Masuk@เวลาต่อมา
"คนสวยคะ แม่เจียวไข่เสร็จแล้วค่ะมาทานข้าวกัน" เมยาวีเรียกคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอนห้าฟุตติดพื้นรอแม่ทำอาหารเย็นให้ทาน
"คุณพ่อไม่รักน้องมายด์เหรอคะคุณแม่" คำพูดที่ออกจากปากลูกสาวทำเอาเมยาวีชะงักไป จุกในอกเข้าใจในคำถาม และความเป็นแม่อีกนั่นล่ะต้องรีบเคลียร์ความเศร้าให้ลูกสาวทั้งที่ตัวเองเจ็บปวดกว่าลูกมาก
"รัก..สิคะลูก สงสัยคุณพ่อเพิ่งเลิกงานมาเหนื่อยๆ น่ะค่ะ แล้ววันนี้แม่ไม่ได้บอกคุณพ่อก่อนด้วยว่าเราจะไปหา เอาไว้วันหลังเราค่อยไปหาคุณพ่อใหม่นะคะ" เดินไปนั่งลงที่ข้างลูกสาวแล้วปลอบขวัญ เด็กน้อยก็พลิกตัวมากอดแขนแม่เอาไว้
"แต่น้องมายด์ไม่อยากไปเจอคุณพ่อแล้วค่ะคุณแม่" เด็กน้อยเอ่ยเสียงอู้อี้ในลำคอ
"ทำไมคะลูก" มือเรียววางลูบบนศีรษะเล็ก เส้นผมเด็กนิ่มราวกับใยไหม "ไหนว่าอยากเจอคุณพ่อไงคะ" เพราะนอกจากเรื่องเงินยอมรับว่าสาเหตุหลักๆ ก็มาจากลูกสาว ปีนี้เมยาดาอายุสี่ขวบแล้ว รู้เรื่องราวมากขึ้นกว่าเก่า ช่างพูดช่างคุย ช่างจดจำเป็นไหนๆ วันนั้นลูกกลับจากโรงเรียนแล้วถามเธอออกมาว่าพ่อหน้าตาเป็นอย่างไร ความเป็นแม่แล้วบอกได้คำเดียวว่าพ่อของลูกหล่อมาก แต่ใครจะไปคิดว่านั่นจะทำให้เมยาดาอยากเจอเขาขึ้นมา ประจวบเหมาะกับเธอได้งานพอดีเลยอยากลองคุยกับเขาดู
"คุณพ่อดุคุณแม่.."
นั่นจึงทำให้เมยาวีชะงักไป คว้าลูกสาวเข้ามากอดแล้วยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนรีบเคลียร์ใจให้ชื้น
"น้องมายด์ไม่อยากไปเจอคุณพ่ออีกแล้วค่ะคุณแม่" เงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ตัวเอง
"โอเคค่ะโอเค งั้นเราจะไม่ไปเจอคุณพ่ออีกนะคะ" ให้คำมั่นสัญญากับลูก ต่อไปเธอจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วหากว่าลูกยืนยันจะมีแค่เธอคนเดียว เราจะอยู่กันสองคนแม่ลูกแบบนี้ต่อไป
"ฮึกค่ะ"
"ไม่ร้องนะคะคนเก่ง เดี๋ยวไปทานข้าวกันดีกว่าจะได้ทำการบ้าน วันนี้มีการบ้านอะไรบ้างเอ่ย" พยุงลูกลุกขึ้นจากที่นอนแล้วพามานั่งลงที่พื้น เอาโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็กมากาง ใช้เป็นทั้งโต๊ะทานอาหารและโต๊ะเขียนการบ้านไปในตัว
แล้วเด็กน้อยก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นใสแจ๋วทันที "คุณครูให้เขียนตัวเอฟค่ะ"
"โอเคค่ะ แล้วคุณแม่ต้องจับมือทำมั้ยคะวันนี้"
เด็กน้อยส่ายหัว "น้องมายด์ทำเองได้ค่ะ"
"เก่งที่สุดเลยค่ะลูกสาวแม่ งั้นรอแป๊บหนึ่งแม่ไปเอาข้าวมาให้นะคะ"
"โอเคค่า.."
แล้วเมยาวีก็เดินไปหยิบเอาข้าวไข่เจียวที่มีรวมอยู่ในจานเดียวกันพร้อมช้อนเอามาให้ลูกสาวทาน เมยาดาสามารถทานข้าวเองได้แล้ว
เธอจึงปลีกตัวไปทำงานบ้าง งานโพสต์ขายของออนไลน์กำไรประมาณวันละสามถึงห้าร้อยบาท
ของที่เมยาวีขายเป็นของกิฟต์ชอปน่ารักๆ เรียกได้ว่าเป็นสินค้าสิ้นเปลืองที่น้อยนักในยุคเศรษฐกิจแบบนี้จะมีคนซื้อ
ถ้าไม่ใช่ว่าลูกค้าประจำแล้วก็ถือว่ายาก ก็ตั้งแต่ที่มีเมยาดาอยู่ในท้อง จากนั้นเธอลาลูกเพจไปคลอด เวลาลูกหลับก็มานั่งทำงานต่อ ให้ใช้เงินเก็บเพียงอย่างเดียวกลัวว่าสักวันจะหมดไป
ค่าใช้จ่ายเริ่มมาหนักขึ้นเมื่อตอนที่เธอต้องเปลี่ยนเป็นนมเสริมให้ลูกเพราะเขาโตแล้ว และเด็กน้อยเริ่มกินอาหารที่หลากหลายได้แล้ว รู้จักขนมนมเนย ทำให้รายได้ที่ได้รับเริ่มสวนทางกับรายจ่าย
เงินเก็บที่มีสลับกับเงินที่ได้มาใหม่ใช้ไปเรื่อยๆ จวนจะหมด เฮือกสุดท้ายเธอเหลือเงินสดในกระเป๋าเพียงหนึ่งหมื่นบาท ในเวลานี้ใบหน้าพ่อของลูกจึงลอยมา
ห้าปีที่เธอเลี้ยงลูกมาโดยลำพัง เธอไม่เคยอยากให้เขามารับผิดชอบตั้งแต่แรก ไม่อยากให้เขามองว่าเธอจ้องจับจึงได้ก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว
แต่ในวันนี้มันไม่ไหว เธอไม่สามารถทำแต่งานออนไลน์ที่ให้ค่าตอบแทนน้อยได้ ทว่ารายจ่ายเพิ่มมากขึ้นทุกวันในเมื่อยังต้องจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ไหนจะค่ากิจกรรมของทางโรงเรียนลูกที่เสริมขึ้นมา ถึงจะเรียนโรงเรียนรัฐบาล แต่ก็มีส่วนต่างในเรื่องอื่น ซึ่งลำพังรายได้เดือนละหมื่นกว่าบาทมันไม่เพียงพอต่อชีวิตสองแม่ลูก
มาวันนี้เธอได้งานจากผับแห่งหนึ่งที่ลองไปสมัครดู ด้วยความที่เธอเคยมีประสบการณ์มาก่อนและรูปร่างยังได้อยู่ ทำให้เขาตอบรับเธอโดยง่าย เหลือแค่รอนัดวันเริ่มงาน
เรียกได้ว่าช่วงตั้งท้องเธอออกแค่ท้องจริงๆ น้ำหนักลงลูกทั้งหมด พอคลอดแล้วหุ่นจึงกลับมาเป็นปกติใช้เวลาไม่นาน หน้าตาเธอก็ถือว่าผ่าน อายุเธอเพียงยี่สิบสามปีเท่านั้น
จึงอยากขอให้พ่อของลูกช่วยดูแลแกในยามที่เธอไปทำงาน ให้อยู่เป็นเพื่อนน้องมายด์ ให้ลูกได้มีช่วงเวลากับพ่อตัวเองบ้างอย่างที่เด็กน้อยหวัง
ด้วยความเลี้ยงลูกคนเดียวมันยากมากที่เธอจะหางานทำ และต้องเป็นงานที่เข้าทำตอนแปดโมงเช้าแล้วเลิกก่อนสี่โมงเย็นทุกวัน เพราะฉะนั้นงานในผับยังเป็นที่ต้องการสำหรับเธอเสมอ
เธอขอแค่ตั้งตัวได้ เพราะรายได้จากผับคืนหนึ่งคงไม่ต่ำกว่าวันละหนึ่งพันบาท หากเธอกลับมามีเงินก้อนอีกครั้งก็จะไม่รบกวนเขาแล้ว
เธอมีความฝันอยากเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ ด้วยความที่ทำเป็น กะเอาไว้ว่าหากมีลูกค้าประจำ หรือได้ทำส่งตามสถานที่ต่างๆ เธอจะมีเวลาทั้งทำงานและไปส่งลูกที่โรงเรียน มีเวลาไปรับแกกลับบ้านในทุกวัน
ด้วยความที่เป็นห้องเช่าราคาถูกจึงทำให้เสียงพูดคุยเล็ดลอดออกมาโดยง่าย ถ้อยคำจากสองแม่ลูกที่เปล่งออกมาจากในห้องพัก ทำให้คนที่ตามมาดูเงียบๆ อย่างอคิราห์เริ่มหวั่นใจ ได้ยินดังนั้นค่อยๆ พิงแผ่นหลังไปกับผนังห้องถอนหายใจออกมาแรงๆ
เขาได้ยินทุกอย่าง แม้กระทั่งเด็กน้อยคนนั้นเรียกเขาว่าพ่อ พยายามคิดว่าไม่ใช่ แต่ในเมื่อคนทั้งสองกลับมาถึงที่ห้องแล้วยังต้องมีอะไรให้เด็กตัวเล็กๆ แค่นั้นเรียกเขาว่าพ่อได้อีกถ้าคนเป็นแม่ไม่ทำให้แกปักใจเชื่อจริงๆ
แล้วยิ่งตอนที่เขาได้มองสบตาครั้งแรก ใจของเขาสั่นไหวไปแล้ว แต่เขาก็พยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ในเมื่อเขาไม่ได้เตรียมตัวเรื่องนี้มาก่อน
แต่พอเห็นหยาดน้ำตาเต็มป้อของเด็กน้อยคนนั้นราวกับผิดหวังสุดๆ ทำให้เขาไม่อาจพาตัวเองขึ้นห้องไปพักผ่อนอย่างสบายใจแล้วเลือกขับรถตามมาอย่างเงียบๆ แทน
เมื่อบอกใจตัวเองได้แล้วว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ดีทำให้เขาเลือกที่จะเคาะประตู ไม่นานคนด้านในก็เปิดออกมา
"คุณ!" เมยาวีตกใจไม่คิดว่าเขาจะตามเธอมาถึงที่นี่
"ถ้าเธอบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉันจริงๆ พรุ่งนี้เราไปเจอกันที่โรงพยาบาลHตอนแปดโมงเช้าแล้วไปตรวจดีเอ็นเอกัน" บอกเสร็จจึงเดินจากมา หางตาเขาดันไปสบกับเด็กน้อยที่มองมานิ่งๆ แวบหนึ่ง
ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของเขาจริงๆ เขาคงไม่ใช่แค่มองผิวเผินอย่างเช่นวันนี้ เพราะเขาคงไม่ใจดำปล่อยให้ลูกมาตกระกำลำบากแล้วตัวเองมัวสุขสบาย เขาไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้น เขาแค่ต้องการความแน่ชัดบางอย่างก็เท่านั้นเอง
ทันทีที่คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเดินกลับมาถึงสถานที่ที่สามหนุ่มกำลังจัดเตรียมปิ้งย่างอาหารกัน ก็ได้ยินเสียงปรบมืออย่างพร้อมเพรียงดังลั่น ราวกับว่าเตรียมกันมาอย่างนั้นทำให้คนที่กำลังเดินจูงมือกันมา พูดคุยล้อเล่นกันมาตลอดทางเงยหน้าขึ้นมอง"อะไร" เคนเลิกคิ้ว และเป็นภูผาที่ตอบ"สมกับที่กูลงทุนหยุดงานเพื่อมาฮันนีมูนกับมึงและเมียโดยเฉพาะเลย คุ้มค่ามาก.. ไอ้พวกนี้ก็ปล่อยให้แต่กูทำงานงกๆ อยู่ที่บ้าน ชวนกูมาดูของดีหน่อยก็ดี" ภูผาเอ่ยกับเคนแล้วพาดพิงไปหาสองหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังกำลังก่อไฟกันเคนที่นิ่งคิดไป อ๋อ สงสัยพวกมันทุกตัวคงจะเห็นกันหมดแล้ว แคปชั่นบอกรักเมียของเขา ก็ทำไม เขารักเมียมันผิดตรงไหน พวกมันนั่นแหละพูดออกมาได้ว่าเขามาฮันนีมูน ไอ้เพื่อนเวร นี่มันมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนชัดๆ ถึงได้แห่กันมาอย่างนี้นาราที่พอเข้าใจความหมายได้ดีก็เขินอาย เอาจริงเธอเพิ่งเคยอยู่กับเพื่อนของเขาครบทุกคนครั้งแรก หากไม่นับรวมวันแต่งงานนั้น ที่ดูผู้คนจะเยอะแยะกันเกินไปมองดูอาหารการกินถูกนำออกมาเตรียมเอาไว้เพื่อปิ้งย่าง อาหารทะเลหลากหลายชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกสี่ลัง อีกทั้งเครื่องดื่มเบาๆ นารา
หญิงสาวทำหน้ายู่ "ขอนาราอยู่อย่างนี้สักสามสี่ปีก่อนนะคะ อีกอย่างพี่ยังไม่แก่สักหน่อยค่ะ ใจร้อนไปไหนคะเนี่ย" เธอชมสามีเปาะ ก็เขายังดูแน่นดีเคนรั้งอีกคนมากอดเอาไว้ก่อนจะหอมขมับเธอหลายๆ ทีเมื่ออีกคนพูดถูกใจ ชักจะพูดเอาใจกันเก่งเกินไปแล้ว "กับเราไม่ว่าเรื่องอะไรพี่ใจเย็นไม่ได้สักที อะไรที่เกี่ยวกับเราพี่จริงจังหมดเลยแหละ ก็มีแต่คนๆ นี้" หอมแก้มนวลอีกหลายๆ ที"หึหึ พี่เคน..พอแล้วค่ะนาราจั๊กจี้ เดี๋ยวตอนเย็นเราลงไปเดินเล่นกันนะคะ""เอาสิครับ กลับมาเดี๋ยวเรามานั่งกินปิ้งย่างกัน เดี๋ยวพี่ให้คนเอาของมาให้""ว้าว สามีนาราใจดีมาก รู้ใจเมียที่สุดเลยค่ะ" คราวนี้เธอเป็นฝ่ายหอมแก้มเขากลับเสียเอง ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ ทำไมมันมีความสุขแบบนี้ช่วงเวลายามเย็นที่นาราเปลี่ยนชุดเสร็จเพื่อลงมาเดินเล่นข้างล่าง เสื้อยืดสายเดี่ยวสีเหลืองอ่อนกับกางเกงขาสั้นกุดสีขาว ชายเสื้อและหัวกางเกงยาวเสมอกัน ด้านล่างมีรองเท้าแตะสีน้ำตาลอ่อน ปล่อยผมยาวดกดำเป็นลอนสยายไปตามสายลมส่วนเคนสวมกางเกงขาสั้นสีขาวเพียงเข่า กางเกงรัดท่อนขาแกร่งกับก้นเด้ง สวมเสื้อลายทะเลสีเหลืองอ่อนเข้าคู่กับเมีย ปลดกระดุมลงมาสองสามเม็ดอวดอกแกร่งพอให้ส
@หนึ่งเดือนต่อมางานฉลองมงคลสมรสของอดีตผู้ปกครองและเด็กในอุปถัมภ์ของตัวเองถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชื่อดังนาราสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแขนยาวลูกไม้ ถึงด้านหน้าจะเรียบร้อยอย่างที่เจ้าบ่าวชอบ แต่ด้านหลังคว้านลึกลงไปอย่างที่เจ้าสาวชอบเหมือนกัน ขอหน่อยเถอะในงานของเธอเองส่วนเคนสวมเป็นสูทสีเทา ทรงผมถูกเซตให้เปิดขึ้นเห็นใบหน้าหล่อเหลา ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเข้าพิธีรดน้ำสังข์จากผู้ใหญ่ที่นับถือและแขกที่มาร่วมงานท่ามกลางซ้ายขวาที่มีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวอย่างเพื่อนของเคนและนารามาคอยช่วยงานทยอยยืนสังข์ที่มีน้ำอยู่ในนั้นให้แขกทีละคน ได้รับคำอวยพรมาอย่างมากล้น คนทั้งสองหันไปมองสบตากันแล้วอมยิ้มบ่อยครั้งส่วนคนที่นาราไม่คิดว่าจะมาในงานวันนี้ด้วยแต่เธอก็มา ก็จะใครล่ะ คนที่เธอไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไหร่ แต่เธอก็ยักคิ้วให้คุณพิมพ์คนนั้นไปทีหนึ่งอย่างเหนือกว่า ก่อนจะก้มลงขอบคุณพี่ชายของอีกฝ่ายที่มาด้วยกัน"ยินดีด้วยนะครับคุณเคนคุณนารา" พัฒน์บอกอย่างใจดี ยอมรับว่าตอนที่รู้ข่าวเขาเขวไปนิด แต่ก็ยังดีที่เรายังไม่ได้สานสัมพันธ์กัน"ขอบคุณค่ะ" นาราก้มหัวลงเล็กน้อยพลางส่งยิ้มหวานแต่การกระทำทั้งหมดของนารากลับอยู่ในส
นาราเริ่มอยู่ไม่สุขบิดกายไปมาอย่างเร่าร้อน หายใจหอบราวกับไปวิ่งไกลสิบกิโลเมตรมายิ่งยามที่เขาล็อกเอวคอดกิ่วเธอเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อเหลาแนบชิดลงกับความอวบนุ่มจนนาราสัมผัสได้ความร้อนลากไล้อย่างทรมานจนเสียวกาย นาราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ได้แต่ร้องครวญคราง กำมือระบายความเสียวไปกับหมอนจนกระทั่งกล้ามเนื้อด้านในเริ่มหดเกร็ง บีบรัดจนแน่น ร่างเล็กดีดดิ้นทุรนทุราย"พะ..พอ พอค่ะคุณเคน นาราเสียวมาก" เธอเหมือนใจจะขาดในตอนนี้หากเขายังไม่ยอมหยุดขยี้ ในเมื่อเขาส่งเธอขึ้นสวรรค์เรียบร้อยแล้วเคยผละตัวขึ้นมาก่อนจะรีบขยับนั่งคร่อมบั้นท้าย จับแก่นกายขนาดใหญ่ถูไถตรงก้นเด้ง ทั้งน้ำรักและน้ำลายเมื่อกี้ที่เปื้อนเปรอะเป็นหล่อลื่นชั้นดี "อืม.." ยังไม่ทันได้เอาเข้าไปเสียด้วยสิแต่เสียวหัวแล้วความอุ่นร้อนและแข็งขืนสัมผัสลงมาที่กลีบกุหลาบทำให้นารารู้สึกเสียวซ่านอีกครั้งริมฝีปากเล็กครางออกมาเมื่อแท่งร้อนสอดแทรกความคับแน่นเข้ามาเรื่อยๆ จนเอาเข้ามาหมดคนด้านหลังเริ่มซอยสะโพกถี่ขึ้น ทำให้คนตัวเล็กต้องขย้ำปลอกหมอนอีกรอบจนมันเป็นรอยสัดส่วนด้านในเสียดสี เสียงเนื้อกระทบกันดังพับๆ เร็วแรง เสียงความหวานฉ่ำแฉ
เวลาฝึกงานของสี่สาวผ่านไปแล้ว ทุกคนต่างกลับมาถึงที่กรุงเทพหลังจากอยู่เที่ยวต่อหนึ่งสัปดาห์เต็ม นาราได้คุณแฟนที่คอยอำนวยความสะดวกหาคนมาขับรถให้ พาไปเที่ยวจนคิดว่าครบหมดทุกที่แล้วไม่มีอะไรติดค้างสำหรับที่นั่นนาราคิด แต่หากมีโอกาสให้กลับไปเที่ยวอีกก็คงไปเคนและนาราเดินเข้ามาในบ้าน พอสาวน้อยเห็นใบหน้าเจ้าของบ้านครั้งแรกในรอบสี่เดือนก็รีบวิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึงสุดๆ"คุณท่าน นาราคิดถึงค่ะ" นาราบอกอย่างไม่ปกปิด เธอคิดถึงคุณท่านจริงๆ แต่ดีหน่อยที่คุณเคนไปหาเธอที่นั่น จึงทำให้เธอคลายความเหงาคิดถึงบ้านลงไปได้เยอะเลย"นารา.." เคนรีบเตือนสติ"คุณแม่..แฮ่" นาราที่ลืมตัวก็ยิ้มแหย่ออกมา"หึหึ สนุกมั้ยลูก สมใจหรือเปล่า" เจ้าของบ้านที่ขำไปกับท่าทางของเด็กน้อยก็ถามออกมา"สนุกมากค่ะ คุณเคนพานาราไปเที่ยวจนครบทุกที่เลยค่ะ" หญิงสาวว่าอย่างอิ่มเอมหัวใจ"แล้วลูกชายแม่ล่ะ พอใจไหม" เคนที่อมยิ้มไปกับท่าทางของอีกคน เมื่อเห็นว่านารามีความสุขเขาก็ดีใจ ก่อนจะมองหน้าแม่ตัวเอง"พอใจครับแม่" แล้วเคนเดินเข้ามากอดคนเป็นแม่ หอมแก้มซ้ายขวา สองแม่ลูกมองตาก็รู้ใจกัน"จะขึ้นไปพักผ่อนกันก่อนไหมหรือจะคุยเลย""คุยเลยครับ"
"ว้า..ถ้าไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ย ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรให้จับผิดเลย" ทั้งที่ใบหน้าเครื่องสำอางจัดเต็มซะขนาดนี้ นารามองอีกฝ่ายนิ่งอย่างไม่ค่อยแน่ใจ จนเห็นเขาอมยิ้มออกมา"คุณเคนน่ะ..ฮื่อออ" เธอทำสีหน้าเง้างอดใส่เขา นั่นไง เธอจะไปโกหกเขาได้ยังไงกัน เพราะเขาตามเธอทันทุกอย่างอยู่แล้ว มีแต่เธอที่ต้องยอมรับสารภาพต่างหาก เจ็บแล้วไม่จำ!"นาราก็ว่าจะบอกคุณอยู่แล้วค่ะ" ก็บอกไปตามความจริง ยังไงเธอก็ต้องหาโอกาสบอกเขา โอกาสดีๆ ที่ไม่คิดว่ามันจะเป็นตอนสถานการณ์ปุบปับเช่นนี้ยังไงล่ะ"เมื่อคืนไม่เห็นเอ่ยเลย เห็นแต่ใครก็ไม่รู้ชวนเข้านอนพร้อมกัน" เคนทำไม่รู้ไม่ชี้"ก็นาราโกหกนี่คะ แต่โกหกไม่พ้น นารากลัวคุณไม่ให้ไป""แล้วถ้าเป็นแบบนี้ จะไปไหนไม่ต้องโกหกกันตลอดไปเลยเหรอหื้ม" เคนถามน้ำเสียงอบอุ่นคราวนี้ นาราก็เงียบ ไม่กล้าตอบคำถาม"ถ้าจะไปไหนก็บอกกันดีๆ สิ จะได้ให้คนช่วยตามดู" เพราะเมื่อคืนเขาก็โทรไปรบกวนภูผามันให้คนช่วยดูให้หน่อย เขาถึงได้นอนหลับอย่างสบายใจไงล่ะ"นาราขอโทษนะคะ" พนมมือไหว้ลงตรงอกของเขาอย่างรู้สึกผิดจริงๆ เข้าใจแล้วว่าแท้จริงเขาเป็นห่วง ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เธอไปไหนแบบนั้นหรอก เธอเพิ่งมาเข้าใจน

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





