Se connecterตั้งแต่นายเถื่อนออกจากห้องไปฉันก็รีบตัดการใส่เสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยทันที คิดแล้วอายเป็นบ้า ร่างกายของฉันนายเถื่อนเห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากรู้ถึงไหนคงอายถึงนั้นไม่น่าหลวมตัวเลย อีข้าวเอ้ยอยากจะฟาดตัวเองด้วยไม้เรียว
ก็อก ก็อก ก็อก ฉันเดินไปเปิดประตูโดนไม่ดูตาแมว ทันทีที่เปิดออกคนตรงหน้าของฉันคือนายเถื่อน “เอ่ออ” ฉันอั้มอึ้งเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดีนึกถึงเหตุผลเมื่อกี้หน้าก็ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง “ไปอาบน้ำจะพาไปกินข้าว” นายเถื่อนพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องราวกับเป็นห้องของตัวเอง “ไปไหน” ฉันถามขึ้นอีกครั้ง อยู่ๆก็มาชวนโดยไม่บอกอะไรแบบนี้ “ไปกินข้าวฟังไม่รู้เรื่องหรือไง” นายเถื่อนตอบกลับมาพร้อมน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่ารำคาญฉันแน่ๆ “ที่ไหนละ” เพราะที่ฉันถามคือฉันอยากรู้ว่านายคนนี้จะพาฉันไปที่ไหน รู้ตั้งแต่แรกที่พูดออกมาจากปากว่ากินข้าวแต่กินที่ไหนละ “มึงอยากไปที่ไหนก็คิดเอาแล้วไปอาบน้ำก่อนที่กูจะไปอาบให้” ประโยคแรกเหมือนใจดีแต่ประโยคหลังไม่ต้องพูดถึงฉันไม่ตอบอะไรกลับไปเดินตรงเข้าห้องไปอาบน้ำเพราะฉันเชื่อแล้วว่านายเถื่อนทำจริงแน่นอน ภายในเวลาไม่นานฉันก็ออกมาในชุดที่สบายๆ เสื้อยืดกางเกงขาสั้นชุดประจำที่ฉันชอบใส่ “กางเกงหรือผ้าเช็ดตีน” นายเถื่อนทักขึ้นทันทีเมื่อฉันเดินออกมาจากห้อง “ผ้าเช็ดตีนบ้านนายสิ” ฉันพูดอีกครั้งกล้านักมาว่ากางเกงของฉันตัวนี้ซื้อมาตั้งแพงกล้ามากที่มาเทียบกางเกงของฉันกับผ้าเช็ดตีน “สั้นขนาดนี้มึงจะใส่ไปอ่อยใคร” นายเถื่อนไม่พูดเปล่าแถมยังเดินมาใกล้ๆฉันอีกด้วย “กะ...ก็ใส่ปกติน่า” น้ำเสียงกระตุกๆของฉันดังขึ้นทันทีเพราะนายเถื่อนเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ “ไปเปลี่ยน” นายเถื่อนพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “ไปเลยเหอะฉันหิวนะ” ฉันพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นทันทีเพราะปกติฉันก็ใส่ของฉันแบบนี้อยู่แล้ว “อย่าให้กูได้เป็นผัวนะกูจะเผาทิ้งให้หมด” พูดจบก็เดินนำฉันออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้ฉันยืนยิ้มกับคำพูดของเขาอยู่คนเดียว ข้อดีของนายเถื่อนคือถึงปากจะหมาแต่ก็ทำให้เขินได้ “มึงจะกินอะไร” นายเถื่อนถามขึ้นอีกครั้งขณะที่เราสองคนกำลังลงลิฟต์ “อยากกินอาหารตามสั่งใต้คอนโด” ฉันตอบกลับไปนายเถื่อนที่เดินออกจากลิฟต์เป็นคนแรกก็พยักหน้าเป็นอันรับรู้ เมื่อเข้ามาถึงร้านฉันก็เลือกโต๊ะแล้วเดินเข้าไปนั่งทันทีส่วนนายเถื่อนก็เดิมตามมาติดๆ “อ้าวไอ้เถื่อน” เสียงผู้ชายโต๊ะข้างๆทักขึ้น “เห้ยทำไมสภาพงี้” ผู้ชายโต๊ะข้างๆคนเดิมถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นแผลบนใบหน้าของนายเถื่อน “กูไปช่วยไอ้แบงค์มาจากลูกน้องไอ้กรณ์” นายเถื่อนตอบกลับไปทันที “ไม่บอกว่ะจะได้แจม” โต๊ะข้างๆพูดอีกครั้ง ฉันไม่ได้สนใจบทสนทนาของเขาหรอกนะแค่มันได้ยินเฉยๆเพราะโต๊ะเราติดกัน “ทำปากดีไอ้ชิมวันก่อนยังมาเรียกกูให้ไปช่วยอยู่เลย” นายเถื่อนพูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะเดินมานั่งข้างฉัน “เมียมึง” ผู้ชายที่ชื่อชิมถามขึ้นอีกครั้ง “มะ..ไม่ใช่ค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธทันทีเพราะฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายเถื่อนสักหน่อย “เออใช่” ฉันหันหน้ามองนายเถื่อนตาขวางทันที “เหี้ยไรกันแน่” ผู้ชายที่ชิมพูดขึ้นอีกครั้งมองฉันกับนายเถื่อนสลับกันไปมา “เมียกู” นายเถื่อนพูดย้ำอีกครั้งและดูเหมือนเสียงของนายเถื่อนจะดังจนผู้ชายที่มองฉันอยู่หันกลับไปหมด ฉันไม่ได้คิดไปเองแต่นายเถื่อนกำลังห่วงฉันอยู่จริงๆ เพราะไม่ใช่แค่คำพูดของนายเถื่อนเท่านั้นแต่สายตาของนายเถื่อนยังไล่มองผู้ชายทุกคนในที่นี่อยู่ด้วย “กูไม่น่าให้มึงใส่กางเกงตัวนี้มาเลยหงุดหงิดฉิบหาย” นายเถื่อนพูดขึ้นพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นดื่มส่วนคิ้วก็ขมวดกันเป็นปมท่าทางหงุดหงิดแบบนี้เขากำลังหึงฉัน “มีอะไรน่าหงุดหงิดนายคิดไปเอง” ฉันพูดขึ้นทันที “เห็นไหมว่าพวกมันมองมึง” นายเถื่อนพูดพร้อมกวาดสายตาไปทั่วร้าน หน้าตาเถื่อนๆสายตาโหดๆทำผู้ชายทุกคนต้องก้มหน้าหนี “อย่าไปสนใจสิ ฉันเดินไปเอาข้าวก่อนนะ” ฉันตอบกลับไปทันทีเมื่อเห็นว่าข้าวของเราได้แล้ว “กางเกงก็สั้นยังอยากเสือกจะเดินนั่งนี่เดี๋ยวกูไปเอาเอง” พูดจบนายเถื่อนก็ลุกเดินไปเอาข้าวทันที หลังจากกินข้าวใต้คอนโดเสร็จฉันก็ยื่นอยู่หน้าคอนโดก่อนจะพูดขึ้น “กลับบ้านนายไปได้แล้ว” ฉันพูดขึ้นทันที “ขอนอนด้วย” นายเถื่อนตอบกลับมาทันที “บ้าหรือเปล่าจะมาขอนอนด้วยทำไมดูก็ไม่เจ็บแผลแล้ว” ฉันพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมไล่มองแผลนายเถื่อนที่ไม่ค่อยจะบวมช้ำสักเท่าไหร่ “โอ้ย…เจ็บแผลขึ้นทันทีเลย” นายเถื่อนพูดพร้อมกับทำท่าเอามือจับแผลบอกคำเดียว... “ปลอมมาก” ฉันพูดพร้อมกับเดินเข้ามาในลิฟต์ทันที “ตามมาทำไมอีกเนี่ย” ฉันถามนายเถื่อนอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาตามฉันเข้ามาในลิฟต์ “ไปห้องกู” นายเถื่อนพูดจบก็กดลิฟต์ไปที่ชั้นสามสิบ ห้องกูที่นายเถื่อนหมายถึงอยู่ที่นี่หรอ คือยังไงแล้วมาขอนอนกับฉันทำไมนายเถื่อนนายคนนี้มันเจ้าแผนการที่สุด “อยู่ที่นี่แล้วมาขอนอนห้องฉันทำไมทำเหมือนบ้านตัวเองไกลนักไกลหนา” ฉันพูดขึ้นทันทีเมื่อเข้ามาถึงห้องนายเถื่อนจะว่าไปห้องนายคนนี้สวยมา และกว้างกว่าห้องของฉันมากและพึ่งสังเกตว่าชั้นสามสิบมีแค่สองห้องเท่านั้นคือรวยไปไหนอะ “ก็บอกว่าอยากนอนด้วยแต่มึงไม่ให้นอนงั้นมานอนห้องกูละกันตามสบายนะคิดว่าห้องตัวเอง” ในเมื่อเจ้าของห้องอนุญาตฉันก็เดินสำรวจทันทีห้องฉันที่ว่าวิวสวยแล้วเจอห้องนายเถื่อนเข้าไปวิวสวยกว่ามากยิ่งบรรยากาศยามเย็นแบบนี้ท่ามกลางแสงไฟจากเสาไฟบนถนนและไฟต่างๆของตึกมันสวยมาก “ห้องกูวิวดีถ้าชอบก็ย้ายมาอยู่ได้” นายเถื่อนพูดขึ้นอีกครั้ง “ฝันเหอะฉันจะกลับละ” ฉันพูดพร้อมกับปลีกตัวออกมา ขืนอยู่ต่อที่นี่ฉันไม่ปลอดภัยแน่ๆ “ค่อยกลับดูหนังกันก่อน” นายเถื่อนพูดพร้อมกับหยิบรีโมทเปิดทีวีเข้า N*****x ก่อนจะนอนลงบนเตียงพร้อมกับเอามือตบเตียงที่ว่างข้างๆเป็นเชิงบอกว่าฉันควรลงมานอนบนเตียงได้แล้ว “แค่ดูหนังมึงจะคิดอะไรมากพรุ่งนี้ก็วันเสาร์ไม่ต้องไปโรงเรียน” นายเถื่อนพูดอีกครั้งฉันจึงจำยอมจะว่าไป ฉันควรเปิดใจให้นายเถื่อนเรื่องความรักฉันควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าเวลาไม่ได้เป็นตัวกำหนดอะไรหากมันใช่ก็คือใช่แต่ยังไงก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาดูใจแต่สำหรับนายเถื่อนฉันก็พูดได้เต็มปากว่าหลายครั้งที่นายเถื่อนทำให้ฉันเขินทำให้ฉันรู้สึกดีแต่ติดที่ว่าเราพึ่งรู้จักกันคำนี้มันค้ำคอสำหรับฉัน จึงไม่สามารถเชื่ออย่างที่นายเถื่อนพูดได้หมดแต่ฉันก็พูดแล้วว่าจะเปิดใจเอาจริงๆก็เปิดมาตั้งแต่วันที่นายเถื่อนเข้ามาในห้องฉันแล้วแหละ เพราะถ้าไม่ชอบไม่สนใจฉันจะยอมแบบนี้หรอ นายเถื่อนเปิด N*****x เรื่องสามร้อยหกสิบห้าวัน “เรื่องนี้หรอ” ฉันถามขึ้นทันทีหนังเรื่องนี้ออกมาสักพักแล้วถ้าถามว่าเคยดูไหมบอกเลยว่าไม่ หนังมันดูอนาจารมากเลยสำหรับฉันแต่ถ้าพูดถึงพระเอกบอกเลยหล่อมาก “เออเรื่องนี้กูไม่เคยดูแต่คนอื่นบอกเด็ด” ❤️ ฝากติดตามกดถูกใจ คอมเมนท์ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ“อยากขึ้นไหม” ตอนนี้ผมอยากขอบคุณไอ้เหี้ยนั้นเสียจริงๆเพราะส่วนนึงก็มาจากมันที่ทำให้ผมกับข้าวเจ้ากำลังบรรเลงบทรักกันอยู่“ขึ้นไม่เป็น” เธอกลับมาทันทีแน่นอนว่าของแบบนี้ไม่ใช่ปัญหา “เดี๋ยวสอน” ผมพูดขึ้นจากนั้นก็พาข้าวเจ้ามาที่เตียงผมจับให้ข้าวเจ้านั่งบนตัวผม “ขยับตัวขึ้นแบบนี้” ผมพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยกสะโพกคนตรงหน้าขึ้น“ขึ้นลงแบบนั้นแหละ…อ่า” เรียกว่าเรียนรู้เร็วก็ว่าได้ เพราะตอนนี้ข้าวเจ้ากำลังบดเอวหวานอยู่บนตัวของผม “อ่า…แบบนั้น…บดลงมาเลย” ผมพูดขึ้นต่อทันทีส่วนสองมือก็จับเข้าที่เอวคอดของคนตัวเล็ก “อ่า..อ๊ะ…เถื่อนเสียว” “อ่า…เสียวเหมือนกัน” ผมพูดขึ้นทันทีเพราะตอนนี้ผมรู้เสียวมากจริงๆ ไม่อยากเชื่อว่านี่คือครั้งแรกของข้าวเจ้าเพราะเธอกำลังบดเอวหวานของบนตัวผมมันทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ “หยุดทำไมเหนื่อยหรอ” ผมถามขึ้นทันทีเมื่อข้าวเจ้าที่กำลังบดเอวหวานอยู่ๆก็นอนซบลงบนตัวผม“หรือเสร็จ” แน่นอนว่าเธอเสร็จแน่ๆ เพราะผมรับรู้ได้เลยว่าช่วงล่างแนบติดกันของเรามันมีน้ำไหลออกมา“เหนื่อยแล้วอะเถื่อน อยากนอนแล้ว” ข้าวเจ้าตอบกลับมาทันที“นอนไปกูทำเอง” พูดจบผมก็จับข้าวเจ้าให้นอนลงด้านล่าง ส่วนผมก็ขึ้น
“สัญญามาถ้ากูทำมึงจะไม่โกรธไม่เกลียดกู” “สัญญา” “หวังว่าเช้ามามึงจะจำคำพูดของตัวเองได้นะข้าวเจ้า” พูดจบผมก็ผลักร่างบางของข้าวเจ้าให้นอนลงบนเตียงก่อนจะปรายตามองร่างกายสวยที่ตอนนี้เปลื่อยเปล่าตรงหน้าผมอย่างไร้ที่ติ พินิจพิจารณามองร่างกายของเธออีกครั้ง ข้าวเจ้าจัดว่าเป็นคนหุ่นดีเลยทีเดียว สัดส่วนทุกอย่างดูดีไปหมดและสวยไปหมดทั่วทั้งตัวผมขึ้นค่อมร่างบางของข้าวเจ้าไว้ก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกค่อยๆเริ่มจากการจูบแน่นอนว่าข้าวเจ้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีอาจจะเพราะฤทธิ์ยาที่มีอยู่ด้วยก็ว่าได้ เธอเปิดปากให้ผมได้เข้าไปตักตวงความหวานภายในปาก ผมเริ่มรุกหนักขึ้นโดยการใช้ลิ้นของตัวเองหยอกล้อกับลิ้นเล็กส่วนข้าวเจ้าเองก็สู้ไม่ถอยเธอใช้ลิ้นหยอกล้อผมกลับเช่นกัน เราสองคนจูบกันเนิ่นนานสลับกันขมเม้มริมฝีปากไปมาถึงมันจะดูเก้ๆกังๆแต่จูบรสนี้ผมทำรู้สึกดีไม่นอน ผมผละจูบออกก่อนจะค่อยๆจูบลงมาตามลำคอขบเม้มทำรอยรักสีดอกกุหลาบไว้ที่ลำคอให้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเรื่องจริงจะหาว่าโรคจิตก็ได้แต่ผู้หญิงของผม ผมให้ไม่อยากมีที่หมาตัวไหนมามองมายุ่งวุ่นวายผมลากลิ้นร้อนจากลำคอมาลงมาถึงหน้าอกอวบของร่างบางก
หลังจากที่เถื่อนให้ฉันลงไปข้างล่าง ฉันก็ขยับโยกย้ายร่างกายโดยที่ไม่สนใจใคร เพลงที่นี่ดีมากฉันโยกตามได้ทุกจังหวะของเพลง มีบ้างที่ฉันรู้สึกว่ามีคนมาโดนเนื้อโดนตัวแต่ก็เข้าใจได้เพราะที่แบบนี้มือไม้ก็ต้องมาโดนกันอยู่แล้วจนกระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งเต้นมาชนฉัน “ขอโทษครับ” เขากล่าวขอโทษขึ้นทันที“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบและไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก พร้อมกับหันมาเต้นต่อ“มากับใครหรอครับ” เขาถามฉันขึ้นอีกครั้ง“มากับแฟนค่ะ” ฉันตอบกลับไปทันทีเพราะการที่เข้ามาทักกันแบบนี้ก็ไม่ได้จะทักเฉยๆหรอกจริงไหม“แล้วไหนแฟนหรอครับ” เขาถามขึ้นอีกครั้ง“แฟนนั่งอยู่ข้างบนค่ะ” ฉันตอบกลับพร้อมกับชี้ไปยังด้านบนที่เถื่อนนั่งอยู่ แต่เถื่อนคงจะไม่เห็นฉันเพราะตอนนี้เถื่อนกำลังคุยกับพี่แบงค์ที่กำลังยืนอยู่“ไม่มีแฟนก็บอกผมมาเถอะครับ ผมอยากเป็นแฟนคุณนะครับคนสวย” เขาพูดขึ้นอีกครั้งก่อนทำท่าจะเดินมาใกล้ๆฉัน “มีแฟนแล้วค่ะแล้วก็เลิกยุ่งกับฉันนะคะ” ฉันพูดแบบตัดบทสนทนาเพราะตอนนี้ฉันรู้สึกรำคาญคนตรงหน้าสุดมากๆ ไม่รู้จักก็ไม่รู้จักยังจะมาทำตัวอยากสนิทสนมกันอีก “งั้นดื่มแก้วนี้ก่อนแล้วผมจะเลิกยุ่ง” เขาพูดขึ้นพร้อมกับรับแก้วจากเพื่อนที่อ
“ชุดอะไรของมึงวะข้าว” ผมทักขึ้นทันทีด้วยอาการหงุดหงิดเพราะชุดที่ข้าวเจ้าใส่มันโป๊มาก “ก็ชุดไปเที่ยวไงเถื่อน” ข้าวเจ้าพูดพร้อมกับลุกจากโต๊ะแป้งมาทางผมก่อนจะหมุนตัวเองให้ผมดูสองสามรอบ บอกเลยว่าข้าวเจ้าใส่ชุดนี้แล้วมันสวยมาก แน่นอนว่าผมไม่อยากให้เธอใส่ออกไปข้างนอกเพราะมันคงเรียกสายตาคนรอบข้างได้มากเลยแหละ“มึงไปเปลี่ยนเลยนะข้าว” ผมพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ประตูห้องเป็นเชิงบอกให้เดินกลับไป “ไม่เอาไม่เปลี่ยนไปเที่ยวทั้งทีจะให้ใส่คอเต่าไปรึไง” คนตรงหน้าเหมือนไม่สนใจคำพูดผมสักนิดเธอนั่งลงข้างๆผมทันที“คอเต่าก็ดีไปเปลี่ยนซะ” ผมพูดพร้อมกดเสียงลงต่ำกว่าเดิมเผื่อจะฟังกันบ้างขืนข้าวเจ้าไปชุดนี้ผมหัวเสียแน่ๆ“ไม่เอาไม่เปลี่ยนนะเถื่อน” เธอพูดขึ้นพร้อมกับลากแขนผมเพื่อที่จะพาออกจากห้อง “ไม่เปลี่ยนก็ไม่ไปถ้าจะไปก็ไปเปลี่ยน” ผมขืนตัวเองโดยนั่งลงบนโซฟาที่เดิม ส่วนข้าวเจ้าที่เห็นว่าผมไม่ยอมเธอก็เดินไปยังห้องนอนอีกครั้ง “มันต่างกันตรงไหนวะ” เพราะเธอออกมาโดยชุดเกาะอกสีแดงชุดนี้ดูเซ็กซี่ยิ่งกว่าเก่าอีก“ก็อยากให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนแล้วนี่ไง เรารีบไปกันเถอะจะสี่ทุ่มแล้วนะ” ผมก้มมองนาฬิกาตามที่ข้าวเจ้าพูดทันท
“กูจ่ายให้ มึงอยากได้อะไรก็หยิบเลยแต่ถ้าให้กูช่วยเลือกคงช่วยไม่ได้เพราะงั้นมึงเลือกเองแล้วเอาเงินกูไปจ่าย” พูดจบเถื่อนก็ยัดกระเป๋าเงินใส่มือฉันก่อนจะเดินออกไปนอกร้านทันที ส่วนฉันก็ไม่อิดออดรับมาแต่โดยดี ถ้านี่คือการคือการง้อในกระเป๋ามีเท่าไหร่ฉันก็จะใช้ และก็จะไม่มีการเกรงใจอะไรทั้งนั้นเพราะอะไรที่เป็นของฟรีฉันชอบ“ช่วยถือหน่อยดิ” หลังจากที่ฉันออกจากร้านถุงต่างๆฉันก็ส่งให้เถื่อนทันที แน่นอนว่าเขารับมันไปแต่โดยดีแต่สายตาก็มองฉันอย่างอึ้งๆ“มึงเหมาร้านหรอวะ” เถื่อนพูดขึ้นอีกครั้ง“กลัวเงินหมดหรอ” ฉันถามขึ้นทันทีพร้อมกับส่งกระเป๋าเงินคืนนายเถื่อน“กลัวมึงใช้ไม่พอต่างหาก” ฉันยกยิ้มกับความสายเปย์ของนายคนนี้ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมารับกระเป๋าเงินจากฉัน“จะเอาอะไรอีกไหมไม่เอาจะได้กลับ” เขาถามฉันขึ้นต่อทันทีก่อนที่มือหนาจะทำท่าจะจับมือฉัน “ไม่ละเดี๋ยวฉันกลับเอง” ฉันตอบปฏิเสธทันทีเพราะใจจริงก็ไม่ได้อยากจะกลับกับเถื่อนหรอก“อย่าเยอะกลับด้วยกันนี่แหละกูเป็นห่วง” พูดจบเถื่อนก็จับมือฉันพร้อมพาฉันตรงมายังลานจอดรถทันที “เอาคันนี้มาแล้วจะกลับยังไงของเยอะแยะ” ฉันถามขึ้นทันทีเพราะของฉันเยอะมากและรถที่
“แรดวะมีกูคนเดียวไม่พอรึไง” ผมพูดขึ้นทันทีเมื่อไอ้พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารเดินออกไป“แล้วไงอะเป็นไรกันหรอ” ข้าวเจ้าตอบกลับมาพร้อมมองหน้าผมอย่างเอาเรื่อง“ใจเย็นอีข้าวมีไรคุยกันดีๆ” เพื่อนของข้าวเจ้าพูดทันที ผมจำได้เธอสองคนนี้ได้เพราะคือคนที่ผมเจอตอนไปรับข้าวเจ้าหน้าโรงเรียน“เอออีข้าวมีไรค่อยๆคุยดิคนมองแล้ว” เพื่อนอีกคนของเธอพูดขึ้นอีกครั้งเป็นการเสริมทัพ“กูไม่อยากคุยกับแม่ง” ข้าวเจ้าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าอารมณ์ของเธอไม่ค่อยดีนัก “อย่ามาประชดถามหน่อยว่าตั้งแต่มากับพวกกูนี่ หน้ามึงมีความสุขมากมั้งอย่ามาทำตัวแบบนี้มีเรื่องอะไรก็ไปคุยอย่าให้กูด่า” เพื่อนของเธอพูดขึ้นอีกครั้งทำเอาสีหน้าของข้าวเจ้าแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด“พี่เอามันไปเลยค่ะ” ทันทีที่เพื่อนของข้าวเจ้าพูดจบ ผมก็เอื้อมมือจะไปจับมือเธอเพื่อจะพาเดินมาออกมาทันที แต่คนพยศอย่างข้าวเจ้ามีหรอจะยอมเธอสะบัดมือออกเหมือนตอนแรก “ไม่ต้องจับมีอะไรจะคุยก็คุยตรงนี้” ข้าวเจ้าพูดขึ้นพร้อมกับสองแขนยกขึ้นกอดอกมองผม“กลับไปคุยที่คอนโด” ผมพูดทันทีเพราะการจะมาคุยเรื่องของเราที่นี่มันก็ไม่ใช่เรื่อง“คุยที่นี่ฉันไม่ไว้ใจนายขนาดที่จะไปนั่งคุ







