LOGIN“พ่อคะ?”
“…”
“พ่อ”
เสียงเรียกผู้เป็นบิดาที่กำลังง่วนอยู่กับหน้าจอมือถือ ชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะเคลียร์หนี้สินของบริษัทที่ต้องแบกรับ วันก่อนสีหน้าเขายังอึมครึมและเคร่งเครียดอยู่เลย ทว่าวันนี้กลับสดใสยิ้มกว้างจ้องหน้าจออยู่
“อะไร?” ผู้เป็นบิดาเอ่ยเสียงห้วน ๆ ฟังดูคล้ายกับรำคาญและไม่นึกอยากจะคุยกับคนที่ถามเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็เป็นลูกแท้ ๆ ของเขา
“เอยอยากคุยกับคุณพ่อเรื่องเงินที่เหลือค่ะ”
หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงดูสวยสง่า เธอเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างมั่นคง เธอกับพ่อเธอมีเรื่องให้คุยกันไม่มากนักหรอก ก็คงจะมีแค่เรื่องเงินแล้วก็เรื่องหนี้เท่านั้นแหละ เพราะพ่อเธอก็ไม่ได้มาสนใจว่าเธอนั้นจะมีเรื่องอื่นใดหรือไม่
“เงินอะไรอีก?” เสียงพูดดังราวกับเสียงตะคอกด่า กระทั่งแววตายังดูออกเลยว่าหงุดหงิดแค่ไหนที่เจ้าเอย ลูกสาวแท้ ๆ ซึ่งเกิดกับอดีตภรรยาเดินเข้ามาถามไถ่
“เงินที่คุณแสน สามีเอยให้มาใช้หนี้ไงคะ เหมือนว่าเขาให้มาเกินยอดหนี้ของเรา เอยเลยจะมาขอแบ่งจากคุณพ่อสักหน่อย เอยอยากลงทุนเปิดร้าน”
ปกติแล้วเธอแทบจะไม่เอ่ยปากขอเงินพ่อของเธอเลยสักครั้ง นั่นเป็นเพราะเธอใช้เงินที่เป็นมรดกจากคุณแม่ของเธอที่เสียไปตั้งแต่เธอยังเล็ก เธอไม่เคยขอเงินคุณพ่อของตนเลย
กลับกันซะอีก มีแค่พ่อของเธอที่มักจะนึกถึงเธอแค่ตอนจำเป็นต้องใช้เงิน และมักจะหยิบยืมเธอเป็นประจำ เพื่อเอามาเลี้ยงดูปูเสื่อเมียใหม่และลูกติดเมียของพ่อเธอ จนเธอหมดตัว ตามใช้หนี้ให้จนหัวหมุนหัวฟู
เจ้าเอยสาวมั่นคนนี้ อดีตเคยมีเงินแต่ไม่มีคนรัก มาตอนนี้เงินก็ไม่มี คนรักก็อย่าหวัง แถมตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวซะหน่อย เธอยังมีลูกน้อยติดท้องด้วยอีกหนึ่งชีวิต…
“ไม่มีหรอก เดี๋ยวแพมก็จะกลับจากนอกแล้ว น้องเรียนจบแล้วต้องใช้เงินอีก”
ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อคนจะเห็นคนอื่นสำคัญมากกว่าลูกและหลานแท้ ๆ ของตัวเอง!
“แต่นั่นเงินสามีของเอย ไม่ใช่สามีลูกรักของพ่อ”
เจ้าเอ่ยหมดความอดทน เธอพูดเสียงดังกว่าเดิมพร้อมกับจ้องผู้เป็นพ่อ ภายใต้แววตาที่แข็งกระด้างนี้รู้หรือไม่ว่ากว่าจะแปรเปลี่ยนมาเป็นเช่นนี้ได้เธอต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง
เธอต้องผ่านมันมาด้วยตัวของเธอเอง! อย่าหวังว่าจะพึ่งพาคนตรงหน้าเลย
“เงินผัวแกให้มาเป็นค่าสินสอด ไม่สิ ค่าปิดปากไม่ให้ไปป่าวประกาศว่าแกจับแฟนเก่าน้องตัวเอง ปล่อยให้ท้องโย่ขึ้นมาให้อายชาวบ้านเขา”
คำพูดเหน็บแนมสาดใส่หน้าหญิงสาวอย่างจัง คำพูดเหล่านั้นไม่ต่างจากมีดแหลมกรีดผ่ากลางร่างเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกชาวาบในแวบแรกก่อนจะตามด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว
ดูเหมือนว่าผู้ร้ายในเรื่องนี้ท้ายสุดก็ต้องเป็นเธอสินะ ถูกตราหน้าว่ายุ่งกับคนที่เคยชื่นชอบในตัวน้องสาวต่างมารดา ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจะจับเขา เพื่อบีบบังคับให้เขามารับผิดชอบเลือดเนื้อเชื้อไขที่อยู่ในท้องของเธอ!
ก็ให้มันชั่วมันเลวแค่เธอนี่แหละ
“แล้วพ่อก็หาประโยชน์จากการที่เอยท้องไม่ใช่หรือไง? แม้แต่บาทเดียวเอยยังไม่ได้ใช้เงินที่พ่อว่าเลยด้วยซ้ำ”
เธอพูดด้วยโทนเสียงราบเรียบราวกับคนไม่รู้สึกรู้สา หรือเธอนั้นชินชา ทว่าดวงตากลับสั่นไหวแปลก ๆ หญิงสาวกลืนก้อนความอึดอัดคับข้องในใจลงท้องไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะเผชิญหน้ากับคนที่แทนตัวเองว่าพ่อ แต่กลับไม่เคยทำหน้าที่นั้นเลยสักครั้ง
“ถ้าพ่ออยากให้ลูกสาวพ่อใช้เงินจากผัวเอยก็ให้มันมาท้องเอง มาแต่งเองด้วย!”
.
.
.
21:30น.
เวลานี้เธอควรอยู่บ้านอย่างสบายใจสิ แต่ในเมื่อบ้านไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยอีกต่อไป สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือต้องออกมาอยู่ข้างนอก หลังจากที่เธอทะเลาะกับผู้เป็นพ่อยกใหญ่ อย่าว่าแต่เงินเลย แม้แต่ที่ซุกหัวนอนยังไม่มี
เธอถูกไล่ออกมาไม่ต่างจากลูกสุนัข ทั้ง ๆ ที่บ้านหลังนั้นเธอเป็นคนซื้อมันด้วยตัวของเธอเอง หากแต่เธอนั้นโง่เขลาเกินไปที่เซ็นชื่อพ่อของตัวเองเป็นเจ้าของ สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นคนหมดตัวไปโดยปริยาย
“เฮ้อ~~~” เสียงถอดถอนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย หญิงสาวลงจากรถแท็กซี่ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์หรู ที่เมื่อก่อนเธอเป็นคนช่วยแนะนำและให้คำปรึกษา
หวังว่าที่นี่จะพอเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอได้นะ…
ร่างของหญิงสาวหายเข้าไปในร้านหรู โดยไม่รู้เลยว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเธอจนลับตา สายตาคู่นั้นมองเธอด้วยความหยามเหยียด ในใจพลันนึกขยะแขยงในความติดหรูโดยไม่สนสภาพตัวเองตอนนี้เลยสักนิด
“เหอะ! ได้เงินหน่อยก็เอามาซื้อของแพง ๆ อีกล่ะสิ” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นภายในรถที่เขานั่งอยู่
เขาสมเพชเธอจนไม่รู้ว่าจะสมเพชยังไงแล้ว เธอก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินติดหรู ใช้ชีวิตสุขสบาย ยิ่งตอนนี้มีเงินที่เขาให้อีกหลายล้านก็คงเข้าทางผู้หญิงแบบเธอสินะ
แล้วคิดว่าเขาควรปล่อยให้เธอใช้ชีวิตสุขสบาย จากเงินที่เขาหามางั้นสิ?
ไม่นานนักหญิงสาวก็เดินกลับออกมา ในมือเธอมีถุงกระดาษหลายใบ ให้เดาก็คงจะซื้อฉ่ำ ซื้อกระจายด้วยนิสัยที่เคยตัว แม้หน้าตาจะไม่ดูอิ่มเอิบเลยก็เถอะ แต่ทว่ากลับไม่ได้ทำให้คนแบบนายหัวแสนนั้นสนใจ?
“ซื้อแหลกเลยนะ ไอ้ของหรู ๆ แพง ๆ เนี่ย” เป็นเขาที่มาดักรอถึงหน้าร้านเลยหรือ? หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย
เธอกำลังคิดถึงเขาพอดีเลย...
“เอยกำลังคิดถึงพอดีเลย~~”
หญิงสาววิ่งเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับอ้าแขนกว้างเตรียมกอดเขา เธอเพิ่งจะพบเจอกับเรื่องหน้าผิดหวังมาก่อนหน้านี้ ไม่มีใครหน้าไหนให้หวังพึ่งพาได้นอกจากคนตรงหน้าแล้ว
ก่อนนี้เธอไม่อยากรบกวนเขา เพียงเท่านี้ก็นับว่าเขาช่วยเธอมากพอแล้ว แต่เธอนั้นอับจนหนทางแล้วจริง ๆ
เขายอมให้เธอกอดเสียที่ไหน มือหนายื่นมาดันหน้าเธอไว้ราวกับรังเกียจเธอจนแทบแดดิ้นตาย ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง... “ไปกับฉัน”
“ไปไหนคะ?”
“ไปกับฉัน”
“งั้นอย่าเลิกกันบ่อยนะจ๊ะนายหัว เดี๋ยวมีคนที่สามตามมานะ ฮ่ะ ฮ่า”เสียงโห่แซวดังคึกคักไปทั่วทั้งตลาด ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้อดยิ้มตามไม่ได้จริง ๆ แน่นอนว่าหากทะเลาะกันบ่อยก็คงมีลูกเพิ่มจนตั้งทีมฟุตบอลยังได้เลยแหละ“ผมก็ว่างั้นแหละครับป้า ฮ่ะ ฮ่า” ตอนนี้เขามีความสุขมาก หัวเราะและยิ้มได้อย่างเต็มที่ มองหน้าลูกเมียทีไรก็รู้สึกถึงความโชคดีของตัวเองที่มีมากเหลือเกิน“กลับได้แล้วพี่แสน” คนข้างกายสะกิดเขา“ครับ ๆ”แสนพาลูกเมียขับรถกลับมาที่ไร่ ในระหว่างทางเจ้าเอยก็ชี้นู่นนี่นั่นให้ลูกดูตลอด สิงห์น้อยพอเจออะไรเข้าก็มักสะกิดให้เขาดูด้วย แม้จะยังพูดได้ไม่ชัดนัก แต่กลับน่ารักสุด ๆ“ป๊อ ป๊อ~ นู้นไร” สิงห์น้อยชี้ไปยังข้างถนนที่กำลังมีคนงานเตรียมขึ้นป้าย เขาเห็นแล้วก็ชะลอรถให้ลูกเห็นชัด ๆ หน่อย พร้อมกับเอ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม“อ๋อ เขาทำป้ายลูก”“ป้ายอะไรเหรอคะ? ช่วงนี้เขาหาเสียงกันเหรอ” เจ้าเอยที่นั่งด้านข้างมาด้วยก็เกิดความสงสัย เธอยืดตัวไปดูบ
“วุ้ว~~ ไม่มีวันนั้นแน่นอนจ้ะเมียจ๋า”ชายหนุ่มกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด ท่าทางของเขานั้นเหมือนถอดแบบกันมากับสิงห์น้อยไม่ผิดเพี้ยน เขายิ้มจนเห็นลักยิ้มอันเป็นเสน่ห์ของเขา รอยยิ้มที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ เมื่อครั้งที่เขาย้ายบ้านมาอยู่ข้างกันตอนนั้นเธอได้แต่มองพี่แสนหนุ่มข้างบ้าน แอบรักแอบมองเขาอยู่นาน แต่เพราะเขาเอ็นดูแพมมากกว่า ทำให้เธอในตอนนั้นไม่กล้าเข้าใกล้เขา แอบน้อยใจที่ตัวเองทำตัวไม่น่ารักหรือ เขาถึงไม่ชายตาแลเธอแต่เพราะคนเราไม่สามารถสูญเสียตัวตนเพื่อใครได้ หากจะรักก็อยากให้รักในสิ่งที่เป็น และเธอก็ทำได้แล้ว ทำให้เขารักเธอที่เป็นเธอ…“อะไร ใครเมียพี่ อย่ามาเรียกซี้ซั้วนะ” เธอยังแกล้งเขาเล็กน้อย อยากดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายนักว่าจะน่าขันแค่ไหน“ลูกสองแล้วยังจะเป็นพี่น้องกันอยู่อีกเหรอ?” นี่มีเจ้าตัวเล็กในท้องอีกคนแล้วนะ แถมเธอยังพูดเหมือนจะให้โอกาสเขาแล้วด้วย ให้เป็นพี่น้องท้องชนกันจนลูกคลอดไม่ได้นะเขาไม่ยอมเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องสู้ให้ถึงที่สุด“ก็เรายังไม่ได้แต่งงานกันซะหน
“อั๊ก!! อั่ก! แอ่ก!” ตายแน่ ไอ้แสน!ดีใจได้ไม่ทันไรเมียสุดที่รักก็กำลังจะลงมือสังหารเขาแล้ว นี่กะจะให้เขาตายจริงเลยหรือไง! หะ หายใจไม่ออกนะเนี่ย!“ป้อ~ก๊าบ~” เสียงเรียกคนเป็นพ่อที่ยังเพี้ยนจัด ๆลูกเอ๋ย ลูกพ่อ~~ ช่วยพ่อด้วย~~“แม่กับพ่อหยอกกันครับ ไม่มีอะไรครับสุดหล่อ”เจ้าเอยกัดฟันข่มเสียง นี่เธอถึงขั้นโกหกลูกชายคนโตแล้วเรอะ! ไม่ได้การแล้ว แบบนี้เขาจะยังมีโอกาสรอดอยู่หรือเปล่า!?“อ้อ~~” สิงห์น้อยร้องอ๋อ น่ารักสุด ๆ แต่เวลานี้พ่อเเอ็งตกที่นั่งลำบากอยู่นะสิงห์ แกช่วยเปิดผ้ามาจ๊ะเอ๋พ่อกับแม่หน่อยเถอะ ขอร้อง~~“ลูกพ่อ! อย่าเพิ่งไป! ลูกรักของพ่อ”“ไปกับพี่ต้อยนะคะนายน้อย” เป็นพี่ต้อยเข้ามาช่วยพาสิงห์ออกไป เปิดโอกาสให้เธอยำเขาจนเละเทะกันไปข้าง“พี่ตายแน่!”“ตุ๊บ! ตุ๊บ!” มือที่ทุบเนื้อหนา ๆ นั่นไม่เบาแรงเลยสักนิด เธอทุบเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุบแรก ๆ ก็ไม่เจ็บนักหรอก แต่หลัง ๆ เริ่มเจ็บแล้วโว้ย!แล้วนั่นอะไร! นั่นไม้กวา
“…” เขาพูดออกมาตรง ๆ แบบนั้นจะไม่ให้เธอหยุดชะงักได้อย่างไร ประโยคนั้นทำไมเธอถึงเชื่อกันนะ อาจจะเป็นเพราะว่าสายตาคู่นั้นไม่โกหกเธอน่ะสิ“พี่ไม่อยากลืม และไม่คิดจะลืมด้วย”คนตัวโตยอมรับออกมาจากใจจริง ต่อให้จะเลิกกันมาเป็นปีก็ตาม แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาตกหลุมรักได้เหมือนเจ้าเอยแน่นอน พื้นที่ในหัวใจของเขายังยกให้เธอเสมอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และไม่มีวันเปลี่ยนไปพูดแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาในเมื่อก่อน จะทำให้เขารักจนหมดหัวใจ รักจนไม่สามารถรักใครได้ขนาดนี้ เธอเก่งจริง ๆ …“แต่พี่ก็รู้ว่าเรากลับไปเป็นเหมือนเดิม…” เธอแกล้งถามเขา ไม่วายแอบสังเกตเขาอยู่ตลอดเวลา“อันนี้พี่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน แต่พี่แค่อยากดูแลคนที่พี่รักมากที่สุด อยู่ห่าง ๆ ไม่ได้ก็ทำยังไงก็ได้ให้ไม่รบกวนสายตาเอย”ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนี่… หมายถึงคนตรงหน้านี่แหละ“อะ โอ้ย!” จู่ ๆ เขาก็ร้องออกมา เพราะเขานั้นเผลอขยับตัวหวังจะเข้าใกล้เจ้าเอยสักหน่อย
“สุดหล่อของแม่ต้องชอบแน่ ๆ” เธอเตรียมของฝากไปให้ลูกชายเป็นของเล่นกองโต เธอขับรถคันใหม่ออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะแค่นึกถึงหน้าลูกชายก็ดีใจไว้รอแล้วแต่ขับออกมาได้เพียงไม่นานก็ต้องตกใจสุดขีด!!“กรี๊ดดดดดด” เสียงตะโกนลั่นเมื่อมีรถกระบะขับออกมาจากซอยและรถเธอก็ชนเข้ากับรถฝั่งนั้นเข้าเต็ม ๆ !! อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าเอยตกใจจนผวา โชคดีที่จอดรถได้ในทันทีตอนนี้เธอสั่นเทาไปทั่วทั้งร่าง เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าทั้งตกใจและหวาดกลัว“ฮึก!” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ว่าสติกลับยังไม่เข้าที่ ความคิดแวบแรกที่ผุดขึ้นมาคือเขา!ตื๊ด ตื๊ด~ เธอรีบกดเบอร์โทรหาพ่อของลูกทันที เวลาตกใจหรือหวาดกลัวเธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าคนที่เธอนึกถึงและอยากพึ่งพามากที่สุดคือนายหัวแสน!ยิ่งตอนนี้มีชายฉกรรจ์ร่างโตใบหน้าดุดันลงมาจากรถคู่กรณี และเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพลันตะโกนลั่นจนเธอขวัญเสีย ดวงตาสั่นไหวขอบตาร้อนผ่าว ทั้งกลัวทั้งตื่นตะหนกจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“ลงมา! บอกให้ลงมา!” ฝ่ายนั้นตะโกนลั่นด้วยท่าทางโก
“ข้อนี้พี่ขอยกเว้นได้ไหม เพราะพี่รู้ว่าเอยไม่ได้เจ็บ แต่เอยกำลังเสียวต่างหากล่ะ”“อ๊ะ! อ๊ะ ! จะ สะ เสร็จแล้วพี่แสน! อื้อ!”“พี่ก็จะแตกแล้ว พร้อมกันนะ!”เอวสอบเร่งจังหวะถี่รัว ความเสียวซ่านเดินทางมาถึงขีดสุด ร่างสองร่างกระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามจนไหลล้นจากช่องทางรัก ไหลเลอะผ้าปูเตียงเป็นดวงชัด“อึก แฮ่ก~” เสียงหอบหายใจก่อนร่างเล็กจะฟุบลงกับที่นอนอย่างคนหมดแรง ก่อนจะถูกทาบทับด้วยร่างหนาของคนด้านหลัง“อื้อ!เอยหนัก” เธอเหนื่อยอ่อนจนตาแทบปิด แต่หากเขาทับอยู่แบบนี้มีหวังเธอได้หลับไม่ตื่นเพราะขาดอากาศหายใจอย่างแน่นอน“จูบก่อนสิ” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแป้นอย่างพออกพอใจ วันนี้เขามีความสุขมาก มีความสุขที่สุด เขาจับร่างเล็กพลิกหงายให้เผชิญหน้า มองคนที่ตาปิดไปแล้วแต่ทว่าปากสวยได้รูปกลับยังตอบโต้เขาได้ดี“ถอดออกจากตัวเอยก่อนสิคะ”“จูบพี่ก่อนสิครับ” ชายหนุ่มยังคงเซ้าซี้ โดยไม่ยอมให้จุดเชื่อมประสานหลุดออกจากกายสาว เขาชอบความรู้สึก







