LOGINวันต่อมา
วันนี้คาลอสได้สั่งให้ลูกน้องของเขามารับเรนนี่ที่บ้านแล้วพาไปยังร้านชุดแต่งงาน ซึ่งคาลอสได้รออยู่ที่ร้านแล้ว เรนนี่ลงจากรถแล้วเข้าไปในร้านจึงเห็นร่างสูงยืนล้วงกระเป๋ากางกางโดยหันหลังออกนอกร้าน เรนนี่ที่เห็นแค่เพียงแผ่นหลังกว้างของเขาก็ทำให้ลมหายใจสะดุดเพราะรู้สึกกลัวขึ้นมาในทันทีทันใดเมื่อเจอเขา หญิงสาวเดินมาหาเขาด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อจะหันมามองยังร่างบอบบางที่ยืนอยู่ข้างตัวเองด้วยแววตาแข็งกร้าวพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "อยากได้ฉันเป็นผัวมากหรือไง ถึงขนาดต้องทำดีพ่อกับแม่ฉันเพื่อให้ได้มาแต่งงานกับฉัน" "..." เธอถึงกับอึ้งตัวแข็งค้างเมื่อคำทักทายแรกของเขาที่เอ่ยออกมานั้นมันทำให้เธอถึงกับรู้สึกจุกอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก "แต่เธออย่าคิดนะว่าฉันจะหยุดอยู่ที่เธอคนเดียวเพราะแค่ใบทะเบียนสมรสโง่ๆนั่น" "..." เธอก้มหน้าเม้มปากแน่นปล่อยให้เขาพูดไป เพราะถ้าเธอพูดอะไรออกไปตอนนี้คงไม่เป็นผลดีแน่ "ในเมื่อเธอเลือกที่จะแต่งงานกับฉันเอง งั้นหลังจากนี้เธอก็เตรียมรับกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานจากฉันให้ได้ก็แล้วกัน" เจ้าของร้านที่คุยโทรศัพท์เสร็จพอดีเดินมาหาคนทั้งสองแล้วเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง "เชิญคุณคาลอสกับว่าที่เจ้าสาวเข้าไปเลือกชุดกันได้เลยค่ะ" ว่าแล้ว เจ้าของร้านก็เดินนำคนทั้งสองเข้าไปเลือกชุดที่อยู่ในห้องที่กั้นด้วยกระจกใส ซึ่งมีชุดแต่งงานแขวนอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งเดือนต่อมา เรือนหอ 19.00 น. งานแต่งเล็กๆได้เสร็จสิ้นไปในเวลาตอนเที่ยง โดยมีคนมาร่วมงานแค่สามสิบกว่าคนเท่านั้น สามสิบกว่าคนนั้นก็เป็นญาติสนิทของกฤตินและญาติสนิทของมยุริญ ส่วนญาติห่างๆไม่ได้บอก เนื่องจากคาลอสบอกว่าไม่ต้องบอกหมด เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นงานใหญ่ เมื่อกฤตินกับมยุริญอวยพรคู่บ่าวสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเสร็จ จากนั้นจึงหันไปบอกกับลูกชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คืนนี้แกห้ามออกไปจากห้องนี้เด็ดขาด แล้วแกก็อย่าให้เรนนี่ออกไปนอนห้องอื่นเด็ดขาด ถ้าแกไม่ทำตามที่พ่อบอก แกคงน่าจะรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น" กฤตินจำต้องใช้ไม้แข็งกับลูกชาย เพราะเขารู้ว่าถ้าไม่สั่งแบบนี้ลูกชายคงต้องออกไปหาพวกผู้หญิงอื่นอีกแน่ ดังนั้นจึงต้องขู่ไว้ "ครับ" เขารับคำอย่างไม่เต็มเสียงเท่าไหร่ พลางแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนกฤตินจะเอ่ยขึ้น "งั้นพ่อกับแม่กลับบ้านก่อนนะ..." กฤตินบอกกับลูกชายแล้วหันมาบอกกับลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ข้างลูกชายของตัวเอง "พ่อกับแม่กลับก่อนนะเรนนี่" "ค่ะลุงติ...เอ่อคุณพ่อ" เธอยิ้มแห้งๆเมื่อเผลอเรียกลุงเพราะความเคยชินที่เธอเรียกลุงตินป้ายุมาหกปีแล้ว และเธอก็ไม่คิดว่าอยู่ๆจะต้องมาเรียกท่านทั้งสองว่าพ่อแม่ จากนั้นกฤตินกับมยุริญก็พากันออกจากห้องไป ก่อนที่กฤตินจะสั่งลูกน้องของคาลอสที่ยืนอยู่หน้าประตู "พวกแกเฝ้าเจ้านายของแกเอาไว้ให้ดี อย่าให้เขาออกไปไหนเด็ดขาด" "ครับท่าน" ลูกน้องก้มหัวรับคำสั่งเจ้านายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่าทีนอบน้อม ก่อนที่กฤตินกับมยุริญจะพากันไปขึ้นรถที่มีลูกน้องเป็นคนขับ ห้องหอ เมื่อคาลอสได้ยินเสียงรถของพ่อขับออกจากบ้านไปแล้ว จากนั้นเขาจึงถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้วนางด้วยท่าทีหงุดหงิดแล้วโยนเข้าไปในลิ้นชักอย่างไม่ได้ใส่ใจ เรนนี่ที่มองอยู่ก็ไม่ได้อะไร เธอหยิบผ้าขนหนูและเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เธอต้องสระผมที่ถูกฉีดด้วยสเปรย์ โดยใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะเสร็จ หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นร่างสูงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง โดยที่ท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหนดี ก่อนที่เสียงประตูจะส่งเสียงดังขึ้นพร้อมกับหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยเซ็กซี่และรูปร่างเย้ายวนเดินเข้ามา เจ้าของร่างเย้ายวนเดินมายังเตียงที่ร่างสูงนั่งเอนกายพิงหัวเตียงอยู่ เจ้าของใบหน้าสวยเซ็กซี่ขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะเลื่อนมือไปปลดเข็มขัดของเขา จากนั้นจึงปลดตะขอแล้วจับขอบกางเกงหมายจะดึงออก เรนนี่ที่เห็นอย่างนั้นจึงสาวเท้าไปยังประตูทันที แต่ทว่า "ห้ามออกไปจากห้องนี้เด็ดขาด" เสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกไปจนทำให้เท้าเรียวชะงักทันที "เดินกลับมาที่เตียง" "..." เธอก็ยังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น "อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเธอนั่นแหละที่จะเจ็บตัว" "..." เธอนิ่งพลางคิดในใจว่าถ้าเธอไม่ทำตามที่เขาสั่ง เขาอาจจะทำร้ายเธอบาดเจ็บก็ได้ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ต้องอยู่ให้เป็น เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินไปหาเขาที่อยู่บนเตียง ซึ่งตอนนี้หญิงสาวคนนั้นกำลังดึงกางเกงของเขาออกจนเหลือแต่กางเกงใน เรนนี่หันหน้าไปทางอื่นทันทีเพราะไม่อยากเห็นอะไรที่มันไม่ควรเห็น แต่แล้ว...หนึ่งปีต่อมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่คาลอสจะเข้าออกในคอนโดของเรนนี่ เขาเข้ามาอยู่กับเธอในคอนโดทุกวัน พอสามสี่ทุ่มเขาจึงกลับขึ้นเพ้นท์เฮาส์ของเขาไปหนึ่งปีที่ทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งสองจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งใครมองก็คงคิดว่าเป็นแฟนกัน คาลอสคิดอยู่ทุกวันว่าอยากจะขอเธอแต่งงาน แต่ก็รู้สึกเกรงใจคนตัวเล็ก เขายังมีความเกรงกลัวเธออยู่ไม่น้อย เนื่องจากตัวเองเคยทำไม่ดีกับเธอมาก่อนในระยะเวลาหนึ่งปีที่เธอกลับมาเจอเขา เธอมีความรู้สึกดีๆต่อเขามากกว่าเมื่อสี่ปีก่อน เพราะเขาปฏิบัติดีต่อเธอจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวกับเขา เธอจึงอยากให้โอกาสและกลับไปใช้ชีวิตกับเขาอีกครั้งเธอคิดว่าคนเราต่างก็เคยทำผิดมาแล้วทั้งนั้น จะผิดมากหรือผิดน้อยแล้วแต่คน แต่เธอเชื่อแน่ว่าทุกคนเคยทำผิดพลาด แต่ถ้าใครที่รู้ว่าตัวเองทำผิดแล้วพร้อมจะกลับตัวและแก้ไข นั่นสิคือสิ่งสำคัญ แต่ถ้ารู้แล้วว่าตัวเองผิดแต่ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง คนแบบนั้นสิไม่ควรให้อภัยห้องนั่งเล่นคาลอสที่นั่งอยู่ข้างคนตัวเล็กรวบรวมความกล้าแล้วหันหน้าไปหายังร่างบางที่เหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ก็เอ่ยออกไปด้วยท่าทีที่ยังเกรงใจเธออยู่"เรน...""คะ" เธอที่ก
ห้างสรรพสินค้าเมื่อชายหนุ่มลงจากรถ ขายาวก็เดินอ้อมรถมาทางฝั่งที่ร่างบางยืนอยู่ มือใหญ่เอื้อมไปจับมือเล็กพลางสอดปลายนิ้วของตัวเองเข้าไประหว่างนิ้วของเธอและประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น เรนนี่เงยหน้ามองคนตัวสูงพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังคาลอสพาหญิงสาวที่ตัวเองรักเข้าไปในร้านอาหาร เขาจัดแจงให้เจ้าของร่างบอบบางนั่ง จากนั้นเขาจึงหย่อนกายนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดูแล้วหันถามยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเอาใจใส่"เรนเลือกเลยว่าอยากกินอะไร" คาลอสเอ่ยพร้อมกับยื่นเมนูอาหารให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือสวยรับเมนูไปดูแล้วเปิดทีละหน้าไปเรื่อยๆพลางกวาดสายตามองรายการอาหารอย่างช้าๆ ในขณะที่นัยน์ตาคมของร่างสูงจดจ้องไปยังใบหน้าสวยหวานอย่างไม่อยากจะละสายตา จนกระทั่งเรนนี่ได้เจอของกินที่ตัวเองถูกใจจึงผละสายตาออกจากเมนูหญิงสาวหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างตัวเองก็พบว่าเขาจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยแววตานิ่งที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเสน่หาอยู่ในนั้น คนถูกมองที่เห็นอ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาคาลอสกลับมาอยู่เพ้นท์เฮาส์ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว ส่วนเรนนี่ก็อยู่ในห้องคอนโดของเธอที่กฤตินเป็นคนจัดแจงให้ แต่เธอไม่ได้รู้เลยว่า ชายหนุ่มก็อาศัยอยู่ในเพ้นท์เฮาส์ซึ่งอยู่ในคอนโดนี้เหมือนกันหลังจากที่เขากลับมาจากโรงพยาบาล นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้เจอคนตัวเล็ก จนกระทั่งวันนี้เขาที่อยากเห็นหน้าเธอจึงลงมาหาเธอที่อยู่ชั้นเก้า ส่วนเพ้นเฮ้าส์ของเขาอยู่ชั้นยี่สิบก๊อก ก๊อกเรนนี่ที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินออกมาดู เธอส่องตาแมวจึงเห็นว่าเป็นร่างสูงที่ยืนอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงเปิดประตูแล้วเอ่ยถามออกไป"คุณมีธุระอะไรกับเรนเหรอคะ""พี่จะต้องมีธุระด้วยเหรอถึงจะมาหาเธอได้" ยิ้มอ่อนโยน"ก็ใช่ไงคะ""ขอพี่เข้าไปในห้องของเธอหน่อยได้ไหม""..." เธอมีท่าทีลังเล พลางคิดในใจว่าถ้าเขาเข้ามาทำอะไรเธอเหมือนตอนที่อยู่อพาร์ทเม้นท์ครั้งนั้นอีกล่ะคาลอสที่เห็นท่าทีลังเลของคนตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปให้เธอสบายใจ"พี่จะไม่ทำอะไรเธอเหมือนกับตอนนั้นที่อพาร์ทเม้นท์อีกแล้ว""ถ้าคุณทำแบบนั้นอีก เรนก็จะไม่คุยกับคุณไปตลอดชาติเลยค่ะ" เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง"พี่จะไม่ทำแ
วันต่อมาเรนนี่มาถึงสนามบินในเวลาตอนเที่ยงวัน จากนั้นเธอก็เดินทางไปยังคอนโดหรูที่กฤตินได้จัดแจงไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากที่รู้ว่าเธอจะกลับมาวันนี้เมื่อหญิงสาวเอาข้าวของเข้าไปไว้ในคอนโดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่เขานอนพักรักษาตัวอยู่ห้องพักฟื้นร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นจึงได้เห็นร่างสูงคุ้นเคยที่ไม่ได้เห็นมาสามปีแล้วนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยมีสายน้ำเกลือติดอยู่บนหลังมือหนา เธอที่เห็นอย่างนั้นถึงกับลมหายใจสะดุด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกสงสารเมื่อเห็นร่างกำยำต้องมานอนนิ่งๆไม่ตอบสนองอะไรอยู่บนเตียงเป็นเวลาสองเดือนแล้ว"อ้าวเรนนี่ มาแล้วเหรอ" มยุริญที่นั่งอยู่ข้างกฤตินหันมาเห็นร่างบอบบางของเรนนี่ที่อยู่ในชุดเดรสเรียบหรูดูแพงจึงเอ่ยออกไปทันที ก่อนหญิงสาวจะดึงสติแล้วหันไปยกมือไหว้ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดีด้วยความนอบน้อม"สวัสดีค่ะลุงติน ป้ายุ"กฤตินกับมยุริญพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่กฤตินจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงใจดีอบอุ่นอย่างที่เคย"นั่งเครื่องบินมาเหนื่อยๆ อันที่จริงหนูค่อยเข้ามาพรุ่งนี้ก็ได้นะ""เรนไม่เห
สองปีต่อมาพู่ว!"สุขสันต์วันเกิดนะเรนนี่ วันนี้เธออายุครบยี่สิบสี่ปีแล้วสินะ ฉันขอให้เธอมีความสุขและได้พบเจอกับสิ่งที่ดีๆนะเรนนี่ ฉันขอให้เธอสมหวังกับสิ่งที่เธอปรารถนา" เสียงของคาลอสกล่าวอวยพรไปถึงหญิงสาวที่ตัวเองรัก หลังจากเป่าเทียนที่มีตัวเลขยี่สิบสี่ปักอยู่บนขนมเค้กขนาดสองปอนด์เป็นเวลาสองปีแล้วที่เขาต้องอยู่กับความทุกข์ระทมและความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเดียวดาย ชีวิตความเป็นอยู่ตลอดสองปีมานี้ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะมีความสุข วันเวลาที่หมุนเวียนไปเขามีแต่ความทุกข์และความเศร้า เมื่อคิดว่าไม่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักสองปีที่เธอจากไป เขาเสียน้ำตาให้กับเรนนี่ไม่น้อยเลย เขาคิดตลอดเวลาว่าจะไม่หาใครมาแทนที่เธอแน่นอน เขาจะอยู่แบบนี้ไปจนแก่ตาย เนื่องจากเขาไม่สามารถรักใครได้อีกแล้วนอกจากเรนนี่คนเดียวสามปีต่อมาเป็นเวลาสามปีแล้วที่คาลอสอวยพรวันเกิดให้หญิงสาวที่ตัวเองรักสุดหัวใจพู่ว!เสียงของริมฝีปากหนาเป่าเทียนวันเกิดที่มีตัวเลขยี่สิบห้าพร้อมกับกล่าวอวยพรออกไป"สุขสันต์วันเกิดในวัยเบสจเพสนะเรนนี่ ไม่ว่าตอนนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน ฉันขอให้เธอมีแต่ความสุขสมหวัง ขอให้เธอมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ขอ
"พ่อมึงโทรไปบอกพวกกูว่ามึงเมาหัวราน้ำมาหลายเดือนแล้ว แล้วทำไมมึงถึงได้เมาแบบนี้วะ" โดมยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มแล้วหันถามยังคาลอสที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก่อนเสียงทุ้มของคาลอสจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ใบหน้าหม่นหมอง"กูถูกเมียทิ้งเพราะทำตัวเลว กูเป็นผัวที่เหี้ยมาก เมียก็เลยทิ้งไปแบบนี้ไง""เมียคนไหนของมึงอีกวะ ที่กูรู้ก็มีแต่เบลล่าที่เป็นแฟนคนแรกของมึงที่มึงบอกว่ารักนักรักหนาไม่ใช่เหรอ" โดมเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้ามีความสงสัย ก่อนที่คาลอสจะเอ่ยออกไป"คนนี้เมีย ไม่ใช่แฟน""ทำไมพวกกูถึงไม่เคยรู้เลยวะว่ามึงมีเมียแล้ว" จากนั้นคาลอสก็เล่าเรื่องระหว่างเขากับเรนนี่ให้เพื่อนทั้งสองฟัง"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" โดมกับนายเอ่ยพลางพยักหน้ารับรู้พร้อมกันเมื่อเพื่อนตัวสูงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง และเล่าเรื่องที่มันทำเลวกับเมียมันด้วยก่อนนายจะเอ่ยขึ้น"แต่รอบนี้กูว่ามึงเมาหนักกว่าตอนที่เบลล่าบอกเลิกมึงอีกนะ ตอนนั้นมึงเมาอยู่แค่เดือนเดียวเอง คนนี้มึงรักเขามากเหรอ""เออรักมาก แต่กูเพิ่งมารู้ใจตัวเองเมื่อตอนสายไปแล้วว่ะ" คาลอสตอบพลางแววตาคมสะท้อนความหมองเศร้าและเสียใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน







