได้ไง” เพราะเคนตะสัมผัสได้ว่าความหัวร้อนของคูเปอร์ต้องมีที่ระบายอย่างแน่นอน...และหวังว่าจะไม่ใช่แพร์พีญาที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้
“อื้อ~”“เสียงหอบเชียว” คูเปอร์แซวคนรักขณะที่เธอนอนหอบใต้ร่าง หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมตามแรง จนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะก้มลงมางับยอดเต้าเข้าปาก“อื้อ! พี่เปอร์ พอแล้ว แพรหายใจไม่ทัน” มือบางดันหน้าคมเข้มให้พ้นเต้าอกตัวเอง ประคองหน้าเขาไว้ไม่ให้หันมาทรมานเธอต่อตั้งแต่คืนดีกัน เขาใส่ใจ ดูแล มากกว่าเดิมหลายเท่ามาก ไหนจะเรื่องบนเตียงที่ดุดันเกินคำบรรยาย ต่อให้เธอเต็มใจปรีกายให้เขาทุกครั้งที่ขอ แต่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดทำให้เธอเหนื่อยอย่างที่เป็นตอนนี้“พี่ยังไม่หายอยากเลย อีกรอบนะครับ” เขาคลอเคลียซุกไซ้กับต้นคอ กระซิบข้างหู ชวนให้ขนลุก จากที่รักมากอยู่แล้ว พออะไรมันลงตัวกลับทำให้ความรู้สึกที่มีมันมากตามไปด้วย“แต่แพรเหนื่อย” คราวนี้น้ำเสียงแพร์พีญาออกอาการดุ อย่างน้อยก็น่าจะให้เธอได้พักบ้าง แต่นี่เขาล่อเธอตั้งแต่กลับจากบ้านใหญ่“พี่ให้พักก็ได้” คูเปอร์พลิกตัวลงไปนอนข้าง ๆ ดึงเธอมาโอบกอดเอาไว้“อื้อ! น่ารักจัง”“หายเหนื่อยแล้วค่อยต่อไง”“พี่เปอร์จะย้ำอีกกี่รอบ แพรท้องจริง ๆ นะคะ” ใบหน้าสวยเงยขึ้นไปสบตาด้วยอารมณ์แสนงอน พอบอกว่าท้อง เขาก็ดีใจยกใหญ่ แถมยังอยากทักทายลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เ
ห้องโถงใหญ่มีพี่น้องนั่งพร้อมหน้ากัน ทั้งสามไม่มีอะไรค้างคาในใจ ตอนนี้พวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีชีวิตใหม่ที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข เขามองภาพพีพีกำลังนั่งเล่นกับคัพเค้ก มีแพร์พีญาที่นั่งพูดคุยกับรวงข้าวภรรยาคริสเตียน แพร์พีญาให้คำปรึกษาสาวสวยที่ใกล้วันคลอดเพราะเธอมีประสบการณ์มาก่อนคริสเตียน เคนตะ และคูเปอร์มองคนรักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ผู้หญิงที่สามารถหยุดหัวใจผู้ชายดิบเถื่อนอย่างพวกเขาได้และไม่มีวันที่ใครจะเข้ามาแทนที่ได้เพราะหัวใจมาเฟียเถื่อนปิดตายตั้งแต่วินาทีที่รักผู้หญิงตรงหน้า“อยากได้สักคนไหมเค้ก” เคนตะเอ่ยถามคู่หมั้นด้วยสายตาสื่อความหมาย“หยุดความคิดเดี๋ยวนี้” คัพเค้กรู้ทันสายตาหื่น ๆ นั้นดี เธอรีบปรามเพราะคู่หมั้นชอบแสดงอาการหื่น ๆ ต่อหน้าคริสเตียนและคูเปอร์อยู่เรื่อย “พี่คริส จัดการน้องชายซะบ้างนะ” ก่อนที่เธอจะหันไปฟ้องคริสเตียน“พี่คริสมันจะกล้าทำไรพี่ นอกจากจะอิจฉาเพราะเมียใกล้คลอด ขาดของไปอีกนาน ฮ่า ๆ”ตุบ!ขาเรียวยกขึ้นมาถีบน้องชายตัวดีด้วยความหมั่นไส้ กล้ามากที่ล้อเลียนเขาแบบนี้ เรื่องอดเพราะเมียใกล้คลอดคนรักเมียแบบเขาทนได้อยู่แล้ว“หึ” คูเปอร์
“น้องพียืนนิ่ง ๆ ลูก” เสียงทุ้มบอกลูกสาวตัวน้อยไม่ให้กระดุกกระดิกเพราะคนที่ไม่เคยอาบน้ำให้พีพีโดยใช้ฝักบัวมาก่อน ค่อนข้างลำบากที่จะไม่ให้ตัวเองพลอยเปียกปอนไปด้วย“คิก ๆ คุณพ่อเปียกหมดแล้ว” พีพีหัวเราะชอบใจ มองคูเปอร์ด้วยสายตาวาววับ“ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อเปียกไปกว่านี้ น้องพีควรยืนนิ่ง ๆ ครับ”“แล้วทำไมคุณพ่อไม่อาบน้ำพร้อมน้องพีไปด้วยเลยคะ” เด็กน้อยถามต่อ“ไม่ได้ครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายอาบน้ำพร้อมน้องพีไม่ได้”“เหรอคะ~”พีพีลากเสียงยาว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แต่คุณพ่อเคยอาบน้ำพร้อมคุณแม่ ทำไมอาบด้วยกันได้ล่ะคะ” พีพีจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเข้ามาในห้องคุณพ่อคุณแม่โดยที่ไม่ได้เคาะประตู จากนั้นจึงเดินตามหาในห้อง กระทั่งรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังอาบน้ำกันอยู่ ซึ่งไม่ทันได้เอ่ยเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของคูเปอร์ก็เข้ามาปิดปากและอุ้มออกนอกห้องไปซะก่อน“คือ...” คูเปอร์จนปัญญาไม่รู้จะอธิบายลูกยังไงดีพีพียังคงยืนมองหน้าผู้เป็นพ่อเพื่อรอคำตอบ“ไว้หนูโต หนูจะรู้เองนะครับ”“อ้อ ถ้าหนูโตแล้วสามารถอาบน้ำกับคนอื่นได้เหรอคะ”คราวนี้คูเปอร์ถึงกับกุมขมับ แย่แล้ว! แบบนั้นยิ่งไม่ได้“ไม่ได้ครับ น้องพีลูกสาวพ่อเปอ
วันเวลาผ่านไปครบหนึ่งปีหลังจากที่คูเปอร์ได้รับโอกาสจากคนรักให้กลับมาทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มตัวพร้อมกับหน้าที่สามีเมื่อทั้งคู่เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรสามารถทำลายความรักของพวกเขาอีก ชายหนุ่มจึงมัดมือชกรีบพาคนตัวเล็กไปจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรเป็นพ่อของเด็กหญิงพีพี เพราะช่องว่างตรงนี้แพร์พีญาไม่เคยคิดจะยกตำแหน่งให้ใครถ้าหากเจ้าตัวไม่มาทำหน้าที่นี่ เธอก็จะเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป“คุณพ่อ~” เสียงแจ๋วแหววดังแต่ไกล เอ่ยเรียกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมใส่เสื้อกล้ามบดบังรอยสักตรงลำตัว ทว่าทั้งสองแขนกำยำตอนนี้ไม่มีลวดลายให้ลูกสาวตัวเล็กของเขาหวาดกลัวอีกแล้ว“อย่าวิ่งพีพี” น้ำเสียงออกจะดุไปนิด คนเป็นพ่อจึงลดท่าทีสีหน้าด้วยการฉีกยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครเห็นนอกจากภรรยาและลูกสาวเท่านั้น“น้องพีแข็งแรงแล้ว คุณอาหมอบอกว่าให้น้องพีเล่นได้” พีพีพูดตามประสาเด็กไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน“...” คูเปอร์ถอดสีหน้าอีกครั้ง ทันทีที่ลูกสาวเอ่ยชื่ออีกคนกี่ครั้งแล้วที่พีพีเอ่ยชื่อหมอนั่นให้เขาฟัง ได้ยินทีไรก็ออกอาการเลือดขึ้นหน้าทุกที“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ทะเลาะกับคุณแม่อีกแล้วเหรอคะ” เด็กชั
วันเวลาผ่านไปจากหนึ่งวันกลายเป็นหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งหนึ่งเดือนเต็ม ความใกล้ชิดและเปิดใจของแพร์พีญาทำให้คูเปอร์มีสิทธิ์ได้เข้ามาใช้ชีวิตเธอกับลูกมากยิ่งขึ้น แพร์พีญาเองก็ไม่อยากห้ามใจตัวเองอีกแล้ว ยิ่งเห็นว่าลูกสาวเข้ากับพ่อได้ดีก็พลอยมีความสุขไปด้วยก่อนหน้านี้เธอได้ยินลูกพูดถึงพ่อบ่อย ๆ บ่นคิดถึงบ้าง แม้กระทั่งหลับตานอนยังละเมอหา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าหนูน้อยพีพี รับคุณพ่อเข้ามาในหัวใจเรียบร้อยแล้ว“แพร...” คูเปอร์สบตาคนตัวเล็กแล้วละสายตาไม่กล้าเอ่ยต่อ ความกลัวยังมีอยู่มาก ตอนนี้อะไร ๆ กำลังจะดี หากเอ่ยอะไรไม่เข้าหูคนตัวเล็ก ก็กลัวว่าจังหวะดี ๆ แบบนี้จะพังไปด้วย“จะลังเลอยู่ทำไม โต ๆ กันแล้ว”สิ้นเสียงแพร์พีญา เขาหันมาสบตาเธออีกครั้ง ใบหน้าหวานบัดนี้ไม่ได้นิ่งเฉยอย่างเก่า ทว่าในแววตากลมโตนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ด้วย“แพร...คือพี่อยากจะ” น้ำเสียงเข้ม ๆ ที่เคยมั่นใจในตัวเองเวลานี้กลับหายไปปริดทิ้ง แต่คูเปอร์ก็เรียกสติกลับมาด้วยการเอื้อมมือไปจับมือบางมากุมไว้ ขยับขายาวเข้าไปให้ใกล้ชิดกัน ดึงมือเธอมากระชับทุกความรู้สึก“...” คนตัวเล็กยิ้มผ่านสายตา เวลามองคูเปอร์ตอนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใ
ตั้งแต่วันที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คูเปอร์ก็หิ้วท้องมาฝากทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นตลอด ได้อยู่เล่นกับลูกมากขึ้น ได้ใกล้ชิดแม่ของลูกเช่นกันสายตาคมทอดมองคนตัวเล็ก จับสังเกตท่าทีเสมอมา ความจริงแล้วเธอไม่มีอะไรที่เปลี่ยนจากเดิมไปเลย ทั้งนิสัยและบุคลิก หากแต่ว่าระหว่างเขายังมีเส้นบาง ๆ กั้นกลางเอาไว้…ผลจากกระทำของเขานั้นเอง“ให้พี่ช่วยนะ” วันนี้เป็นวันหยุด คูเปอร์ก็เลยมีโอกาสเข้าครัวระหว่างที่แพร์พีญาทำกับข้าว ปกติแล้วเขาต้องไปรับลูก กลับมาถึงบ้านเธอก็จัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ช่วย นอกจากการล้างจานหลังทานข้าวกันเสร็จ“…” แพร์พีญาก็เงียบ ยืนหั่นผักอย่างไม่สนใจคูเปอร์จึงยื่นมือมาแย่งมีดจากมือบางเพื่อจัดการหั่นผักเอง“อย่ายุ่ง”“แค่จะช่วย” คูเปอร์พูดเสียงอ่อน“ช่วย!? ทำเป็นเหรอ”“แพรก็สอนสิ”แพร์พีญาจึงวางมีดแล้วถอยหลังไปสองก้าว ให้ร่างสูงมายืนแทนที่ ก่อนจะพยักหน้าให้มาทำแทนโดยที่เธอยืนกอดอกดูคูเปอร์อมยิ้มแล้วรีบจัดแจงก่อนที่คนตัวเล็กจะเปลี่ยนใจทว่า…ทำไมมันยากอย่างนี้วะ ก็แค่หั่นผักเอง“ชิ้นใหญ่เกินไป” แพร์พีญาดุ เมื่อเห็นว่าร่างสูงหั่นไม่ได้เรื่อง “ฉันหั่นไปทั้งเยอะ ทำ







