เข้าสู่ระบบ“อื้อ~~ พี่แสน เอยหิว” เพียงแค่คนที่นั่งเบาะข้างเขารู้สึกตัวตื่น สิ่งแรกที่เธอพูดออกมานอกจากชื่อเขาแล้วก็คงมีแค่ตอนที่เธอหิวนั่นแหละ
“หิวอีกแล้ว? เธอเพิ่งกินขนมไปสองกล่องนะ” ชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้า เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากระเพาะของเธอจะสามารถรองรับอาหารมากมายได้ขนาดนี้
“ก็กินไม่อิ่มนี่คะ” เจ้าเอยเอ่ยเสียงเนือย ๆ พลันโคลงศีรษะไปมาไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน
เจ้าของใบหน้าสวยเซ็กซี่แม้กระทั่งเวลาไม่แต่งหน้า ทรวดทรงอกเอวที่เมื่อก่อนเคยดูแลควบคุมอาหารจนสวยสมบูรณ์แบบ มาตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย นั่นเพราะเธอกำลังเตรียมจะเป็นแม่คนต่างหาก
“เธอกินเก่งแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?” เขาเอ่ยถาม แต่สายตากลับมองไปยังถนนเบื้องหน้าไม่วอกแวกแม้แต่น้อย
“ไม่เลยค่ะ เมื่อก่อนเอยต้องคุมอาหารตลอด กลัวหุ่นไม่สวยค่ะ” เจ้าเอยพูดจาคล่องแคล่ว ไม่เคอะเขินคนข้างกายเลยสักนิด
แน่นอนว่าตอนนี้การที่เธอได้มาอยู่กับเขาก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำใจรับไม่ได้เสียหน่อย ออกจะดีซะอีก เธอรีบเก็บเสื้อผ้าตามเขามาโดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาจะพาเธอไปไหนด้วยซ้ำ
แต่ช่างเถอะ ๆ อยู่กับพ่อของลูก ยังไงซะก็กินอิ่มนอนหลับ ช่วงนี้ก็ขาลงนี่ เงินจะกินจะลงทุนก็ไม่มี เกาะเขารับประทานไปก่อนก็แล้วกัน
“แล้วตอนนี้เธอไม่กลัวหรือไง” เขาเอ่ยติดจะห้วน ๆ ฟังแล้วไม่รื่นหูจริง ๆ นั่นแหละ แถมยังชอบทำหน้าบึ้งใส่เธอตลอด ต่างจากเธอที่ยิ้มจนเหงือกแห้งอยู่แล้ว
“ไม่กลัวหรอกค่ะ ขอแค่กินได้แล้วเจ้าตัวเล็กแข็งแรงก็พอ”
เธอเอ่ยเสียงไม่ดังมากนัก ทว่าเวลาพูดเรื่องลูกขึ้นมาเธอก็มักจะอมยิ้มทุกครั้ง แต่แววตากลับเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เธอก็เพิ่งจะสัมผัสการเป็นแม่คนครั้งแรก ทั้งแปลกใหม่และตื่นเต้น แถมยังมีความสุขมากเช่นกัน แต่หน้าเสียดายที่พอนึกถึงข้อตกลงที่เธอคุยกับนายหัวแสน ก็อดปวดหนึบตรงกลางอกไม่ได้จริง ๆ
เพราะเธอมีหน้าที่แค่คลอดเขาออกมาเท่านั้นสินะ...
.
.
.
“นายหัวพาใครมาก็ไม่รู้ สวยมากเลย”
เสียงร้องเรียกอย่างคนตื่นเต้น ‘ต้อย’ แม่บ้านที่คอยดูแลความเรียบร้อยของบ้านนี้เวลาที่นายหัวเพลิงไม่อยู่ เธอรีบวิ่งเข้ามาบอกเพื่อนร่วมงานอย่าง ‘ไม้’ คนสวนที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านเช่นเดียวกัน
“นายหัวนี่นะ?”
ไม้คิ้วขมวดเล็กน้อย เขาเป็นคนสนิทของนายหัวแสนมาตั้งนาน ไม่เคยเห็นนายหัวพาผู้หญิงเข้าบ้านเลยสักครั้ง และที่ทำให้เขายิ่งงงหนักไปกว่านั้นคือผู้หญิงคนนั้นสวยมากงั้นหรือ?
นายหัวแสนไปชอบคนสวยตั้งแต่เมื่อไรกัน? เห็นชอบทำแต่งานไม่ใช่หรือ?
“จริง ๆ นะ พามาจริง ๆ ตอนนี้แวะที่โกดัง ฉันไปแอบดูมาสวยมากจริง ๆ”
แม่บ้านอย่างต้อยที่อยู่มาจนสามสิบเพิ่งได้เห็นสาวสวยขนาดนี้ก็ตื่นเต้นเป็นพิเศษ หญิงที่นี่มีแต่ชาวบ้านชาวสวน หายากเหลือเกินคนที่จะหน้าตาสะสวยอย่างสาวข้างกายของเจ้านาย
“นั่นไง มาแล้ว ๆ”
ต้อยชี้ไปที่คนสองคนที่กำลังเดินลงจากรถมา คนทั้งคู่จึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันทีด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย เห็นแค่ด้านหลังยังอึ้งขนาดนี้ ผมยาวสลวย ผิวขาว หุ่นดีมาก นึกว่านางแบบที่ไหนซะอีก
“สวัสดีค่ะนายหัว”
“สวัสดีครับเจ้านาย” เสียงทักทายดังตามกันมาติด ๆ เรียกให้แสนหันไปมองและพยักหน้าเบา ๆ
“เอ่อ…” หญิงผิวขาวรูปร่างเล็กชี้มาที่เจ้าเอย พร้อมกับเอ่ยอึกอักเล็กน้อย คงกำลังสงสัยว่าคนที่เขาพามานั้นคือใครกันแน่ ทำไมจู่ ๆ ถึงโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจ้าเอยนะคะ ตอนนี้เป็น_”
“เป็นคนงานใหม่ของฉัน”
พรึ่บ! ทั้งสามคนหันขวับมองหน้าชายหนุ่มที่รีบพูดขัดขึ้นมา เจ้าเอยยังไม่ทันได้พูดจบเขาก็แทรกมาก่อน แถมสถานะที่บอกกับคนทั้งสองยังน่าต่อยให้ฟันร่วงหมดปากนัก คนงานใหม่บ้าบออะไรกัน! เธอเป็นเมียเขานะ เป็นทั้งพฤตินัยและนิตินัยเลยด้วยซ้ำ!
“สะ สวยขนาดนี้ เป็นคนงานเหรอคะ?” ดูท่าแม่บ้านยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่เจ้านายตนพูดมากนัก
แต่ชายหนุ่มกลับพูดต่ออย่างคนไม่ยี่หระ “ใช่ คนงานใหม่ ให้มาทำงาน ไม่ได้ให้มาอยู่เฉย ๆ ใช้เงินฉันไปวัน ๆ”
“นี่ไม่ใช่ที่เราตกลงกันไว้นี่!” สาวเจ้าหมดความอดทนถึงกลับปรี๊ดแตก เจ้าเอยสาวมั่นที่ถูกหักหน้าจัง ๆ จนหน้าแทบแหก เธอกำหมัดและตะโกนร้องขึ้นในทันที
“คุณหนูแบบเธอคงคิดว่าฉันจะพามาเที่ยวต่างจังหวัดงั้นสิ เหอะ เลิกฝันไปได้เลย ฉันเอาเธอมาทำงาน อย่าหวังจะให้นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่สบายไปวัน ๆ เลย”
เขาเอ่ยเสียงแข็งพลันหัวเราะเยาะเธอที่ใบหน้าชัดว่าหมดสภาพจริง ๆ คุณหนูตกอับ คำนี้ไม่ไกลเกินจริงแน่นอน…
“…”
“…”
ทั้งไม้และต้อยต่างก็มองกันตาปริบ ๆ ยืนมองคนทั้งสองฟาดฟันกันด้วยสายตา แม้จะไม่เชื่อนักว่านายหัวแสนจะพาสาวสวยคนนี้มาทำงาน แต่งานอะไรเล่าที่จะเหมาะกับคนสวย ซึ่งราวกับว่าไม่เคยสัมผัสความลำบากมาก่อน
“คุณคิดว่าเอยไม่เคยทำงานเหรอคะ?”
เจ้าเอยถึงกับดึงแขนเสื้อคลุมแขนยาวที่ปิดทับชุดสีแดงเลือดหมูสุดเซ็กซี่ที่เธอนั้นชอบใส่ ท่าทางเธอตอนนี้เหมือนกับว่าอยากจะซัดคนตัวโตสักหมัดสองหมัดให้หายหมั่นไส้ เพราะยิ่งเวลาใบหน้าหล่อนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มร้ายกาจ บวกกับความหยิ่งผยองบนดวงตาคู่คมคู่นั้นแล้ว ก็อดใจแทบไม่ไหวจริง ๆ
“อาฮะ คนรักสบายแบบเธอจะให้มองเป็นคนขยันสู้งานเหมือนน้องสาวเธอก็คงไม่ใช่มั้ง”
คำพูดที่พ่นออกจากปากคนตรงหน้ายิ่งทำให้ใจของเธอร้อนรุ่ม ทำไมงั้นเหรอ? ทำไมเเขาถึงกล้าเอาเธอไปเปรียบเทียบกับคนคนนั้น
เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน!!
“ต้อย” เขาไม่สนใจเธอต่อ กลับไปเรียกแม่บ้านแทน
“คะ คุณแสน”
“ไม่ต้องช่วยเหลืออะไรผู้หญิงคนนี้นะ อยากได้อะไรอยากทำอะไรก็ให้ทำเองหมด ห้ามทำตามคำสั่งยัยนี่ ใครก็ตามห้ามช่วยถ้าฉันไม่สั่ง”
เขาชี้มือมาที่เธอพร้อมกับเอ่ยด้วยโทนเสียงแข็งกระด้างไม่ต่างจากแววตาที่มองเธอเลยสักนิด เขาถึงขั้นออกคำสั่งห้ามทุกคนช่วยเหลือเธอ คงอยากให้เธออกแตกตายล่ะสิท่า
“ไม่ช่วยก็ไม่ช่วย!” เจ้าเอยไม่สนใจว่าเขานั้นจะสั่งอะไร ไม่ช่วยเธอก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้น เธอทำเองได้หมดแหละ ไม่ได้ติดสบายอย่างที่เขากล่าวหาสักหน่อย
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงต่อ รีบเดินไปหยิบกระเป๋าใบยักษ์ในรถทันที จริง ๆ ก็แค่ใบใหญ่เท่านั้น แต่ในนั้นแทบจะไม่มีของอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอขี้เกียจเก็บมาให้หนัก ของต่าง ๆ ล้วนไม่ได้จำเป็นกับเธอมากนัก มีเท่าที่ใช้ และก็จะใช้เท่าที่มีด้วย แต่ทว่า…
“ท้องอยู่ ยกหนักไม่ได้” เป็นเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายมาแย่งกระเป๋าเธอไป ทั้ง ๆ ที่เพิ่งออกคำสั่งว่าห้ามใครช่วยเหลือเธอนี่
ห้ามคนอื่น แต่ตัวเองทำได้งี้?
“ท้อง!!!”
“คะ คุณผู้หญิงท้องเหรอคะ!!!”
ต่อให้อยากเป็นมากกว่านั้นก็ทำไม่ได้ เขารู้ว่าใจเจ้าเอยตอนนี้ออกห่างเขามากแค่ไหน แต่เขากลับทำอย่างที่เธอต้องการไม่ได้จริง ๆแสนนั่งเฝ้าสองแม่ลูกเวลาหลับ น่ารักน่ามองกินกันไม่ลงเลย “เจ้าเอย~ หลับหรือยัง?”“…” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว้าจ้าหล่อนนั้นหลับไม่รู้ตัวแล้ว เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้อยู่ใกล้ ๆ เธอ ได้นั่งมองเธอให้นานขึ้นอีกหน่อย“ฉันไม่อยากพลาดอีกแล้ว ไม่อยากเสียเธออีกแล้วเจ้าเอย~”มือหนาสัมผัสแผ่วเบาราวกับว่ากลัวคนที่นอนหลับอยู่จะรู้สึกตัวตื่นแและลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดเขา เมื่อก่อนเป็นใครกันนะที่ไล่เธอเช้าเย็น ก็ไอ้คนโง่งมแบบเขานี่แหละ พอสลับเป็นเขาที่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกไล่บ้างกลับร้องห่มร้องไห้ กลัวเธอจะให้เขาออกห่างหากเขารู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เขาจะถนอมเธอให้มาก ดูแลเธอให้ดี ให้เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษที่สุดในชีวิตเขา แต่ตอนนี้เขากลับทำได้เพียงนั่งมองเธอในเวลาหลับตา หากเธอตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเขาก็คงไม่อยากแม้แต่จะมองเขาเขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่แววต
“ระ เราไม่พูดเรื่องหย่ากันได้ไหมเจ้าเอย” น้ำเสียงที่อ่อนลง คนตัวโตที่เคยน่าหวาดหวั่นก่อนหน้านี้กลับคอตกหน้าเศร้า เมื่อเธอนั้นพูดเรื่องหย่ากับเขาอีกครั้งเขาไม่อยากหย่า ไม่อยากเสียเธอไปจริง ๆ ให้ทำยังไงเขาก็ยอม“แต่เอยตัดสินใจแล้วนะคะ เอยขอบคุณมากที่เมื่อกี้คุณแสนปกป้องเอย แต่ว่าเอยไม่คิดว่าคุณจะจริงจัง”คนตัวเล็กทว่ากลับใจใหญ่กว่าตัว และใจเด็ดใช่ย่อย เธอยอมตัดใจเจ็บตั้งแต่วันที่เธอคลอดลูกชายให้เขาแล้ว เธอไม่อยากวิ่งตามความรัก เธอไม่อยากวิ่งตามอะไรทั้งนั้น ขอเป็นตัวเธอเอง ขอเป็นเจ้าเอยคนเดิมที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเจอกับอะไรเธอก็จะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน“จริงจัง จริงจังมากด้วย ขอโทษนะ ขอโทษที่เคยพูดจาบ้า ๆ แบบนั้นไป ขอโทษจริง ๆ พะ พี่ผิดไปแล้ว พี่…”เขาเอ่ยคำขอโทษเธอซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าและแววตาที่เจ็บปวดนั้นบ่งบอกว่าเขาสำนึกในความผิดพลาดในอดีต เขาคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขารักอีกครั้ง วอนขอโอกาสจากเธออีกหน“เรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันสักครั้งนะ” เขาแทบจะก้มลงกราบเท้าภรรยาที่เขารัก
เจ้าเอยที่กำลังจะก้าวขาไปข้างหน้าหวังตบปากอีกฝ่ายให้เลือดกลบก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงของคนที่มายืนจังก้าอยู่ด้านข้างเธอ“คุณออกมาทำไมเนี่ย!” เธอไม่ใช่ว่าย้ำกับเขาไปแล้วเหรอว่าให้เขาอยู่ในบ้านกับลูก“พี่แสน!!”ภาพสาวแสนใสซื่อถูกพังลงต่อหน้าต่อตา เมื่อแสนมาได้ยินประโยคที่สุดแสนจะน่ารังเกียจนั่น เด็กสาวที่สร้างภาพเป็นคนดีอ่อนโยนเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นเสียแล้วน่าผิดหวังจริง ๆ ที่เขามองผู้หญิงใสซื่อคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว…“เอ่อ…ลูกเขยก็อยู่ด้วยเหรอ พ่อไม่ยักกะรู้เลย”คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อตาเองก็ตกใจที่เจอแสน แกล้งทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน แต่แสนกลับไม่ยิ้มด้วย สีหน้าและแววตาเขาในตอนนี้ดุดันจนน่าหวาดหวั่นแสนเวลาจริงจังนั้นน่ากลัวมากแค่ไหนใครเลยจะไม่รู้ บวกกับรูปร่างสูงใหญ่แบบชายชาตรีของเขาด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวหลายเท่าตัว“ลูกเมียผมอยู่ไหนผมก็ต้องอยู่นั่นสิ” แสนเอ่ยเน้นย้ำคำว่าลูกกับเมียอย่างชัดเจน เพื่อตอกหน้าคนที่บังอาจมาก่อกวนถึงที่นี่“แต่เ
ในหัวเขาตอนนี้ไม่คิดจะโกรธเจ้าเอยที่ถามคำถามแบบนี้เลยสักนิด แต่เขากำลังคิดว่าจะหาข้ออ้างไหนมาหาเรื่องรั้งอยู่ที่นี่“กะ ก็พี่ไม่มีรถ รถพี่ก็มีคนเอาไป เมื่อกี้ก็มาส่งพี่ทิ้งไว้” ขอโทษที่ต้องโกหกนะเจ้าเอย พี่จำเป็นจริง ๆ“โทรเรียกไม่ได้เหรอคะ รถมีตั้งหลายคันนี่” คิ้วเรียวสาวเจ้าเริ่มขมวดมุ่น หากไม่ใช่เพราะเขาพาลูกมาหาเธอ และใจดีให้ลูกอยู่กับเธอล่ะก็ เธอคงบอกให้เขากลับไปภายในสองสามนาทีนี้อย่างแน่นอน“แบตโทรศัพท์ก็หมด ขอชาร์ตแบตก่อนได้ไหม?” เอาทุกอย่างที่นึกได้แล้วกัน ลูกก็ร้อง แบตก็หมด รถก็ไม่มี เอาสิ…เขาต้องได้อยู่ต่อ“อะ เอ่อ… ได้ค่ะ” ตอนแรกก็ไม่อยากให้เขาอยู่ต่อนัก แต่ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและพาสิงห์กลับไป เจ้าเอยจึงยอมให้เขาอยู่ต่อ แต่การอยู่ของเขาก็เหมือนจะไม่มีตัวตนนัก“เจ้าเอยคือ…”“อึเหรอครับ? มิน่ากลิ่นตุ ๆ เชียว เดี๋ยวแม่พาเข้าห้องน้ำนะครับ”เขาเหมือนเป็นอากาศธาตุไปแล้ว มีเรื่องอยากคุยกับเธอแต่ก็มักจะมีเรื่องเข้ามาขัดเสมอ อย่างตอ
“งั้นมึงจะเอายังไง จะนั่งห่อเหี่ยวเป็นหนังไข่อยู่นี่หรือไง”เมื่อเห็นว่าสีหน้าและแววตาอีกคนเริ่มมุ่งมั่นและแน่วแน่กว่าก่อนหน้า พอร์ชจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง หวังว่าเพื่อแสนโง่คนนี้จะคิดได้และทำทุกอย่างให้เจ้าเอยกลับมาได้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่น่าถีบที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย“กูจะไป” เขาพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะอุ้มลูกน้อยวิ่งเข้าห้องไปเก็บของบางโดยด่วน“ไปไหน?”“ตามเมียกูสิวะ”เขาคงจะยืนรออยู่หรอกมั้ง เมียไปทั้งคน!พอคิดได้ก็กลายเป็นคนสมองไวขึ้นมาทันที แต่เพื่อนตัวดีก็ตามมายิงคำถามสุดจี๊ดให้เขายอมรับหัวใจตัวเองสักที“ไม่ใช่แค่แม่ของลูกหรือไง มึงไม่ได้รักเขานี่”“ใช่ที่ไหนเล่า! ก็ทั้งเมีย ทั้งแม่ของลูกกู”เมีย เธอคือเมียที่เขารัก และเป็นแม่ของลูก เพราะฉะนั้นเขาเสียเธอไปไม่ได้ เขาต้องตามไปง้อเธอให้ได้!“ไอ้สิงห์น้อยของพ่อ ช่วยพ่อหน่อยนะลูกนะ”คราวนี้ถึงกับต้องขอร้องสิงห์น้อย เพราะถ้าไปตัวเปล่าร้อยเปอร์เซ็นเจ้าเอยต้อง
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ” เพราะความเป็นพ่อ ต่อให้จะคิดหนักมากแค่ไหนแต่ก็ต้องปลอบลูกน้อยในอ้อมแขน ยิ่งปลอบลูกก็ยิ่งปวดใจ“คุณเอยเก็บอันนี้ไว้ให้ค่ะ คุณเอยบอกว่านายน้อยอาจจะแค่ติดกลิ่น ถ้ามีนี่นายน้อยก็จะรู้สึกคุ้นเคย เหมือนว่าแม่อยู่ใกล้ ๆ เด็กวัยนี้ยังต้องการแม่นะคะ”เสื้อที่เธอนั้นมักจะใส่ประจำถูกยื่นมาให้ ชายหนุ่มมองเสื้อสีแดงที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเอยก็อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกว่าการกระทำนั้นลำบากมากใช่… ลูกเขายังต้องการแม่ ลูกเขาต้องมีแม่ที่เคยอยู่ข้างเขาสิ เขาไม่มีความคิดอยากพรากเจ้าเอยกับลูกเลยสักนิด สิงห์ควรได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่เขา ส่วนตัวเขาเองก็ควรมีเจ้าเอยอยู่ข้างกายอย่างเช่นที่ผ่านมาสิถึงจะถูก“คุณเอยยังบอกอีกว่า ถ้าคุณแสนจะหาแม่ใหม่ ก็ขอให้รักและดูแลนายน้อยก็พอ”“…”พอได้ยินประโยคนั้นก็ทำเอาคนแบบนายหัวแสนพูดอะไรต่อไม่ได้ เธอยังคิดว่าเขาต้องหาแม่ใหม่ให้ลูกอยอยู่เลย เขา…จะไปหาทำไมกันเล่า! แม่ของลูกของเขามีเจ้าเอยคนเ







