Masukบ้านกฤติน
เจ้าของร่างบอบบางที่กฤตินบอกให้คนใช้ไปตามเมื่อครู่เดินมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาหรู ซึ่งมีกฤตินกับมยุริญนั่งระบายยิ้มบางๆอยู่เคียงข้างกัน เรนนี่เรียกพวกเขาว่าลุงตินกับป้ายุ "ลุงกับป้ามีเรื่องอยากจะขอให้หนูช่วยหน่อยน่ะ" เมื่อเรนนี่นั่งเรียบร้อยแล้วกฤตินก็เอ่ยขึ้นทันทีอย่างไม่ให้เสียเวลา "ลุงตินกับป้ายุต้องการให้เรนช่วยอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ" เรียวปากสีชมพูอ่อนเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม "ลุงกับป้าอยากให้หนูช่วยแต่งงานกับคาลอสน่ะ" กฤตินบอกออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อน "..." เธอถึงกับเบิกตากว้างพร้อมกับนิ่งไปจนพูดไม่ออกเมื่อสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยคาดคิดเลย ลุงตินจะให้เธอแต่งงานกับลูกชายของท่านที่มีใบหน้าดุดันงั้นเหรอ หกปีที่เธอมาอาศัยอยู่ที่นี่ เธอได้เจอคุณคาลอสนับครั้งได้ เพราะเธอรู้กับป้ายุว่าเขาออกไปอยู่คอนโดตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง หลายเดือนเขาจะกลับมาบ้านครั้งนึง ทุกครั้งที่คุณคาลอสเข้ามาที่นี่ เมื่อเธอเห็นเขาเธอจะหลบหน้าเขาและหนีเข้าไปอยู่ในห้องทุกครั้ง เนื่องจากสายตาของเขาที่มองเธอนั้นไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เธอเจอเขาครั้งแรกตอนที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งเดือน สายตาที่เขามองเธอนั้นดูจะไม่ชอบเธอเอามากๆ หลังจากนั้นพอเธอเห็นเขากลับมาบ้านเธอจะรีบหลบเข้าไปอยู่ในห้องทันที จนกว่าเขาจะกลับเธอถึงจะออกจากห้อง "ลุงกับป้าจะไม่ขออะไรหนูเลย สิ่งเดียวที่ลุงกับป้าอยากได้จากหนูก็คืออยากให้หนูแต่งงานกับคาลอสเท่านั้น" กฤตินเอ่ยออกไปโดยในความหมายนั้นเหมือนกับเป็นการบังคับอยู่กลายๆ เขาจำเป็นต้องจับเด็กสาวที่เขาเลี้ยงดูมาคลุมถุงชนกับลูกชายของตัวเอง เพราะเขาอยากให้ลูกชายเลิกมั่วผู้หญิงเสียที เนื่องจากเขากลัวว่าลูกชายเกิดพลาดไปทำพวกผู้หญิงเหล่านั้นท้องขึ้นมามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงจะรู้ว่าลูกชายของตัวเองจะป้องกัน แต่เรื่องแบบนี้จะเอาแน่เอานอนก็ไม่ได้ เขาไม่อยากมีหลานที่เกิดจากผู้หญิงขายบริการเหล่านั้น ดังนั้นวิธีการคลุมถุงชนนี่แหละเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่ได้รักกัน แต่เขาคิดว่าต่อไปทั้งสองคงจะรักกันได้ กฤตินอยากให้คาลอสได้เป็นฝั่งเป็นฝา ที่สำคัญอยากให้ลูกชายลืมคนรักเก่าเสียที กฤตินรู้ว่าคาลอสยังรอคนรักให้กลับมาหาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการบังคับให้แต่งงานกับเรนนี่นี่แหละเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เพราะมันอาจจะทำให้ลูกชายลืมคนรักเก่าได้สักที "..." เธอเม้มปากด้วยความรู้สึกกดดันกับคำพูดของลุงติน พลางคิดในใจว่าเธอจะต้องแต่งงานกับคุณคาลอสหน้าโหดอย่างนั้นน่ะเหรอ ถ้าเธอจะปฏิเสธว่าไม่อยากแต่งล่ะจะได้ไหม เพราะเธอไม่อยากอยู่กับเขาแม้แต่วินาทีเดียว แม้แต่หน้าของเขาเธอก็ไม่กล้ามอง แล้วจะต้องให้ไปแต่งงานกับเขาเหรอ "หนูอย่าปฏิเสธลุงกับป้าเลยนะ" เขารู้ว่าเด็กสาวมีความรู้สึกอย่างไร แต่ในเมื่อเขาต้องการให้ลูกชายเลิกทำตัวเสเพลเสียที เพราะหลายปีมาแล้วที่คาลอสทำตัวแบบนั้น ดังนั้นวิธีนี้แหละดีที่สุดแล้ว เขากับภรรยาได้คุยปรึกษาเรื่องนี้มาหลายเดือนแล้ว จนได้ข้อสรุปว่าจำเป็นต้องบังคับให้ทั้งสองได้แต่งงานกัน "แต่งงานกับคาลอสนะเรนนี่" เมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีท่าทีลำบากใจ มยุริญจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางใบหน้ายิ้มแย้มใจดีตามประสาของนาง ก่อนเจ้าของใบหน้าเรียวใสที่มีสีหน้าอึดอัดจะเอ่ยถามออกไป "แล้ว...คุณคาลอสว่ายังไงบ้างคะ" เธอจะกลัวก็แต่เขาที่มีใบหน้าบึ้งตึงกับเธอทุกครั้งที่เห็นเธอนั่นแหละ "เรื่องนี้คาลอสยังไม่รู้ ตอนเย็นลุงจะโทรให้คาลอสเข้ามาที่บ้านเพื่อที่จะได้คุยเรื่องนี้กัน" กฤตินบอกออกไป "..." เธอนิ่งพลางคิดในใจว่านี่เขายังไม่รู้หรอกเหรอว่าจะต้องแต่งงานกับเธอ แล้วถ้าเกิดเขารู้ว่าจะต้องแต่งงานกับเธอล่ะแล้วเขาจะเป็นยังไงบ้าง แต่ถ้าให้เธอเดาเขาคงโกรธมากแน่ๆ ก่อนที่กฤตินจะเอ่ยขึ้น "เอาเป็นว่าหนูตกลงแต่งงานกับคาลอสนะเรนนี่" "ตกลงค่ะลุงติน" เธอตอบรับออกไปอย่างไม่เต็มเสียง ใจจริงเธออยากจะบอกว่าไม่อยากแต่งงานกับคุณคาลอส แต่ด้วยความรู้สึกเกรงใจจึงไม่กล้าปฏิเสธออกไป ก็ในเมื่อลุงตินพูดดักคอเธอเมื่อครู่ว่าไม่ให้เธอปฏิเสธ แล้วจะให้เธอปฏิเสธไปอย่างนั้นเหรอหนึ่งปีต่อมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่คาลอสจะเข้าออกในคอนโดของเรนนี่ เขาเข้ามาอยู่กับเธอในคอนโดทุกวัน พอสามสี่ทุ่มเขาจึงกลับขึ้นเพ้นท์เฮาส์ของเขาไปหนึ่งปีที่ทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งสองจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งใครมองก็คงคิดว่าเป็นแฟนกัน คาลอสคิดอยู่ทุกวันว่าอยากจะขอเธอแต่งงาน แต่ก็รู้สึกเกรงใจคนตัวเล็ก เขายังมีความเกรงกลัวเธออยู่ไม่น้อย เนื่องจากตัวเองเคยทำไม่ดีกับเธอมาก่อนในระยะเวลาหนึ่งปีที่เธอกลับมาเจอเขา เธอมีความรู้สึกดีๆต่อเขามากกว่าเมื่อสี่ปีก่อน เพราะเขาปฏิบัติดีต่อเธอจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวกับเขา เธอจึงอยากให้โอกาสและกลับไปใช้ชีวิตกับเขาอีกครั้งเธอคิดว่าคนเราต่างก็เคยทำผิดมาแล้วทั้งนั้น จะผิดมากหรือผิดน้อยแล้วแต่คน แต่เธอเชื่อแน่ว่าทุกคนเคยทำผิดพลาด แต่ถ้าใครที่รู้ว่าตัวเองทำผิดแล้วพร้อมจะกลับตัวและแก้ไข นั่นสิคือสิ่งสำคัญ แต่ถ้ารู้แล้วว่าตัวเองผิดแต่ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง คนแบบนั้นสิไม่ควรให้อภัยห้องนั่งเล่นคาลอสที่นั่งอยู่ข้างคนตัวเล็กรวบรวมความกล้าแล้วหันหน้าไปหายังร่างบางที่เหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ก็เอ่ยออกไปด้วยท่าทีที่ยังเกรงใจเธออยู่"เรน...""คะ" เธอที่ก
ห้างสรรพสินค้าเมื่อชายหนุ่มลงจากรถ ขายาวก็เดินอ้อมรถมาทางฝั่งที่ร่างบางยืนอยู่ มือใหญ่เอื้อมไปจับมือเล็กพลางสอดปลายนิ้วของตัวเองเข้าไประหว่างนิ้วของเธอและประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น เรนนี่เงยหน้ามองคนตัวสูงพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังคาลอสพาหญิงสาวที่ตัวเองรักเข้าไปในร้านอาหาร เขาจัดแจงให้เจ้าของร่างบอบบางนั่ง จากนั้นเขาจึงหย่อนกายนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดูแล้วหันถามยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเอาใจใส่"เรนเลือกเลยว่าอยากกินอะไร" คาลอสเอ่ยพร้อมกับยื่นเมนูอาหารให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือสวยรับเมนูไปดูแล้วเปิดทีละหน้าไปเรื่อยๆพลางกวาดสายตามองรายการอาหารอย่างช้าๆ ในขณะที่นัยน์ตาคมของร่างสูงจดจ้องไปยังใบหน้าสวยหวานอย่างไม่อยากจะละสายตา จนกระทั่งเรนนี่ได้เจอของกินที่ตัวเองถูกใจจึงผละสายตาออกจากเมนูหญิงสาวหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างตัวเองก็พบว่าเขาจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยแววตานิ่งที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเสน่หาอยู่ในนั้น คนถูกมองที่เห็นอ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาคาลอสกลับมาอยู่เพ้นท์เฮาส์ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว ส่วนเรนนี่ก็อยู่ในห้องคอนโดของเธอที่กฤตินเป็นคนจัดแจงให้ แต่เธอไม่ได้รู้เลยว่า ชายหนุ่มก็อาศัยอยู่ในเพ้นท์เฮาส์ซึ่งอยู่ในคอนโดนี้เหมือนกันหลังจากที่เขากลับมาจากโรงพยาบาล นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้เจอคนตัวเล็ก จนกระทั่งวันนี้เขาที่อยากเห็นหน้าเธอจึงลงมาหาเธอที่อยู่ชั้นเก้า ส่วนเพ้นเฮ้าส์ของเขาอยู่ชั้นยี่สิบก๊อก ก๊อกเรนนี่ที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินออกมาดู เธอส่องตาแมวจึงเห็นว่าเป็นร่างสูงที่ยืนอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงเปิดประตูแล้วเอ่ยถามออกไป"คุณมีธุระอะไรกับเรนเหรอคะ""พี่จะต้องมีธุระด้วยเหรอถึงจะมาหาเธอได้" ยิ้มอ่อนโยน"ก็ใช่ไงคะ""ขอพี่เข้าไปในห้องของเธอหน่อยได้ไหม""..." เธอมีท่าทีลังเล พลางคิดในใจว่าถ้าเขาเข้ามาทำอะไรเธอเหมือนตอนที่อยู่อพาร์ทเม้นท์ครั้งนั้นอีกล่ะคาลอสที่เห็นท่าทีลังเลของคนตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปให้เธอสบายใจ"พี่จะไม่ทำอะไรเธอเหมือนกับตอนนั้นที่อพาร์ทเม้นท์อีกแล้ว""ถ้าคุณทำแบบนั้นอีก เรนก็จะไม่คุยกับคุณไปตลอดชาติเลยค่ะ" เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง"พี่จะไม่ทำแ
วันต่อมาเรนนี่มาถึงสนามบินในเวลาตอนเที่ยงวัน จากนั้นเธอก็เดินทางไปยังคอนโดหรูที่กฤตินได้จัดแจงไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากที่รู้ว่าเธอจะกลับมาวันนี้เมื่อหญิงสาวเอาข้าวของเข้าไปไว้ในคอนโดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่เขานอนพักรักษาตัวอยู่ห้องพักฟื้นร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นจึงได้เห็นร่างสูงคุ้นเคยที่ไม่ได้เห็นมาสามปีแล้วนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยมีสายน้ำเกลือติดอยู่บนหลังมือหนา เธอที่เห็นอย่างนั้นถึงกับลมหายใจสะดุด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกสงสารเมื่อเห็นร่างกำยำต้องมานอนนิ่งๆไม่ตอบสนองอะไรอยู่บนเตียงเป็นเวลาสองเดือนแล้ว"อ้าวเรนนี่ มาแล้วเหรอ" มยุริญที่นั่งอยู่ข้างกฤตินหันมาเห็นร่างบอบบางของเรนนี่ที่อยู่ในชุดเดรสเรียบหรูดูแพงจึงเอ่ยออกไปทันที ก่อนหญิงสาวจะดึงสติแล้วหันไปยกมือไหว้ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดีด้วยความนอบน้อม"สวัสดีค่ะลุงติน ป้ายุ"กฤตินกับมยุริญพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่กฤตินจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงใจดีอบอุ่นอย่างที่เคย"นั่งเครื่องบินมาเหนื่อยๆ อันที่จริงหนูค่อยเข้ามาพรุ่งนี้ก็ได้นะ""เรนไม่เห
สองปีต่อมาพู่ว!"สุขสันต์วันเกิดนะเรนนี่ วันนี้เธออายุครบยี่สิบสี่ปีแล้วสินะ ฉันขอให้เธอมีความสุขและได้พบเจอกับสิ่งที่ดีๆนะเรนนี่ ฉันขอให้เธอสมหวังกับสิ่งที่เธอปรารถนา" เสียงของคาลอสกล่าวอวยพรไปถึงหญิงสาวที่ตัวเองรัก หลังจากเป่าเทียนที่มีตัวเลขยี่สิบสี่ปักอยู่บนขนมเค้กขนาดสองปอนด์เป็นเวลาสองปีแล้วที่เขาต้องอยู่กับความทุกข์ระทมและความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเดียวดาย ชีวิตความเป็นอยู่ตลอดสองปีมานี้ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะมีความสุข วันเวลาที่หมุนเวียนไปเขามีแต่ความทุกข์และความเศร้า เมื่อคิดว่าไม่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักสองปีที่เธอจากไป เขาเสียน้ำตาให้กับเรนนี่ไม่น้อยเลย เขาคิดตลอดเวลาว่าจะไม่หาใครมาแทนที่เธอแน่นอน เขาจะอยู่แบบนี้ไปจนแก่ตาย เนื่องจากเขาไม่สามารถรักใครได้อีกแล้วนอกจากเรนนี่คนเดียวสามปีต่อมาเป็นเวลาสามปีแล้วที่คาลอสอวยพรวันเกิดให้หญิงสาวที่ตัวเองรักสุดหัวใจพู่ว!เสียงของริมฝีปากหนาเป่าเทียนวันเกิดที่มีตัวเลขยี่สิบห้าพร้อมกับกล่าวอวยพรออกไป"สุขสันต์วันเกิดในวัยเบสจเพสนะเรนนี่ ไม่ว่าตอนนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน ฉันขอให้เธอมีแต่ความสุขสมหวัง ขอให้เธอมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ขอ
"พ่อมึงโทรไปบอกพวกกูว่ามึงเมาหัวราน้ำมาหลายเดือนแล้ว แล้วทำไมมึงถึงได้เมาแบบนี้วะ" โดมยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มแล้วหันถามยังคาลอสที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก่อนเสียงทุ้มของคาลอสจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ใบหน้าหม่นหมอง"กูถูกเมียทิ้งเพราะทำตัวเลว กูเป็นผัวที่เหี้ยมาก เมียก็เลยทิ้งไปแบบนี้ไง""เมียคนไหนของมึงอีกวะ ที่กูรู้ก็มีแต่เบลล่าที่เป็นแฟนคนแรกของมึงที่มึงบอกว่ารักนักรักหนาไม่ใช่เหรอ" โดมเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้ามีความสงสัย ก่อนที่คาลอสจะเอ่ยออกไป"คนนี้เมีย ไม่ใช่แฟน""ทำไมพวกกูถึงไม่เคยรู้เลยวะว่ามึงมีเมียแล้ว" จากนั้นคาลอสก็เล่าเรื่องระหว่างเขากับเรนนี่ให้เพื่อนทั้งสองฟัง"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" โดมกับนายเอ่ยพลางพยักหน้ารับรู้พร้อมกันเมื่อเพื่อนตัวสูงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง และเล่าเรื่องที่มันทำเลวกับเมียมันด้วยก่อนนายจะเอ่ยขึ้น"แต่รอบนี้กูว่ามึงเมาหนักกว่าตอนที่เบลล่าบอกเลิกมึงอีกนะ ตอนนั้นมึงเมาอยู่แค่เดือนเดียวเอง คนนี้มึงรักเขามากเหรอ""เออรักมาก แต่กูเพิ่งมารู้ใจตัวเองเมื่อตอนสายไปแล้วว่ะ" คาลอสตอบพลางแววตาคมสะท้อนความหมองเศร้าและเสียใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน







