INICIAR SESIÓNก่อนที่รถหรูจะพาไข่มุกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องลงใต้ บรรยากาศภายในห้องรับแขกของบ้านเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัด กรณ์ในชุดสูทภูมิฐานยืนกอดอกจ้องมองน้องสาวบุญธรรมที่กำลังนั่งตัวสั่นน้ำตาซึมอยู่บนโซฟา
ด้วยความที่ไข่มุกเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและไม่เคยประสีประสาต่อโลกภายนอก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องไปเผชิญชะตากรรมคนเดียว
กรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือบีบคางมนของน้องสาวแน่น บังคับให้ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นเงยขึ้นสบตาตน
"ฟังพี่ให้ดีนะมุก..." กรณ์กดเสียงต่ำ กดดันด้วยแววตาจริงจัง "ผู้ชายที่แกกำลังจะไปหา... เขาคือนายหัวศิลา เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งภาคใต้หวาดกลัว เขาไม่ใช่คนใจดี เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เด็ดขาดและน่าเกรงขามที่สุด ห้ามแกไปปีนเกลียว ล่วงเกิน หรือทำตัวอวดดีเด็ดขาด!"
ไข่มุกสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่กรณ์กลับยิ่งบีบคางแน่นขึ้นและเอ่ยคำขู่สารพัด
"จำไว้ว่าแกมันก็แค่ตัวขัดดอก ไม่มีสิทธิแม้แต่จะไปต่อรองอะไรทั้งนั้น! อย่าได้สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูสูงส่งมาจากไหน ไปอยู่ที่โน่น... ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีพี่ และไม่มีใครหน้าไหนช่วยแกได้ทั้งนั้น!"
น้ำตาหยดใสของไข่มุกร่วงเผาะลงมาอาบแก้ม เธอส่ายหน้าน้อยๆ
"ถ้าแกทำให้นายหัวศิลาโมโหหรือขัดใจแม้แต่นิดเดียว เขาอาจจะเบื่อแล้วโยนแกทิ้งไปให้พวกตังเกข่มขืน... เข้าใจมั้ย อย่าทำให้พี่เดือดร้อนเด็ดขาด!"
คำพูดขู่ที่ไร้ความปรานีพุ่งเข้ากระแทกจิตใจอันบอบบางของไข่มุกจนแตกสลาย เธอสะอื้นฮักจนตัวโยน ความรู้สึกไร้ที่พึ่งและหวาดกลัวต่อโลกกว้างโถมทับเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
"ม... มุกเข้าใจแล้วค่ะพี่กรณ์..." ไข่มุกเอ่ยตอบด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม "มุกจะเชื่อฟัง... จะไม่ขัดใจนายหัวเด็ดขาดค่ะ..."
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ เขายอมปล่อยมือออกจากคางมน แล้วตบเบาๆ ที่แก้มเนียนอย่างไม่ไยดี
"ดีมาก... ทำตัวให้ว่าง่ายแล้วก็ปรนเปรอเขาดีๆ ล่ะ หนี้สินของครอบครัวเราถึงจะรอด... ไปเก็บกระเป๋าซะ รถมาจอดรอแล้ว!"
ผู้เป็นพ่อและแม่แท้ๆ นั่งหน้าซีดเผือดด้วยความรู้สึกผิดและร้อนรุ่มในอก สองสามีภรรยาคู่นี้รับไข่มุกมาเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรมตั้งแต่แบเบาะ พวกเขารักและฟูมฟักไข่มุกดั่งแก้วตาดวงใจไม่เคยแบ่งแยก แม้สายเลือดจะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ความผูกพันตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาทำให้พวกเขารักเด็กสาวคนนี้จากใจจริง
ผู้เป็นแม่ทนเห็นภาพลูกสาวสุดที่รักถูกส่งตัวไปรับชะตากรรมอันโหดร้ายไม่ไหว น้ำตาร่วงเผาะด้วยความสงสาร นางหันไปอ้อนวอนบุตรชายแท้ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"กรณ์ลูก... หนูทำกับน้องเกินไปหรือเปล่า? น้องเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกแท้ๆ ทำไมถึงใจร้ายส่งน้องไปแบบนั้นล่ะลูก... เปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหม พาหนูมุกกลับมาเถอะนะแม่ขอร้อง..."
ผู้เป็นพ่อเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ท่านถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอึดอัด ก่อนจะเอ่ยสมทบภรรยา "นั่นสิกรณ์... น้องเป็นเด็กดี ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครเลยนะลูก มีทางอื่นอีกตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเอาอนาคตของน้องไปแลกด้วย"
คำพูดตัดพ้อและความห่วงใยที่พ่อแม่มีต่อไข่มุก กลับไปจุดชนวนความหงุดหงิดในตัวกรณ์เข้าอย่างจัง รอยยิ้มพึงพอใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห ก่อนที่กรณ์จะตวาดลั่นบ้านจนสองผู้เฒ่าสะดุ้งสุดตัว
"ถ้าอยากช่วยนักทำไมพวกพ่อกับแม่ไม่เอาเงินไปใช้หนี้แทนมันล่ะครับ!"
กรณ์ก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวพ่อแม่ด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเห็นแก่ตัว "ถ้าผมไม่ส่งเด็กนั่นไปขัดดอก ไอ้นายหัวศิลายิงกบาลผมตายห่าแน่! ระหว่างเด็กเก็บมาเลี้ยงอย่างมันกับลูกแท้ๆ ในสายเลือดอย่างผม... พ่อกับแม่จะเลือกใคร ห๊ะ! เอ้า เลือกเอาสิ!"
คำพูดประกาศิตที่เห็นแก่ตัวอย่างไร้ยางอายพุ่งกระแทกใจผู้เป็นพ่อและแม่จนหน้าเสีย
ไข่มุกรีบจับมือพ่อกับแม่ไว้
“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อคุณแม่ มุกทนได้ มุกไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”
“แต่...”
“มุกเต็มใจช่วยคุณพ่อคุณแม่ค่ะ”
พวกเขาสองคนรู้ดีแก่ใจ... รู้เต็มอกว่าวิกฤตทั้งหมดไม่ได้เกิดจากโชคชะตาหรือพิษเศรษฐกิจอะไรเลย แต่เกิดจากการบริหารธุรกิจที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าของกรณ์เอง บุตรชายแท้ๆ คนนี้เอาแต่เอาเงินบริษัทไปผลาญเล่นการพนัน ติดเหล้าติดผู้หญิงจนเงินเก็บทุกบาททุกสตางค์เกลี้ยงฉาด ทุกความหายนะที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกรณ์ล้วนๆ และมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของไข่มุกเลยแม้แต่นิดเดียว!
แต่น่าอนาถใจนัก... ความรักและความอ่อนแอในฐานะคนเป็นพ่อแม่ ทำให้พวกเขาทำได้เพียงเสียใจ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความคับแค้นใจ ต้องปล่อยให้ไข่มุกเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อรับเคราะห์แทนคนอกตัญญูอย่างไม่มีทางเลือก
“รีบไปได้แล้ว อย่ามัวถ่วงเวลา”
“ค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะคุณพ่อคุณแม่ พี่กรณ์”
ร่างบอบบางจำยอมก้าวขึ้นรถ มุ่งหน้าสนามบิน รอยยิ้มเย็นเยียบและแววตาพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้าของกรณ์ทันที เขายืดตัวตรงอย่างโล่งอกเมื่อแผนการส่งตัวน้องสาวบุญธรรมไปขัดดอกสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ห้าสิบล้านบาท...!ทันทีที่ได้ยินตัวเลขที่แท้จริง ไข่มุกถึงกับหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกห้าสิบล้านบาท... สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต มันคือตัวเลขที่สูงเสียจนชาตินี้เธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมาใช้คืนได้หมด แม้แต่จะคิดหาทางชดใช้ก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสิ้นหวังพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจจนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความอับจนหนทางนายหัวศิลานั่งมองปฏิกิริยาของเธอด้วยแววตานิ่งสงบ"ในเมื่อมาเจอฉันแล้ว... ก็เริ่มต้นงานแรกซะ" นายหัวศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก "ถอดเสื้อผ้าออก... ทีละชิ้นให้ฉันดูตรงนี้ เดี๋ยวนี้!"ไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความอัปยศอดสูตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่กล้าพอ แต่นัยน์ตาดุดันที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอรู้ว่าไม่มีสิทธิปฏิเสธ“ท...ทราบแล้วค่ะ”มือเรียวสั่นเทาระริกยกขึ้นปลดกระดุมเม็ดแรกของเสื้อเดรสด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้มยามที่เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกรูดร่วงลงมากองที่
บทที่ 2 นายหัวศิลาหลังจากเธอมาถึงสนามบินปลายทาง ก็มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่มาจอดรอรับเธอแล้ว เธอเหม่อมองทะเลกว้างสุดสายตาด้วยความคิดเหม่อลอย เมื่อเครื่องร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของรีสอร์ตหรูบนเกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน ลมกรรโชกแรงพัดเอาเส้นผมยาวสลวยของไข่มุกให้ปลิวไสว ร่างระหงในชุดเดรสยาวดูเรียบร้อยก้าวลงมาจากเครื่องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างและหวาดหวั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังของเธอมียามร่างกำยำสองคนคุมตัวเดินตามมาติดๆ ก่อนจะนำพาเธอเข้าไปยังตัวคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาหิน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินด้านล่างดังครึกโครม ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัวราวกับเธอเดินเข้าไปในถ้ำของเสือร้ายภายในห้องรับแขกโอ่โถงตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ นายหัวศิลานั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รัศมีอันน่าเกรงขามและแววตาดิบเถื่อนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมคาย ยิ่งทำให้ไข่มุกตัวสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออก ขาทั้งสอ
บทที่ 1 ตกลงซื้อขายก่อนที่รถหรูจะพาไข่มุกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องลงใต้ บรรยากาศภายในห้องรับแขกของบ้านเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัด กรณ์ในชุดสูทภูมิฐานยืนกอดอกจ้องมองน้องสาวบุญธรรมที่กำลังนั่งตัวสั่นน้ำตาซึมอยู่บนโซฟาด้วยความที่ไข่มุกเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและไม่เคยประสีประสาต่อโลกภายนอก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวกรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือบีบคางมนของน้องสาวแน่น บังคับให้ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นเงยขึ้นสบตาตน"ฟังพี่ให้ดีนะมุก..." กรณ์กดเสียงต่ำ กดดันด้วยแววตาจริงจัง "ผู้ชายที่แกกำลังจะไปหา... เขาคือนายหัวศิลา เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งภาคใต้หวาดกลัว เขาไม่ใช่คนใจดี เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เด็ดขาดและน่าเกรงขามที่สุด ห้ามแกไปปีนเกลียว ล่วงเกิน หรือทำตัวอวดดีเด็ดขาด!"ไข่มุกสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่กรณ์กลับยิ่งบีบคางแน่นขึ้นและเอ่ยคำขู่สารพัด"จำไว้ว่าแกมันก็แค่ตัวขัดดอก ไม่มีสิทธิแม้แต่จะไปต่อรองอะไรทั้งนั้น! อย่าได้สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูสูงส่งมาจากไหน ไปอยู่ที่โน่น... ไม่มีพ
ภายใต้ชุดเดรสซาตินบางเบาที่ถูกถลกขึ้นมากองอยู่เหนือเอวคอด ร่างกายบอบบางและไร้เดียงสาของไข่มุกบิดเร้าด้วยความประหม่า นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ หยาดน้ำตาใสยังคงคลอหน่วยเต็มเบ้าตากลมโตด้วยความหวาดกลัวและอับอายขายหน้าเกินกว่าจะจินตนาการ"อย่ามัวแต่ร้องไห้... เอามือกดมันลงไปลึกๆ แล้วแหกกลีบของเธอให้พี่เห็นชัดๆ!" เสียงคำรามสั่งการด้วยความกระหายของกรณ์ดังลอดมาจากหลังเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นเทาระริก ไม่กล้าขัดขืนด้วยกลัวว่าครอบครัวจะเดือดร้อน มือเรียวเล็กที่สั่นเทาจึงจำใจต้องละออกจากใบหน้า เลื่อนลงมาแตะที่บริเวณหน้าท้องน้อยก่อนจะแยกเรียวขาเนียนนุ่มออกจากกันตามคำสั่งนิ้วเรียวสั่นระริกแหวกกลีบเนื้ออวบอูมสีชมพูเรื่อที่ยังคงปิดชิดแนบแน่นออกช้าๆ เผยให้เห็นความสดใหม่และบริสุทธิ์ผุดผ่อง หยาดน้ำรักใสข้นเริ่มเอ่อล้นซึมออกมาเคลือบผิวเนื้อจนฉ่ำวาว สะท้อนกับแสงไฟในห้องนอนจนดูเย้ายวนเกินต้านทาน กลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่ยังไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้องปิดสนิทแน่นราวกับกลีบดอกไม้แรกแย้มที่กำลังรอวันถูกรุกรานและบานสะพรั่งกรณ์ที่ถือโทรศัพท์อยู่หลังกล้องถึงกับกลืนน
บทนำกลิ่นอายความหรูหราของมหานครใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ ของขวัญรับปริญญา ใบปริญญาบัตรเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี เมื่อความจริงอันโหดร้ายพุ่งชนเข้าใส่หน้าไข่มุก หรือ น้องมุก คุณหนูสาวผู้มีอนาคตสดใส เมื่อกิจการของครอบครัวล้มละลายและมีหนี้สินท่วมหัวนับร้อยล้านบาทภายในห้องรับแขก บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ผู้เป็นพ่อและแม่นั่งกุมขมับร้องไห้ระงม ขณะที่ กรณ์ พี่ชายบุญธรรมเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมหาทางออกได้แล้ว..." กรณ์เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เขาสบตาเข้ากับไข่มุกที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่มุมห้อง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วรวบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอมาจับไว้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ"พี่กรณ์... มีทางออกจริงๆ ใช่ไหมคะ? ครอบครัวเราจะรอดใช่ไหม?" ไข่มุกเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารพ่อแม่กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างหนักหน่วง เริ่มปั่นหัวน้องสาวทันที "มีทางเดียวครับมุก... เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเรา เขาไม่ต้องการเงินสด”“แล้วเขา... เขาต้องการอะไรคะ”"ช่างเถอะ พี่รักมุ







