LOGINรถตู้ VIP แล่นเข้าสู่ที่จอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมหรูระดับ Ultimate Luxury ใจกลางกรุง ประตูลิฟต์เปิดออกนำทั้งคู่ขึ้นตรงสู่ชั้น Penthouse อาณาจักรส่วนตัวของคีรินทร์ทั้งชั้น
ร่างบางของวริศราถูกมือหนาดุจคีมเหล็กฉุดกระชากให้ก้าวตามอย่างไม่ปรานี ทันทีที่ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลง เสียงกลอนดิจิทัลที่ล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติก็ดังราวกับเสียงปิดตายเฉกเช่นประตูคุก
ความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูเข้าจู่โจมเธอจนน่าใจหาย การตกแต่งโทนสีเทาเข้มตัดกับหินอ่อนสีขาวนวลตาดูสวยงามทว่าเย็นเยียบ... ไม่ต่างจากหัวใจของเจ้าของห้องที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ในขณะนี้
“ปล่อย! ฉันเจ็บนะคีรินทร์!” วริศราตวาดก้องพร้อมสะบัดข้อมือออกสุดแรงเมื่อเขาเหวี่ยงร่างเธอลงบนโซฟาหนังแท้ตัวยาวจนใบหน้าสวยเหยเก ร่างเล็กลอบมองไปรอบๆ ด้วยสายตาหวาดหวั่น ทัศนียภาพกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่พร่างพรายด้วยแสงไฟผ่านผนังกระจกใสสูงจรดเพดานดูสวยงามจับตา แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนนกน้อยที่ปีกหักและถูกขังไว้ในกรงทองอันโอ่อ่าที่ไร้ทางออก
“สำออยล่ะสิ...ไม่ว่า!!” น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลึกอยู่ในลำคอ คีรินทร์ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน เขาเดินช้าๆ ตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อน ท่วงท่าการเยื้องกรายดูดุดันดุจราชสีห์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มือหนาหยิบขวดเหล้าชั้นดีรินของเหลวสีอำพันลงในแก้วคริสตัล ก่อนจะกระดกเข้าปากรวดเดียวจนลูกกระเดือกแกร่งขยับขึ้นลง
สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งมาที่ร่างบางในชุดเดรสสีขาวนวลที่บัดนี้ยับย่นร่วงหล่นลงมาเผยให้เห็นลาดไหล่เนียนละเอียด คราบน้ำตาที่เปรอะแก้มยิ่งขับให้เธอดูเย้ายวนใจอย่างประหลาดในสายตาของเขา
“หน้าที่ของคุณต่อจากนี้คือต้องทำให้ผมพอใจ…ไม่ใช่มาคอยพยศใส่ผมแบบนี้…จำเอาไว้”
เขาวางแก้วลงกระทบโต๊ะเสียงดัง ปัง! ก่อนจะสืบเท้าเข้าหาเธออย่างช้าๆ แรงกดดันจากร่างกายกำยำที่แผ่ออกมาทำให้หญิงสาวต้องถอยร่นจนแผ่นหลังพิงติดพนักโซฟา
“อย่าเข้ามานะ...” เธอประท้วงเสียงสั่น ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ด้วยความถือดี
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม...ในเมื่อผมเป็นคนประมูลตัวคุณมาตั้งสามสิบล้าน ผมมีสิทธิ์ทุกอย่างบนเรือนร่างของคุณ” คีรินทร์โน้มตัวลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบชิดพวงแก้มใส กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากลมหายใจร้อนผ่าวทำเอาวริศราขนลุกซู่ เขาเชยคางมนขึ้นเพื่อให้เธอสบตาที่เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาและแรงแค้นที่คุกรุ่น
“จำไว้ว่าในเกมนี้ ผมคือเจ้าชีวิตคุณ... และคุณก็เป็นแค่นางบำเรอที่มีหน้าที่ปรนเปรอผมให้คุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่ผมเสียไปเท่านั้น!”
“คุณมันป่าเถื่อน! ฮึก... ฉันเกลียดคุณ!”
“เชิญเลยอยากเกลียดก็เชิญเลย เพราะผมก็ไม่ได้ซื้อคุณมาเพื่อให้คุณรักผมอยู่แล้ว” เขาแสยะยิ้ม
“ผมจะทำลายศักดิ์ศรีคุณหนูจอมปลอมของคุณให้ย่อยยับ!...ไปพร้อม ๆ กับครอบครัวที่ล้มละลายของคุณ....จำเอาไว้”
พูดจบ เขาก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขน วริศราตกใจจนเผลอวาดแขนโอบรอบคอเขาตามสัญชาตญาณ ท่าทางที่ดูเหมือนคนรักกันนั้นยิ่งตอกย้ำความสมเพชในใจเธอ คีรินทร์พาร่างที่สั่นเทาเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ที่มีนอนเตียงกว้างขวาง
เขาโยนเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างไม่เบามือนัก ก่อนจะถอดเสื้อสูทออกและเริ่มปลดเนกไทอย่างช้า ๆ สายตาหิวกระหายจับจ้องไปที่ผิวขาวเนียนของหญิงสาวที่ตัดกับสีชุดเดรสอย่างชัดเจน
“คีรินทร์... อย่าทำอะไรมายด์เลยนะ มายด์ขอโทษ... ฮึก... เรื่องในอดีตมายด์ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” วริศราพยายามพูดจาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยและเป็นกันเองก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษอดีตแฟนหนุ่ม หวังจะเรียกเอาความอาทรที่เขาเคยมีในอดีตกลับคืนมา แต่คีรินทร์กลับหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ เขาคลานขึ้นมาบนเตียง พร้อมกับคร่อมร่างเธอไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
“คำขอโทษของคุณมันไม่มีความหมายสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว....มายด์”
มือหนาเอื้อมไปรูดซิปชุดเดรสสีขาวมุกลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวพรรณผุดผ่องที่ซ่อนอยู่ภายใน ลมหายใจของคีรินทร์เริ่มติดขัดเมื่อได้เห็นความงามที่เขาเฝ้าโหยหามาตลอดหลายปีอยู่ตรงหน้า
เสียงกรีดร้องสั้นๆ ของวริศราถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวเข้าครอบครองและบดขยี้อย่างหนักหน่วง ไฟแค้นที่เขาสุมมานานกำลังจะถูกระบายออกผ่านบทรักที่แสนรุนแรงและเอาแต่ใจอย่างที่สุด
“ไปอาบน้ำซะ... แล้วมาให้ความสุขกับผม”
“ฉันไม่อาบ! พาฉันกลับเดี๋ยวนี้!” เสียงหวานตวาดก้องด้วยความตื่นตระหนก ทว่ามันกลับเบาหวิวเมื่อเทียบกับแรงมหาศาลที่ฉุดกระชากเธออยู่
“คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณไม่อาบผมจะอาบให้คุณเอง!!” คีรินทร์ข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ก่อนจะจ้องมองเรือนร่างอวบอิ่มของเธอด้วยความกระหายหื่น
“คุณจะทำอะไร คีรินทร์!!” เธอพยายามตะเกียกตะกายหนี ทว่าเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมากลับปิดตายทางรอดทุกทาง
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์ที่เคยอบอวลไปไฟราคะอันร้อนแรงพลันมลายหายไปในพริบตา ทันทีที่เสียงทุบประตูอย่างบ้าคลั่งดังสนั่นถล่มทลายความเงียบขึ้น คีรินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างแกร่งที่เคยคุมเกมกามารมณ์อยู่บนร่างเด็กสาวสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับหัวใจที่ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม“ตายห่า! อย่าบอกนะว่ามายด์มาที่นี่...”“นายท่าน อย่าเปิดนะเจ้าคะ! นางจะมาขัดขวางความสุขของนายท่าน!” เสียงเย็นเยียบของพรายสาวดังขึ้น พร้อมกับกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างเขาไปจนขนลุกซู่ แววตาของวิญญาณร้ายเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เหยื่ออันโอชะกำลังจะหลุดมือ“ไม่ได้นุ่น! ถ้าไม่เปิด มายด์ต้องสงสัยแน่ๆ” คีรินทร์เผลอโต้ตอบกับอากาศธาตุและสิ่งที่มองไม่เห็นจนโอปอลที่นอนระทดระทวยอยู่อยู่ใต้ร่างได้สติคืนมาเด็กสาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นคีรินทร์พูดคนเดียว ทว่าเสียงตะโกนจากหน้าห้องทำให้เธอรู้ซึ้งในทันทีว่า เจ้าของแหวนที่เธอสวมใส่อยู่จะต้องเป็นคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั่นอย่างแน่นอน! โอปอลรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ด้วยมือที่สั่นเทาพยายามปกปิดร่องรอยแห่งกามารมณ์ที่คีรินทร์ปลุกเร้าเธอเมื่อส
แรงดูดดึงที่เน้นย้ำสร้างความวูบวาบที่ท้องน้อยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร่างกายของเธอบิดเร้าตามสัญชาตญาณ มือที่ถูกรวบไว้พยายามขัดขืนแต่กลับไร้เรี่ยวแรงเมื่อถูกลิ้นร้อนสัมผัสจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ คีรินทร์ยังคงปรนเปรอความเสียวซ่านให้เด็กสาวอย่างไม่รู้จักอิ่ม เขารุกคืบเข้าหาความหอมหวานที่เขายอมทุ่มเทเงินมหาศาลเพื่อครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว“พี่คีรินทร์ขา... พอเถอะค่ะ” เสียงประท้วงของโอปอลแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มโอนอ่อนตามแรงอารมณ์ที่เขาปลุกเร้า คีรินทร์ไม่ได้หยุดตามคำขอ แต่กลับใช้ประสบการณ์อันเชี่ยวชาญเล้าโลมจนเธอสับสนไปหมด ความวาบหวามจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความต้านทานสุดท้ายพังทลายลง“เสียวเหรอ...” โอปอลอายหน้าแดงไม่กล้าตอบ เด็กสาวที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติยับยั้งชั่งใจ พอคีรินทร์ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ เด็กสาวก็รีบยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น คีรินทร์ยกยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะก้มลงฝังใบหน้ากับทรวงอกอวบอิ่มอีกครั้ง เขาดูดดึงและขบเม้มยอดปทุมถันสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม สลับข้างไปมาจนมันเปียกชื้นและชูชันสู้ลิ้นร้อน โอปอลสะดุดลมหายใจ ร่างเล็ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย... ขอเพียงแค่อย่างเดียว”“อะไรเหรอคะ”“พี่ไม่ต้องการให้เรื่องของเรา มันจบลงแค่คืนนี้ โอปอลจะต้องเป็นเมียของพี่คนเดียวตลอดไป” เด็กสาวอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพยายามรวบรวมความกล้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเอ่ยตอบ“หนูคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ...” เธอเว้นจังหวะ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น“หลังจากความสัมพันธ์คืนนี้จบลง หนูว่าเราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า”“ทำไมล่ะ... โอปอลมีแฟนแล้วเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของคีรินทร์ถามชิดใบหู ขณะที่เขายังคงกักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย“เคยมี แต่หนูเพิ่งบอกเลิกเค้าค่ะ” โอปอลตอบตามความจริง ความซ่านสยิวแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเมื่อฟันคมของเขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ“ดีแล้ว” คีรินทร์ประกาศกร้าว แววตาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและหิวกระหาย“เพราะตั้งแต่วินาทีนี้โอ
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยกระจกกันกระสุน ฉากกั้นปิดทึบระหว่างเจ้านายกับลูกน้องทำให้พื้นที่กว้างขวางด้านหลังกลายเป็นแดนสนธยาที่คีรินทร์จะทำอะไรกับเธอก็ได้... ตามใจปรารถนา มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ และกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่อบอวลไปทั่วแสงไฟจากท้องถนนที่วูบผ่านหน้าต่างรถสาดส่องกระทบใบหน้าคมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศอย่างล้นเหลือ โอปอลนั่งตัวลีบ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า เพียงไม่นานโอปอลก็รู้สึกถึงความลึกลับบางอย่างภายในรถ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งไปบอกวริศรา“นั่งเงียบเชียว... กลัวพี่เหรอ?” เสียงทุ้มของคีรินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ เขาขยับกายเข้าหาเด็กสาวจนแนบชิด มือหนาเลื่อนขึ้นมาโอบรอบไหล่บอบบางของเธออย่างถือวิสาสะ“เปล่าค่ะ... หนูแค่คิดอะไรไปเรื่อย” เธอสารภาพเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องมอง
พิธีกรชายในชุดสูททักซิโด้ ก้าวออกมาแทนที่คุณหญิงอรุณรัศมีพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ เขารับไมโครโฟนจากหญิงสูงวัยเจ้าของงานที่ส่งมาให้ ก่อนจะเปล่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชั้นเชิงเพื่อกระตุ้นกิเลสของเหล่าบรรดาเศรษฐีกระเป๋าหนักด้านล่างเวที“กราบขอบคุณสุภาพบุรุษทุกท่าน ที่ยังคงเฝ้ารอมาจนถึงช่วงสุดท้ายของการประมูล... และแล้ววินาทีที่ทุกท่านรอคอยก็มาถึง” พิธีกรชายคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์“ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจ ให้น้องโอปอล.....” แสงไฟสปอตไลท์สาดจับไปยังร่างระหงที่เดินออกมาด้วยความประหม่าเล็กน้อย “เธอคือตัวแทนของความงามที่สุดในค่ำคืนนี้” โอปอลยืนสง่าอยู่กลางเวที แสงสปอตไลท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของเด็กสาว ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่ ๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอรู้สึกเหมือนถูกสายตานับร้อยคู่พยายามจะถอดชุดที่เธอสวมใส่ออก และกำลังถูกตีตราจองไม่ต่างอะไรกับสินค้า“ความสุขที่สุภาพบุรุษทุกท่านไฝ่ฝัน และเธอก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว... สาวพรหมจรรย์คนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเปิดการประมูลเลยนะครับ เริ่มต้นที่... ห้า....ล้าน....บาท!!!!” พิธีกรเน้นทีละค







