INICIAR SESIÓN
กลิ่นอายความหรูหราของมหานครใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ ของขวัญรับปริญญา ใบปริญญาบัตรเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี เมื่อความจริงอันโหดร้ายพุ่งชนเข้าใส่หน้าไข่มุก หรือ น้องมุก คุณหนูสาวผู้มีอนาคตสดใส เมื่อกิจการของครอบครัวล้มละลายและมีหนี้สินท่วมหัวนับร้อยล้านบาท
ภายในห้องรับแขก บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ผู้เป็นพ่อและแม่นั่งกุมขมับร้องไห้ระงม ขณะที่ กรณ์ พี่ชายบุญธรรมเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมหาทางออกได้แล้ว..." กรณ์เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เขาสบตาเข้ากับไข่มุกที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่มุมห้อง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วรวบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอมาจับไว้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ
"พี่กรณ์... มีทางออกจริงๆ ใช่ไหมคะ? ครอบครัวเราจะรอดใช่ไหม?" ไข่มุกเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารพ่อแม่
กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างหนักหน่วง เริ่มปั่นหัวน้องสาวทันที "มีทางเดียวครับมุก... เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเรา เขาไม่ต้องการเงินสด”
“แล้วเขา... เขาต้องการอะไรคะ”
"ช่างเถอะ พี่รักมุกมาก พี่จะยอมให้มุกทำแบบนั้นได้อย่างไร... เพียงแต่ว่า ถ้ามุกไม่ช่วย... บริษัทของครอบครัวเราจะถูกยึด คุณพ่อคุณแม่จะต้องติดคุก และเราทุกคนจะลำบาก... มุกครับ ที่ผ่านมาทุกคนช่วยกันส่งเสียให้มุกไปเรียนต่อเมืองนอก หมดไปหลานล้าน ตอนนี้หนูเป็นคนเดียวที่จะช่วยครอบครัวเราได้ หนูจะทนเห็นพ่อแม่ต้องล้มละลายไม่ได้หรอกใช่ไหม?"
คำพูดที่หว่านล้อมด้วยความผิดและกับดักความกตัญญู พุ่งตรงเข้ากัดกินจิตใจอันอ่อนต่อโลกของไข่มุกจนหมดสิ้น ความรักครอบครัวและความรู้สึกผิดโถมทับเข้ามาจนเธอมองไม่เห็นทางเลือกอื่น
ไข่มุกสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำตาหยดใสไหลร่วงเผาะลงอาบแก้ม ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนน "ถ้ามันช่วยครอบครัวเราได้... มุกยอมทุกอย่างค่ะพี่กรณ์"
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของกรณ์อย่างรวดเร็ว แต่ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยในพริบตา "มุกเป็นน้องที่น่ารักที่สุดของพี่... แต่เพื่อความมั่นใจของเจ้าหนี้ เขาขอหลักประกัน... มุกช่วยใส่ชุดนี้แล้วถ่ายรูปกับคลิปให้พี่ส่งให้เขาก่อนนะ เพื่อเคลียร์เรื่องเอกสาร"
ไข่มุกรับชุดกระโปรงผ้าซาตินบางเบาและสั้นเต่อที่กรณ์ยื่นให้ด้วยความลังเล แม้จะรู้สึกแปลกใจและอับอาย แต่ด้วยคำพูดกรอกหูที่ว่า 'มันเป็นแค่ขั้นตอนทางธุรกิจ' เธอจึงยอมสวมมัน ถ่ายภาพและคลิปตามที่พี่ชายบุญธรรมบงการทุกประการ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการก้าวขาเข้าสู่กรงขังแห่งตัณหาที่ไม่มีวันได้หวนกลับ!
ทางด้านภาคใต้ ณ เกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน นายหัวศิลา เจ้าพ่อธุรกิจประมงและผู้มีอิทธิพลที่เบื้องหลังคุมธุรกิจสีเทาทั้งหมด กำลังนั่งไขว่ห้างจิบเหล้าราคาแพงอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว
หน้าจอสมาร์ตโฟนราคาแพงวางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ก่อนที่สัญญาณเตือนข้อความจะดังขึ้นพร้อมกับไฟล์วิดีโอความยาวหลายนาทีที่ถูกส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ
นายหัวศิลาเหลือบสายตาคมกริบมองหน้าจอ มือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอึกใหญ่ก่อนจะใช้นิ้วเลื่อนเปิดไฟล์วิดีโอด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายในทีแรก คิดเสียว่านี่คงเป็นเอกสารการเงินหรือภาพจำนองทรัพย์สินตามเกมธุรกิจทั่วไป
ทว่า... ภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอกลับทำให้ดวงตาดำมืดของเจ้าพ่อหนุ่มหรี่แคบลง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
ในจอภาพคือ ไข่มุก คุณหนูแสนสวยผู้เพิ่งจบการศึกษาจากเมืองนอก ร่างอรชรของเธอกำลังยืนอยู่หน้ากล้องในชุดแซกผ้าซาตินลูกไม้สีดำตัวจิ๋ว วาบหวิวและสั้นเต่อจนแทบปิดส่วนสงวนไม่มิด หญิงสาวดูประหม่าและไม่มั่นใจอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหวานเนียนแดงก่ำด้วยความอับอาย ดวงตาคู่สวยคลอน้ำตา ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ต้องขยับตัวโพสท่าทางอีโรติกตามคำสั่ง
"มองกล้องสิมุก! มองกล้องแล้วทำหน้าให้มันยั่วๆ หน่อย ทำตามที่พี่บอก ไม่อย่างนั้นเอกสารหนี้ของพ่อแม่เธอพังแน่"
เสียงทุ้มของกรณ์ ดังลอดออกมาจากหลังกล้อง ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ คอยสั่งการทุกขั้นตอน
ในคลิปนั้น ไข่มุกสะอื้นเบาๆ สีหน้ากึ่งจำยอมกึ่งไม่ยอมรับฉายชัดอยู่บนใบหน้าสะสวย น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงมาตามแก้ม
ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความมืด กรณ์จงใจขยับมุมกล้องให้จับภาพทุกสัดส่วนของไข่มุกได้อย่างชัดเจน น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยยิ่งทำให้ดวงตากลมโตคู่สวยฉ่ำเยิ้มราวกับหยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ ใบหน้าหวานสะสวยฉายแววหวาดกลัวและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เพราะจิตใจที่อ่อนโยนและไม่เคยคิดร้ายกับใคร ทำให้เธอทำได้เพียงมองพี่ชายด้วยความสับสนและไม่ประสีประสาต่อเรื่องเช่นนี้เลยสักนิด
"อย่าชักช้าสิมุก... อยากให้พ่อแม่ล้มละลายคุก็เลือกเอา" เสียงคำรามต่ำขู่บังคับจากหลังกล้องทำให้ไข่มุกสะสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว มือเรียวเล็กสั่นเทาระริกจนแทบประคองสิ่งแปลกปลอมในมือไม่อยู่
มันคือแท่งสั่นขนาดกะทัดรัดผิวเรียบลื่นสีชมพู ที่กรณ์เตรียมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ไข่มุกกัดริมฝีปากอิ่มจนห่อเลือด ความอัปยศอดสูและสัญชาตญาณความกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอก
เธอไม่ได้นึกโกรธแค้นหรือคิดร้ายต่อการกระทำของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นในอก และคิดเพียงว่าตนต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวรอดพ้นจากวิกฤตนี้
นิ้วเรียวสั่นเทาเลื่อนเปิดสวิตช์ เสียงมอเตอร์ขนาดเล็กส่งเสียงครางหึ่งต่ำๆ พร้อมกับหัวสั่นของเซ็กส์ทอยที่สั่นระริกด้วยความถี่สูงจนเกิดภาพติดตา
ห้าสิบล้านบาท...!ทันทีที่ได้ยินตัวเลขที่แท้จริง ไข่มุกถึงกับหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกห้าสิบล้านบาท... สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต มันคือตัวเลขที่สูงเสียจนชาตินี้เธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมาใช้คืนได้หมด แม้แต่จะคิดหาทางชดใช้ก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสิ้นหวังพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจจนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความอับจนหนทางนายหัวศิลานั่งมองปฏิกิริยาของเธอด้วยแววตานิ่งสงบ"ในเมื่อมาเจอฉันแล้ว... ก็เริ่มต้นงานแรกซะ" นายหัวศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก "ถอดเสื้อผ้าออก... ทีละชิ้นให้ฉันดูตรงนี้ เดี๋ยวนี้!"ไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความอัปยศอดสูตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่กล้าพอ แต่นัยน์ตาดุดันที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอรู้ว่าไม่มีสิทธิปฏิเสธ“ท...ทราบแล้วค่ะ”มือเรียวสั่นเทาระริกยกขึ้นปลดกระดุมเม็ดแรกของเสื้อเดรสด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้มยามที่เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกรูดร่วงลงมากองที่
บทที่ 2 นายหัวศิลาหลังจากเธอมาถึงสนามบินปลายทาง ก็มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่มาจอดรอรับเธอแล้ว เธอเหม่อมองทะเลกว้างสุดสายตาด้วยความคิดเหม่อลอย เมื่อเครื่องร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของรีสอร์ตหรูบนเกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน ลมกรรโชกแรงพัดเอาเส้นผมยาวสลวยของไข่มุกให้ปลิวไสว ร่างระหงในชุดเดรสยาวดูเรียบร้อยก้าวลงมาจากเครื่องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างและหวาดหวั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังของเธอมียามร่างกำยำสองคนคุมตัวเดินตามมาติดๆ ก่อนจะนำพาเธอเข้าไปยังตัวคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาหิน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินด้านล่างดังครึกโครม ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัวราวกับเธอเดินเข้าไปในถ้ำของเสือร้ายภายในห้องรับแขกโอ่โถงตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ นายหัวศิลานั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รัศมีอันน่าเกรงขามและแววตาดิบเถื่อนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมคาย ยิ่งทำให้ไข่มุกตัวสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออก ขาทั้งสอ
บทที่ 1 ตกลงซื้อขายก่อนที่รถหรูจะพาไข่มุกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องลงใต้ บรรยากาศภายในห้องรับแขกของบ้านเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัด กรณ์ในชุดสูทภูมิฐานยืนกอดอกจ้องมองน้องสาวบุญธรรมที่กำลังนั่งตัวสั่นน้ำตาซึมอยู่บนโซฟาด้วยความที่ไข่มุกเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและไม่เคยประสีประสาต่อโลกภายนอก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวกรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือบีบคางมนของน้องสาวแน่น บังคับให้ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นเงยขึ้นสบตาตน"ฟังพี่ให้ดีนะมุก..." กรณ์กดเสียงต่ำ กดดันด้วยแววตาจริงจัง "ผู้ชายที่แกกำลังจะไปหา... เขาคือนายหัวศิลา เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งภาคใต้หวาดกลัว เขาไม่ใช่คนใจดี เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เด็ดขาดและน่าเกรงขามที่สุด ห้ามแกไปปีนเกลียว ล่วงเกิน หรือทำตัวอวดดีเด็ดขาด!"ไข่มุกสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่กรณ์กลับยิ่งบีบคางแน่นขึ้นและเอ่ยคำขู่สารพัด"จำไว้ว่าแกมันก็แค่ตัวขัดดอก ไม่มีสิทธิแม้แต่จะไปต่อรองอะไรทั้งนั้น! อย่าได้สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูสูงส่งมาจากไหน ไปอยู่ที่โน่น... ไม่มีพ
ภายใต้ชุดเดรสซาตินบางเบาที่ถูกถลกขึ้นมากองอยู่เหนือเอวคอด ร่างกายบอบบางและไร้เดียงสาของไข่มุกบิดเร้าด้วยความประหม่า นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ หยาดน้ำตาใสยังคงคลอหน่วยเต็มเบ้าตากลมโตด้วยความหวาดกลัวและอับอายขายหน้าเกินกว่าจะจินตนาการ"อย่ามัวแต่ร้องไห้... เอามือกดมันลงไปลึกๆ แล้วแหกกลีบของเธอให้พี่เห็นชัดๆ!" เสียงคำรามสั่งการด้วยความกระหายของกรณ์ดังลอดมาจากหลังเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นเทาระริก ไม่กล้าขัดขืนด้วยกลัวว่าครอบครัวจะเดือดร้อน มือเรียวเล็กที่สั่นเทาจึงจำใจต้องละออกจากใบหน้า เลื่อนลงมาแตะที่บริเวณหน้าท้องน้อยก่อนจะแยกเรียวขาเนียนนุ่มออกจากกันตามคำสั่งนิ้วเรียวสั่นระริกแหวกกลีบเนื้ออวบอูมสีชมพูเรื่อที่ยังคงปิดชิดแนบแน่นออกช้าๆ เผยให้เห็นความสดใหม่และบริสุทธิ์ผุดผ่อง หยาดน้ำรักใสข้นเริ่มเอ่อล้นซึมออกมาเคลือบผิวเนื้อจนฉ่ำวาว สะท้อนกับแสงไฟในห้องนอนจนดูเย้ายวนเกินต้านทาน กลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่ยังไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้องปิดสนิทแน่นราวกับกลีบดอกไม้แรกแย้มที่กำลังรอวันถูกรุกรานและบานสะพรั่งกรณ์ที่ถือโทรศัพท์อยู่หลังกล้องถึงกับกลืนน
บทนำกลิ่นอายความหรูหราของมหานครใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ ของขวัญรับปริญญา ใบปริญญาบัตรเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี เมื่อความจริงอันโหดร้ายพุ่งชนเข้าใส่หน้าไข่มุก หรือ น้องมุก คุณหนูสาวผู้มีอนาคตสดใส เมื่อกิจการของครอบครัวล้มละลายและมีหนี้สินท่วมหัวนับร้อยล้านบาทภายในห้องรับแขก บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ผู้เป็นพ่อและแม่นั่งกุมขมับร้องไห้ระงม ขณะที่ กรณ์ พี่ชายบุญธรรมเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมหาทางออกได้แล้ว..." กรณ์เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เขาสบตาเข้ากับไข่มุกที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่มุมห้อง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วรวบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอมาจับไว้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ"พี่กรณ์... มีทางออกจริงๆ ใช่ไหมคะ? ครอบครัวเราจะรอดใช่ไหม?" ไข่มุกเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารพ่อแม่กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างหนักหน่วง เริ่มปั่นหัวน้องสาวทันที "มีทางเดียวครับมุก... เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเรา เขาไม่ต้องการเงินสด”“แล้วเขา... เขาต้องการอะไรคะ”"ช่างเถอะ พี่รักมุ







