LOGIN“เฮ้อ~~” เสียงถอนหายใจอย่างคนโล่งอก เมื่อธุระที่ต้องทำนั้นจบสิ้น หญิงสาวสวยในชุดเดรสสีแดงรัดรูปเดินออกมาด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ในมือโบกเอกสารสำคัญไปมา
เอกสารที่ว่าก็คือ...ทะเบียนสมรส
“เหอะ” เสียงหัวเราะในลำคอคล้ายกับเยาะเย้ยอีกฝ่ายที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินตามมากัดฟันกรอดจนเห็นกรามชัด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบัดนี้กลับมืดดำไม่ต่างจากก้นหม้อพันปี
เพราะเขานั้นไม่เต็มใจมาที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่พอใจและไม่ชมชอบผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าสวยแต่รูปอย่างเธอเลยสักนิด!!
หญิงสาวในชุดแดงหยุดชะงัก ใบหน้ารูปไข่ยังคงฉายรอยยิ้มยิ่งมองยิ่งดูมีเสน่ห์ เธอเอ่ยเสียงหวานพร้อมกับควงแขนสามีป้ายแดงของตน “คุณสามีขา~ เอยหิวแล้ว”
เธอคือ ‘เจ้าเอย’ ดีไซน์เนอร์สาวสวยสุดเซ็กซี่ ที่ตอนนี้เรียกว่าตกอับก็ไม่เกินจริง ตอนนี้หน้าที่หลักของเธอคือการเกาะผัวรับประทาน และเกะกะลูกกะตาเขา
เพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ที่ไม่อาจขัดได้ อีกทั้งเขายังเป็นคนที่ยอมให้เงินช่วยเหลือบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย อย่างบริษัทคุณพ่อของเธอ
“...” ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีอย่างเอือมระอา มือหนาล้วงกางเกงผ้าเนื้อดี เพียงเพราะกลัวว่าถ้าขืนอยู่ข้างนอกเดี๋ยวจะโดนเธอจับเอา ให้แขนเขาแปดเปื้อนก็พอแล้ว คิดเอาเถอะว่าต้องรังเกียจเดียดฉันท์กันขนาดไหน
นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้รักเธอเลยสักนิด...
“งั้นเอยไม่หิวก็ได้ แต่ลูกคุณแสนหิวนะคะ”
ประโยคนั้นทำให้ ‘แสน’ หันขวับมองอีกฝ่ายที่เกาะแขนเขาเป็นปลิง แววตาที่มองดูสาวเจ้าแน่นอนว่าไม่มีส่วนใดพิศวาสเธอเลยสักนิด แต่ที่เขาต้องจำใจอยู่กับเธอเพราะเขาพลาดทำเธอท้องต่างหาก! เลยจำใจต้องแต่งงานกับเธอ จะเรียกว่าแต่งงานได้หรือไม่นั้นก็ไม่แน่ใจ เขาเพียงยอมจดทะเบียนตามที่คุณปู่บังคับ
แต่จัดงานแต่งเขากลับไม่ยอมจัด บ่ายเบี่ยงและให้เหตุผลว่าแค่ยอมจดทะเบียนก็เกินพอแล้ว ใครจะอยากแต่งผู้หญิงแบบนี้กัน ปวดหัวจนหัวแทบจะระเบิดอยู่แล้ว
“นะคะ นะคะ” สาวเจ้ายังคงทำเสียงออดเสียงอ้อน หญิงสาวที่เมื่อก่อนเป็นเด็กข้างบ้าน แอบมองเขาตอนเล่นกีฬา คนบ้าผู้ชายแบบเธอมีหรือที่คนแบบนายหัวแสนจะปลาบปลื้มดีใจที่ได้เธอเป็นเมีย!
“จะกินอะไรก็บอกมา! แล้วเลิกทำเสียงน่าขนลุกแบบนี้สักที”
เขาเอ่ยอย่างคนหัวเสีย ใบหน้าที่อึมครึมคิ้วขมวดมุ่น แต่ทว่ากลับไม่สามารถปฏิเสธเธอได้ หากเป็นเรื่องของเธอมีหรือที่เขาจะสนใจ แต่เพราะตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ เขาจึงไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก
ไม่ต้องการแม่ของลูกก็จริง แต่เขาต้องการลูกนี่!
“อะไรก็ได้ค่ะ ง่าย ๆ อย่างชาบู”
หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองเขาที่เอาแต่ขึงขังใส่เธอ เธอรู้ดีแก่ใจว่าเขานั้นคิดอย่างไรกับเธอ แต่เธอคิดตรงข้ามกับเขานี่นา เธอชอบเขามาก ต่อให้เขาจะชอบคนอื่นนั่นมันก็เรื่องของเขาสิ
“ร้อนขนาดนี้ยังจะกินชาบูลงหรือไง?”
ร้อนจนเหงื่อไหลเต็มหน้าเต็มหลังขนาดนี้ เชื่อแล้วว่าคนแบบเธอไม่สนร้อนสนหนาวจริง ๆ แม้กระทั่งชุดที่ใส่ก็ไม่สนว่าข้างนอกแดดจะร้อนและแสบผิวหรือไม่ เห็นขาวหน่อยก็คิดว่าจะไม่เป็นหรือไงไอ้มะเร็งผิวหนังน่ะ
“กินลงหมดแหละค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ปากสวยได้รูปแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงทำเอาเขาหลอนติดตาไปหมดแล้ว
“กินเสร็จก็ช่วยไปเปลี่ยนสีลิปกับสีชุดเธอด้วย แดงไปทั้งตัวแล้ว” เขาคงหมดเรื่องแขวะเธอล่ะมั้งถึงยกเรื่องชุดเรื่องสีปากเธอขึ้นมา แต่มีหรือที่คนอย่างเจ้าเอยจะสะทกสะท้าน
เธอตอบกลับเสียงเรียบ “ต่อให้เอยจะใส่ชุดแดง กางเกงในแดง ชุดชั้นในแดง หรือทาปากแดง ๆ ลูกคุณแสนก็ไม่คลอดออกมาเป็นพริกแน่นอนค่ะ”
“เธอ!!!”
เส้นเลือดในสมองเขาเต้นตุบ! ๆ เมื่อถูกสาวเจ้าสวนป๊าบเข้าให้ เขาก็นึกว่าเตือนแล้วจะสลด ที่ไหนได้กลับเถียงเขาหน้าตาระรื่น ซ้ำยังยกใบทะเบียนสมรสที่เธอภาคภูมิใจนักหนาที่ได้มา ยกพัดวีคลายร้อนให้เขา แต่กลับไม่ช่วยให้เขาเย็นลงได้เลยสักนิด
“ใจร่ม ๆ ไว้นะคะคุณสามี” เธอเอ่ยเอาใจเขา แต่อีกฝ่ายกลับโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ก้าวอาด ๆ ลากเอาร่างที่เกาะแขนเขาแน่นตามไปด้วย
แต่ก็ไม่วายเหลือบตามองเธออยู่เป็นระยะ ก็เธอจะกระโดดตามเขาทำไมเล่า!
“เดินดี ๆ !” เขาดุเธอเสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง ก่อนที่หนุ่ม ๆ มากมายจะส่งยิ้มหวานให้กับสาวสวยที่อยู่ข้างกายเขา ให้ตายเถอะ! นี่คนท้องนะเว่ย! ถึงจะดูไม่ออกเพราะท้องยังไม่โตก็เถอะ
“ก็คุณแสนเดินไวนี่คะ แล้วเอยจะเดินตามทันได้ยังไง” คำพูดคำจาช่างใสซื่อต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกจริง ๆ เขาคิดว่าเธอนั้นแกล้งทำเสียมากกว่าคิดว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของเธอ
“ก็เธอเดินช้าเอง จะให้ฉันทำยังไงหา?” คนอย่างนายหัวแสนที่เมื่อก่อนเคยปวดหัวเฉพาะเรื่องงาน มาตอนนี้เรื่องที่ทำเขาปวดหัวได้มากที่สุดกลับเป็นเรื่องของเธอซะอย่างนั้น
“อุ้มสิค่ะ”
เธอไม่ว่าเปล่า มือเรียวยกขึ้นคล้องคอชายหนุ่มที่อายุห่างเธอสิบปี ด้วยท่าทีอ้อยอิ่งเว้าวอน ท่ามกลางผู้คนที่มองมายังคนทั้งสองเป็นตาเดียว
ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง เธอไม่รู้จักอายชาวบ้านชาวเมืองเขาหรือไง เธอไม่อายก็ช่าง แต่เขาอาย!
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นเด็กหรือไงหา!?”
เขาจนใจจนต้องรีบรวบเอวบางเข้าหาตัว ก่อนจะออกแรงหิ้วเธอขึ้นรถไปด้วยแรงมหาศาล นั่นเพราะร่างกายที่สูงใหญ่บวกกับเขาออกกำลังกายและทำงานหนักจนร่างกำยำล่ำสัน จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหอบหิ้วสาวเจ้าที่หนักไม่ถึงห้าสิบ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ระมัดระวังเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องเธอ รอคลอดเมื่อไหร่ล่ะก็...
“อยากกอดเอยก็ไม่บอก”
“เหอะ! ฉันนี่นะอยากกอดเธอ?”
“ก็คุณกอดเอยอยู่นี่คะ”
“ฉันหิ้วเธอต่างหาก ขืนปล่อยให้เธอพูดไม่อายชาวบ้านชาวช่องแบบนี้ฉันไม่ต้องมุดดินหนีเลยหรือไง?”
ในระหว่างที่ลาก ๆ ถู ๆ กันขึ้นรถอยู่นั้น ก็ไม่มีทีท่าว่าคนทั้งคู่จะหยุดเถียงกันเลยสักนิด เป็นคู่สามีภรรยาที่เพิ่งจดทะเบียนไม่ถึงชั่วโมง ทว่าเถียงกันไปแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยประโยค
“มีเมียสวยขนาดนี้อายด้วยเหรอคะคุณแสน?”
“สวยไม่สวยต้องให้คนอื่นพูด ไม่ใช่พูดเองเออเองแบบเธอ” เส้นเลือดในสมองเขาเต้นแรงมากเวลาที่ได้ประชันฝีปากกับคนอย่างเธอ ถึงจะยัดเธอเข้าไปในรถได้แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะจบนี่
“แต่คืนนั้นคุณแสนก็ชมเอยว่าสวยนี่คะ”
“หยุด!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดัง
เขาไม่อยากได้ยินเรื่องคืนนั้นอีก หากไม่ใช่เพราะเมา และเธอไม่มือดีเจาะถุงยาง! เขาคงไม่ต้องมารับผิดชอบเธอกับลูก!
“งั้นอย่าเลิกกันบ่อยนะจ๊ะนายหัว เดี๋ยวมีคนที่สามตามมานะ ฮ่ะ ฮ่า”เสียงโห่แซวดังคึกคักไปทั่วทั้งตลาด ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้อดยิ้มตามไม่ได้จริง ๆ แน่นอนว่าหากทะเลาะกันบ่อยก็คงมีลูกเพิ่มจนตั้งทีมฟุตบอลยังได้เลยแหละ“ผมก็ว่างั้นแหละครับป้า ฮ่ะ ฮ่า” ตอนนี้เขามีความสุขมาก หัวเราะและยิ้มได้อย่างเต็มที่ มองหน้าลูกเมียทีไรก็รู้สึกถึงความโชคดีของตัวเองที่มีมากเหลือเกิน“กลับได้แล้วพี่แสน” คนข้างกายสะกิดเขา“ครับ ๆ”แสนพาลูกเมียขับรถกลับมาที่ไร่ ในระหว่างทางเจ้าเอยก็ชี้นู่นนี่นั่นให้ลูกดูตลอด สิงห์น้อยพอเจออะไรเข้าก็มักสะกิดให้เขาดูด้วย แม้จะยังพูดได้ไม่ชัดนัก แต่กลับน่ารักสุด ๆ“ป๊อ ป๊อ~ นู้นไร” สิงห์น้อยชี้ไปยังข้างถนนที่กำลังมีคนงานเตรียมขึ้นป้าย เขาเห็นแล้วก็ชะลอรถให้ลูกเห็นชัด ๆ หน่อย พร้อมกับเอ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม“อ๋อ เขาทำป้ายลูก”“ป้ายอะไรเหรอคะ? ช่วงนี้เขาหาเสียงกันเหรอ” เจ้าเอยที่นั่งด้านข้างมาด้วยก็เกิดความสงสัย เธอยืดตัวไปดูบ
“วุ้ว~~ ไม่มีวันนั้นแน่นอนจ้ะเมียจ๋า”ชายหนุ่มกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด ท่าทางของเขานั้นเหมือนถอดแบบกันมากับสิงห์น้อยไม่ผิดเพี้ยน เขายิ้มจนเห็นลักยิ้มอันเป็นเสน่ห์ของเขา รอยยิ้มที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ เมื่อครั้งที่เขาย้ายบ้านมาอยู่ข้างกันตอนนั้นเธอได้แต่มองพี่แสนหนุ่มข้างบ้าน แอบรักแอบมองเขาอยู่นาน แต่เพราะเขาเอ็นดูแพมมากกว่า ทำให้เธอในตอนนั้นไม่กล้าเข้าใกล้เขา แอบน้อยใจที่ตัวเองทำตัวไม่น่ารักหรือ เขาถึงไม่ชายตาแลเธอแต่เพราะคนเราไม่สามารถสูญเสียตัวตนเพื่อใครได้ หากจะรักก็อยากให้รักในสิ่งที่เป็น และเธอก็ทำได้แล้ว ทำให้เขารักเธอที่เป็นเธอ…“อะไร ใครเมียพี่ อย่ามาเรียกซี้ซั้วนะ” เธอยังแกล้งเขาเล็กน้อย อยากดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายนักว่าจะน่าขันแค่ไหน“ลูกสองแล้วยังจะเป็นพี่น้องกันอยู่อีกเหรอ?” นี่มีเจ้าตัวเล็กในท้องอีกคนแล้วนะ แถมเธอยังพูดเหมือนจะให้โอกาสเขาแล้วด้วย ให้เป็นพี่น้องท้องชนกันจนลูกคลอดไม่ได้นะเขาไม่ยอมเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องสู้ให้ถึงที่สุด“ก็เรายังไม่ได้แต่งงานกันซะหน
“อั๊ก!! อั่ก! แอ่ก!” ตายแน่ ไอ้แสน!ดีใจได้ไม่ทันไรเมียสุดที่รักก็กำลังจะลงมือสังหารเขาแล้ว นี่กะจะให้เขาตายจริงเลยหรือไง! หะ หายใจไม่ออกนะเนี่ย!“ป้อ~ก๊าบ~” เสียงเรียกคนเป็นพ่อที่ยังเพี้ยนจัด ๆลูกเอ๋ย ลูกพ่อ~~ ช่วยพ่อด้วย~~“แม่กับพ่อหยอกกันครับ ไม่มีอะไรครับสุดหล่อ”เจ้าเอยกัดฟันข่มเสียง นี่เธอถึงขั้นโกหกลูกชายคนโตแล้วเรอะ! ไม่ได้การแล้ว แบบนี้เขาจะยังมีโอกาสรอดอยู่หรือเปล่า!?“อ้อ~~” สิงห์น้อยร้องอ๋อ น่ารักสุด ๆ แต่เวลานี้พ่อเเอ็งตกที่นั่งลำบากอยู่นะสิงห์ แกช่วยเปิดผ้ามาจ๊ะเอ๋พ่อกับแม่หน่อยเถอะ ขอร้อง~~“ลูกพ่อ! อย่าเพิ่งไป! ลูกรักของพ่อ”“ไปกับพี่ต้อยนะคะนายน้อย” เป็นพี่ต้อยเข้ามาช่วยพาสิงห์ออกไป เปิดโอกาสให้เธอยำเขาจนเละเทะกันไปข้าง“พี่ตายแน่!”“ตุ๊บ! ตุ๊บ!” มือที่ทุบเนื้อหนา ๆ นั่นไม่เบาแรงเลยสักนิด เธอทุบเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุบแรก ๆ ก็ไม่เจ็บนักหรอก แต่หลัง ๆ เริ่มเจ็บแล้วโว้ย!แล้วนั่นอะไร! นั่นไม้กวา
“…” เขาพูดออกมาตรง ๆ แบบนั้นจะไม่ให้เธอหยุดชะงักได้อย่างไร ประโยคนั้นทำไมเธอถึงเชื่อกันนะ อาจจะเป็นเพราะว่าสายตาคู่นั้นไม่โกหกเธอน่ะสิ“พี่ไม่อยากลืม และไม่คิดจะลืมด้วย”คนตัวโตยอมรับออกมาจากใจจริง ต่อให้จะเลิกกันมาเป็นปีก็ตาม แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาตกหลุมรักได้เหมือนเจ้าเอยแน่นอน พื้นที่ในหัวใจของเขายังยกให้เธอเสมอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และไม่มีวันเปลี่ยนไปพูดแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาในเมื่อก่อน จะทำให้เขารักจนหมดหัวใจ รักจนไม่สามารถรักใครได้ขนาดนี้ เธอเก่งจริง ๆ …“แต่พี่ก็รู้ว่าเรากลับไปเป็นเหมือนเดิม…” เธอแกล้งถามเขา ไม่วายแอบสังเกตเขาอยู่ตลอดเวลา“อันนี้พี่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน แต่พี่แค่อยากดูแลคนที่พี่รักมากที่สุด อยู่ห่าง ๆ ไม่ได้ก็ทำยังไงก็ได้ให้ไม่รบกวนสายตาเอย”ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนี่… หมายถึงคนตรงหน้านี่แหละ“อะ โอ้ย!” จู่ ๆ เขาก็ร้องออกมา เพราะเขานั้นเผลอขยับตัวหวังจะเข้าใกล้เจ้าเอยสักหน่อย
“สุดหล่อของแม่ต้องชอบแน่ ๆ” เธอเตรียมของฝากไปให้ลูกชายเป็นของเล่นกองโต เธอขับรถคันใหม่ออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะแค่นึกถึงหน้าลูกชายก็ดีใจไว้รอแล้วแต่ขับออกมาได้เพียงไม่นานก็ต้องตกใจสุดขีด!!“กรี๊ดดดดดด” เสียงตะโกนลั่นเมื่อมีรถกระบะขับออกมาจากซอยและรถเธอก็ชนเข้ากับรถฝั่งนั้นเข้าเต็ม ๆ !! อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าเอยตกใจจนผวา โชคดีที่จอดรถได้ในทันทีตอนนี้เธอสั่นเทาไปทั่วทั้งร่าง เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าทั้งตกใจและหวาดกลัว“ฮึก!” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ว่าสติกลับยังไม่เข้าที่ ความคิดแวบแรกที่ผุดขึ้นมาคือเขา!ตื๊ด ตื๊ด~ เธอรีบกดเบอร์โทรหาพ่อของลูกทันที เวลาตกใจหรือหวาดกลัวเธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าคนที่เธอนึกถึงและอยากพึ่งพามากที่สุดคือนายหัวแสน!ยิ่งตอนนี้มีชายฉกรรจ์ร่างโตใบหน้าดุดันลงมาจากรถคู่กรณี และเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพลันตะโกนลั่นจนเธอขวัญเสีย ดวงตาสั่นไหวขอบตาร้อนผ่าว ทั้งกลัวทั้งตื่นตะหนกจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“ลงมา! บอกให้ลงมา!” ฝ่ายนั้นตะโกนลั่นด้วยท่าทางโก
“ข้อนี้พี่ขอยกเว้นได้ไหม เพราะพี่รู้ว่าเอยไม่ได้เจ็บ แต่เอยกำลังเสียวต่างหากล่ะ”“อ๊ะ! อ๊ะ ! จะ สะ เสร็จแล้วพี่แสน! อื้อ!”“พี่ก็จะแตกแล้ว พร้อมกันนะ!”เอวสอบเร่งจังหวะถี่รัว ความเสียวซ่านเดินทางมาถึงขีดสุด ร่างสองร่างกระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามจนไหลล้นจากช่องทางรัก ไหลเลอะผ้าปูเตียงเป็นดวงชัด“อึก แฮ่ก~” เสียงหอบหายใจก่อนร่างเล็กจะฟุบลงกับที่นอนอย่างคนหมดแรง ก่อนจะถูกทาบทับด้วยร่างหนาของคนด้านหลัง“อื้อ!เอยหนัก” เธอเหนื่อยอ่อนจนตาแทบปิด แต่หากเขาทับอยู่แบบนี้มีหวังเธอได้หลับไม่ตื่นเพราะขาดอากาศหายใจอย่างแน่นอน“จูบก่อนสิ” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแป้นอย่างพออกพอใจ วันนี้เขามีความสุขมาก มีความสุขที่สุด เขาจับร่างเล็กพลิกหงายให้เผชิญหน้า มองคนที่ตาปิดไปแล้วแต่ทว่าปากสวยได้รูปกลับยังตอบโต้เขาได้ดี“ถอดออกจากตัวเอยก่อนสิคะ”“จูบพี่ก่อนสิครับ” ชายหนุ่มยังคงเซ้าซี้ โดยไม่ยอมให้จุดเชื่อมประสานหลุดออกจากกายสาว เขาชอบความรู้สึก







