LOGINเสียงค้อนเคาะปิดการประมูลดังก้องกังวาน ทำลายศักดิ์ศรีของวริศราให้ตายลงในวินาทีนั้น ร่างบางถูกพาออกไปผ่านโถงทางเดินมืดมิดที่ตัดขาดจากโลกภายนอก บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนขนาบข้างเธอราวกับกลัวว่า สินค้าราคา 30 ล้านของเจ้านาย จะสูญหายหรือชำรุดก่อนถึงมือ จนกระทั่งประตูรถตู้ VIP สีดำถูกเปิดออก
วริศราจำต้องก้าวขึ้นไปในห้องโดยสารที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศและกลิ่นน้ำหอม ที่แสนคุ้นเคย... กลิ่นที่เธอเคยหลงรัก แต่บัดนี้กลับทำให้เธออยากจะอาเจียนด้วยความหวาดกลัว
“มานั่งตรงนี้สิ...มายด์!!” คีรินทร์นั่งไขว่ห้างเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับมือที่ตบเบาะหนังเบา ๆ ท่าทางสง่างามและอันตรายราวกับเสือร้ายที่จ้องตะครุบเหยื่อ วริศราเม้มปากแน่นก่อนจะขยับตัวไปนั่งข้าง ๆ อดีตแฟนหนุ่ม และพยายามให้ไกลจากเขาให้มากที่สุด
“ผมบอกให้มานั่ง ใกล้ๆ คุณไม่ได้ยินหรือยังไง...” คีรินทร์ย้ำคำ กดเสียงต่ำจนน่าขนลุก
คนตัวเล็กจำต้องขยับกายไปนั่งข้าง ๆ จนตัวเธอแนบชิดกับไหล่ของเขา ลมหายใจของวริศราติดขัดเมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากสถานที่ประมูลมุ่งหน้าไปตามท้องถนน ความเงียบในรถสร้างความอึดอัดให้เธออยู่ไม่น้อย จนกระทั่งฝ่ามือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอให้หันไปสบตา
“ทำไมดูเหมือนคุณไม่ดีใจเลยที่คนประมูลได้...คือผม”
“คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...คีรินทร์”
“ตัวคุณยังหอมเหมือนเดิมเลยนะ...มายด์ ผมคิดถึงกลิ่นตัวของคุณที่สุดเลย” เขาพึมพำและไม่สนใจที่จะตอบคำถามของเธอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่วงหน้าซีดเซียวลงมาจนถึงเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ
“อยากรู้จังว่า...ข้างในนั้น มันจะยังหอมหวานเหมือนวันเก่า ๆ ของเราหรือเปล่านะ”
“คุณคีรินทร์!!!...คุณต้องการอะไรกันแน่!” วริศราตัดสินใจถามตรง ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง
“ก็ผู้ชายที่ประมูลผู้หญิงกัน เค้าเอาไปทำอะไรล่ะ แค่นี้คุณคิดไม่ออกหรือไง”
“ก็ในเมื่อคุณก็รู้ว่าฉัน... ฉันไม่ได้บริสุทธิ์ แล้วคุณ..”
“คุณน่าจะภูมิใจนะ...มายด์ ที่ผมหลงใหลคุณถึงขนาดนี้”
“อย่างห่วงเรื่องนั้นเลย.... ผมคงไม่โง่ชื้อของใช้แล้ว ตั้ง 30 ล้านมาหรอก ถ้าผมไม่ถึงความคุ้มค่าของมัน”
“บอกหน่อยได้มั้ย คุณซื้อฉันมาทำไม” คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่เย็นเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง เขาโน้มตัวเข้าหาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“คุณอยากรู้จริง ๆ เหรอ...มายด์” เขากระซิบถาม วริศรารีบพยักหน้าทันที
“งั้นก็ลองให้ผม...อื๊บคุณอีกสักครั้งก็แล้วกัน แล้วผมจะบอกให้...”
“หยาบคาย!!!” คีรินทร์แค่นยิ้มมุมปาก มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อสูทออกอย่างช้าๆ ท่าทางนั้นดูคุกคามจนวริศราต้องถดกายหนี แต่ก็ถูกมือหนาอีกข้างโอบร่างบางเอาไว้ไม่ให้ขยับออก
“สามสิบล้านที่ผมเสียไป คืนนี้ผมจะเอาคืนกับเรือนร่างของคุณให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์” เขาพูดพร้อมประคองใบหน้าเธอให้หันมาสบตาคมกริบก่อนจะพลางมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยสายตาหิวกระหาย
“คืนนี้!!!... คุณเตรียมตัวรับบทเมียประมูลของผมได้เลย...วริศรา!!!”
“แค่นั้นเองเหรอที่คุณต้องการ ถ้าแค่อยากนอนกับฉัน มาบอกกันดี ๆ ก็ได้” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทายอย่างไม่มีอะไรจะเสีย
“ผมไม่ได้ต้องการแค่นั้นหรอก...มายด์ แต่ผมอยากเห็นสภาพของคุณ อดีตคุณหนูผู้สู่งส่ง จะทำหน้ายังไงเมื่ออยู่บนเตียงกับผัวเก่าที่พ่อคุณเคยดูถูก” เขาใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากสั่นระริกของเธออย่างจาบจ้วง
“เสียใจด้วย พ่อฉันไม่ได้อยู่ดูความล้มเหลวของฉันหรอก”
“ไม่ต้องห่วงพ่อคุณจะได้เห็นลูกรักอย่างคุณเป็นเมียผมแน่นอน และผมก็ไม่เสียดายเลย สามสิบล้านสำหรับผมมันก็แค่เศษเงิน แลกกับการได้เห็นคุณคลานเข่าอ้อนวอนผม... มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม”
“คุณมันบ้าไปแล้ว! คีรินทร์ที่ฉันรู้จักต้องไม่ใช่แบบนี้!” วริศราพยายามผลักแผงอกแกร่งออก แต่กลับกลายเป็นเปิดโอกาสให้เขาตวัดแขนรัดเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง
“ใช่! ผมมันบ้า และคนที่ทำให้ผมบ้า...ก็คือคุณไง!” คีรินทร์ตะคอกชิดริมฝีปาก ก่อนจะฝังใบหน้าลงที่ซอกคอขาวผ่องอย่างดุดัน เขาสูดดมกลิ่นกายที่โหยหามาตลอดหลายปีอย่างตะกรุมตะกราม มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างถือสิทธิ์ วริศราสะอื้นฮัก ความทรงจำเร่าร้อนในอดีตพุ่งพล่านกลับมาจนเธอสับสนไปหมด ร่างกายเจ้ากรรมดันทรยศสั่นสะท้านตามสัมผัสรุกรานนั้น
“ปล่อยนะ... ฮึก...นี่มันในรถ...”
“ทำไม? ตอนรักกันใหม่ๆ ในรถคุณก็เคยบอกว่าเร้าใจดีไม่ใช่เหรอ...แสดงความร่านของคุณออกมาสิมายด์ ผมอยากเห็น!!” เขาผละออกมาสบตาเธอด้วยแววตาหิวกระหายและเต็มไปด้วยเพลิงแค้น
“จำใส่สมองของคุณเอาไว้นะ...มายด์!!! ว่าตอนนี้คุณไม่ใช่คุณหนูวริศราผู้สูงส่ง แต่คุณคือนางบำเรอของผม... นางบำเรอที่ผมประมูลมา คุณต้องทำตัวให้คุ้มค่าเงินทุกบาทที่ผมเสียไป...รู้เอาไว้ซะ!”
เขากดริมฝีปากลงมาบดขยี้อย่างรุนแรง เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความโหยหาที่ผสมปนเปไปกับความแค้นที่สุมอกมานานหลายปี...
มือหนาแหวกขาเนียนสวยให้แยกออกพ้นทาง แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าที่ไร้การปกปิด คีรินทร์จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสู่ใจกลางความเป็นสาวที่ยังคงฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดอารมณ์“อ๊ะ... พี่คีรินทร์... อื้มมม” โอปอลแอ่นกายขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนชื้นจากปลายลิ้นของเขาเริ่มปรนเปรอจุดกระสันอย่างเชี่ยวชาญ ความเจ็บช้ำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่นคีรินทร์สอดแขนแกร่งเข้าใต้ขาพับเนียนนุ่ม ยกร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาจนก้นอวบอัดแนบพิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่านี้ทำให้ร่องสวาทสีหวานที่ยังคงฉ่ำชื้นเปิดอ้ารับสัมผัสอย่างไร้การป้องกัน ปลายลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญสนามรักเลื่อนลงมาจดจ่ออยู่ตรงจุดกระสันที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด“พี่อย่า!!... เลียตรงนั้นทีไร หนูเสร็จพี่ทุกรอบเลย อร๊ายย!!”โอปอลหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนติ่งเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะเริ่มรัวละเลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายกระจายไปทั่วทุกเ
เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลมร้อนที่คุ้นเคยพัดผ่านมากระทบกาย ราวกับเป็นสัญญาณว่าบททดสอบอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว คีรินทร์และโอปอลเดินจูงมือกันออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาอย่างอบอุ่น บรรยากาศที่เคยดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและความสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“สองคนกลับมาถึงวันนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” คุณมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างที่โอปอลไม่ค่อยได้ยินนัก เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดและหมองเศร้าดูนวลเนียนและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายของเธอมีบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีสุภาพ ท่าทางภูมิฐานและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา“แม่ขอแนะนำให้โอปอลรู้จักนะ นี่คุณจักรพงษ์... เขาจะเข้ามาช่วยเรื่องโรงงานขนมไทยของแม่ และที่สำคัญ...” มลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองชายข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย“เขามาขอแม่แต่งงาน ลูกจะว่ายังไงโอปอล?” คำถามนั้นทำให้ห้องทั้
ทันทีที่ย้ายเข้ามา คุณมลฤดีไม่ได้นิ่งดูดายในฐานะผู้อาศัย แต่เธอกลับหยิบจับดูแลความเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ประหนึ่งหยาดฝนที่ชโลมให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอเอาใจใส่คีรินทร์และโอปอลราวกับลูกแท้ ๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริงเวลาผ่านไปหลายเดือน คีรินทร์เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เขาถอดหัวโขนมหาเศรษฐีจอมปลอมและเลิกพึ่งพามนต์ดำไสยศาสตร์อย่างเด็ดขาด ธุรกิจเงินกู้นอกระบบถูกปิดตัวลงแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ที่ขาวสะอาด นั่นคือ บริษัทนำเข้าและแปรรูปสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ทุกเช้าเขาจะขับรถธรรมดาไปทำงานด้วยตัวเอง ไม่มีขบวนรถติดตาม ไม่มีปาร์ตี้หรูหรา ชีวิตที่เคยฟุ่มเฟือยถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่ยั่งยืน“คุณแม่ครับ ขนมไทยวันนี้หอมฟุ้งไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” คีรินทร์เดินยิ้มเข้ามาในครัวพลางสูดกลิ่นหอมชื่นใจ เห็นคุณมลฤดีกำลังหยอดทองหยิบอย่างประณีต“ขอบใจจ้ะคีรินทร์ แม่ก็ทำแก้เหงาน่ะ เห็นพวกเรากินได้แม่ก็ดีใจ” คุณมลฤดีตอบด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“แม่ทำอร่อยระดับแบบนี้ ผมว่าเปิดร้านเถอะครับ” คีรินทร์เสนอด้วยสายตามุ่งมั่น“ผมดูทำเ
หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านมา ในตอนนี้คีรินทร์ไม่ใช่เจ้าพ่อเงินกู้ที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของเพราะความหลงผิด“พี่มันโง่เอง... พี่มันเลวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของมายด์เลย พี่มัวแต่หลงอยู่กับอำนาจเงินจนลืมตัวลืมดูแลเขา!” โอปอลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจในแววตาคู่นั้น“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่มายด์ไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าเดินทางไปเมืองนอก มีเพื่อนเก่าที่เป็นหมออยู่ที่นั่นแนะนำให้ไปรักษา... พี่มายด์คงไม่อยากให้พี่ตามหา พี่เขาเคยบอกกับหนูว่า...อยากไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในที่ที่สงบ” โอปอลตัดสินใจพูดออกมา“แล้วพี่มายด์สั่งอะไรไว้อีกหรือเปล่าโอปอล... เขาคงเกลียดพี่มากใช่ไหม”“พี่มายด์ขอร้องให้... โอปอลให้อภัยพี่ค่ะ” เด็กสาวมองหน้าเขาตรงๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“พี่มายด์เคยพูดกับหนูว่า อยากให้พี่คีรินทร์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”“แล้วโอปอล... จะให้อภัยพี่ อย่างที่พี่มายด์บอกหรือเปล่า”“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวพี่ค่ะ...” โอปอลตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแต่ยังคงความหนักแน่น“หนูจะร
ความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจวบเหมาะกับโรคร้ายที่รุมเร้า รวมไปถึงการทำพิธีสะกดวิญญาณผีพรายที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถของวริศราลดลงบนท้องถนนที่เงียบเหงายามดึก แสงไฟจากสองข้างทางทอดเงายาววูบวาบผ่านกระจกหน้ารถ เธอพยายามตั้งสติของตนเองให้จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงที่สุด ทว่า... รถยนต์ยังไม่ทันจะได้ชะลอเลี้ยวซ้ายตามที่นัดหมายกับเด็กสาวเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็แผดจ้าขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น วริศรารีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกดรับสายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างบอกไม่ถูก“คุณวริศราคะ! รบกวนมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ!” เสียงพยาบาลปลายสายสั่นรัวด้วยความเร่งรีบ“คุณแม่ของคุณอาการทรุดหนัก ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ คุณรีบมานะคะ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจวริศราอย่างจัง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนมือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนควบคุมทิศทางไม่ได้“โอปอล!!!... พี่คงส่งเราได้แค่ตรงปากซอยแล้วล่ะ พอดีแม่พี่อาการแย่ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!” วริศราด้วยน้ำเสียงร้อนรนโอปอลที่ได้ยินเสียงจ
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย
ในวินาทีที่สบตากัน วริศราถึงกับยืนตะลึง ร่างกายของเธอสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เพราะใบหน้าของโอปอลที่ถูกแต่งแต้มจนงดงามนั้น ช่างละหม้ายคล้ายคลึงกับ ดาราวดี ภรรยาของหมื่นศรศักดิ์ในอดีตชาติที่เธอเคยทำร้ายจนตกเลือดตายอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! บาปกรรมที่ฝังลึกตอกย้ำชัดเจนจนวริศรารู้สึกเหมือนเห็นทุกอย่างใน
หลังบานประตูใหญ่ที่ประทับตราสมาคมการกุศลอันทรงเกียรติ กลับเป็นที่ตั้งของห้องประชุมลับ ซึ่งฉาบหน้าด้วยภาพลักษณ์นักบุญเพื่อตบตาคนภายนอกสถานที่แห่งนี้ถูกสงวนไว้เพียงสมาชิกระดับวีไอพีที่ถือครองสิทธิ์เท่านั้น มันคืออาณาจักรที่เต็มไปกลิ่นอายของเงินตราและตัณหา ที่ซึ่งงานการกุศลที่จัดขึ้นก็มีไว้เพียงบังหน







