เข้าสู่ระบบเสียงร้องดังลั่นบ้านจนนึกว่าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินสั่นสะท้าน ทั้งต้อยทั้งไม้ร้องกันจนตาเหลือก!
นะ นี่ คุณแสนทำผู้หญิงท้องงั้นหรือ!?
“ใช่ค่ะ ท้อง ท้องลูกของเขานี่แหละค่ะ”
เจ้าเอยไม่อายที่จะตอบเลยสักนิด กลับตรงกันข้าม เธอดีใจจนหุบยิ้มไม่อยู่เวลาที่ได้แกล้งให้เขานั้นหน้าดำหน้าแดงเพราะอารมณ์หงุดหงิด ถึงปากเขาจะบอกว่าเกลียดเธอแค่ไหนก็ตาม แต่แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปล่อยปะละเลยแม่ของลูกเขาได้อย่างแน่นอน
“ลูกของคุณแสนน่ะค่ะ”
เจ้าเอยอาศัยจังหวะนั้นเกาะแขนชายหนุ่มแน่น บดเบียดความอวบอิ่มและนุ่มนิ่มกับแขนแกร่ง ในขณะเดียวกันก็แนบตัวเข้าหาเขาอย่างจงใจยั่วยุ ยิ่งเห็นหน้าหล่อ ๆ นั่นเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงเธอก็ยิ่งชอบใจ ราวกับว่าเห็นเป็นเรื่องสนุกแล้วสิ
“เข้าบ้านได้แล้ว!”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงดังติดจะดุ ๆ เขาไม่จำเป็นต้องตอบเพราะความจริงก็เป็นอย่างที่เธอว่านี่ จะให้เถียงข้าง ๆ คู ๆ ก็ดูไม่ควรเท่าไหร่ รีบลากเธอเข้าบ้านแล้วให้เธอเงียบปากย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในเวลานี้แล้ว
ขืนปล่อยให้เธอพูดเพ้อเจ้ออีกเขาก็กลัวจะอดใจไม่ไหว ยัยนี่ไม่มีท่าทีเขินอายใครเลยสักนิด ประกาศปาว ๆ ว่าท้องลูกเขาคงภููมิใจมากล่ะสิท่าที่จับคนแบบเขาด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ได้
“เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ” เจ้าเอยยังไม่วายเอ่ยทิ้งท้ายด้วยท่าทีร่าเริง เธอทั้งสวยแซ่บและขี้เล่นในบางเวลา แต่ไม่ใช่เธอจะเป็นแบบนี้กับทุกคนนี่นา
“หยุดพูดได้แล้ว น่ารำคาญ” เขาเอ่ยอย่างคนโมโหขณะที่ลากร่างสาวสวยขึ้นบ้านไปด้วย
“อ่ะ อ่ะ ก็ได้ค่ะ”
เธอยอมเงียบปากลงเพราะอยากจะสำรวจอย่างอื่นมากกว่าคุยกับเขาต่างหาก ตั้งแต่ที่เธอนั่งรถมาถึงที่นี่ สิ่งแรกที่เจอคือสวน ป่า สวน ป่า สลับกันอยู่แบบนี้ จะมีหมู่บ้านคนก็แค่ตอนปากทางเข้าบ้านหลังโตนี้ตั้งอยู่กลางสวน หากเป็นลูกคุณหนูตัวจริงที่มาเจอก็คงจะกลัวอยู่บ้าง แต่เจ้าเอยกลับไม่คิดแบบนั้น
เพราะสวนที่เธอว่านั่นคือสวนทุเรียน แม่เจ้า! เธอมองเห็นหนทางแห่งความรวย เมื่อก่อนตอนเด็กฝันอยากมีผัวเป็นเจ้าของสวนทุเรียนเพราะอยากกินทุเรียนแบบไม่อั้น แบบที่ไม่ต้องซื้อ พอโตมาถึงรู้ว่ากินไปก็คงกินได้ไม่เกินลูกเพราะเป็นร้อนใน
ตะ แต่ แต่! ตอนนี้คนที่เธอแต่งงานด้วยเป็นถึงนายหัว เป็นเจ้าของที่นี่ และบ้านหลังนี้ที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องใช้และของตกแต่งมากมาย มูลค่าที่ประเมินได้บางส่วนยังทำเอาเธอตาร้อนผ่าว ตลอดทางเดินจนกระทั่งขึ้นมาจนถึงห้องนอนยังทำเธอตื่นเต้นไม่หายเลย
“เข้าไปได้แล้ว” เขาดึงเธอที่กำลังมองของตกแต่งมากมายในบ้านอย่างไม่วางตา
“โห~~ สวยมากเลยค่ะ”
เธอปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าภายในห้องสวยมาก ทั้งกว้างขวางและเป็นระเบียบ และที่เธอชื่นชอบมากเป็นพิเศษก็คงจะเป็นกระจกใสเบื้องหน้าที่อยู่ถัดจากเตียงนอนสีขาวขนาดใหญ่ ผ่านกระจกใสไปจะเป็นระเบียง ทิวทัศน์ภายนอกที่มีต้นไม้ปลิวสไหวไปกับสายลมในเวลาหัวค่ำ สวยงามแบบที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด...
“สวยงั้นเหรอ?” ปลายคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปม เขาลากเธอมาจากเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีที่เธอชอบไม่ใช่หรือ? แต่เธอกับมองผืนป่าสวยงามเนี่ยนะ?
เจ้าเอยไม่ได้ยินที่เขาพูดสักหน่อย เธอกำลังมีความสุขกับบ้านใหม่และห้องใหม่ เรือนร่างสวยงามเต้นรำไปตามมุมต่าง ๆ ของห้อง ใบหน้าสวยฉายชัดถึงความสุขโดยไม่ปิดบัง เธอจะมีความสุขอะไรกันนักกันหนา?
“ไปอาบน้ำพักผ่อนได้แล้วไป” นายหัวแสนเอ่ยเสียงห้วน ๆ คล้ายกับไม่ต้องการจะพูดคุยกับเธอสักเท่าไหร่ แม้แต่หางตายังเหลือบมองเธอด้วยซ้ำ ดูท่าจะรังเกียจเธอไม่ใช่น้อย
“พี่แสนจะไปไหนเหรอคะ?”
เจ้าเอยทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง ก่อนจะเหยียดขาเรียวสวยอวดสายตาชายหนุ่ม พร้อมกับส่งสายตาเว้าวอนจนชายหนุ่มใจเต้นระส่ำ เธอนี่นะ! ชอบทำหน้าทำตาอ่อยเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ยกให้เป็นความสามารถพิเศษของเธอจริง ๆ
“ไป ทำ งาน” เขาเอ่ยเน้นย้ำทุกคำอย่างจงใจ เวลานี้เพิ่งจะหัวค่ำ คนที่บ้างานเป็นชีวิตจิตใจแบบเขามีหรือจะอยู่นิ่งเฉย
“แต่เราเพิ่งมาถึงนะคะ พี่แสนขับรถมาหลายชั่วโมงขนาดนี้ไม่พักก่อนเหรอคะ?”
สาวเจ้าเอ่ยเสียงหวานพร้อมกับลุกเดินมาหยิบกระเป๋าใบเดียวที่ติดตัวมา พร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ปรากฏบนใบหน้า เธอเดินเข้ามาใกล้ร่างเขาในไม่ช้า ก่อนที่แขนเรียวจะยกขึ้นโอบรัดลำคอแกร่งอย่างตั้งใจ
“อยู่พักกับเอยก่อนสิคะ”
“ฉันไม่ได้ว่างที่จะมาคลุกอยู่กับเธอไม่ทำงานทำการหรอกนะ”
พรึ่บ! จบประโยคนั้นใบหน้าชายหนุ่มก็เกิดชาวูบขึ้นมาในทันที เมื่อชุดนอนลายผีเสื้อสีแดงสุดเซ็กซี่แกว่งไปแกว่งมาตรงหน้าเขา นี่เธอกำลังหมายความว่า…
“ไม่ต้องคลุกอยู่ก็ได้นะคะ แต่รีบไปรีบมาก็พอ เดี๋ยวเอยจะพาดูผีเสื้อ”
สาวเจ้าเอ่ยยั่วยวนชายหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคู่กลมช่างเป็นประกายราวกับมีคลื่นระรอกอยู่ตลอดเวลา มีเสน่ห์มากจริง ๆ แต่คงใช้ไม่ได้กับคนแบบนายหัวแสนแน่นอน
“ฉันไม่ชอบผีเสื้อ” ชายหนุ่มโคลงศีรษะเล็กน้อย
“เอยไม่เชื่อหรอกค่ะ เอยรู้ว่าพี่ชอบ”
เจ้าเอยไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับคนตรงหน้า เธอยังคงสบสายตากับคนตัวโตอย่างไม่เคอะเขิน ซ้ำยังเอ่ยยั่วยุเขาอย่างไม่นึกกลัว แม้คนตรงหน้าจะเคร่งขรึมมากกว่าเดิมหน่อยก็ตาม
“อะไรที่ทำให้เธอมั่นใจขนาดนั้นเหรอ?” แสนย้อนถามเจ้าเอย จู่ ๆเขาก็จ้องเธอกลับอย่างไม่วางตา รอยยิ้มกระตุกตรงมุมปากยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูน่าสนใจมากเลยทีเดียว
“เพราะวันนั้นพี่บอกว่าเอยสวยมาก พี่ชอบมาก”
วันนั้นที่เธอหมายถึงก็คงเป็นวันที่เขาเมาและพลาดทำเธอท้องนั่นแหละ ค่ำคืนนั้นแม้ตัวเธอเองก็เผลอไผลไปกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เช่นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้คนแบบเจ้าเอยยอมมอบสิ่งสำคัญที่เธอเก็บรักษามาจนอายุยี่สิบห้าให้กับผู้ชายที่ชื่อแสนซะหน่อย
“ไปหาหมอบ้างนะ นอกจากเธอจะสมองมีปัญหา ชอบเพ้อเจ้ออะไรแปลก ๆ แล้วยังหูไม่ดีอีกต่างหาก”
คำพูดคำจาช่างเจ็บแสบ นึกไม่ถึงว่าคนแบบนายหัวแสนจะคิดคำมาด่าเธอได้มากมายขนาดนี้เชียว
“เพราะเธอน่าจะหูเพี้ยน ฉันอาจจะบอกว่าชอบน้องสาวเธอ ไม่ใช่เธอ”
“อึก!”
“แบบเธอไม่ใช่แค่ไม่ชอบแบบธรรมดานะ ฉันเกลียดเลยแหละ”
ต่อให้อยากเป็นมากกว่านั้นก็ทำไม่ได้ เขารู้ว่าใจเจ้าเอยตอนนี้ออกห่างเขามากแค่ไหน แต่เขากลับทำอย่างที่เธอต้องการไม่ได้จริง ๆแสนนั่งเฝ้าสองแม่ลูกเวลาหลับ น่ารักน่ามองกินกันไม่ลงเลย “เจ้าเอย~ หลับหรือยัง?”“…” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว้าจ้าหล่อนนั้นหลับไม่รู้ตัวแล้ว เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้อยู่ใกล้ ๆ เธอ ได้นั่งมองเธอให้นานขึ้นอีกหน่อย“ฉันไม่อยากพลาดอีกแล้ว ไม่อยากเสียเธออีกแล้วเจ้าเอย~”มือหนาสัมผัสแผ่วเบาราวกับว่ากลัวคนที่นอนหลับอยู่จะรู้สึกตัวตื่นแและลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดเขา เมื่อก่อนเป็นใครกันนะที่ไล่เธอเช้าเย็น ก็ไอ้คนโง่งมแบบเขานี่แหละ พอสลับเป็นเขาที่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกไล่บ้างกลับร้องห่มร้องไห้ กลัวเธอจะให้เขาออกห่างหากเขารู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เขาจะถนอมเธอให้มาก ดูแลเธอให้ดี ให้เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษที่สุดในชีวิตเขา แต่ตอนนี้เขากลับทำได้เพียงนั่งมองเธอในเวลาหลับตา หากเธอตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเขาก็คงไม่อยากแม้แต่จะมองเขาเขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่แววต
“ระ เราไม่พูดเรื่องหย่ากันได้ไหมเจ้าเอย” น้ำเสียงที่อ่อนลง คนตัวโตที่เคยน่าหวาดหวั่นก่อนหน้านี้กลับคอตกหน้าเศร้า เมื่อเธอนั้นพูดเรื่องหย่ากับเขาอีกครั้งเขาไม่อยากหย่า ไม่อยากเสียเธอไปจริง ๆ ให้ทำยังไงเขาก็ยอม“แต่เอยตัดสินใจแล้วนะคะ เอยขอบคุณมากที่เมื่อกี้คุณแสนปกป้องเอย แต่ว่าเอยไม่คิดว่าคุณจะจริงจัง”คนตัวเล็กทว่ากลับใจใหญ่กว่าตัว และใจเด็ดใช่ย่อย เธอยอมตัดใจเจ็บตั้งแต่วันที่เธอคลอดลูกชายให้เขาแล้ว เธอไม่อยากวิ่งตามความรัก เธอไม่อยากวิ่งตามอะไรทั้งนั้น ขอเป็นตัวเธอเอง ขอเป็นเจ้าเอยคนเดิมที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเจอกับอะไรเธอก็จะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน“จริงจัง จริงจังมากด้วย ขอโทษนะ ขอโทษที่เคยพูดจาบ้า ๆ แบบนั้นไป ขอโทษจริง ๆ พะ พี่ผิดไปแล้ว พี่…”เขาเอ่ยคำขอโทษเธอซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าและแววตาที่เจ็บปวดนั้นบ่งบอกว่าเขาสำนึกในความผิดพลาดในอดีต เขาคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขารักอีกครั้ง วอนขอโอกาสจากเธออีกหน“เรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันสักครั้งนะ” เขาแทบจะก้มลงกราบเท้าภรรยาที่เขารัก
เจ้าเอยที่กำลังจะก้าวขาไปข้างหน้าหวังตบปากอีกฝ่ายให้เลือดกลบก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงของคนที่มายืนจังก้าอยู่ด้านข้างเธอ“คุณออกมาทำไมเนี่ย!” เธอไม่ใช่ว่าย้ำกับเขาไปแล้วเหรอว่าให้เขาอยู่ในบ้านกับลูก“พี่แสน!!”ภาพสาวแสนใสซื่อถูกพังลงต่อหน้าต่อตา เมื่อแสนมาได้ยินประโยคที่สุดแสนจะน่ารังเกียจนั่น เด็กสาวที่สร้างภาพเป็นคนดีอ่อนโยนเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นเสียแล้วน่าผิดหวังจริง ๆ ที่เขามองผู้หญิงใสซื่อคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว…“เอ่อ…ลูกเขยก็อยู่ด้วยเหรอ พ่อไม่ยักกะรู้เลย”คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อตาเองก็ตกใจที่เจอแสน แกล้งทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน แต่แสนกลับไม่ยิ้มด้วย สีหน้าและแววตาเขาในตอนนี้ดุดันจนน่าหวาดหวั่นแสนเวลาจริงจังนั้นน่ากลัวมากแค่ไหนใครเลยจะไม่รู้ บวกกับรูปร่างสูงใหญ่แบบชายชาตรีของเขาด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวหลายเท่าตัว“ลูกเมียผมอยู่ไหนผมก็ต้องอยู่นั่นสิ” แสนเอ่ยเน้นย้ำคำว่าลูกกับเมียอย่างชัดเจน เพื่อตอกหน้าคนที่บังอาจมาก่อกวนถึงที่นี่“แต่เ
ในหัวเขาตอนนี้ไม่คิดจะโกรธเจ้าเอยที่ถามคำถามแบบนี้เลยสักนิด แต่เขากำลังคิดว่าจะหาข้ออ้างไหนมาหาเรื่องรั้งอยู่ที่นี่“กะ ก็พี่ไม่มีรถ รถพี่ก็มีคนเอาไป เมื่อกี้ก็มาส่งพี่ทิ้งไว้” ขอโทษที่ต้องโกหกนะเจ้าเอย พี่จำเป็นจริง ๆ“โทรเรียกไม่ได้เหรอคะ รถมีตั้งหลายคันนี่” คิ้วเรียวสาวเจ้าเริ่มขมวดมุ่น หากไม่ใช่เพราะเขาพาลูกมาหาเธอ และใจดีให้ลูกอยู่กับเธอล่ะก็ เธอคงบอกให้เขากลับไปภายในสองสามนาทีนี้อย่างแน่นอน“แบตโทรศัพท์ก็หมด ขอชาร์ตแบตก่อนได้ไหม?” เอาทุกอย่างที่นึกได้แล้วกัน ลูกก็ร้อง แบตก็หมด รถก็ไม่มี เอาสิ…เขาต้องได้อยู่ต่อ“อะ เอ่อ… ได้ค่ะ” ตอนแรกก็ไม่อยากให้เขาอยู่ต่อนัก แต่ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและพาสิงห์กลับไป เจ้าเอยจึงยอมให้เขาอยู่ต่อ แต่การอยู่ของเขาก็เหมือนจะไม่มีตัวตนนัก“เจ้าเอยคือ…”“อึเหรอครับ? มิน่ากลิ่นตุ ๆ เชียว เดี๋ยวแม่พาเข้าห้องน้ำนะครับ”เขาเหมือนเป็นอากาศธาตุไปแล้ว มีเรื่องอยากคุยกับเธอแต่ก็มักจะมีเรื่องเข้ามาขัดเสมอ อย่างตอ
“งั้นมึงจะเอายังไง จะนั่งห่อเหี่ยวเป็นหนังไข่อยู่นี่หรือไง”เมื่อเห็นว่าสีหน้าและแววตาอีกคนเริ่มมุ่งมั่นและแน่วแน่กว่าก่อนหน้า พอร์ชจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง หวังว่าเพื่อแสนโง่คนนี้จะคิดได้และทำทุกอย่างให้เจ้าเอยกลับมาได้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่น่าถีบที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย“กูจะไป” เขาพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะอุ้มลูกน้อยวิ่งเข้าห้องไปเก็บของบางโดยด่วน“ไปไหน?”“ตามเมียกูสิวะ”เขาคงจะยืนรออยู่หรอกมั้ง เมียไปทั้งคน!พอคิดได้ก็กลายเป็นคนสมองไวขึ้นมาทันที แต่เพื่อนตัวดีก็ตามมายิงคำถามสุดจี๊ดให้เขายอมรับหัวใจตัวเองสักที“ไม่ใช่แค่แม่ของลูกหรือไง มึงไม่ได้รักเขานี่”“ใช่ที่ไหนเล่า! ก็ทั้งเมีย ทั้งแม่ของลูกกู”เมีย เธอคือเมียที่เขารัก และเป็นแม่ของลูก เพราะฉะนั้นเขาเสียเธอไปไม่ได้ เขาต้องตามไปง้อเธอให้ได้!“ไอ้สิงห์น้อยของพ่อ ช่วยพ่อหน่อยนะลูกนะ”คราวนี้ถึงกับต้องขอร้องสิงห์น้อย เพราะถ้าไปตัวเปล่าร้อยเปอร์เซ็นเจ้าเอยต้อง
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ” เพราะความเป็นพ่อ ต่อให้จะคิดหนักมากแค่ไหนแต่ก็ต้องปลอบลูกน้อยในอ้อมแขน ยิ่งปลอบลูกก็ยิ่งปวดใจ“คุณเอยเก็บอันนี้ไว้ให้ค่ะ คุณเอยบอกว่านายน้อยอาจจะแค่ติดกลิ่น ถ้ามีนี่นายน้อยก็จะรู้สึกคุ้นเคย เหมือนว่าแม่อยู่ใกล้ ๆ เด็กวัยนี้ยังต้องการแม่นะคะ”เสื้อที่เธอนั้นมักจะใส่ประจำถูกยื่นมาให้ ชายหนุ่มมองเสื้อสีแดงที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเอยก็อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกว่าการกระทำนั้นลำบากมากใช่… ลูกเขายังต้องการแม่ ลูกเขาต้องมีแม่ที่เคยอยู่ข้างเขาสิ เขาไม่มีความคิดอยากพรากเจ้าเอยกับลูกเลยสักนิด สิงห์ควรได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่เขา ส่วนตัวเขาเองก็ควรมีเจ้าเอยอยู่ข้างกายอย่างเช่นที่ผ่านมาสิถึงจะถูก“คุณเอยยังบอกอีกว่า ถ้าคุณแสนจะหาแม่ใหม่ ก็ขอให้รักและดูแลนายน้อยก็พอ”“…”พอได้ยินประโยคนั้นก็ทำเอาคนแบบนายหัวแสนพูดอะไรต่อไม่ได้ เธอยังคิดว่าเขาต้องหาแม่ใหม่ให้ลูกอยอยู่เลย เขา…จะไปหาทำไมกันเล่า! แม่ของลูกของเขามีเจ้าเอยคนเ







