Se connecterสายลมเอื่อย ๆ ยามเย็นในสวนสาธารณะหอบเอาความเย็นสดชื่นมาปะทะผิวกาย นนท์ขยับหลังพิงเปลือกไม้ใหญ่ที่ขรุขระอย่างหาที่พึ่งพิงบนเสื่อผืนเดิมที่เขาเคยพาพลอยมานั่งบ่อย ๆ ในช่วงที่ชีวิตยังเรียบง่ายและเปี่ยมไปด้วยความสุขตามประสาผัวเมียรายได้น้อยเบื้องหน้าของเขาคือแผ่นหลังบอบบางของพลอยที่นั่งเยื้องออกไปเล็กน้อย เธอกำลังกอดเข่ามองดูเด็กน้อยที่วิ่งไล่จับกันบนสนามหญ้าสลับกับมองดูคู่รักที่เดินจูงมือกันอย่างปล่อยอารมณ์ แสงแดดสีทองอ่อน ๆ ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินอาบไล้ไปตามเส้นผมและผิวเนียนของเธอ ทำให้ภาพตรงหน้าดูงดงามราวกับความฝันนนท์จ้องมองเสี้ยวหน้าของพลอยยามที่เธอแย้มยิ้มออกมาจาง ๆ เมื่อเห็นนกกระจิบตัวน้อยบินมาเกาะใกล้ ๆ แววตาคู่ที่เคยฉ่ำวาวด้วยราคะและเต็มไปด้วยความลับในห้องเช่ารูหนูนั่น บัดนี้กลับใสซื่อและเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเหมือน "น้องพลอย" คนเดิมที่เขาเคยตกหลุมรักเมื่อหลายปีก่อน‘ถ้าเวลาย้อนกลับไปได้... ถ้าเรื่องบ้า ๆ นั่นไม่เคยเกิดขึ้น’ นนท์คิดพลางขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเขาโหยหาเมียคนนี้เหลือเกิน เมียคนที่ล้างจานไปฮัมเพลงไป เมียคนที่คอยถามเขาว่าเหนื่อยไหมตอนกลับจากงานเวรยาม ไม่ใช่เมียที่ต้องโ
นนท์ใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติเพื่อชะล้างความรุ่มร้อนในกาย แต่เมื่อเขากลับขึ้นมาถึงห้อง ภาพที่เห็นกลับยิ่งบีบคั้นหัวใจและอารมณ์ดิบให้พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อนนท์เปิดประตูห้องกลับเข้ามา เขาพบว่า ศึกกามยังไม่จบลง เชิดจัดการจับพลอยในท่าโก้งโค้งคลานสี่ขา หันบั้นท้ายที่แดงก่ำมาทางประตูที่นนท์เพิ่งเดินเข้าพอดี เชิดยืนซ้อนหลังโหมกระแทกเอวเข้าใส่ร่องรักของพลอยอย่างบ้าคลั่งราวกับจงใจโชว์พลังส่งท้าย"ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!""อื้อออ... ซี๊ดดด... ผัวขา... แรง ๆ... เมียจะแตกอีกแล้ว... อาาา!" พลอยครางกระเส่าพลางซุกหน้าลงกับหมอนที่เปียกชุ่ม ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปตามแรงอัดที่รุนแรง เธอรู้ว่านนท์กลับเข้ามาแล้ว แต่เธอกลับยิ่งโก้งโค้งแอ่นสะโพกรับการกระแทกให้หนักขึ้นเพื่อประจบชายชู้นนท์ยืนแต่งตัวในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างเงียบเชียบ มือของเขาสั่นเทาขณะผูกเชือกรองเท้าคอมแบต เขาพยายามไม่มองแต่เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันมันดังเสียจนหัวใจเขาสั่นสะท้าน จวบจนกระทั่งถึงจังหวะสุดท้าย เชิดคำรามลั่นพร้อมกับกระแทกเน้นย้ำรัวยิบจนพลอยกรีดร้องแผ่วเบาออกมา ร่างของเธอเกร็งกระตุกเฮือก น้ำรักรอบที่เท่
นนท์กลัดกระดุมเสื้อพนักงานรักษาความปลอดภัยทีละเม็ดด้วยมือที่ยังคงสั่นน้อย ๆ เขาพยายามไม่หันกลับไปมองภาพอุจาดตาบนฟูกที่นอนของลุงชูอีก แต่เสียงหอบหายใจอย่างหนักของเชิด และเสียงสูดปากด้วยความซ่านสยิวของพลอยที่ยังไม่จางหาย มันดังทะลุผ่านความเงียบในห้องเข้ามาตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเขาทุกวินาที“อูยยย... อีพลอย... มึงนี่มันที่สุดจริง ๆ ว่ะ” เสียงของเชิดดังขึ้นพร้อมกับเสียงเนื้อที่เสียดสีกันเบา ๆ นนท์เหลือบตาไปมองแวบหนึ่ง เห็นเชิดค่อย ๆ ถอนแก่นกายฝังมุกที่ยังคงตั้งชันและอาบชุ่มไปด้วยน้ำรักของเมียเขาออกมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหงายหอบหายใจอย่างผู้ชนะ พลอยที่ขาทั้งสองข้างยังสั่นระริก ค่อย ๆ ลดขาลงวางกับฟูกอย่างหมดแรง เธอนอนตะแคงหันหลังให้นนท์ ร่างกายสั่นเทาและมีคราบน้ำรักไหลย้อยตามโคนขาขาวผ่อง“พี่นนท์... จะไปทำงานแล้วเหรอคะ?” พลอยเอ่ยถามเสียงพร่าแผ่วโดยไม่หันมามอง ใบหน้าของเธอซุกอยู่กับฟูกนอนที่เปียกชื้น แววตาที่เลื่อนลอยนั้นสะท้อนถึงความเหนื่อยอ่อนที่ผ่านศึกมาอย่างยาวนานกว่าเจ็ดชั่วโมงนนท์หยุดมือที่กำลังจะคว้ากุญแจรถ เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามประโยคที่จุกอยู่ในอกออกมาแทนด้วยน้ำเสียงที
หลังจากที่ความใคร่ถูกปลดปล่อยไปพร้อมกับความอัปยศ นนท์ขยับตัวกลับมานอนในที่เดิมอย่างเงียบเชียบที่สุด ความอ่อนเพลียจากการทำงานกะเช้าและการช่วยตัวเองอย่างหนักหน่วงทำให้นอนหลับตากลางความมืด เขาแอบหวังลึก ๆ ในใจว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พลอยจะคลานกลับมานอนข้างกายเขาเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา... มาทำหน้าที่ "เมีย" ที่เขารักเหมือนเดิมเขานอนหลับตารออยู่เนิ่นนาน แต่ความอบอุ่นจากร่างของเมียก็ยังไม่มาถึงเสียที จนสุดท้ายความเพลียก็นำพาเขาสู้ภวังค์แห่งการหลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว"ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!"เสียงเนื้อกระทบกันอย่างรุนแรงและถี่รัวดังสนั่นรัวไปทั่วห้องพักแคบ ๆ จนนนท์สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นโครมครามด้วยความตกใจ เสียงนั้นมันหนักหน่วงเสียจนพื้นไม้สั่นสะเทือนมาถึงฝั่งที่เขานอน“ซี๊ดดด... อาาา... อูยยย... อื้อออ!”เสียงครางกระเส่าที่พยายามสะกดกลั้นอย่างสุดความสามารถของพลอยดังปนมากับเสียงนั้น นนท์ลืมตาขึ้นในความมืดสลัวที่เริ่มมีแสงสีนวลจากเช้าวันใหม่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างเข้ามา เขาจำเสียงนั้นได้ดี... มันคือเสียงของพลอยที่กำลังเผชิญกับความเสียวซ่านเกินจะรับไหว“อาาา อีพลอย หีมึงนี่
ความเงียบสงัดในช่วงกลางดึกถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หอบพร่า นนท์สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะอาการปวดเบาที่รบกวนตามประสาทสัมผัส แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับกายลุกขึ้น เสียงหนึ่งที่แผ่วเบาจนแทบจะจางหายไปกับอากาศกลับฉุดรั้งให้หัวใจของเขาเต้นรัวแรง"อื้อออ... อื้มมม..."มันเป็นเสียงครางกระเส่าที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง เสียงที่ดูเหมือนเจ้าของพยายามจะสะกดกลั้นความสยิวซ่านเอาไว้อย่างสุดความสามารถ นนท์ลืมตาโพล่งขึ้นในความมืด เขาค่อยๆ เลื้อยตัวอย่างเงียบเชียบเข้าใกล้ผ้าม่านบางๆ ที่กั้นห้องเช่าแคบๆนั้นออกจากกันเป็นสองส่วน สายตาที่ปรับจนชินกับความสลัวเริ่มมองเห็นภาพเบื้องหน้าผ่านแสงรำไรที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่างบนฟูกเก่าของลุงชู ร่างเปลือยเปล่าสองร่างกำลังพัวพันกันอย่างเร่าร้อน นนท์เห็นร่างขาวผ่องของพลอยที่บัดนี้นอนหงายพังพาบ ขาเรียวงามทั้งสองข้างอ้าออกกว้างและเกี่ยวรัดเอวสอบของเชิดไว้แน่นหนา แขนของเธอโอบกอดรอบคอของมันราวกับกลัวว่าความสุขนี้จะหลุดลอยไปเชิดที่อยู่ด้านบนกำลังโหมกระแทกเอวเข้าใส่ร่องรักของพลอยอย่างเนิบนาบแต่หนักแน่น สลับกับการบดวนคลึงเคล้นจนเสียงเนื้อกระทบกันดังกะพริบเบาๆ แข่งกับเสียงครางอ
ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ที่ยังคงดังระงมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความร้าวรานนั้น นนท์สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามข่มเสียงให้ปกติแล้วร้องถามออกไปทั้งที่นัยน์ตายังแดงก่ำ"ใคร... ใครน่ะ?""กูเอง..." เสียงที่ตอบกลับมานั้นคุ้นหู เป็นน้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงด้วยความใจดีของลุงชู นนท์ถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางเหมือนคนไร้วิญญาณลุงชูเดินยิ้มร่าเข้ามาในห้องพร้อมกับเป้ใบเก่งที่สะพายอยู่บนบ่า แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูและเห็นสภาพของสองผัวเมียที่นั่งหน้าชื่นอกตรม รอยยิ้มบนใบหน้าของแกก็หุบลงฉับพลัน แกมองเห็นคราบน้ำตาบนแก้มของพลอยและแววตาที่แตกสลายของนนท์"มีอะไรกันเหรอ? ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะวะ" ลุงชูถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดลงทันทีนนท์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่ก้มหน้านิ่งปล่อยให้ความเงียบทำงานแทนคำพูด ส่วนพลอยที่กำลังปาดน้ำตาออกจากใบหน้าสวยก็เงยหน้าขึ้นมองลุงชูด้วยสายตาน้อยใจและตัดพ้อ"ทำไมลุงไม่บอกอะไรหนูเลยคะ?" พลอยตำหนิเสียงสั่น "เรื่องคลิป เรื่องที่ลุงเชิดเขาขู่พี่นนท์... ทำไมปิดบังหนู?"ลุงชูชะงักไปครู่หนึ่ง แกเหลือบมองนนท์ก่อนจะเดาได้ทันทีว่







