LOGINเขาก้าวเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวยืนหน้าแดงระเรื่อ หัวใจเต้นแรง และอ้าปากค้างอยู่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่
“คนบ้า คนฉวยโอกาส”
พิณทิรายกมือขึ้นแตะริมฝีปากด้วยความเขินอาย เมื่อปล่อยให้เขาจูบเอาจนพอใจแล้วจากไป แคิดถึงใบหน้าโหดๆ ของเขา แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นแรงถึงเพียงนี้
“คุณกานดาคะ คุณวิคะ พิณกลับมาแล้วค่ะ เมื่อครู่นวลเห็นพิณยืนจูบกับผู้ชายอยู่หน้าบ้านด้วยค่ะ”
นวลรีบเข้าไปรายงานเจ้านายทั้งสองทันที...
“แล้วสภาพมันเป็นยังไงบ้าง”
“สภาพเหรอคะ” นวลเกาหัวไปมา
“ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ กลับมาปกติดีทุกอย่าง”
นวลตอบตามที่เห็นมา
“เป็นไปได้ยังไง หรือพวกมันจะทำงานไม่สำเร็จ ไอ้พวกโง่เอ๊ย”
กานดาหันไปสบตาบุตรสาวอย่างแค้นใจ
“พวกไหนคะ” นวลเอ่ยถาม
“สะเออะ” กานดาถลึงตาใส่
นวลหัวหดไม่กล้าถามเจ้านายอีก
“ไก่ย่างส้มตำได้แล้วค่ะ จะให้พิณจัดใส่จานเลยไหมคะ”
พิณทิราคลานเข้ามารายงานเจ้าของบ้านทันทีที่กลับมาถึง
กานดาสบตากับบุตรสาวอีกรอบด้วยความคับแค้นใจ ยิ่งเห็นพิณทิรากลับมาในสภาพปกติดี รู้สึกเหมือนอกแทบระเบิด เพราะได้จ่ายเงินให้อันธพาลชั้นต่ำพวกนั้นไปแล้ว
“ใครจะกินของสกปรก ต่ำๆ แบบนี้ แกเอาไปกินเองแล้วกัน นังโง่เอ๊ย”
กานดาใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของเด็กสาวอย่างเกลียดชัง พิณทิราทั้งตกใจทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงได้เปลี่ยนใจไม่กินส้มตำอีก
“จะไปไหนก็ไป เกลียดขี้หน้านัก”
วิธาดาหันไปตวาดน้องสาว พิณทิรารีบลนลาหนีทั้งสองออกจากห้องโถงของบ้าน รู้ว่าถ้าขืนอยู่ต่อ คงโดนทำร้ายร่างกายอีกเป็นแน่ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแหลมแสบแก้วหูของกานดา
“เดี๋ยวก่อนนังพิณ เมื่อกี้นังนวลบอกว่าแกยืนจูบกับผู้ชายที่หน้าบ้าน ใครล่ะ แต่ต่ำๆ แบบแกรีบมีผัวไปก็ดีนะ อยู่ไปก็รกหูรกตา ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนเอาแกไปเชิดหน้าชูตาหรอก จำใส่กะโหลกกลวงๆ ของแกเอาไว้”
พิณทิราก้มหน้างุดใบหน้าซีดเผือด เมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่พ้นสายตาคนใจร้ายไปได้
“ฉันอยากเห็นน้ำหน้าแกนัก ถ้าคุณไอศูรย์รู้ว่าหลานรัก ไปยืนกอดจูบกับพวกชั้นต่ำด้วยกันอยู่หน้าบ้าน จะเป็นยังไง”
กานดาเหยียดยิ้ม มองหน้าซีดเผือดของอีกฝ่ายด้วยความสะใจ
“ไม่นะคะ” พิณทิรารีบห้ามปรามเสียงสั่น
“ทำไม แกมีสิทธิ์ห้ามฉันเหรอ ไสหัวเน่าๆ ของแกไปซะ ฉันกับลูกเหม็นขี้หน้าแกจะแย่อยู่แล้ว พ่อแกไม่เคยมาดูดำดูดี แม่แกชิงลงนรกไปซะก่อน ความจริงแกน่าจะตายๆ ไปซะ อยู่ไปเหมือนกาฝาก ไม่มีใครเขาต้องการแก ที่คุณไอศูรย์เลี้ยงแกไว้เพราะสมเพชเวทนาลูกคนใช้ต่ำๆ แบบแก” กานดาตะเพิดพิณทิราอย่างโกรธเกลียดจับจิตจับใจ
พิณทิรารีบวิ่งหนีออกมาอย่างขวัญเสีย พาตัวเองมาอยู่ในห้องนอนแคบๆ ของตัวเอง มือบอบบางเอื้อมไปหยิบภาพถ่ายมารดาที่ล่วงลับไปแล้วขึ้นมาแนบอก
“แม่ขา... พิณจะอดทนนะคะ”
หญิงสาวพูดคุยกับภาพมารดาด้วยรอยยิ้ม แม้จะเป็นยิ้มที่เศร้าเต็มที
เธอนึกถึงไปเมื่อครั้งยังเด็ก...
“แม่ขา คนพวกนั้นใจร้ายจัง เราไปอยู่ที่อื่นได้ไหมคะ ทำไมเราต้องทนด้วย”
“พิณลูกรักของแม่ เราต้องอยู่ตอบแทนผู้มีพระคุณนะลูก คุณไอรดามีบุญคุณชุบเลี้ยงแม่มา แล้วไหนจะคุณไอศูรย์อีก ที่เมตตาปรานีให้ที่อยู่ที่กินกับเรา”
“คนที่บ้านนี้ก็ตั้งเยอะแยะนี่คะแม่ ถ้าเราไปอยู่ที่อื่น จะได้ไม่มีใครกดขี่ข่มเหงเราได้อีก”
“ใครทำอะไร ก็ย่อมได้รับสิ่งนั้นตอบแทน ถ้าเราทำความดี เราก็จะได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน อาจจะช้าหน่อย แต่เราต้องภูมิใจที่เกิดมาชาติหนึ่งได้ทำความดีนะลูก หนูต้องรู้จักกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ดูแลคุณท่านกับคุณไอศูรย์ให้ดี หนูจำเอาไว้นะจ๊ะลูก ว่าหนูเป็นสายเลือดของไตรสุรเดช คนหนึ่ง หมั่นทำความดีเอาไว้ คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ต่อไปความดีจะทำให้หนูได้พบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ”
“ค่ะแม่”น
“ต่อไปหนูจะพยายามไม่ร้องไห้ หนูจะไม่อ่อนแอเหมือนอย่างที่แม่เคยสอน อีกไม่นานหนูจะเรียนจบแล้วนะคะ พิณคงทิ้งคุณท่านไปไม่ได้เหมือนอย่างที่ป้าอุ่นบอก แม่เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ”
พิณทิราถอนใจหนักหน่วง เธอยังตัดใจทิ้งไอศูรย์ไปไม่ได้ เรียนจบแล้วเธออยากช่วยท่านทำงานบ้าง เขาเป็นผู้มีพระคุณคนเดียวที่เหลืออยู่ตอนที่มารดาจากไป รู้ดีว่ากานดาและวิธาดาไม่ใคร่จะสนใจไยดีไอศูรย์สักเท่าไหร่ ปัจจุบันท่านต้องทำงานเหนื่อยมากเพื่อดูแลหลายชีวิตในครอบครัว ถ้าเธอได้แบ่งเบาภาระนั้นบ้าง คงจะดีไม่น้อย
“แกหายหน้าหายตาไปไหนมาเจ้าสิงห์”
พยัคฆ์เอ่ยถามบุตรชายคนโตที่กระแทกกายนั่งบนโซฟาตรงกันข้ามกับเขาโดยแรง น้อยหน่าซึ่งเป็นสาวใช้รีบนำน้ำมาเสิร์ฟให้เจ้านายก่อนจะเลี่ยงออกไป
สิงหรัตน์ยกน้ำเย็นๆ ขึ้นดื่มด้วยความกระหาย ก่อนตอบบิดา คิดว่าท่านคงไปหาเขาที่เกาะแล้วไม่เจอ
“ไปทำธุระมาครับ”
“ธุระอะไร หรือไปดูว่าที่เมียมาแล้ว เป็นไงล่ะ ถูกใจหรือเปล่าเจ้าลูกชาย” พยัคฆ์รีบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“พ่อคิดได้ไง ผมนี่เหรอจะไปดูยัยนั่น”
สิงหรัตน์กระแทกลมหายใจหงุดหงิด ถึงกับกุมขมับเมื่อบิดาพูดถึงหญิงสาวใจร้ายคนนั้น ยังอยากถามอยู่เชียวว่าท่านคิดยังไงให้เขาแต่งงานกับเธอ แต่เลือกจะเงียบเพราะเพิ่งบอกท่านไปว่าไม่ได้ไปดูว่าที่เมีย
สิงหรัตน์หน้าหงิกเพียงครู่… พอนึกถึงหญิงสาวอีกคนก็เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว
พยัคฆ์อมยิ้มตาม นานทีปีหนจะเห็นสิงหรัตน์ยิ้มกับเขาบ้าง ปกติทำสีหน้าเย็นชาเหมือนคนไร้ความรู้สึก
“บะ! ไอ้นี่ จะไปรู้เหรอ เห็นไม่เคยโผล่หน้าออกมาจากเกาะ ตกลงแกว่าไงเรื่องแต่งงาน” พยัคฆ์รีบรุกลูกชาย
“พ่อบอกว่าบ้านโน้นต้องใช้หนี้ไม่ใช่เหรอ ก็ได้... แค่มีเมีย มันจะไปยากอะไร แต่ผมไม่จัดงานแต่งนะ รับมาอยู่เฉยๆ ถ้าพ่อไม่ตกลงผมไม่รับปาก ถ้าตกลง ย้ายมาอยู่ได้เลย ง่ายๆ จบ”
สิงหรัตน์ยักไหล่อย่างไม่แคร์ เขามีแผนการกำจัดว่าที่ “เมีย” ในอนาคตเอาไว้แล้ว ใครจะไปทนอยู่กับผู้หญิงร้ายกาจเอาแต่ใจแบบนั้นได้ กลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ แทนที่จะเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟหรือเอาอกเอาใจนวดให้หายเมื่อย คงทำเสียงแว๊ดๆ แสบแก้วหูแทน
… เพียงแค่คิดสิงหรัตน์ก็ทำท่าสยองพองขน จนบิดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยในท่าทีของบุตรชาย เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหน้าบึ้ง วันนี้มาแปลก แต่สลัดเรื่องนั้นออกไป เพราะเรื่องที่คุยกันอยู่สำคัญกว่าเป็นไหนๆ
“แกตกลงก็ดีแล้ว เรื่องนั่นฉันจะจัดการให้ ไว้แกอยากแต่งเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน”
พยัคฆ์ดีใจมากกว่าอะไรทั้งหมดเมื่อเห็นลูกชายกำลังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนกับเขาเสียที
“ไม่แต่งครับ ชัดไหมพ่อ” สิงหรัตน์ย้ำ
“ไม่แต่งก็ไม่แต่ง แต่เอาเค้ามาอยู่แล้ว... ดูแลเค้าด้วยล่ะ ไม่ใช่เอามาทิ้งๆ ขว้างๆ”
พยัคฆ์ดักคอลูกชายที่ทำหน้าเซ็งเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งโลก
“เอาเถอะพ่อ ถ้าเค้าทนได้นะครับ แต่ถ้าทนไม่ได้หนีกลับบ้านไป ผมไม่รับรู้นะครับ เรื่องแบบนี้มันบังคับจิตใจกันไม่ได้”
สิงหรัตน์ดักคอบิดา
“บะ! ไอ้นี่ ยังไงแกก็ปั้มหลานให้พ่อสักคนสองคนสิวะ ฉันแก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว ไม่มีหลานให้อุ้มสักคน”
พยัคฆ์พูดอย่างน้อยอกน้อยใจตามประสาคนแก่
“ผมไปแล้วครับ เบื่อ”
สิงหรัตน์ตัดบทไม่รับปากคำขอของบิดา
สิงหรัตน์แอบชะโงกมองบุตรชายและบุตรสาว เมื่อเห็นว่าทั้งสองหลับสนิทเขาจึงค่อยๆ ปีนไปอีกด้านอย่างแผ่วเบา“อื้อ... พี่สิงห์เดี๋ยวลูกตื่น”“ไม่ตื่นหรอก เล่นซนทั้งวัน กว่าจะตื่นคงเช้า”สิงหรัตน์กระซิบเสียงแผ่วกลัวลูกตื่นอยู่เหมือนกัน“พี่สิงห์น่ะ”พิณทิราทุบอกเบาๆ ชายหนุ่มหอมแก้มภรรยาซ้ายขวาด้วยความต้องการริมฝีปากร้อนๆ พบกันดูดดื่ม มือหนาเลื่อนเข้าสอดแทรกในเสื้อนอนบางเบาขยำเต้าอวบอิ่มของภรรยา“อื้อ...”พิณทิราเผลอครางก่อนเม้มริมฝีปากเพราะกลัวลูกน้อยทั้งสองตื่น มือใหญ่ถลกชุดนอนของภรรยาขึ้นเหนือเอวบาง ทำเสียงจิ๊จ๊ะเหมือนขัดใจกลายๆ เมื่อเจอด่านที่กลางกาย“วันหลังไม่ต้องใส่ อยากให้ปล่อยโล่ง”เขาทำเสียงดุ พิณทิราค้อนให้กับคนเอาแต่ใจบิดหัวนมเขาเบาๆ“โอ๊ะ! อย่าหวังว่าจะได้นอน”พิณทิราตาโตเมื่อได้ยินประโยคนั้น คนเจ้าเล่ห์รีบดึงอันเดอร์แวร์ตัวน้อยออกจากเรือนร่างสาวโดยเร็วอย่างใจร้อน... ยังไม่ทันที่นายหัวหนุ่มจะซุกใบหน้าคมคายเข้าหากลีบน้ำหวานเบื้องล่าง เสียงอันไม่พึงประสงค์ก็ดังขึ้นทันที“เป่ายิ้งฉุบๆๆ”“ปู่ชักว่าว...”เสียงเด็กๆ ละเมอเพราะเล่นซนลุกมาเป่ายิ้งฉุบกันชุลมุน แถมมีปู่ชักว่าวมาอีก“เฮ้ย!
“คุณพ่อขา... คุณพ่อ”สขิลารีบปีนขึ้นเตียงบิดาในตอนเช้า ก่อนจะตะเกียกตะกายขึ้นไปบนคอของสิงหรัตน์ ใช้มือป้อมๆ ตีแขนล่ำๆ นั้นสองสามทีเพื่อปลุกให้เขาตื่น“อื้อ... ลูกลิงที่ไหนนี่” ชายหนุ่มแสร้งทำเสียงรำคาญเล็กน้อย“ลูกลิงของพ่อสิงห์ค่ะ”สขิลากอดคอหนาแนบใบหน้ากลมๆ กับหน้าของบิดา“แค่กๆๆ หายใจไม่ออก”สิงหรัตน์รีบดีดตัวเองขึ้นจากที่นอน คว้าร่างบุตรสาวกดลงกับเตียงแล้วจี้เอวกลั่นแกล้ง“ฮ่าๆๆๆ คุณพ่อขา คิกๆ จั๊กจี้ค่ะ”เด็กหญิงตัวอ้วนหัวเราะเสียงใส คนเป็นพ่อซุกใบหน้าที่หน้าท้องอ้วนๆ กลมๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ“มาอ้อนพ่อแต่เช้าจะเอาอะไร”“ฮิฮิ จะให้คุณพ่ออาบน้ำให้ค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อไปตามอาลม อาไตรและอากล้ามารับหนูไปเล่นในหมู่บ้านด้วยนะคะ”เด็กสาวกอดคอบิดาหัวเราะคิกคักดวงตาเป็นประกาย“งั้นไปเราไปอาบน้ำกัน”ก่อนที่สิงหรัตน์จะพาบุตรสาววิ่งเข้าห้องน้ำด้วยเสียงหัวเราะลั่น“นั่งๆ ลงเดี๋ยวนี้” เด็กน้อยบอกบิดาชี้นิ้วป้อมๆ ออกคำสั่ง“จ้ะๆๆ”สิงหรัตน์หมอบลงให้ลูกสาวคลานขึ้นหลัง พิณทิราที่แอบมองอยู่อีกด้านอดอมยิ้มเสียไม่ได้ จะมาพาเจ้าตัวเล็กแสนซนไปอาบน้ำ แต่คงไม่ต้องแล้วเพราะสามีได้จัดการไปเรียบร้อยแล้ว... แต่
“ธัญญ์ขอให้พี่สิงห์กับพิณมีความสุขมากๆ ตลอดไป”ธัญญ์ยิ้มให้พิณทิราด้วยความรักไม่เคยเปลี่ยนแปลง หลังจากเขาบินกลับมาจากต่างประเทศเพื่อมางานแต่งของทั้งสองโดยเฉพาะ“นายรีบมีเมียบ้างสิ จะได้มีคนดูแล”สิงหรัตน์ตบบ่าน้องชายเบาๆ ด้วยความรักไม่ต่างกัน“ถ้าผมมีผู้หญิงที่ดีแบบพิณ ผมคงตัดสินใจแต่งงานครับพี่สิงห์”ธัญญ์พูดเสียงเศร้า เขายินดีกับทั้งสองด้วยความบริสุทธิ์ใจ สิงหรัตน์ตบบ่าน้องชายอีกครั้ง เขาไม่ได้เคืองโกรธแต่ทำด้วยความรักงานแต่งงานเสร็จสิ้นลงด้วยความสุขของทุกคนที่ไม่น้อยไปกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาว เมื่อญาติผู้ใหญ่ต่างอวยพรให้คู่บ่าวสาวในห้องหอเรียบร้อยก็ปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง“พี่สัญญาว่าจะดูแลพิณและลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”“ถึงแม้ว่าพี่สิงห์จะไม่สัญญา ตอนนี้พี่สิงห์ก็ดูแลพิณกับลูกดีที่สุดเท่ากับผู้หญิงคนนึง จะได้รับการดูแลจากสามีแล้วค่ะ”พิณทิราก้มลงกราบสิงหรัตน์บนเตียงกว้างที่โรยด้วยกลีบดอกไม้หลากสีล้วนเป็นดอกไม้มงคลสิงหรัตน์ประคองภรรยาคนสวยขึ้นมากอดแนบอก เช็ดน้ำตาให้บางเบา“พี่รักพิณกับลูกมากนะ”“พิณก็รักพี่สิงห์ค่ะ รักมากเท่ากับผู้หญิงคนหนึ่งจะรักผ
“เจอหรือยัง”เสียงทุ้มเอ่ยถาม พิณทิราปาดเม็ดทรายทิ้งไปก่อนดึงกล่องกำมะหลี่สีฟ้าขึ้นมาสิงหรัตน์กุมมือบอบบาง ก่อนจะช่วยกันเปิดกล้องแหวน ด้านในบรรจุแหวนเพชรเม็ดงามเอาไว้เพชรน้ำงามส่งแสงแวววาว พิณทิราก้มลงมองด้วยความตื้นตัน สิงหรัตน์ค่อยๆ บรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย หญิงสาวโผเข้ากอดเขาแนบแน่นด้วยความรักสุดหัวใจ“พี่รักพิณนะ”สิงหรัตน์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหวานล้ำ คละเคล้ากับเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งเหมือนเพลงขับกล่อมบรรเลงซึ้ง“พิณก็รักพี่สิงห์ค่ะ”เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วเกาะพร้อมกับเสียงไชโยอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการจุดพุสวยงามฉลองความสุขดังสนั่นไปทั่วเกาะทุกคนต่างช่วยกันขนแคร่ไม้ไผ่ยกมาวางริมหาด พร้อมกับอาหารที่เตรียมเอาไว้“แบบนี้ต้องฉลองกันหน่อย เต็มที่เลยทุกคน”พิณทิราเพิ่งรู้ว่าสามีได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเสียงเพลงบรรเลงหนุ่มสาวชาวเกาะต่างร้องรำทำเพลงและทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยสิงหรัตน์กอดไหล่บอบบาง ยืนมองภาพความสุขของชาวบ้านบนเกาะด้วยความสุขใจไม่แพ้ภรรยางานหมั้นในช่วงเช้าถูกจัดขึ้นที่เกาะเสือ มีเพียงเครือญาติสนิท เพื่อนพ้องและลูกน้องที่เคารพนับถือและรักเท
“พิณ หลับไปแล้วเหรอ”สิงหรัตน์หอมแก้มนวลเบาๆ เมื่อเธอคงเพลียที่ต้องช่วยพี่เลี้ยงดูแลลูกทั้งวันจนหลับไปสิงหรัตน์เล่นกับลูกก่อนไปทำงานและหลังกลับจากที่ทำงาน ช่วงนี้งานยุ่งเขากลับมาก็หลับเป็นตาย บ้างก็หลับพร้อมลูกๆ อยู่บนเตียง พิณทิราเห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ลูกสาวตัวน้อยเริ่มร้อง เธอสังเกตว่าคงหิวนมเพราะผงกศีรษะขั้นอ้าปากแล้วก็ดูดปากตัวเองด้วยความที่เลี้ยงลูกจากน้ำนมตัวเอง พิณทิราจึงช้อนอุ้มลูกน้อยขึ้นแนบอก แล้วคีบหัวนมจ่อที่ปากน้อยน่ารักลูกสาวตัวน้อยรีบดูดน้ำนมด้วยความหิวกำปั้นน้อยกดบนเต้าอวบๆ ของมารดาสิงหรัตน์ปรือตามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม เขาหันไปดูลูกชายตัวน้อยอีกด้านที่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ยิ่งเห็นภาพนั้น ความต้องการยิ่งมากขึ้น จนเขาเริ่มทนไม่ไหว ตาคมเงยหน้าขึ้นสบสายตาหวานๆ ของภรรยาเหมือนจะเอ่ยขออนุญาตพิณทิราแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะลูกน้อยกำลังดื่มนม แต่การไม่ปฏิเสธทำให้ชายหนุ่มสรุปเอาเองว่าเธอยอมเขา“พิณ...” เสียงแหบพร่าที่สวมกอดมาทางด้านหลังทำให้เธออุ่นวาบในอ้อมแขนของเขา“พี่ขอได้ไหมพิณ”“ลูกยังกินนมอยู่นะคะพี่สิงห์”“เจ้าตัวน้อยกินนมนั่นแหละพี่เลยหิว อยากกินพิณแบบนี้”เขาบอกด
“พี่สิงห์”พิณทิราบิดหู ก่อนจะทุบเสียหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ ไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรห่ามๆ เอาแบบนี้ขนาดเธอไม่สบายนะนี่“เปิดเสื้อได้แล้ว มัวแต่พูดมาก เดี๋ยวไม่ให้นอนเลย”พิณทิราค้อนให้กับคนเอาแต่ใจ สิงหรัตน์รีบถลกเสื้อตัวสวยออกโดยเร็ว สายตากระหายมองเต้าอวบๆ ขาวเนียนเต็มตึงตาพราว ใบหน้าคมก้มลงซุกไซ้แล้วอมดูดหนักๆ มือใหญ่สอดเข้าบีบเคล้นหนักหน่วงตอนนี้สิงหรัตน์ย้ายภรรยากลับมาอยู่บนฝั่ง มาอยู่บ้านใหญ่ของบิดาเพราะจะได้สะดวกในการคลอดเขากลัวว่าหากอยู่บนเกาะจะลำบาก ส่วนตัวเองไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านกับเกาะ จนบิดายิ้มหน้าบานเมื่อเห็นลูกชายอยู่ติดบ้านงานบนเกาะก็ให้ลูกน้องคอยดูแล แต่เขาไปตรวจอยู่ประจำ ไปเช้าเย็นกลับ เพราะห่วงภรรยาและต้องกลับมาซุกอกอวบๆ ของพิณทิราไม่งั้นรู้สึกว่าตัวเองจะขาดใจเสียให้ได้สิงหรัตน์เลื่อนงานแต่งงานออกไปรอจนกว่าภรรยาคลอด แล้วจึงค่อยแต่งงานกับหญิงสาวอย่างเป็นทางการชายหนุ่มดูแลภรรยาเป็นอย่างดี จนคนรอบข้างต่างอมยิ้มในความน่ารักนั้นมือใหญ่ลูบหน้าท้องกลมๆ ของภรรยาเบาๆ แนบใบหูฟังเสียงลูกน้อยที่จะมีปฏิกิริยาดิ้นเตะแม่ทุกครั้งที่เขาสัมผัส“อุ๊ย! พี่สิงห์”พิณทิราเอามือจับที่ท้อ







