เข้าสู่ระบบมือหนาคว้าหมับเข้าที่แขนเล็ก ก่อนจะออกแรงลากเธอให้เดินตามเขาไป แต่ทว่ากลับต้องขัดใจยิ่งนักเมื่อมองเห็นรองเท้าส้นสูงของสาวเจ้า แม้จะไม่สูงมากแต่เขาไม่ชอบ! เธอลืมไปหรือไงว่าเธอท้องอยู่
“เธอลืมว่าตัวเองท้องอยู่หรือไงหา!? ใส่มาทำไมส้นสูง?” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดัง เจ้าเอยได้แต่คิ้วขมวดมุ่น งงกับการกระทำของเขา ที่อยู่ ๆ ก็พยายามจะถอดรองเท้าเธอออก
“ยังไม่ซื้อใหม่นี่คะ แต่นี่ไม่สูงมากนะคะพี่แสน”
เธอเอ่ยทั้งยังงง ๆ เธอไม่เห็นว่ามันจะสูงขนาดนั้น ไม่ถึงนิ้วครึ่งเลยด้วยซ้ำ เขาคงยังไม่เคยเห็นเจ้าแม่ส้นสูงแบบเธอสินะ เมื่อก่อนเธอสวมแค่รองเท้าส้นสูงส้นเข็มเท่านั้น
พวกรองเท้าผ้าใบอะไรอย่างนี้อย่าฝันว่าจะเห็นเธอใส่เลย แต่พอมาตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ เธอเองก็พยายามระมัดระวังอยู่ไม่ใช่น้อย เลือกคู่ที่เหมาะที่สุดแล้วจริง ๆ แต่เขากลับไม่คิดแบบนั้นนี่
“เธอไม่รู้หรือไงว่าคนท้องเขาไม่ให้ใส่ส้นสูง เป็นแม่ประสาอะไรฮะ!” เขาตะคอกเธอแต่ทว่ามือกลับถอดรองเท้าให้เธออย่างเบามือ การกระทำอ่อนโยนนี่ช่างตรงกันข้ามกับคำพูดของเขาเหลือเกิน
“ขะ ขอโทษค่ะ คราวหลังเอยจะไม่ใส่แล้ว”
ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่มีคนทำแบบนี้ให้ มันควรจะรู้สึกไม่ดีไม่ใช่หรือ? แต่ทำไมเธอถึงไม่เถียงเขาเล่า จะยอมรับผิดทำไม แถมยังเชื่อฟังเขาขนาดนี้เชียว
“อย่าหวังว่าจะได้ใส่ต่างหากล่ะ”
เขาเอ่ยทิ้งท้ายเสียงห้วน ฟังดูไม่พอใจขั้นสุด ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองคนตรงหน้าที่ทำตาปริบ ๆ ช่างไม่เข้ากับรูปลักษ์ภายนอกที่แสนจะสวยเซ็กซี่ของเจ้าหล่อนเลยสักนิด
“งั้นเอยต้องเดินเท้าเปล่าไปเหรอคะ?”
หญิงสาวก้มมองเท้าขาว ๆ ของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามคนตัวสูงที่เอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด เขาไม่คิดจะทำหน้าแบบอื่นเลยหรือไง?
“…” ไร้เสียงตอบกลับ เขาไม่ตอบเธอด้วยวาจาทว่าการกระทำกลับตอบทุกอย่างเสียแล้ว
พรึ่บ!
“อ๊ะ!” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ร่างก็ถูกอุ้มจนลอยหวือขึ้นกลางอากาศ นายหัวแสนไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เท้ายาวก้าวอาด ๆ ไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก็เขาซุ่มดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง
ในขณะที่ถูกอุ้มจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูก คนที่บอกว่าเกลียดเธอนักหนา แต่ทว่าการกระทำเอาใจใส่นี้ทำให้เจ้าเอยปฏิเสธความคิดในหัวไม่ได้จริง ๆ เธอแนบหน้ากักเก็บรอยยิ้มดีใจเข้ากับหน้าอกแข็งแกร่ง ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่เคยถูกปกป้อง และยิ่งไม่เคยถูกใส่ใจมาก่อน…
“อื้ม~~”
กลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ทำให้คุณแม่ท้องอ่อน ๆ อย่างเธออดไม่ได้จริง ๆ ที่จะสูดดมกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอด ช่างสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันราวกับถูกปัดเป่า หายไปจากความรู้สึกเธอในตอนนี้แทนที่ด้วยความสบายใจอย่างที่เธอไม่เเคยสัมผัสมาก่อน
“พี่แสนจะพาเอยไปไหนเหรอคะ?” สาวเจ้าเพิ่งนึกได้ว่าควรจะถามเขาสักหน่อย ไม่ใช่พอถูกสามีตัวเองอุ้มหน่อยก็เผลอใจ ดีนะที่เธอไม่เผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น จนกระทั่งมาถึงรถ
“ฉันก็จะพาเธอไปลำบากไง” เขาตอบเธอเสียงห้วน ๆ พร้อมกับวางหญิงสาวลงบนเบาะนั่งข้างคนขับอย่างเบามือ ที่เขาอ่อนโยนไม่ใช่เพราะเขารักและชื่นชอบในตัวเธอซะหน่อย นั่นเป็นเพราะเธอท้องลูกของเขาต่างหาก เกิดเขาโยนเธอแรง ๆ แล้วลูกในท้องเธอได้รับอันตรายขึ้นมาเขาจะทำอย่างไร
ถึงเขาจะไม่ได้รักเธอ แต่เธอก็กำลังตั้งท้องลูกของเขา หากไม่ดูแลเธอก็เท่ากับว่าลูกเขาจะไม่ได้รับการดูแลเช่นกัน
“ลำบาก? ที่ไหนคะ กับใครเหรอ?” หญิงสาวเอ่ยถาม
“ที่บ้านฉัน กับฉัน”
“ตกลงค่ะ ถ้าไปลำบากกับพี่เอยพร้อมค่ะ ไปกันเถอะค่ะ”
สีหน้าที่แสดงออกล้วนไม่มีถ้าทีขัดขืนที่จะไปลำบากอย่างที่เขาว่า กลับดูเต็มอกเต็มใจซะมากกว่า นี่เธอบ้าไปแล้วหรือไง เธอเป็นลูกคุณหนูที่ใช้ชีวิตราวกับเจ้าหญิงไม่ใช่หรือไง คิดว่าการไปอยู่กับเขาจะเหมือนการไปเที่ยวเล่นงั้นสิ เธอคิดผิดแล้ว…
เขาจะรอดูว่าเธอจะทนลำบากได้แค่ไหน
“เหอะ” เสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนที่ชายหนุ่มจะม้วนตัวหมายจะไปยังฝั่งคนขับ แต่ทว่ากลับถูกมือของเจ้าหล่อนรั้งใบหน้าเข้าหา ระยะชิดใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ทำให้ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านในกายอีกหน
“อึก”
“เอยอยากไปอยู่กับพี่ใจจะขาดแล้ว ช่วยพาเอยไปจากตรงนี้เร็ว ๆ หน่อยได้ไหมคะ”
น้ำเสียงและแววตาอ้อนวอนนี้ ทำเอาคนมองแทบขาดสติ เขายอมรับว่าเธอเป็นคนสวยและมีเสน่ห์มากจริง ๆ แต่ในใจเขาไม่มีเธอตั้งแต่แรก และไม่คิดอยากจะมีน่ะสิ…
“ฉันให้เธออยู่กับฉัน จนกว่าลูกจะคลอด หลังจากนั้นเราก็หย่ากัน แล้วก็แยกย้าย”
เขาเอ่ยอย่างคนไม่ยี่หระ ทว่าคำพูดนั้นกลับสะกิดใจคนฟังอย่างเจ้าเอยเป็นอย่างมาก ดวงตาคู่กลมสั่นไหวเล็กน้อย แต่กลับไม่ยอมเปิดเผยความอ่อนแอให้คนตรงหน้าได้เห็น
เธอกลับพูดจาด้วยน้ำเสียงติดตลก “จะใจร้ายกับแม่ของลูกพี่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ? หืม~”
เธอแกล้งขยับเข้าใกล้เขามากขึ้น ริมฝีปากเรียวแตะเบา ๆ ตรงอวัยวะส่วนเดียวกันของคนตรงหน้าเป็นการหยอกเย้า แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับผละออกอย่างคนนึกรังเกียจ
“แม่ของลูก?”
“…”
“ฉันใจร้ายงั้นเหรอ?”
“…”
“ถ้าแบบฉันเรียกว่าใจร้าย แล้วเธอล่ะเรียกว่าอะไร?”
“ตั้งใจเจาะถุงยาง? ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาไล่ตะเพิดเธอไปแล้ว แต่ฉันจะเมตตาให้เธอคลอดก่อน แล้วค่อยเฉดหัวเธอทิ้ง”
เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันที ทิ้งให้เจ้าเอยยิ้มแห้งกับประโยคพูดของเขาก่อนหน้านี้ เธอไม่มีสิทธิ์โต้แย้งอะไร เพราะทุกอย่างได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เธอต้องยกลูกให้เขาที่มีความสามารถในการดูแลลูกมากกว่าเธออย่างไม่ต้องสงสัย
เธอมีเวลาแค่ไม่กี่เดือน หลังจากที่เธอคลอด ทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลงตามที่คุยกันไว้ในตอนแรก
ก็เขาไม่ได้ตั้งใจให้เธอท้องนี่ ทุกอย่างมันคือความผิดพลาดทั้งหมด…
ต่อให้อยากเป็นมากกว่านั้นก็ทำไม่ได้ เขารู้ว่าใจเจ้าเอยตอนนี้ออกห่างเขามากแค่ไหน แต่เขากลับทำอย่างที่เธอต้องการไม่ได้จริง ๆแสนนั่งเฝ้าสองแม่ลูกเวลาหลับ น่ารักน่ามองกินกันไม่ลงเลย “เจ้าเอย~ หลับหรือยัง?”“…” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว้าจ้าหล่อนนั้นหลับไม่รู้ตัวแล้ว เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้อยู่ใกล้ ๆ เธอ ได้นั่งมองเธอให้นานขึ้นอีกหน่อย“ฉันไม่อยากพลาดอีกแล้ว ไม่อยากเสียเธออีกแล้วเจ้าเอย~”มือหนาสัมผัสแผ่วเบาราวกับว่ากลัวคนที่นอนหลับอยู่จะรู้สึกตัวตื่นแและลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดเขา เมื่อก่อนเป็นใครกันนะที่ไล่เธอเช้าเย็น ก็ไอ้คนโง่งมแบบเขานี่แหละ พอสลับเป็นเขาที่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกไล่บ้างกลับร้องห่มร้องไห้ กลัวเธอจะให้เขาออกห่างหากเขารู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เขาจะถนอมเธอให้มาก ดูแลเธอให้ดี ให้เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษที่สุดในชีวิตเขา แต่ตอนนี้เขากลับทำได้เพียงนั่งมองเธอในเวลาหลับตา หากเธอตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเขาก็คงไม่อยากแม้แต่จะมองเขาเขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่แววต
“ระ เราไม่พูดเรื่องหย่ากันได้ไหมเจ้าเอย” น้ำเสียงที่อ่อนลง คนตัวโตที่เคยน่าหวาดหวั่นก่อนหน้านี้กลับคอตกหน้าเศร้า เมื่อเธอนั้นพูดเรื่องหย่ากับเขาอีกครั้งเขาไม่อยากหย่า ไม่อยากเสียเธอไปจริง ๆ ให้ทำยังไงเขาก็ยอม“แต่เอยตัดสินใจแล้วนะคะ เอยขอบคุณมากที่เมื่อกี้คุณแสนปกป้องเอย แต่ว่าเอยไม่คิดว่าคุณจะจริงจัง”คนตัวเล็กทว่ากลับใจใหญ่กว่าตัว และใจเด็ดใช่ย่อย เธอยอมตัดใจเจ็บตั้งแต่วันที่เธอคลอดลูกชายให้เขาแล้ว เธอไม่อยากวิ่งตามความรัก เธอไม่อยากวิ่งตามอะไรทั้งนั้น ขอเป็นตัวเธอเอง ขอเป็นเจ้าเอยคนเดิมที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเจอกับอะไรเธอก็จะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน“จริงจัง จริงจังมากด้วย ขอโทษนะ ขอโทษที่เคยพูดจาบ้า ๆ แบบนั้นไป ขอโทษจริง ๆ พะ พี่ผิดไปแล้ว พี่…”เขาเอ่ยคำขอโทษเธอซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าและแววตาที่เจ็บปวดนั้นบ่งบอกว่าเขาสำนึกในความผิดพลาดในอดีต เขาคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขารักอีกครั้ง วอนขอโอกาสจากเธออีกหน“เรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันสักครั้งนะ” เขาแทบจะก้มลงกราบเท้าภรรยาที่เขารัก
เจ้าเอยที่กำลังจะก้าวขาไปข้างหน้าหวังตบปากอีกฝ่ายให้เลือดกลบก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงของคนที่มายืนจังก้าอยู่ด้านข้างเธอ“คุณออกมาทำไมเนี่ย!” เธอไม่ใช่ว่าย้ำกับเขาไปแล้วเหรอว่าให้เขาอยู่ในบ้านกับลูก“พี่แสน!!”ภาพสาวแสนใสซื่อถูกพังลงต่อหน้าต่อตา เมื่อแสนมาได้ยินประโยคที่สุดแสนจะน่ารังเกียจนั่น เด็กสาวที่สร้างภาพเป็นคนดีอ่อนโยนเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นเสียแล้วน่าผิดหวังจริง ๆ ที่เขามองผู้หญิงใสซื่อคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว…“เอ่อ…ลูกเขยก็อยู่ด้วยเหรอ พ่อไม่ยักกะรู้เลย”คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อตาเองก็ตกใจที่เจอแสน แกล้งทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน แต่แสนกลับไม่ยิ้มด้วย สีหน้าและแววตาเขาในตอนนี้ดุดันจนน่าหวาดหวั่นแสนเวลาจริงจังนั้นน่ากลัวมากแค่ไหนใครเลยจะไม่รู้ บวกกับรูปร่างสูงใหญ่แบบชายชาตรีของเขาด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวหลายเท่าตัว“ลูกเมียผมอยู่ไหนผมก็ต้องอยู่นั่นสิ” แสนเอ่ยเน้นย้ำคำว่าลูกกับเมียอย่างชัดเจน เพื่อตอกหน้าคนที่บังอาจมาก่อกวนถึงที่นี่“แต่เ
ในหัวเขาตอนนี้ไม่คิดจะโกรธเจ้าเอยที่ถามคำถามแบบนี้เลยสักนิด แต่เขากำลังคิดว่าจะหาข้ออ้างไหนมาหาเรื่องรั้งอยู่ที่นี่“กะ ก็พี่ไม่มีรถ รถพี่ก็มีคนเอาไป เมื่อกี้ก็มาส่งพี่ทิ้งไว้” ขอโทษที่ต้องโกหกนะเจ้าเอย พี่จำเป็นจริง ๆ“โทรเรียกไม่ได้เหรอคะ รถมีตั้งหลายคันนี่” คิ้วเรียวสาวเจ้าเริ่มขมวดมุ่น หากไม่ใช่เพราะเขาพาลูกมาหาเธอ และใจดีให้ลูกอยู่กับเธอล่ะก็ เธอคงบอกให้เขากลับไปภายในสองสามนาทีนี้อย่างแน่นอน“แบตโทรศัพท์ก็หมด ขอชาร์ตแบตก่อนได้ไหม?” เอาทุกอย่างที่นึกได้แล้วกัน ลูกก็ร้อง แบตก็หมด รถก็ไม่มี เอาสิ…เขาต้องได้อยู่ต่อ“อะ เอ่อ… ได้ค่ะ” ตอนแรกก็ไม่อยากให้เขาอยู่ต่อนัก แต่ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและพาสิงห์กลับไป เจ้าเอยจึงยอมให้เขาอยู่ต่อ แต่การอยู่ของเขาก็เหมือนจะไม่มีตัวตนนัก“เจ้าเอยคือ…”“อึเหรอครับ? มิน่ากลิ่นตุ ๆ เชียว เดี๋ยวแม่พาเข้าห้องน้ำนะครับ”เขาเหมือนเป็นอากาศธาตุไปแล้ว มีเรื่องอยากคุยกับเธอแต่ก็มักจะมีเรื่องเข้ามาขัดเสมอ อย่างตอ
“งั้นมึงจะเอายังไง จะนั่งห่อเหี่ยวเป็นหนังไข่อยู่นี่หรือไง”เมื่อเห็นว่าสีหน้าและแววตาอีกคนเริ่มมุ่งมั่นและแน่วแน่กว่าก่อนหน้า พอร์ชจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง หวังว่าเพื่อแสนโง่คนนี้จะคิดได้และทำทุกอย่างให้เจ้าเอยกลับมาได้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่น่าถีบที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย“กูจะไป” เขาพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะอุ้มลูกน้อยวิ่งเข้าห้องไปเก็บของบางโดยด่วน“ไปไหน?”“ตามเมียกูสิวะ”เขาคงจะยืนรออยู่หรอกมั้ง เมียไปทั้งคน!พอคิดได้ก็กลายเป็นคนสมองไวขึ้นมาทันที แต่เพื่อนตัวดีก็ตามมายิงคำถามสุดจี๊ดให้เขายอมรับหัวใจตัวเองสักที“ไม่ใช่แค่แม่ของลูกหรือไง มึงไม่ได้รักเขานี่”“ใช่ที่ไหนเล่า! ก็ทั้งเมีย ทั้งแม่ของลูกกู”เมีย เธอคือเมียที่เขารัก และเป็นแม่ของลูก เพราะฉะนั้นเขาเสียเธอไปไม่ได้ เขาต้องตามไปง้อเธอให้ได้!“ไอ้สิงห์น้อยของพ่อ ช่วยพ่อหน่อยนะลูกนะ”คราวนี้ถึงกับต้องขอร้องสิงห์น้อย เพราะถ้าไปตัวเปล่าร้อยเปอร์เซ็นเจ้าเอยต้อง
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ” เพราะความเป็นพ่อ ต่อให้จะคิดหนักมากแค่ไหนแต่ก็ต้องปลอบลูกน้อยในอ้อมแขน ยิ่งปลอบลูกก็ยิ่งปวดใจ“คุณเอยเก็บอันนี้ไว้ให้ค่ะ คุณเอยบอกว่านายน้อยอาจจะแค่ติดกลิ่น ถ้ามีนี่นายน้อยก็จะรู้สึกคุ้นเคย เหมือนว่าแม่อยู่ใกล้ ๆ เด็กวัยนี้ยังต้องการแม่นะคะ”เสื้อที่เธอนั้นมักจะใส่ประจำถูกยื่นมาให้ ชายหนุ่มมองเสื้อสีแดงที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเอยก็อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกว่าการกระทำนั้นลำบากมากใช่… ลูกเขายังต้องการแม่ ลูกเขาต้องมีแม่ที่เคยอยู่ข้างเขาสิ เขาไม่มีความคิดอยากพรากเจ้าเอยกับลูกเลยสักนิด สิงห์ควรได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่เขา ส่วนตัวเขาเองก็ควรมีเจ้าเอยอยู่ข้างกายอย่างเช่นที่ผ่านมาสิถึงจะถูก“คุณเอยยังบอกอีกว่า ถ้าคุณแสนจะหาแม่ใหม่ ก็ขอให้รักและดูแลนายน้อยก็พอ”“…”พอได้ยินประโยคนั้นก็ทำเอาคนแบบนายหัวแสนพูดอะไรต่อไม่ได้ เธอยังคิดว่าเขาต้องหาแม่ใหม่ให้ลูกอยอยู่เลย เขา…จะไปหาทำไมกันเล่า! แม่ของลูกของเขามีเจ้าเอยคนเ







