Mag-log inทุกคนล้วนรู้ดี ฮูหยินของท่าน นางจากไปนานแล้ว .... ส่วนสตรีนางนั้นก็แค่ภาพลวงตาที่ท่านสร้างขึ้น ***** ข้าไม่อาจอยู่เคียงข้างท่าน คอยดูแลท่านได้อีกแล้ว ได้โปรดให้ท่านดูแลตนเองให้ดี ขอให้ชั่วชีวิตนี้ได้อยู่กับคนที่ท่านต้องการ ครองคู่กันดั่งนกยวนยาง 'ชีวิตนี้ ชาตินี้ ข้าไม่อยากพบหน้าท่านตลอดกาล' เรื่องราวของหญิงสาวที่ตายอย่างไม่ยุติธรรม สวรรค์จึงให้โอกาสอีกครั้งกลับมาอีกครั้ง ในร่างของสตรีที่ตั้งครรภ์บุตรของตัวร้าย นี่นับว่ายุติธรรมแล้วรึ!
view more“ท่านแม่ขอ!”
จื่อหยวนน้อยในวัยสามหนาวตะโกนเรียกสุดเสียง เมื่อเห็นเงาร่างของมารดาเดินห่างออกไปไม่ไกล บุรุษหนุ่มผู้โอบอุ้มเด็กน้อยไว้แนบอกขมวดคิ้วมุ่น ก่อนเอ่ยข่มขวัญเสียงเข้ม “บอกว่าเช่นไร…” จื่อหยวนน้อยใบหน้ามุ่ยลงทันทีพลางดีดดิ้นส่งสัญญาณให้บิดาวางตนลงเสียที น้ำเสียงของเด็กน้อยเจื่อนลงด้วยรวามรู้สึกผิด “ขออภัยท่านแม่ จื่อหยวนจะไม่ตะโกนเสียงดังไร้มารยาทอีกแล้วขอรับ” เด็กน้อยพลางนึกขึ้นได้ว่าบิดาเคยขู่ไว้ หากเสียงดังจนท่านแม่และน้องตกใจ คนทั้งสองจะหนีหายไปไม่กลับมาอีก “หาใช่เรื่องใหญ่อันใด” น้ำเสียงหวานเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม ซูหนี่ยื่นมือออกไปหมายจะรับตัวเด็กน้อย “วันนี้เขาจะนอนกลางวันกับข้า” นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเด็ดขาดคล้ายไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ “ใช่!” จื่อหยวนพยักหน้าหงึกหงักอย่างยินดี “หากเจ้าไปนอนเบียดมารดาจนอึดอัดเล่า จะทำเช่นไร” ถิงหวังเหว่ยเอ่ยขัด สายตาเหลือบมองบุตรชายที่ดูดีใจเกินกว่าเหตุนัก หาได้สนใจภรรยาตรงหน้าไม่ “ท่านเลิกกล่าววาจาเหลวไหลเสียที” ซูหนี่พลางลอบถอนใจออกมาเฮือกใหญ่เหนื่อยหน่าย ฝีปากของบุรุษผู้นี้ช่างน่าตีนัก “อาหยวนตัวหนักเพียงเท่านี้ ข้าจะอึดอัดได้อย่างไร” “กล้าเถียงข้าแล้วหรือ” หวังเหว่ยเลิกคิ้ว เขาละสายตาจากบุตรชายแล้วหันไปมองแแม่ของลูก ซูหนี่เค้นเสียงเหอะในลำคอ...บัดซบเถอะ! นี่นับว่าเถียงแล้วหรือ...นางเพียงแค่ออกความเห็นเท่านั้น นับตั้งแต่สวรรค์โยนวิญญาณนางลงมาอยู่ในร่างสตรีผู้น่าสงสารนางนี้ ความทรงจำที่แสนรันทดก็หลั่งใหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน ซูหนี่…บุตรสาวไร้ค่าของจวนขุนนางใหญ่ที่พยายามใช้ชีวิตอย่างเจียมตัวทุกย่างก้าว ทว่ากลับพลาดท่าเสียทีจนต้องตบแต่งเป็นฮูหยินของตัวร้ายอย่างถิงหวังเหว่ยผู้นี้ ทั้งหมดก็เพราะแผนการของพวกตัวเอกในนิยายแท้ๆ! พอนึกถึงชื่อสามีผู้นี้ นางก็อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลแสนไกล ทั้งอารมณ์ร้าย นิสัยดุดัน แม้แต่สายเลือดแท้ๆ อย่างจื่อหยวนเขายังข่มขูใส่ เพียงเพราะเด็กน้อยถือกำเนิดในวันที่สตรีที่เขารักจากไป... แล้วจื่อหยวนผิดอันใดเล่า! ไหนจะยัยแม่นางเอกนั่นอีก ที่ส่งยิ้มหวานแต่ใจดำมืด ชอบทำตัวเป็นสุนัขบ้าคอยลอบกัดผู้อื่นไปทั่วเพียงเพราะถือดีว่ามีใบหน้าคล้ายสตรีในดวงใจของพ่อตัวร้าย ทั้งยุ่งเหยิงเสียจนนางอยากกลั้นใจตายหากใครมาพบเห็นในยามนี้คงอยากจะเชื่อตายิ่งนักว่าจวิ้นอ๋องผู้สูงศักดิ์โง่งมขี้ขลาดในปีก่อนตอนนี้จะกล้าทำร้ายสตรีอย่างการกระโดแตะได้ สีหน้าทุกคนในเรือนเต็มไปด้วยความตกใจปนหวาดกลัวช่างต่างกับองครักษ์ข้างกายที่ติดตามมาเหลือเกิน“อาเฟิ่ง..” ซูหนี่เรียกขานเสียงแผ่วเบาเหล่าบ่าวรับใช่ได้แต่ประคองไว้เกรงกลัวว่าจะเป็นลมล้มพับลงไปเฝิ่นลู่ถอนหายใจทีหนึ่งก่อนกล่าว “หาใช่เรื่องใหญ่ขอรับ” ใบหน้าเต็มไปด้วยความนิ่งเฉยประหนึ่งว่าประสบพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มามากมาย“คุณหนูเฉินโปรดอภัย จวิ้นอ๋องข้ามิได้ตั้งใจ..”ไม่ได้ตั้งใจกับผีน่ะสิ!ฟางเฟยไม่คิดว่าตนจะถูกกระทำหยามเกียจเช่นนี้ นางปรายสายตาไม่มองหวังเหว่ยที่ปรี่เข้ามาช่วยเหลือ “เหว่ยเกอ..” แม้ว่าจะโกรธแค้นเพียงใดก็ไม่อาจจะโวยวายต่อหน้าเหว่ยเกอได้อีกแล้ว“คนข้างกายจวิ้นอ๋องกล่าวเช่นนี้ร้อนตัวเกินนายไปแล้วเสียกระมัง” หวังเหว่ยประคองฟางเฟยขึ้นแนบออกก่อนจะปรายตาไล่มองว่ามีที่ไหนบ้างบอบช้ำ บังเอิญสบตากับนัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจพลันหัวใจเกร่งบีบรัดหวังเหว่ยเข้าใจแล้ว นางคงจะเสียนายไม่น้อยต่อหน้าบ่าวไพร่ “ออกไป! ออกไปให้หมด” เสียงคำสั่งดังตวาดก้อ
ซูหนี่เดินย่างก้าวเข้ามาในประตู มีสาวใช้ประกบข้างประคองข้างกายไม่ห่างซ้ำยังเดินตามหลังอีกสองสามคน ดูแล้วช่างเหมือนฮูหยินใหญ่ของผู้สูงศักดิ์ยิ่งนักนางจากไม่ไปนานถึงขั้นเหิมเกริมทำร้ายผู้อื่นแล้ว“ระวังตัวด้วย”เหล่าสาวใช้ต่างสบตากันด้วยความงุนงงไม่เข้าใจสิ่งที่สตรีตรงหน้าเอ่ย “มีเรื่องอันตรายหรือเจ้าคะ”“ใช่” อันตรายจนอยากกำจัดทิ้ง “ก็แค่สุนัขร้ายตัวหนึ่ง”ซูหนี่จ้องมองไปเบื้องหน้ามุ่งตรงไปยังทิศใต้เรือนนอนที่เดิมของจื่อหยวน ราวกับว่าได้กลับบ้านเดิมอีกครั้งนางเดินตามทางโดยไม่ต้องมีผู้นำทางผู้คนทั่วทั้งจวนเงียบเฉียบปานนี้คงดูละครฉากหนึ่งอยู่กระมังซูหนี่กล่าว “เร่งหน่อย”ถึงเอ่ยปากไปแบบนั้นนางจะไปได้เร็วซักเท่าไหร่เชียว ยิ่งหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นยามเดินแต่ละทีย่อมมองไม่เห็นเท้าตนซ้ำพื้นยัลมีหิมะแกะเกรงว่าหากไม่ระวังคงอันตรายเป็นแน่ทว่าถ้าช้าจื่อหยวนคงแย่เช่นกันเรือนนอนหลักนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปประดับประดาอย่างประณีตเบื้องหน้าเป็นคนกลุ่มใหญ่กำลังยืนล้อมลอบ ซูหนี่ชะโงกคอมองแลซ้ายแลขวาก่อนที่จะปะทะเข้ากับช่านช่าน“ช่านช่าน!” ซูหนี่ร้องด้วยความดีใจก่อนเร่งเดินไปยังช่านช่านที่ยืนอยู่โต๊ะ
ยามที่รถม้าจวนจวิ้นอ๋องเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลถิง หนทางยามหิมะตกจนก่อกันเป็นก้อนน้ำแข็งตลอดทางย่อมโคลงเคลงไม่น้อย เพียงกันอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุที่ตามมาภายในนั้นจึงถูกปูด้วยผ้านวมจนหนาซูหนี่เพียงโยกเยกโอนเอนกายเล็กน้อยทำนั้นพลันเอาเหล่าหญิงรับใช้ต่างตกอกตรงใจผวารีบประคองไว้ประหนึ่งว่านางเป็นไข่ก็ไม่ปานผู้ใดจะรู้เล่าว่าจวิ้นอ๋องสั่งไว้ให้ดูแลสตรีผู้นี้ยิ่งกว่าชีวิตตน“ไม่เป็นไร” ซูหนี่กล่าว นางรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีผู้ใดถนุถนอมเพียงนี้มาก่อนวาจาเช่นนี้ทำเอาเหล่าหญิงรับใช้ต่างผ่อนคลายลงเล็กน้อย ผู้คนทั่วจวนต่างก็รู้ว่าจวิ้นอ๋องทรงกระทำเช่นไรบ้างต่อสตรีผู้นี้ หากนางเจ็บตัวหรือบอบช้ำเพียงนิเดียวเกรงว่าคงมิอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้ระหว่างที่กำลังเดินทางไปนั้นใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงแล้วแต่ด้วยทางที่คดเคี้ยวของหิมะการเดินทางจึงช้าลงบ้างจวิ้นอ๋องมองตามหลังส่งนางขึ้นรถม้าเสร็จแล้วตนเองจึงการพ่อบ้านให้ติดตามนางไป ครู่หนึ่งก่อนที่ตนจะควบม้าฝ่าหิมะไปพร้อมกับองค์รักษ์ข้างกายเฝิ่นลู่กล่าว “โปรดระวังตัวด้วยจวิ้นอ๋อง”หิมะตกหนักเช่นนี้เร่งรีบไปหากไม่ระวังอาจอันตรายได้
จื่อหยวนน้อยใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นจางๆ นอนปิดตาลงเสมือนกำลังหลับทว่าความจริงแล้วเขาไม่อยากลืมตาขึ้นมาเห็นสตรีร้ายกาจนางนั้นเสียมากกว่า“คุณชายน้อย” ช่านช่านสงสารจื่อหยวนน้อยจับใจ นางไหว้วายให้บ่าวรับใช้ชายในจวนถิงส่งข่าวไปยังจวนจวิ้นอ๋องแล้วคาดว่าคงไม่ถึง 1 เค่อ(15 นาที) คงถึงแล้ว คุณหนูจะมาหรือไปมาสมควรรับรู้ไว้ว่าสตรีผู้นี้ร้ายกาจเพียงใดแม้ภายนอกจื่อหยวนจะไม่ได้หลั่งน้ำตาออกมามว่าเขานั้นเจ็บปวดเกินกว่าจะร้องไห้ได้ เขาแค้นใจนักที่ไม่อาจทำอันใดได้“ท่านแม่..” ปากน้อยๆ เผยออกมาเรียกมารดามีเพียงซูหนี่เท่านั้นที่จริงใจกับเขาฟางเฟยปรายตามอง “อาหยวน” นางเหม่อมองออกนอกหน้าต่างยังคงจดจ้องพื้นหิมะที่แดงสดนั้นยามนี้หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลบพื้นที่นั้นไปเสียแล้ว พลันใบหน้าปรากฏรอยยิ้มชั่วขณะ“ตื่นมากินยาเสีย ว่าให้ง่ายหน่อย”ช่านช่านปรายสายตามองด้วยความรังเกียจอย่างปิดไม่มิด “อย่าได้ทำอะไรคุณชายของข้า!”“หึ! เป็นแค่บ่าวรับใช้” ฟางเฟยได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาแต่ไกลจนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดนางสมควรจะวาท่าทีกิริยาให้สมรวมเสียหน่อยนัยน์ตาคู่งามเริ่มเสแสร้งบีบน้ำตาสีใสให
Rebyu