INICIAR SESIÓNห้าสิบล้านบาท...!
ทันทีที่ได้ยินตัวเลขที่แท้จริง ไข่มุกถึงกับหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก
ห้าสิบล้านบาท... สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต มันคือตัวเลขที่สูงเสียจนชาตินี้เธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมาใช้คืนได้หมด แม้แต่จะคิดหาทางชดใช้ก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสิ้นหวังพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจจนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความอับจนหนทาง
นายหัวศิลานั่งมองปฏิกิริยาของเธอด้วยแววตานิ่งสงบ
"ในเมื่อมาเจอฉันแล้ว... ก็เริ่มต้นงานแรกซะ" นายหัวศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก "ถอดเสื้อผ้าออก... ทีละชิ้นให้ฉันดูตรงนี้ เดี๋ยวนี้!"
ไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความอัปยศอดสูตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่กล้าพอ แต่นัยน์ตาดุดันที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอรู้ว่าไม่มีสิทธิปฏิเสธ
“ท...ทราบแล้วค่ะ”
มือเรียวสั่นเทาระริกยกขึ้นปลดกระดุมเม็ดแรกของเสื้อเดรสด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้มยามที่เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกรูดร่วงลงมากองที่ข้อเท้าทีละชิ้น จนกระทั่งเหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่ปกปิดเรือนร่างสะพรั่ง
ด้วยความเขินอายและไม่อาจทนสบสายตาดิบเถื่อนที่โลมเลียเรือนร่างได้ ไข่มุกจึงตัดสินใจหันหลังให้ชายหนุ่ม รีบยกมือขึ้นกอดอกซ่อนเร้นสัดส่วนอวบอิ่มที่สั่นไหวระริก หวังจะใช้แผ่นหลังบังสายตาคู่นั้น
ทว่า...
"ฉันสั่งให้เธอหันหลังให้ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่!"
เสียงคำรามดุกลาดดังลั่นห้องจนไข่มุกสะดุ้งสุดขีด
"หันหน้ากลับมานี่! มองหน้าฉัน แล้วถอดมันออกให้หมด... ให้ฉันได้เห็นเรือนร่างของเธอทุกซอกทุกมุม!"
น้ำเสียงทรงอำนาจและเด็ดขาดไม่มีช่องให้ต่อรอง ทำให้ไข่มุกจำใจต้องกัดริมฝีปากอิ่มจนห่อเลือด ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองตรงไปยังนายหัวศิลาที่นั่งจ้องมองเรือนร่างของเธอด้วยแววตาหิวกระหาย มือเรียวที่สั่นเทาจำใจต้องเลื่อนลงมาเกี่ยวสายชุดชั้นในตัวจิ๋ว แล้วปลดมันออกช้าๆ เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องและสัดส่วนเย้ายวนไร้สิ่งปกปิดต่อหน้าต่อตาบุรุษผู้เป็นเจ้าของหนี้อย่างจำนน
เรือนร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องไร้สิ่งปกปิดของไข่มุกยืนสั่นเทาระริกอยู่เบื้องหน้า นายหัวศิลาหรี่ตาลงมองสำรวจสัดส่วนอวบออชรที่สะท้อนกับแสงไฟในห้องด้วยแววตาคมกริบดุจเสือร้ายที่กำลังพินิจเหยื่ออันโอชะ
ความเงียบงันภายในห้องถูกคั่นด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของหญิงสาว
"ดีมาก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างพึงพอใจ นายหัวศิลายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมออกสองสามเม็ดก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
ไข่มุกถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับกระจกใสบานใหญ่เย็นเฉียบ ทางหนีถูกปิดตายเมื่อวงแขนแกร่งยกขึ้นเท้ากระจกขนาบข้าง กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณัติทันที
"อย่า... อย่าเพิ่งค่ะคุณศิลา..." ไข่มุกเอ่ยขอร้องเสียงสั่นเครือ พยายามยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ทว่าร่างกายของเขากลับแน่นตึงราวกับกำแพงหิน
นายหัวศิลาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูเล็กที่แดงก่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เนียนจนหญิงสาวสะท้านเยือก "ในเมื่อถอดให้ดูแล้ว... ก็ทำตามคำสั่งต่อไปซะดีๆ"
ชายหนุ่มผละหน้าออกเล็กน้อย ออกคำสั่งแรกด้วยน้ำเสียงเผด็จการที่ไม่มีช่องให้ปฏิเสธ
"คุกเข่าลง..."
ไข่มุกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซ่านเลือดฝาดจนแดงก่ำไปถึงลำคอ เธอส่ายหน้าน้อยๆ อย่างตื่นตระหนก "ม... ไม่เอาค่ะ มุกไม่ทำ..."
"ฉันบอกให้คุกเข่า!" นายหัวศิลาเสียงเข้มขึ้น ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยความดุดัน "หรืออยากให้ฉันคิดดอกเบี้ยเพิ่มเป็นสองเท่า หรือจะให้ฉันส่งเธอกลับไปให้พวกตังเกจัดการต่อ เลือกเอา!"
คำขู่ที่จี้ถูกจุดอ่อนทำให้ไข่มุกหมดทางเลือก หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้ม จำใจต้องย่อกายลงคุกเข่าลงกับพื้นพรมหนานุ่มเบื้องหน้าร่างสูงใหญ่ของเขาอย่างจำยอม
นายหัวศิลาสบถต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ เขายืนมองเรือนร่างอรชรที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่า มือหนาเอื้อมไปปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงสแลคเนื้อดีออก ปลดปล่อยท่อนลึงค์ที่ตื่นตัวพองขยายจนปวดหนึบให้ดีดผึงออกมา
"อ้าปากออก..." คำสั่งดิบเถื่อนเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปจับกลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอไว้หลวมๆ เพื่อเป็นหลักยึด
ไข่มุกหลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหวาดกลัวและอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด
"ฉันบอกให้อ้าปากไข่มุก! หรืออยากให้ฉันใช้วิธีบังคับที่รุนแรงกว่านี้" เสียงดุเข้มกำราบสติที่กระเจิดกระเจิงของเธอให้กลับมา
“ฮึก...” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกสะกดกลั้นก้อนสะอื้น ก่อนจะค่อยๆ เผยอริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อออกช้าๆ อย่างจำนนต่อชะตากรรม หยาดน้ำใสๆที่ซึมเยิ้มออกมาจากหัวลึงค์ของชายหนุ่มแตะเข้ากับกลีบปากนุ่มเบาๆ ส่งกลิ่นอายบุรุษลอยเข้าจมูกจนเธอวิงเวียน
"เด็กดี..." นายหัวศิลาครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากสาวครอบครองส่วนปลายอวบใหญ่ เขาเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะ บังคับให้เรียวปากอิ่มต้อนรับความใหญ่โตที่รุกล้ำเข้ามาในอุ้งปากอย่างไม่ประสีประสา
ห้าสิบล้านบาท...!ทันทีที่ได้ยินตัวเลขที่แท้จริง ไข่มุกถึงกับหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกห้าสิบล้านบาท... สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต มันคือตัวเลขที่สูงเสียจนชาตินี้เธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมาใช้คืนได้หมด แม้แต่จะคิดหาทางชดใช้ก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสิ้นหวังพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจจนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความอับจนหนทางนายหัวศิลานั่งมองปฏิกิริยาของเธอด้วยแววตานิ่งสงบ"ในเมื่อมาเจอฉันแล้ว... ก็เริ่มต้นงานแรกซะ" นายหัวศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก "ถอดเสื้อผ้าออก... ทีละชิ้นให้ฉันดูตรงนี้ เดี๋ยวนี้!"ไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความอัปยศอดสูตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่กล้าพอ แต่นัยน์ตาดุดันที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอรู้ว่าไม่มีสิทธิปฏิเสธ“ท...ทราบแล้วค่ะ”มือเรียวสั่นเทาระริกยกขึ้นปลดกระดุมเม็ดแรกของเสื้อเดรสด้วยความอับอาย หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้มยามที่เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกรูดร่วงลงมากองที่
บทที่ 2 นายหัวศิลาหลังจากเธอมาถึงสนามบินปลายทาง ก็มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่มาจอดรอรับเธอแล้ว เธอเหม่อมองทะเลกว้างสุดสายตาด้วยความคิดเหม่อลอย เมื่อเครื่องร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของรีสอร์ตหรูบนเกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน ลมกรรโชกแรงพัดเอาเส้นผมยาวสลวยของไข่มุกให้ปลิวไสว ร่างระหงในชุดเดรสยาวดูเรียบร้อยก้าวลงมาจากเครื่องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างและหวาดหวั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังของเธอมียามร่างกำยำสองคนคุมตัวเดินตามมาติดๆ ก่อนจะนำพาเธอเข้าไปยังตัวคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาหิน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินด้านล่างดังครึกโครม ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัวราวกับเธอเดินเข้าไปในถ้ำของเสือร้ายภายในห้องรับแขกโอ่โถงตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ นายหัวศิลานั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รัศมีอันน่าเกรงขามและแววตาดิบเถื่อนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมคาย ยิ่งทำให้ไข่มุกตัวสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออก ขาทั้งสอ
บทที่ 1 ตกลงซื้อขายก่อนที่รถหรูจะพาไข่มุกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องลงใต้ บรรยากาศภายในห้องรับแขกของบ้านเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัด กรณ์ในชุดสูทภูมิฐานยืนกอดอกจ้องมองน้องสาวบุญธรรมที่กำลังนั่งตัวสั่นน้ำตาซึมอยู่บนโซฟาด้วยความที่ไข่มุกเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและไม่เคยประสีประสาต่อโลกภายนอก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวกรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือบีบคางมนของน้องสาวแน่น บังคับให้ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นเงยขึ้นสบตาตน"ฟังพี่ให้ดีนะมุก..." กรณ์กดเสียงต่ำ กดดันด้วยแววตาจริงจัง "ผู้ชายที่แกกำลังจะไปหา... เขาคือนายหัวศิลา เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งภาคใต้หวาดกลัว เขาไม่ใช่คนใจดี เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เด็ดขาดและน่าเกรงขามที่สุด ห้ามแกไปปีนเกลียว ล่วงเกิน หรือทำตัวอวดดีเด็ดขาด!"ไข่มุกสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่กรณ์กลับยิ่งบีบคางแน่นขึ้นและเอ่ยคำขู่สารพัด"จำไว้ว่าแกมันก็แค่ตัวขัดดอก ไม่มีสิทธิแม้แต่จะไปต่อรองอะไรทั้งนั้น! อย่าได้สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูสูงส่งมาจากไหน ไปอยู่ที่โน่น... ไม่มีพ
ภายใต้ชุดเดรสซาตินบางเบาที่ถูกถลกขึ้นมากองอยู่เหนือเอวคอด ร่างกายบอบบางและไร้เดียงสาของไข่มุกบิดเร้าด้วยความประหม่า นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ หยาดน้ำตาใสยังคงคลอหน่วยเต็มเบ้าตากลมโตด้วยความหวาดกลัวและอับอายขายหน้าเกินกว่าจะจินตนาการ"อย่ามัวแต่ร้องไห้... เอามือกดมันลงไปลึกๆ แล้วแหกกลีบของเธอให้พี่เห็นชัดๆ!" เสียงคำรามสั่งการด้วยความกระหายของกรณ์ดังลอดมาจากหลังเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนไข่มุกสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นเทาระริก ไม่กล้าขัดขืนด้วยกลัวว่าครอบครัวจะเดือดร้อน มือเรียวเล็กที่สั่นเทาจึงจำใจต้องละออกจากใบหน้า เลื่อนลงมาแตะที่บริเวณหน้าท้องน้อยก่อนจะแยกเรียวขาเนียนนุ่มออกจากกันตามคำสั่งนิ้วเรียวสั่นระริกแหวกกลีบเนื้ออวบอูมสีชมพูเรื่อที่ยังคงปิดชิดแนบแน่นออกช้าๆ เผยให้เห็นความสดใหม่และบริสุทธิ์ผุดผ่อง หยาดน้ำรักใสข้นเริ่มเอ่อล้นซึมออกมาเคลือบผิวเนื้อจนฉ่ำวาว สะท้อนกับแสงไฟในห้องนอนจนดูเย้ายวนเกินต้านทาน กลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่ยังไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้องปิดสนิทแน่นราวกับกลีบดอกไม้แรกแย้มที่กำลังรอวันถูกรุกรานและบานสะพรั่งกรณ์ที่ถือโทรศัพท์อยู่หลังกล้องถึงกับกลืนน
บทนำกลิ่นอายความหรูหราของมหานครใหญ่ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ ของขวัญรับปริญญา ใบปริญญาบัตรเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี เมื่อความจริงอันโหดร้ายพุ่งชนเข้าใส่หน้าไข่มุก หรือ น้องมุก คุณหนูสาวผู้มีอนาคตสดใส เมื่อกิจการของครอบครัวล้มละลายและมีหนี้สินท่วมหัวนับร้อยล้านบาทภายในห้องรับแขก บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ผู้เป็นพ่อและแม่นั่งกุมขมับร้องไห้ระงม ขณะที่ กรณ์ พี่ชายบุญธรรมเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมหาทางออกได้แล้ว..." กรณ์เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เขาสบตาเข้ากับไข่มุกที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่มุมห้อง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วรวบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างของเธอมาจับไว้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ"พี่กรณ์... มีทางออกจริงๆ ใช่ไหมคะ? ครอบครัวเราจะรอดใช่ไหม?" ไข่มุกเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารพ่อแม่กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างหนักหน่วง เริ่มปั่นหัวน้องสาวทันที "มีทางเดียวครับมุก... เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเรา เขาไม่ต้องการเงินสด”“แล้วเขา... เขาต้องการอะไรคะ”"ช่างเถอะ พี่รักมุ







