INICIAR SESIÓNหลังจากเธอมาถึงสนามบินปลายทาง ก็มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่มาจอดรอรับเธอแล้ว เธอเหม่อมองทะเลกว้างสุดสายตาด้วยความคิดเหม่อลอย เมื่อเครื่องร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของรีสอร์ตหรูบนเกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน ลมกรรโชกแรงพัดเอาเส้นผมยาวสลวยของไข่มุกให้ปลิวไสว ร่างระหงในชุดเดรสยาวดูเรียบร้อยก้าวลงมาจากเครื่องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างและหวาดหวั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
เบื้องหลังของเธอมียามร่างกำยำสองคนคุมตัวเดินตามมาติดๆ ก่อนจะนำพาเธอเข้าไปยังตัวคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาหิน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินด้านล่างดังครึกโครม ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัวราวกับเธอเดินเข้าไปในถ้ำของเสือร้าย
ภายในห้องรับแขกโอ่โถงตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ นายหัวศิลานั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รัศมีอันน่าเกรงขามและแววตาดิบเถื่อนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมคาย ยิ่งทำให้ไข่มุกตัวสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออก ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"มาถึงแล้วสินะ... คุณหนูตระกูลดังผู้สูงส่ง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน นายหัวศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นปึ้กและรอยสักรำไรตรงท่อนแขน เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ไข่มุกทีละก้าว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหญิงสาวต้องถอยหลังหนีด้วยความตื่นกลัว
"คุณ... คุณศิลา ฉันมาที่นี่เพื่อชดใช้หนี้..." ไข่มุกพยายามเปล่งเสียงพูดออกไปให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าริมฝีปากจะสั่นระริกจนแทบควบคุมไม่ได้ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัว
นายหัวศิลายกยิ้มมุมปาก ยื่นมือหนาหยาบกร้านไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองหน้าเขา ดวงตาคู่คมจดจ้องใบหน้าหวานที่ยังเปื้อนคราบน้ำตาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย "ชดใช้หนี้งั้นเหรอ? หนี้ร้อยล้านนั่น... ตัวแค่นี้ คิดเหรอว่าจะเอาเรือนร่างมาใช้หนี้หมดได้ง่ายๆ?"
นิ้วเรียวแกร่งลากไล้ลงมาตามลำคอระหงที่กำลังเต้นตุบๆ ของเธอ ไข่มุกสะดุ้งเฮือกด้วยความตื่นกลัว พยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็สู้แรงของชายหนุ่มไม่ได้ นายหัวศิลากระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนพวงเต้าอวบแนบชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นอายความดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก
"บอกฉันมาซิ... ว่าพี่ชายตัวแสบของเธอ หลอกล่อเธออีท่าไหน ถึงยอมเอาคลิปทุเรศๆ นั่นส่งมาให้ฉันดู?" นายหัวศิลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาดำมืดจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ไข่มุกเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงมาโดนหลังมือของชายหนุ่ม นางส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความอัปยศอดสู "ฉัน... ฉันทำเพื่อครอบครัว คุณพ่อกับคุณแม่กำลังลำบาก... กิจการกำลังจะล้มละลาย ฉันไม่มีทางเลือกอื่นค่ะ..."
นายหัวศิลาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ มือหนาเปลี่ยนมาบีบเอวคอดกิ่วของเธอแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มเป่ารดต้นคอระหงยามที่เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและเผด็จการ
"จำใส่สมองไว้ซะนะไข่มุก... ที่นี่ ไม่มีคุณหนูอะไรทั้งนั้น ที่นี่เธอเป็นแค่ตัวขัดดอกของฉัน เป็นสมบัติชิ้นใหม่ที่ฉันซื้อมา ฉันอยากให้ทำอะไรก็ต้องทำ อยากให้ปรนเปรอตอนไหนก็ต้องอ้าขาต้อนรับเข้าใจไหม!"
คำพูดดิบเถื่อนและหยาบโลนทำให้ไข่มุกสะท้านเฮือก เธอหวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทาระริก หลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง
นายหัวศิลาผละตัวออกเล็กน้อย ร่างกายกำยำทอดกายลงนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ด้วยท่าทีทรงอำนาจ ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวนิ่ง ราวกับนักล่ากำลังชมเชยเหยื่อก่อนตะครุบ
เขายกมือขึ้นกอดอก บีบคั้นหัวใจดวงน้อยให้แตกสลาย
ไข่มุกยืนตัวลีบอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและวิตกกังวลอย่างถึงที่สุด
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่นั่งจ้องมองเธอราวกับเหยื่อในกรงเล็บ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"คะ... คุณศิลาคะ..." ไข่มุกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เรื่อง... เรื่องหนี้สินทั้งหมดที่ครอบครัวของมุกสร้างไว้... ตกลงแล้วมุก... มุกต้องรับผิดชอบยอดเงินรวมทั้งหมดเท่าไหร่เหรอคะ? แล้ว... แล้วดอกเบี้ยมันเท่าไหร่กันแน่..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเคร่งเครียด แต่แววตากลับฉายความมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ "ถ้า... ถ้ามุกพอจะหาทางชดใช้แทนครอบครัวได้ มุก... มุกสัญญาว่าจะทยอยจ่ายให้คุณศิลาทันทีค่ะ ขอแค่บอกจำนวนที่แท้จริงมาเถอะนะคะ"
นายหัวศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดำมืดพราวระยับด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งนึกขัน ทึ่งในความเด็ดเดี่ยวปนน่าสงสารของเด็กสาวตรงหน้า
ชายหนุ่มหยิบแฟ้มเอกสารบัญชีหนี้สินขึ้นมาเปิดผ่านๆ ก่อนจะวางกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึ้ง! จนไข่มุกสะดุ้งสุดตัว
"อยากรู้เหรอว่าเท่าไหร่..." นายหัวหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตามองเรือนร่างสั่นเทานั้นอย่างพิจารณา "เงินต้นที่ครอบครัวเธอผลาญไป รวมกับดอกเบี้ยทบต้นที่สะสมมาหลายปี..."
เขาเอ่ยตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแต่ละคำที่หลุดจากปากกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาถล่มทับลงมากลางกระหม่อม
"คิดตัวเลขกลมๆ ทั้งหมดก็... ห้าสิบล้านบาท"
ห้าสิบล้านบาท...!
ห้าสิบล้านบาท...!ทันทีที่ได้ยินตัวเลขที่แท้จริง ไข่มุกถึงกับหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกห้าสิบล้านบาท... สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต มันคือตัวเลขที่สูงเสียจนชาตินี้เธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมาใช้คืนได้หมด แม้แต่จะคิดหาทางชดใช้ก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสิ้นหวังพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจจนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความอับจนหนทางนายหัวศิลานั่งมองปฏิกิริยาของเธอด้วยแววตานิ่งสงบ"ในเมื่อมาเจอฉันแล้ว... ก็เริ่มต้นงานแรกซะ" นายหัวศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก "ถอดเสื้อผ้าออก... ทีละชิ้นให้ฉันดูตรงนี้ เดี๋ยวนี้!"ไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความอัปยศอดสูตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่กล้าพอ แต่นัยน์ตาดุดันที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอรู้ว่าไม่มีสิทธิปฏิเสธ“ท...ทราบแล้วค่ะ”มือเรียวสั่นเทาระริกยกขึ้นปลดกระดุมเม็ดแรกของเสื้อเดรสด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้มยามที่เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกรูดร่วงลงมากองที่
บทที่ 2 นายหัวศิลาหลังจากเธอมาถึงสนามบินปลายทาง ก็มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่มาจอดรอรับเธอแล้ว เธอเหม่อมองทะเลกว้างสุดสายตาด้วยความคิดเหม่อลอย เมื่อเครื่องร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของรีสอร์ตหรูบนเกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน ลมกรรโชกแรงพัดเอาเส้นผมยาวสลวยของไข่มุกให้ปลิวไสว ร่างระหงในชุดเดรสยาวดูเรียบร้อยก้าวลงมาจากเครื่องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างและหวาดหวั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังของเธอมียามร่างกำยำสองคนคุมตัวเดินตามมาติดๆ ก่อนจะนำพาเธอเข้าไปยังตัวคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาหิน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินด้านล่างดังครึกโครม ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัวราวกับเธอเดินเข้าไปในถ้ำของเสือร้ายภายในห้องรับแขกโอ่โถงตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ นายหัวศิลานั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รัศมีอันน่าเกรงขามและแววตาดิบเถื่อนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมคาย ยิ่งทำให้ไข่มุกตัวสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออก ขาทั้งสอ
บทที่ 1 ตกลงซื้อขายก่อนที่รถหรูจะพาไข่มุกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องลงใต้ บรรยากาศภายในห้องรับแขกของบ้านเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัด กรณ์ในชุดสูทภูมิฐานยืนกอดอกจ้องมองน้องสาวบุญธรรมที่กำลังนั่งตัวสั่นน้ำตาซึมอยู่บนโซฟาด้วยความที่ไข่มุกเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและไม่เคยประสีประสาต่อโลกภายนอก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวกรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือบีบคางมนของน้องสาวแน่น บังคับให้ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นเงยขึ้นสบตาตน"ฟังพี่ให้ดีนะมุก..." กรณ์กดเสียงต่ำ กดดันด้วยแววตาจริงจัง "ผู้ชายที่แกกำลังจะไปหา... เขาคือนายหัวศิลา เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งภาคใต้หวาดกลัว เขาไม่ใช่คนใจดี เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เด็ดขาดและน่าเกรงขามที่สุด ห้ามแกไปปีนเกลียว ล่วงเกิน หรือทำตัวอวดดีเด็ดขาด!"ไข่มุกสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่กรณ์กลับยิ่งบีบคางแน่นขึ้นและเอ่ยคำขู่สารพัด"จำไว้ว่าแกมันก็แค่ตัวขัดดอก ไม่มีสิทธิแม้แต่จะไปต่อรองอะไรทั้งนั้น! อย่าได้สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูสูงส่งมาจากไหน ไปอยู่ที่โน่น... ไม่มีพ
ภายใต้ชุดเดรสซาตินบางเบาที่ถูกถลกขึ้นมากองอยู่เหนือเอวคอด ร่างกายบอบบางและไร้เดียงสาของไข่มุกบิดเร้าด้วยความประหม่า นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ หยาดน้ำตาใสยังคงคลอหน่วยเต็มเบ้าตากลมโตด้วยความหวาดกลัวและอับอายขายหน้าเกินกว่าจะจินตนาการ"อย่ามัวแต่ร้องไห้... เอามือกดมันลงไปลึกๆ แล้วแหกกลีบของเธอให้พี่เห็นชัดๆ!" เสียงคำรามสั่งการด้วยความกระหายของกรณ์ดังลอดมาจากหลังเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นเทาระริก ไม่กล้าขัดขืนด้วยกลัวว่าครอบครัวจะเดือดร้อน มือเรียวเล็กที่สั่นเทาจึงจำใจต้องละออกจากใบหน้า เลื่อนลงมาแตะที่บริเวณหน้าท้องน้อยก่อนจะแยกเรียวขาเนียนนุ่มออกจากกันตามคำสั่งนิ้วเรียวสั่นระริกแหวกกลีบเนื้ออวบอูมสีชมพูเรื่อที่ยังคงปิดชิดแนบแน่นออกช้าๆ เผยให้เห็นความสดใหม่และบริสุทธิ์ผุดผ่อง หยาดน้ำรักใสข้นเริ่มเอ่อล้นซึมออกมาเคลือบผิวเนื้อจนฉ่ำวาว สะท้อนกับแสงไฟในห้องนอนจนดูเย้ายวนเกินต้านทาน กลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่ยังไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้องปิดสนิทแน่นราวกับกลีบดอกไม้แรกแย้มที่กำลังรอวันถูกรุกรานและบานสะพรั่งกรณ์ที่ถือโทรศัพท์อยู่หลังกล้องถึงกับกลืนน
บทนำกลิ่นอายความหรูหราของมหานครใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ ของขวัญรับปริญญา ใบปริญญาบัตรเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี เมื่อความจริงอันโหดร้ายพุ่งชนเข้าใส่หน้าไข่มุก หรือ น้องมุก คุณหนูสาวผู้มีอนาคตสดใส เมื่อกิจการของครอบครัวล้มละลายและมีหนี้สินท่วมหัวนับร้อยล้านบาทภายในห้องรับแขก บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ผู้เป็นพ่อและแม่นั่งกุมขมับร้องไห้ระงม ขณะที่ กรณ์ พี่ชายบุญธรรมเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมหาทางออกได้แล้ว..." กรณ์เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เขาสบตาเข้ากับไข่มุกที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่มุมห้อง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วรวบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอมาจับไว้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ"พี่กรณ์... มีทางออกจริงๆ ใช่ไหมคะ? ครอบครัวเราจะรอดใช่ไหม?" ไข่มุกเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารพ่อแม่กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างหนักหน่วง เริ่มปั่นหัวน้องสาวทันที "มีทางเดียวครับมุก... เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเรา เขาไม่ต้องการเงินสด”“แล้วเขา... เขาต้องการอะไรคะ”"ช่างเถอะ พี่รักมุ







