LOGIN“เออเรื่องนี้กูไม่เคยดูแต่คนอื่นบอกเด็ด” พูดจบผมก็กดเริ่มหนังทันที
ผมรู้ว่าเรื่องนี้เป็นหนังยังไงแต่ยังไม่มีโอกาสได้ดู และตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีเยี่ยมที่จะดูเรื่องนี้กับคนข้างๆ “ไม่ดีมั้ง” ข้าวเจ้าพูดขึ้นทันทีพร้อมกับสีหน้าเลิ่กลั่กยิ่งเห็นแบบนั้นผมก็อยากจะแกล้งเธอแหละเพราะบอกไปแล้วว่าผมอยากรอเธอพร้อมจริงๆ “นอนดูเฉยๆไม่เห็นเป็นอะไรหรอกหรือมึงเป็น” ผมถามขึ้นอีกครั้งพร้อมมองหน้าคนข้างๆที่ตอนนี้แดงขึ้นสี “ใครจะเป็นอะไรนายจะดูเรื่องไหนก็เปิดเลย” คนข้างๆตอบกลับรวดเร็วเป็นการบงบอกว่าร้อนรนแค่ไหนผมชอบที่ได้แกล้งข้าวเจ้าเพราะเธอน่าแกล้งมาก ยิ่งเวลาเธอโดนผมแกล้งผมรู้สึกว่ามันน่ารักท่าทางเขินอายสีหน้าแดงทำผมหลงจนไปไหนไม่รอด หนังก็ดำเนินไปเรื่อยๆจนถึงฉากเรทต่างๆจากที่ผมตั้งใจเปิดหนังเรื่องนี้มาเพื่อจะแกล้งคนข้างๆมันกลับกลายเป็นว่าเปิดมาแกล้งตัวเองชัดๆเพราะลูกชายของผมกำลังพองโตภายใต้กางเกง ส่วนข้าวเจ้านะเธอเอาหมอนปิดหน้าไปแล้วส่วนผมก็รีบลุกขึ้นเพราะตอนนี้อยากเข้าห้องน้ำมากๆ “ถ้ามึงอยากดูเรื่องอื่นก็เปลี่ยนกูไปห้องน้ำก่อน” ผมพูดขึ้นก่อนจะรีบตรงมาห้องน้ำทันทีและไม่ลืมใช้มือกุกลูกชายของผมที่มันพองโตเพื่อไม่ให้คนข้างๆเห็น เมื่อเข้ามาในห้องน้ำผมก็ถอดกางเกงลงอย่างไว้ใช้มือด้านขวากำลูกชายอย่างลวกๆเพราะด้วยขนาดของมันทำให้ผมไม่สามารถกำมิดได้ผมจึงค่อยๆใช้มือชักขึ้นชักลงอย่างช้าๆ “อ่าา…แบบนั้นแหละ…ข้าว” เสียงครางของผมดังขึ้นทันทีพยายามคิดถึงหน้าของข้าวเจ้าไว้ จินตนาการว่ามือที่กำลังกอบกุมแก่นกายของผมนั้นมันคือมือของข้าวเจ้าแค่คิดก็แทบแตกแล้ว “อ่าา…ซี๊ดดด” “ซี๊ด….อ่าาาา” ผมเร่งจังหวะการชักรูดแก่นกายของตัวเองเร็วบ้างช้าบ้าง จนในที่สุดผมลูกชายของผมก็ปลดปล่อยน้ำรักออกมาผมรีบจัดการตัวเองให้เสร็จก่อนจะเดินออกมาข้างนอก ข้าวเจ้าหันมามองผมก่อนจะหันไปสนใจทีวีตรงหน้าต่อ เธอนอนดูหนังบนเตียงตาแป๋ว ผมไม่ได้สนใจว่าเธอจะดูเรื่องอะไรเพราะผมสนใจเธอมากกว่า “คืนนี้นอนกับกูไม่ต้องกลับห้องมึงนะ” ผมพูดขึ้นทันทีเมื่อล้มตัวนอนลงข้างๆข้าวเจ้า “กลับดิจะให้นอนกับนายในสถานะอะไร” ข้าวเจ้าละสายตาจากทีวีหันมามองผมพร้อมกันถามขึ้น “สถานะว่าที่ผัว” ถ้าบอกว่าแฟนก็คงดูธรรมดาเกินไป ขอเป็นผัวเลยแล้วกันเพราะสถานะนี้ผมอยากเป็นที่สุดแล้ว “ฉันเปิดใจให้นายแล้วนะนายเถื่อนเพราะฉันเองก็รู้สึกดีเหมือนกันถึงมันจะเวลาสั้นๆก็เถอะ” ข้าวเจ้าพูดออกมาเบาๆแต่มันดังมากสำหรับผมหัวใจดวงน้อยๆในร่างกายผมมันเต้นเร็วผิดจังหวะเพราะอาการดีใจที่เธอบอกว่าเปิดใจให้ผมและผมว่าตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมควรพูดอะไรสักอย่างแบบที่เฮียบอกดี “กูไม่ใช่ผู้ชายที่พูดเพราะอะไร” ผมพูดขึ้นทันทีเมื่อหนังที่ฉายอยู่ในทีวีจบมันเหมือนโอกาสเหมาะๆที่ให้ผมพูดขึ้น “ฉันรู้ว่านายนิสัยเถื่อน” ข้าวเจ้าตอบกลับมาทันที “แต่ที่บอกว่ากูชอบมึงคือกูชอบมึงจริงๆมึงไม่ต้องชอบกูตอนนี้ก็ได้นะแค่มึงบอกว่าเปิดใจมันโอเคมากแล้ว ที่เหลือจากนี้มึงแค่คอยดูการกระทำของกูก็พอคำพูดกูอาจจะดูไม่จริงใจและการกระทำกูมั่นใจว่ามึงต้องดูออก” ผมพูดขึ้นทันทีไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพูดอะไรดีๆแบบนี้ออกมาได้นับว่าเป็นประโยคที่ยาวเหยียดที่ผมเคยพูดมาเลยก็ได้ “ขอบใจนะนายเถื่อน” ข้าวเจ้าตอบกลับมาพร้อมกับยิ้มกว้าง “แล้วกูจะบอกอะไรให้อีกอย่านะข้าวเจ้า กูแก่กว่ามึงช่วยแสดงความเคารพกูหน่อย” ผมพูดขึ้นอีกครั้ง ผมแก่กว่าเธอสองปีแต่เธอกลับเรียกผมว่านายเถื่อน “แล้วไงฉันเรียกแบบนี้มาตั้งแต่วันแรก” เธอตอบกลับมาทันที “เรียกเถื่อนเฉยๆไม่ต้องมีนายแบบนี้มึงเรียกได้มั้ย หรือมึงจะเรียกกูว่าพี่เถื่อนหรือเฮียเถื่อนมึงคิดเอา” ผมพูดพร้อมกับจ้องตาเธอเขม็งให้เธอรู้ว่านี่คือการบังคับ “เถื่อน” เธอพูดขึ้นก่อนจะเงียบลง “เรียกเถื่อนแบบนี้หนะหรอ” เธอถามผมขึ้นอีกครั้ง “เออค่อยน่าฟัง” ผมพูดขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวเธออย่างเบาๆ การกระทำแบบนี้ทำเอาใบหน้าของข้าวเจ้าออกสีทันที “มึงเขินหรอ” ผมถามขึ้นทันที “ใครเขินนายฉันร้อนเหอะ” เธอตอบกลับกลับมาหน้าตายแต่บอกเลยว่าผมดูออก “อีกอย่างเลิกแทนตัวเองว่าฉันเพราะเธอควรแทนตัวเองว่าหนูไม่ก็ชื่อตัวเอง” ผมพูดขึ้นพร้อมใช้สายตาเป็นการบังคับ “เข้าใจใช่ไหมที่พูด” ผมถามขึ้นอีกครั้ง “ห้องนายไม่สิ ห้องของเถื่อนมีอุปกรณ์ทำแผลบ้างไหมข้าวจะทายาให้” ข้าวเจ้าพูดขึ้นอีกครั้งทำเอาผมรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ ประโยคนี้มันดูน่าฟังกว่าประโยคไหนๆผมชอบที่เธอเรียกว่าผมว่าเถื่อนและชอบที่เธอแทนตัวเองว่าข้าว ผมชอบที่เธอ คงชอบทุกอย่างที่เป็นเธอ “เดี๋ยวกูไปหยิบเอง” จากนั้นผมก็ลุกขึ้นไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลมาให้คนข้างๆ ส่วนข้าวเจ้าก็บรรจงทายาให้ผมอย่างเบามือแผลของผมเริ่มหายแล้วเนื่องจากมีพยาบาลส่วนตัวคอยดูแล “ข้าวเจ้ากูจูบมึงหน่อยได้ไหม” ❤️ ฝากติดตามเรื่องนี้ด้วยนะ กดถูกใจคอมเมนท์ให้กำลังใจติชมได้นะคะ“อย่าขยำแรงข้าวเจ็บ” ฉันพูดขึ้นทันที “งั้นเปลี่ยนเป็นดูดแทนแล้วกัน” พูดจบเถื่อนก็ก้มลงใช้ปากกับยอดอกของฉันทันที เถื่อนผลักฉันให้เอนตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองมีพื้นที่มากพอที่จะคลอเคลียกับหน้าอกของฉัน “เถื่อนดูดแรงไปแล้ว อ๊าาา” ฉันร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อเถื่อนเปลี่ยนท่าให้กับฉันก่อนที่มือหนาจะลูบไล้ไปตามลำตัวของฉัน “อ่าา…เถื่อนตรงนั้น” ฉันร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อเถื่อนใช้นิ้ววนไปทั่วกลางกายสาวก่อนจะค่อยๆดันนิ้วเข้ามา“แค่นิ้วยังแน่น” เถื่อนขยับนิ้วเข้าออกทันที แจ๊ะ ! แจ๊ะ ! แจ๊ะ ! แจ๊ะ ! แจ๊ะ ! แจ๊ะ ! “อ่าาา…เถื่อนน” “ว่าไงครับ…หื้ม” เถื่อนถามขึ้นทันที“อาาา ตรงนั้น...”“ตรงนี้หรอ” ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนที่เถื่อนจะขยับนิ้วเข้าออกเร็วกว่าเดิมจากนั้นงอนิ้วด้านในจนฉันเสียวแทบขาดใจ“อ๊าาา อ๊ะ อ่าาาา” “เปลี่ยนเป็นเอ็นดีกว่านะครับอยากแตกในตัวเมีย” พูดจบเถื่อนก็ลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับถอดกางเกงขาสั้นที่ใส่มาออกไปพร้อมกับอันเดอร์แวร์เถื่อนจับฉันนั่งบนขอบสระชิดกับผนังของห้องก่อนที่เถื่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยจับขาฉันขึ้น“เหมือนมันใหญ่ขึ้น” “ใหญ่ขึ้นตามอายุ” เถื่อนตอบกลับมาอีกครั้ง “แบ
“ป๊ามองสาวหรอข้าวปั้นจะฟ้องแม่นะ” เสียงข้าวปั้นลูกชายของผมพูดขึ้น ตอนนี้ผมพาครอบครัวมาทะเลเพราะเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆ พวกเราห้าคนเลยมาเที่ยวทะเลกันตามคำขอของข้าวปั้น “เป็นผู้ชายไม่ขี้ฟ้องหรอกนะข้าวปั้น” ผมพูดขึ้นทันทีเพราะตอนนี้ลูกชายคนโตของผมอายุสิบขวบแล้วพูดเยอะขึ้นแล้วด้วย “แต่ป๊าแอบมองสาว” ข้าวปั้นพูดขึ้นต่อทันที“แอบมองที่ไหนป๊ามองทะเลข้างหน้าเหอะแม่ข้าวปั้นดุขนาดนี้ป๊าไม่กล้ามองใครหรอก” ผมพูดขึ้นทันทีลูกชายตัวดีของข้าวเจ้าดุจริงๆตั้งแต่มีลูกคนที่สามคุณแม่ก็ดุขึ้นเอาเรื่องเพราะลูกคนที่สามของผมแสนจะดื้อ และแสนจะอ้อนลืมบอกไปเลยครับตอนนี้ผมกับข้าวเจ้าทำภารกิจปั๊มน้องให้ลูกๆสำเร็จแล้วนะครับส่วนลูกคนที่สามของผมกับข้าวเจ้าเป็นผู้ชายชื่อว่าข้าวโอ๊ตตอนนี้อายุก็ห้าขวบกว่าแล้ว “จริงป๊าแม่ดุมากตั้งแต่มีข้าวโอ๊ต” ข้าวปั้นพูดขึ้นต่อ “ก็มีตั้งสามข้าวแม่ก็ต้องเหนื่อย ข้าวปั้นเป็นพี่ต้องช่วยแม่ดูน้องเข้าใจป๊าพูดไหม” ข้าวปั้นลูกชายคนโตของผมเป็นพี่ที่ดีมากเลยครับ ดูแลน้อง รักน้อง ทำทุกอย่างให้น้องโดยเฉพาะน้องสาวอย่างข้าวหอมส่วนข้าวโอ๊ตอย่าหวังเพราะข้าวปั้นไม่เคยทำอะไรให้เลย“ช่วยดูแค่ข้าวหอ
ห้าปีผ่านไป “ข้าวปั้นอย่าแกล้งน้องสิครับ” ฉันเอ่ยปากบอกลูกชายคนโตทันทีตอนนี้เป็นเวลาเกือบเย็นลูกชายคนโตของฉันกลับจากโรงเรียนมาแล้วความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นเพราะข้าวปั้นตัวน้อยของฉันเอาแต่แกล้งน้องสาวเป็นว่าเล่น “ข้าวปั้นไม่ได้แกล้งนะแม่” ลูกชายวัยห้าขวบอย่างข้าวปั้นพูดขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิกแก้มน้องสาวอีกครั้ง “ข้าวหอมเจ็บนะ” เสียงข้าวหอมลูกสาวคนเล็กวัยสามขวบพูดขึ้นทันที“ข้าวปั้นก็ต้องจับแก้มน้องเบาๆแบบนี้สิ” ฉันพูดขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปจับแก้มข้าวหอมตัวน้อยอย่างเบามือเพื่อเป็นแบบอย่างให้พี่ชายคนโตดู “แบบนี้หรอครับ” ข้าวปั้นพูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้มข้าวหอมอย่างเบามือ“แบบนี้ข้าวหอมไม่เจ็บ” คนเป็นน้องพูดขึ้นทันที“ไหนใครคิดถึงป๊าบ้าง” เถื่อนเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพูดขึ้น ส่วนลูกสาวตัวน้อยของฉันก็รีบวิ่งขาป้อมๆตรงไปยังป๊ะป๊าของตัวเองทันที “ข้าวปั้นไม่คิดถึงป๊าหรอลูก” ฉันถามข้าวปั้นขึ้นอีกครั้งเพราะตอนนี้เจ้าตัวยังนั่งอยู่ข้างฉัน “ให้ข้าวปั้นกอดป๊าข้าวปั้นกอดแม่ดีกว่าผู้ชายใครเขากอดกัน” ข้าวปั้นพูดขึ้นต่อทันที“ป๊าสอนมาใช่ไหมเนี่ย” เพราะเด็กห้าขวบแบบข้าวปั้นพู
“ปากมดลูกเปิดแล้วนะคะ แต่ต้องรอเปิดให้มากกว่านี้นะคะ” คุณหมอเจ้าของเคสของฉันพูดขึ้น“ใจเย็นๆนะข้าว” เถื่อนจับมือฉันแน่นพร้อมกับถามขึ้น “เย็นไม่ไหวแล้วเถื่อน” ฉันตอบกลับทันทีเพราะฉันเจ็บท้องจนไม่ไหวแล้ว “แต่หมอครับเมียผมปวดท้อง” เถื่อนพูดขึ้นอีกครั้งและฉันก็รู้ดีเลยว่าเถื่อนเป็นห่วงฉันมากแค่ไหน“ดิฉันทราบค่ะแต่คุณแม่ต้องรอปากมดลูกเปิดอีกนิดนะคะเพราะตอนนี้ไม่กว้างพอให้หัวเด็กออกมา” “เดี๋ยวทางเราจะพาคุณแม่ไปยังห้องเตรียมคลอดนะคะ” คุณหมอพูดขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เตียงของฉันกำลังถูกเข็นออกจากห้องตรงไปยังห้องคลอดตามติดด้วยเถื่อนที่เปลี่ยนชุดเข้ามากับฉัน“เจ็บมากๆ” ฉันพูดขึ้นทันทีความเจ็บตอนนี้บรรยายไม่ถูกเลย“ทนอีกนิดนะข้าวเจ้า อีกนิดเดียวตัวเล็กจะออกมาแล้ว” ใบหน้าเถื่อนดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ฮึก.. มันเจ็บ เจ็บมาก” ไม่ว่าฉันจะตะแคงกี่ข้างต่อกี่ข้างก็ไม่ทำให้ความเจ็บลดลง“ปากมดลูกเปิดเก้าเซนต์แล้วเตรียมคลอดได้เลยค่ะ” พยาบาลสาวพูดขึ้นอีกครั้งฉันนอนอยู่บนเตียงช่วงท้องลงไปถูกปิดด้วยผ้าขาสองข้างตั้งหยั่งบนที่ตั้ง ตอนนี้ข้างๆฉันมีเถื่อนที่คอยจับมืออยู่ไม่ห่าง “อีกนิดเดียวแล้วข้าว” เถื่อนพูดขึ
“ขอเมียทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครไม่ได้ แต่ไม่ต้องคิดมากนะทั้งหมดนี้อะเงินกู” เพราะทุกอย่างที่เตรียมมาในวันนี้เป็นทรัพย์สินของผมทุกอย่าง“ขอบคุณนะ” ข้าวเจ้าพูดขึ้นทันที“ว่าแต่วันนี้สวยจังพูดให้ชื่นใจหน่อยดิ สวยขนาดนี้เมียใคร” “เมียนายเถื่อน” ผมยกยิ้มขึ้นทันทีกับคำตอบของข้าวเจ้า “ตาเถื่อนสวมแหวนให้หนูข้าวสิลูก” ม๊าผมพูดขึ้นอีกครั้ง จากนั้นผมก็หยิบแหวนก่อนที่บรรจงสวมไปที่นิ้วนางข้างซ้ายและจูบลงบนหลังมืออย่างเบาแผ่ว“ไหว้ขอบคุณด้วยข้าวเจ้า” ข้าวเจ้าก้มกราบลงบนตักของผมตามคำพูดของคุณแม่พร้อมกับผมที่ก้มตัวลงหอมลงที่แผ่นหลังเนียน “ขอบคุณนะเถื่อน”“ขอบคุณเหมือนกันนะ”คงไม่มีอะไรมากกว่าการขอบคุณอีกแล้ว ขอบคุณที่เราเกิดมาคู่กัน ขอบคุณที่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ขอบคุณที่ตอนนี้เรากำลังมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ขอบคุณตัวเล็กในท้องของข้าวเจ้าที่กำลังเข้ามาเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้เราทั้งคู่ “เหนื่อยไหม”“เหนื่อยแต่ก็มีความสุขมากเหมือนกัน”“กูมีความสุขเหมือนกัน มานี่เถื่อนถอดชุดให้” ผมพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข้าวเจ้าที่ตรงเข้ามา ผมบรรจงถอดชุดแต่งงานออกจากร่างกายคนตรงหน้าและไม่ลืมที่จะหอมไปตรงหัวไหล่มนต์
“ข้าวว่าไม่ดีมั้งคะ” เสียงของข้าวเจ้าดังขึ้นทันที“เร็วไปหรอ” เพราะสำหรับผมกับคนที่รอแต่งมาถึงสี่ปีเวลาห้าเดือนมันช้าไปด้วยซ้ำ “ช้าไปค่ะ”“รออีกห้าเดือนคงไม่ไหวถึงตอนนั้นท้องข้าวคงจะโตก่อนพอดี”“ทะ..ท้องโต” ผมทวนคำพูดของข้าวเจ้าที่พึ่งพูดออกมาเมื่อกี้ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “นี่อย่าบอกนะว่าข้าวเจ้าของแม่ท้อง” เสียงคุณแม่ของข้าวพูดขึ้น“ข้าวท้องค่ะทุกคน” ข้าวเจ้าพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าสวยที่ยิ้มกว้าง ท้องหรอ ใช่...ข้าวกำลังท้อง ผมกำลังจะมีลูก “ทะ..ท้องจริงๆหรอ” ผมถามขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ส่วนข้าวเจ้าเธอก็จับมือผมไปวางไว้ที่หน้าท้องแบนราบของตัวเอง “จริงสิในนี้มีตัวเล็กอยู่นะ”ความรู้สึกของผมตอนนี้มันอธิบายไม่ถูกทั้งดีใจและตื่นเต้นเพราะสิ่งที่ผมรอเกิดขึ้นแล้ว“ป๊าม๊าเถื่อนกำลังมีลูก” “คุณพ่อคุณแม่ครับ ข้าวเจ้าท้องแล้ว” “เฮียข้าวเจ้าท้อง”“เจ๊ข้าวเจ้าท้องแล้ว”“เรนเดียร์หนูมีน้องแล้วนะ” ผมพูดขึ้นบอกกับทุกคนด้วยอาการตื่นเต้น “ข้าวมึงท้องจริงๆใช่ไหม” ผมถามขึ้นอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ“จริงสิถึงบอกไงว่าห้าเดือนช้าไป”“ดีใจมากๆเลยวะ” ผมพูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะกอดข้าวเจ้าไว้ทันที
“งั้นก็เป็นสิ เป็นแฟนกับกู” นายเถื่อนพูดขึ้นทำฉันตัวแข็งทื่อ“ขอกันง่ายๆแบบนี้รู้จักฉันดีแล้วหรอ” ฉันถามนายเถื่อนออกไปตรงๆเราสองคนเจอกันแค่สองวันรู้จักแค่ชื่อไม่มีการศึกษาอะไรใดๆเกิดขึ้น แต่ทำไมเขานายคนนี้ถึงเอ่ยปากขอฉันเป็นแฟน “กูชอบมึงทีนี้มึงเป็นแฟนกูได้ยัง” เหมือนนายเถื่ิอนจะไม่เข้าใจในสิ่งที
“ไม่ได้หมายถึงข้าว แต่หมายถึงมึง” ผมพูดจบคนข้างหลังก็นั่งตัวแข็งทื่อตลอดทาง ผมขับรถเข้ามาจอดที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากโรงเรียนของเธอมากนัก จริงๆผมหิวข้าวแหละแต่ที่พูดไปแบบนั้นเพื่อจะแกล้งๆข้าวเจ้าเฉยๆ แต่ถ้าได้จริงก็เอาครับสวยขนาดนี้ใครไม่เอาก็แปลก เสียอย่างเดียวพยศไปนิด“จะไปไหน” หลังจากผมก้มลงถอ
ทันทีที่นายเถื่อนอะไรนั้นออกจากห้องฉันไปมันทำให้ฉันรู้สึกโล่งอกมากแต่ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นเพราะฉันดันมาเสียจูบแรกให้กับเขาคิดแล้วอยากจะบ้าตาย“หงุดหงิด” ฉันบ่นกับตัวเองคนเดียวโดยอาการหงุดหงิดก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำเพื่อที่จะจัดการกับร่างกายตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงครึ่งฉันกำลังยืนรอมอไซต์วินอยู่หน้าคอ
“คอนโดเอ็กซ์” ไม่ทันจะต้องถามคนข้างหลังก็พูดขึ้นมาเสียดื้อๆเออดีเหมือนกันเพราะผมก็อยู่ที่นี่ซึ่งผมก็ไม่ต้องเสียเวลาหลังจากที่มาถึงผมก็ขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถที่ประจำทันที“ที่จริงส่งหน้าคอนโดก็ได้นะ” เธอพูดขึ้นพร้อมกับลงจากรถส่วนผมก็หยิบถุงยาที่หิ้วอยู่หน้ารถและเดินตามคนตรงหน้ามาที่ลิฟต์ทันที“ต







