LOGINแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวนวลเข้ามาภายในห้องนอนหรูหรา ปลุกให้อ้อนตื่นจากนิทราที่แสนเหนื่อยล้า เธอขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความเจ็บร้าวก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย โดยเฉพาะบริเวณจุดกึ่งกลางลำตัวที่รู้สึกระบมราวกับถูกฉีกทึ้ง และสะโพกมนที่ยังคงปวดหนึบจากการถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา
อ้อนลืมตาขึ้นมองเพดานสูงลิ่วที่ประดับด้วยโคมไฟระย้า ความทรงจำเลวร้ายของเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองราวกับฉากในภาพยนตร์สยองขวัญ ทั้งความเจ็บปวด เสียงคำรามของเขา และสัมผัสหยาบโลนที่ตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอ น้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นออกมาที่หางตาอีกครั้ง เธอพลิกตัวมองไปข้างกาย แต่พบเพียงความว่างเปล่าและรอยยับย่นบนผ้าปูที่นอนสีดำที่บ่งบอกว่าเคยมีใครอีกคนนอนอยู่ตรงนี้
ฉลามหายไปแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมกลิ่นสบู่ราคาแพง และร่องรอยคราบเลือดพรหมจรรย์แห้งกรังที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอน เป็นหลักฐานตอกย้ำว่าเธอได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมห้อง ทำให้อ้อนสะดุ้งเฮือก รีบดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองจนถึงคอ
ฉลามนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาปลายเตียง เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ เสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงขาสั้นสีครีม ผมเผ้าเซตทรงเรียบร้อย ดูหล่อเหลาและสดชื่นราวกับเทพบุตร ต่างจากสภาพของอ้อนที่เหมือนดอกไม้ที่ถูกขยี้จนช้ำคาเตียง ในมือของเขาถือไอแพดอ่านข่าวธุรกิจ จิบกาแฟดำกลิ่นหอมกรุ่นด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“ไปอาบน้ำ ฉันให้เวลาสิบนาที แล้วลงไปกินข้าวเช้า” เขาสั่งโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
อ้อนกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น
“คะคุณฉลาม แต่เสื้อผ้าของหนู...”
เธอจำได้ว่าชุดกระโปรงตัวเมื่อคืนถูกเขาฉีกทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี เธอมองไปรอบห้องเพื่อหาเสื้อผ้าใส่ แต่ไม่พบอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่ฝังผนังอยู่ก็ดูเหมือนจะถูกล็อกเอาไว้
ฉลามวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงแววคุกคาม
“ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ กฎของบ้านหลังนี้คือห้ามใส่เสื้อผ้า”
“แต่นี่มันตอนเช้านะคะ แล้วแล้วข้างล่างต้องมีคนงานมีแม่บ้าน” อ้อนเสียงสั่นเครือ แย้งด้วยความตกใจ
“ใช่ มีแม่บ้าน มีพ่อบ้าน มีคนสวน มีบอดี้การ์ดแล้วยังไง?” ฉลามตอบรับหน้าตาเฉย
“หนูทำไม่ได้ หนูจะเดินโป๊ต่อหน้าคนพวกนั้นได้ยังไงหนูอาย!” อ้อนร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ความอับอายมันรุนแรงกว่าความเจ็บปวดทางกายเสียอีก เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เป็นกุลสตรีที่รักนวลสงวนตัว การต้องเดินเปลือยกายต่อหน้าธารกำนัลมันเหมือนการฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น
ฉลามลุกขึ้นยืน เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง เขาก้มลงกระชากผ้าห่มออกจากตัวเธออย่างแรงเพียงครั้งเดียว ร่างกายขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงช้ำแดงเทือกปรากฏแก่สายตาอีกครั้ง
“ว้าย!” อ้อนรีบยกมือปิดหน้าอกและหว่างขา ขดตัวงอเป็นกุ้ง
“อย่าเรื่องมากอ้อน เธอเซ็นสัญญาแล้ว ร่างกายนี้เป็นของฉัน ฉันจะให้ใครดูก็ได้ หน้าที่ของเธอคือเชื่อฟัง หรืออยากจะโดนลงโทษตั้งแต่เช้า?” น้ำเสียงของเขาเริ่มติดรำคาญ
คำว่าลงโทษทำให้อ้อนตัวสั่นเทา ภาพความป่าเถื่อนเมื่อคืนยังตามหลอกหลอน เธอส่ายหน้ารัวๆ ยอมจำนนต่ออำนาจมืด
“ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้!”
อ้อนพยุงร่างที่บอบช้ำลุกจากเตียง ขาของเธอสั่นจนแทบก้าวไม่ออก แต่ต้องฝืนเดินเข้าห้องน้ำไปภายใต้สายตาคมกริบที่จับจ้องแผ่นหลังและบั้นท้ายของเธอทุกฝีก้าว
สิบห้านาทีต่อมา
อ้อนเดินลงมาจากบันไดวนหินอ่อนด้วยสภาพที่น่าเวทนาที่สุดในชีวิต เรือนผมยาวสลวยที่เพิ่งสระเสร็จถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาคลอเคลียแผ่นหลังขาวเนียน ใบหน้าหวานปราศจากเครื่องสำอางดูซีดเซียวแต่ทว่าดวงตากลับแดงช้ำจากการร้องไห้ และที่สำคัญที่สุดเธอไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว
ความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในคฤหาสน์ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปล่าเปลือย ทำให้ยอดอกสีหวานของเธอแข็งเป็นไตชูชันขึ้นมาอย่างน่าอาย ขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว ทุกย่างก้าวที่เท้าเปล่าสัมผัสกับพื้นเย็นเฉียบ เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินไปสู่ลานประหาร
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ อ้อนก็แทบอยากจะหมุนตัววิ่งกลับขึ้นไปบนห้องแล้วขังตัวเองไว้ตลอดกาล
ห้องอาหารหรูหราที่ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่มองเห็นสวนสวย โต๊ะอาหารตัวยาวปูด้วยผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตา เครื่องเงินวาววับถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่ทำให้อ้อนเข่าอ่อนคือผู้ชม
ฉลามนั่งรออยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ และรอบห้องนั้นมีบริวารยืนรอให้บริการอยู่ถึงสี่คน มีแม่บ้านหญิงวัยกลางคนสองคนยืนสำรวมอยู่ที่มุมห้อง และมีพ่อบ้านชาย หนุ่มหน้าตาดีในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดอีกสองคน ยืนถือเหยือกน้ำและโถข้าวรออยู่ที่ข้างโต๊ะ
ทันทีที่อ้อนก้าวเข้ามา สายตาของทุกคนตวัดมามองที่เธอเป็นตาเดียว
แม้แม่บ้านหญิงจะพยายามหลบตาต่ำด้วยความเกรงใจ แต่พ่อบ้านชายหนุ่มทั้งสองคนกลับเผลอจ้องมองร่างเปลือยของเธอตาค้าง แววตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตะลึงในความงามและความโป๊เปลือยที่เปิดเผยทุกสัดส่วน
อ้อนเห็นสายตาของพวกเขาไล่มองตั้งแต่หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหว หน้าท้องแบนราบ ลงไปจนถึงเนินเนื้อสาวที่ไร้สิ่งปิดบัง
อ้อนรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกข้างหนึ่ง และใช้อีกมือปิดที่หว่างขา พยายามเดินห่อตัวให้ได้มากที่สุดเพื่อบดบังร่างกาย แต่ยิ่งทำแบบนั้น ท่าทางของเธอก็ยิ่งดูยั่วยวนและน่ารังแกมากขึ้นไปอีก
“มานั่งนี่”
ฉลามตบลงบนเก้าอี้ที่อยู่ทางขวามือของเขา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้ชิดที่สุด
อ้อนก้มหน้าเดินตัวสั่นงันงกไปนั่งบนเก้าอี้บุผ้านุ่ม สัมผัสของเนื้อผ้าที่เสียดสีกับก้นเปลือยทำให้เธอขนลุกซู่ เธอรีบหุบขาเข้าหากันแน่น เอาแขนกอดอกพยายามปกปิดตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางสายตาของคนรับใช้ที่ยังคงลอบมองเธอเป็นระยะ
“เสิร์ฟอาหารได้” ฉลามออกคำสั่งเสียงเรียบ
พ่อบ้านหนุ่มคนแรกเดินเข้ามาเทน้ำเปล่าลงในแก้วคริสตัลตรงหน้าอ้อน จังหวะที่เขาโน้มตัวลงมา สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองผ่านลำแขนของอ้อนเข้าไปเห็นร่องอกอวบอิ่มที่เบียดชิดกัน อ้อนหน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าวไปทั้งตัวจนแทบระเบิด เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโสเภณีชั้นต่ำที่ถูกจับมาแก้ผ้าโชว์แขก
ค่ำคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์สาดส่อง ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบ ราวกับธรรมชาติกำลังเป็นใจให้กับการซ่อนเร้นความลับดำมืดของเหล่ามนุษย์ผู้หิวกระหาย รถลีมูซีนสีดำสนิทของฉลามเคลื่อนตัวออกจากถนนหลวง มุ่งหน้าสู่เส้นทางส่วนบุคคลที่ตัดผ่านป่ารกทึบแถบชานเมือง เส้นทางที่ไม่มีอยู่ในแผนที่จีพีเอสและไม่มีป้ายบอกทาง มีเพียงผู้ที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้นที่จะรู้ตำแหน่งของขุมนรกบนดินแห่งนี้ภายในรถที่เงียบสงัด อ้อนนั่งตัวเกร็งอยู่ข้างกายชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิต มือบางที่เย็นเฉียบกำชายกระโปรงลูกไม้สีแดงเลือดนกไว้แน่นจนเจ็บฝ่ามือ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะต้องเผชิญ“สวมนี่ซะ”ฉลามยื่นหน้ากากใบหนึ่งมาให้เธอ มันเป็นหน้ากากลูกไม้สีดำครึ่งหน้า ประดับด้วยเพชรสีแดงเม็ดเล็กๆ ที่มุมขอบตา ดีไซน์ของมันดูงดงาม ลึกลับและเย้ายวน เข้ากันได้ดีกับชุดซีทรูสีเลือดนกที่เธอสวมใส่อยู่“คุณฉลามหนูต้องใส่จริงๆ เหรอคะ ข้างในนั้นมันน่ากลัวมากไหม?” อ้อนรับหน้ากากมาถือไว้ด้วยมือสั่นเทาฉลามหันมามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง ภายใต้แสงสลัวในรถ เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรซาตาน
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้าภายในคฤหาสน์หรูที่เปรียบเสมือนกรงทองฝังเพชร ชีวิตของอ้อนดำเนินไปภายใต้ตารางเวลาที่ฉลามเป็นผู้กำหนด ทุกอย่างดูสงบนิ่งราบเรียบหากมองจากภายนอก ทว่าคลื่นใต้น้ำแห่งความวิปริตกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อจดหมายซองหนึ่งถูกส่งตรงถึงมือของประธานหนุ่มในเช้าวันเสาร์ซองจดหมายนั้นทำจากกระดาษเนื้อหนาสีดำสนิท ตัดกับตราประทับครั่งสีแดงสดรูปหน้ากากปีศาจ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีที่อยู่ มีเพียงกลิ่นหอมเอื่อยๆ ของดอกกุหลาบแห้งและกลิ่นคาวจางๆ ที่ชวนให้คลื่นเหียนและหลงใหลในเวลาเดียวกันฉลามนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังในห้องทำงานส่วนตัว ปลายเล็บเคาะลงบนซองจดหมายนั้นเป็นจังหวะ ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นเลือด“ในที่สุดก็มาถึง” เขายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะกดอินเตอร์คอมเรียกหาตุ๊กตาตัวโปรด“อ้อนเข้ามาหาฉันที่ห้องทำงาน”ไม่นานนักประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก อ้อนเดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อมและระมัดระวังตัวเหมือนกวางน้อยที่รู้ว่ากำลังเดินเข้าถ้ำเสือ เธอสวมชุดเดรสอยู่บ้าน ผ้าสีครีมที่ดูเรียบร้อย แต่ฉลามรู้ดีว่าข้างในนั้นว่างเปล่าตามกฎขอ
บรรยากาศบริเวณหน้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เคยจอแจไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษา กลับตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียดอย่างกะทันหัน เมื่อขบวนรถหรูสีดำมันมะเมื่อมจำนวนสามคันเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบันไดทางขึ้นอย่างอุกอาจ นำขบวนโดยรถบอดี้การ์ด ตามด้วยรถลีมูซีนคันยาวเหยียดที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นภายใน และปิดท้ายด้วยรถติดตามอีกคันเสียงล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ประตูรถคันหน้าและคันหลังถูกเปิดออกพร้อมกัน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำกว่าสิบคนก้าวลงมาอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขาทำให้นักศึกษาที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวอ้อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดไร้สีเลือด เธอกำลังจะเดินหนีนนท์ เพื่อนชายร่วมคณะที่ตามตอแยไม่เลิก แต่การปรากฏตัวของกองทัพชุดดำนี้ทำให้ขาของเธอหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็กเธอจำได้ดีนั่นคือเชน หัวหน้าบอดี้การ์ดมือขวาของฉลามเชนเดินตรงดิ่งเข้ามาหาอ้อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม และไร้ความปรานี เขาเดินผ่านหน้านนท์ไปราวกับชายหนุ่มเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อน
เช้าวันจันทร์ที่สดใสควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง สำหรับนักศึกษาทั่วไป มันคือวันแห่งการเรียนรู้และการพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับอ้อน หญิงสาวผู้ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของซาตานในคราบเทพบุตร เช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและลางสังหรณ์ประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ภายในห้องแต่งตัวขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ อ้อนยืนนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปล่อยให้ฉลาม สามีทางพฤตินัยของเธอเป็นผู้จัดการเรื่องเครื่องแต่งกายให้เหมือนเช่นทุกวันวันนี้ฉลามอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปดูภูมิฐาน สมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาบรรจงติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้อ้อนทีละเม็ดอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวที่เคยสร้างความเจ็บปวดและสุขสมให้เธอเมื่อคืน กำลังทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วันนี้มีเรียนเช้าสินะ” ฉลามเอ่ยถามเรียบๆ ขณะไล่นิ้วขึ้นมาถึงกระดุมเม็ดบนสุด“ค่ะมีควิซตอนเก้าโมง” อ้อนตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตาเขาผ่านกระจกเงาฉลามหยิบกระดุมเม็ดบนสุดออกมาจ
ค่ำคืนแห่งงานกาล่าดินเนอร์การกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวียนมาถึง งานนี้ถือเป็นงานช้างที่รวมเอาเหล่าเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลระดับประเทศมารวมตัวกัน ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าส่องประกายแข่งกับเพชรนิลจินดาบนเรือนกายของเหล่าคุณหญิงคุณนายที่ต่างจัดเต็มมาประชันโฉมทว่าดาวเด่นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในงาน กลับไม่ใช่ดาราชื่อดังหรือไฮโซสาวคนไหน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงที่เดินเคียงคู่มากับฉลาม มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอ้อนปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่แปลกตาและขัดแย้งกับกระแสแฟชั่นที่นิยมความวับๆ แวมๆ โดยสิ้นเชิง เธอสวมชุดราตรียาวกรุยกรายสีเขียวมรกตเข้ม ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีที่มีน้ำหนักทิ้งตัวสวยความแปลกประหลาดอยู่ที่ดีไซน์ของชุด มันเป็นชุดคอเต่าที่ปิดขึ้นมาจนถึงลูกกระเดือก แขนเสื้อยาวจรดข้อมือ กระโปรงยาวลากพื้นไม่เห็นแม้แต่ปลายรองเท้า ไม่มีส่วนไหนของผิวเนื้อที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นใบหน้าสวยหวานและมือเรียวบางทั้งสองข้างนี่คือคำสั่งประกาศิตของฉลามย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องแต่งตัว“ปิดให้หมด ฉันไม่อยากให้
กลิ่นอายของตัณหาราคะยังคงลอยอวลอยู่รอบกายของหนุ่มสาวทั้งสอง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สระว่ายน้ำมาหมาดๆ ทว่าไฟปรารถนาในกายของฉลามกลับไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามภาพของอ้อนที่ยืนตัวสั่นระริก ปลดปล่อยน้ำพุแห่งความใคร่ออกมาต่อหน้าชายอื่น กลับยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้ลุกโชนโชติช่วงฉลามอุ้มร่างบอบบางของอ้อนที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่ยังชื้นเหงื่อและน้ำ ทำให้อ้อนต้องซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อหาไออุ่น ร่างกายของเธอยังคงอ่อนระทวยและสั่นเทาจากจุดสุดยอดที่รุนแรงเกินรับไหวแทนที่เขาจะพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นสองตามที่ควรจะเป็น ฝีเท้าของฉลามกลับหยุดลงที่โถงบันไดวนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้านบันไดนี้เปรียบเสมือนหัวใจของคฤหาสน์ ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีสีขาวลายเมฆ ราวบันไดทำจากเหล็กดัดลวดลายวิจิตรปิดทองคำเปลว ทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสง่างาม เหนือศีรษะขึ้นไปคือโคมไฟระย้าคริสตัลชานเดอเลียร์ขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับพื้นหินอ่อ







