LOGINในเวลาต่อมาขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบนา เตชินทร์เพิ่งกลับถึงบ้านพักตำรวจกำลังจะเปิดตู้เย็น พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เขาเปิดประตูผลัวะ ! หงุดหงิด กลับเข้าบ้านยังไม่ทันกินน้ำด้วยซ้ำ
“นายหัวเกรียน” คำแรกที่ออกจากปากกระจับ
เตชินทร์โก่งคิ้วเหลียวมองห้องข้าง ๆ ตำรวจชั้นผู้น้อยกำลังมองจอมขวัญ เขาส่งตาดุดันจนพวกเขารีบพากันเข้าบ้าน
“กระเป๋า ?” เขามองหา เท้าฝ่ามือลงกับขอบประตูในชุดเสื้อยืดตัวเดิมเมื่อกลางวัน สีขุ่นดินยังติด กลิ่นโคลนไม่ทันจาง
จอมขวัญถอนหายใจยาวหนักอก คำที่จะพูดต่อไปช่างทรมานใจเหลือเกิน แต่เธอเป็นพวกตัดสินใจแล้วไม่เคยเปลี่ยนทว่าพอเปล่งเสียงกลับเบาราวเสียงกระซิบ
“ฉันขอโทษ”
“อะไรนะ” เตชินทร์เอียงหน้า
เธอกัดฟัน พูดดังกว่าเดิม “ฉัน ขอ โทษ”
ผู้กองหนุ่มส่ายหน้า เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ขาแสบบางปลาม้าเอ่ยขอโทษ เขาโน้มตัวหยิบบุหรี่จากตู้ข้าง ๆ จุดสูบอย่างไม่เกรงใจ
“นายไม่ควรพ่นควันใส่หน้าใคร” เสียงเธอกลับมาเป็นปกติแล้ว
“นี่มันห้องฉัน”
เตชินทร์จุดแล้วพ่นออกทางด้านซ้าย จ้องเธอเขม็ง ใช่ว่าไม่ดีใจที่ได้ยินคำนั้น ทว่าเขามันก็พวกเจ็บแล้วจำ และดันเจ็บมามากเสียด้วย
“ต้องการอะไร”
“ฉัน...”
“พูดสิ” เขาเร่ง
ตรงนี้คือบ้านพักข้าราชการหลังสถานีตำรวจในอำเภอเล็ก ๆ เป็นห้องแถวสองชั้นสร้างติดกันยาวสิบกว่าห้อง ซ้ำตั้งใกล้แยกทางไปตลาด ชาวบ้านสัญจรผ่านตลอดเวลา ขืนมีคลิปหลุดอีกรอบมีหวังเขาคงได้ข้อหาเพิ่ม
“ฉันแค่มาขอโทษ...” เธอกลืนน้ำลายเอื๊อก คำที่จะพูดฝืดในคอ แต่ถ้าไม่จบเรื่องกับผู้กองห่ามมีหวังพริ้งเพราอาจถูกรวบอีกรอบ
เตชินทร์ยกคิ้ว มองกิริยาอ้ำอึ้งจึงเดาว่าคงมีแค่เรื่องเดียวที่ทำให้เธอยอมลดตัว หมากร้านนวด...
“พริ้งเพราเป็นพม่า เข้าเมืองผิดกฎหมาย”
“แต่คุณเป็นผู้ทักษ์สันติราษฎร์” เธอหรี่ตา “พี่พริ้งแค่ชาวบ้านตาดำ ๆ ทำหลงลืมสักหน่อยจะเป็นไรไป”
“โอ้ !” เขาหัวเราะในคอ “นี่กำลังมาขอให้ฉันปล่อยตัวหรือมาสั่งสอนกันแน่”
“ปล่อยตัว ?” จอมขวัญเสียงสูงเยาะกลับ “นายทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้ว่าพี่พริ้งถูกปล่อยตัวแล้ว”
“อะไรนะ” เขากดเสียง บุหรี่ที่คีบอยู่ระริกน้อย ๆ
“คิดว่านายเป็นคนเจ้าเล่ห์คนเดียวหรือไง คิดเล่นงานคนไม่มีทางสู้ แต่หารู้ไม่ว่าคนอื่นก็มีมีดพร้าเอาไว้แทงสวนได้เหมือนกัน... โอ๊ย ! เตชินทร์”
ผู้กองหนุ่มดึงมือเธอเข้ามาในบ้านปิดประตูปัง ! ดันเธอพิงข้างฝา เท้าแขนไม่ยอมให้เธอหนีรอด
“ใคร” เสียงผู้กองเข้มราวเค้นนักโทษ
นัยน์ตาสนิมวาวแสง เขาถูกเด้งมาไกลถึงแดนบ้านนอกยังมีมือตามมากล้าขัดแผนที่เขาวางไว้
มันคือหมากที่เขาจะใช้ล่อในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“ไม่สำคัญ โอ๊ย ! ปล่อยมือฉันนะ” จอมขวัญส่งเสียงขู่ฟ่อ ขืนแรงอย่างไม่กลัว
“เธอมันตัวแสบ...” เขาจ้องนิ่ง “ใช่ไหม ? แสบจนทำพ่อแม่เดือดร้อน”
“นาย...” เสียงเธอทอดปลายหาย
เตชินทร์กวาดตามอง ขืนยอมให้เธอครั้งนี้อีกหน่อยเขาอาจจะไม่ได้เสียแค่แผน และฉายา ‘ฉลามบก’ ไม่ได้ได้มาโดยง่าย
“ช่วยคน ฮึ ! ทำตัวเป็นพวกมีศีลธรรม เห็นคนถูกทำร้ายไม่ได้แต่ดันเป็นเมียน้อย”
เตชินทร์อัดบุหรี่อีกยาวพ่นไม่เบี่ยงหน้า จ้องริมฝีปากกระจับกัดแน่นช้ำบวมจึงหยุดชะงัก มือที่บีบคางคลายลงทันที แต่พอมือกร้านละออก ฝ่ามือลูกสาวกำนันพลันสะบัดฟาดเข้าหน้าเต็ม ๆ
เพียะ ! ขึ้นริ้วแดง
“ปาก... หัดหุบเสียบ้าง จะไม่เจ็บตัว”
เธอสะบัดหลังมือกลับหน้าซีกซ้าย เพียะ !
“สมอง...” เธอเค้นเสียงจนแหบ แสบไปทั้งหัวใจ ถ้อยที่เขาเปล่งมันทำร้ายเธอยิ่งกว่าใคร “หัดคิดเสียบ้าง จะได้ไม่ทำคนอื่นเจ็บ”
เตชินทร์ลูบหน้าตัวเอง ไหล่เขย่าหลังจากปล่อยให้เธอตบจนหนำใจ เพราะดันรู้สึกผิด ได้แรงตบจากว่าที่เมียเสียบ้างอาจเรียกสติคืนมา แต่จะให้สูสีกันเธอก็ต้องยอมแลกอะไรบ้าง...
“ฉันจะให้โอกาสอีกแค่หนึ่งวัน” หน้าแกร่งโน้มลง วางบุหรี่บนจานรองไม่ยอมดับ “พรุ่งนี้ย้ายก้นเข้ามา”
“คิดหรือว่าฉันจะยอมง่าย ๆ หัวเกรียน นายทำเพื่อนฉัน พูดจา...”
มือกร้านบีบคางเธอไม่แรงมากนักแต่ทำเอาลูกสาวกำนันกลั้นเจ็บ
“อย่าทำให้ฉันเสียหน้า ไม่งั้นอาจจบไม่สวย”
ขนอ่อนท้ายทอยเธอลุกเกรียว คำขู่ที่พาให้ท้องน้อยสยิว เธอจิกเล็บลงข้อมือเตชินทร์ หยาดน้ำกลิ่นคาวซึมติดผิว
“เราจะไม่นอนด้วยกันผู้กอง ฉันให้แค่ในนามเท่านั้น”
“ฮ่ะ ฮ่า” เขาแหงนหน้าหัวเราะเลื่อนมือลงกุมลำคอหลวม ๆ พอให้เธอสะท้าน “ตลกร้ายที่ฉันเป็นพวกหวงของ”
สายตากร้าวหลุบลงมองทรวงอกอิ่มที่ขยับตามแรงหายใจ เลื่อนตาขึ้นสบเธอ ลากนิ้วเกี่ยวคอวีเสื้อเชิ้ตลายสก็อตแบรนด์ชาแนล ลากขึ้นจนถึงเส้นเลือดฐานคอที่กำลังเต้นตุบแรงขึ้นทุกวินาที
“หากจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองฉัน ต้องมีของแลกเปลี่ยน” เสียงเย็นเยือกแต่เธอดันร้อน “เธอมีอะไร จอมขวัญ...”
เสียงทุ้มพร่าในคอทำให้ลูกสาวกำนันขาอ่อนเหลว เธอกำลังจะเสียการควบคุมแค่ปลายนิ้วกร้านสัมผัส กระแสไฟไล้เป็นทางผ่าวกลางอก
ทุกคนล้วนต้องการครอบครองเธอแต่ไม่เคยถามว่าเธออยากได้สิ่งนั้นไหม ผู้ชายตรงหน้าก็เช่นกัน แต่หากเธอยอมง่าย ๆ คงไม่ใช่เธอ
จอมขวัญแบะปากดูแคลน เธอถนัดเล่นเกมลวงที่ทำชายหัวปั่น เขาไม่แตกต่าง
“ดีกว่าที่นายคิด” เสียงหวานพร่า เธอเบี่ยงตัวหันเสี้ยวหน้า บทละครเรื่องก่อน... ยังไงนะ ?
“หากนาย... คุณรอสักหน่อย รอให้ฉันเต็มใจ” จอมขวัญถอนหายใจหนัก ๆ ทรวงอกกระเพื่อม ตาผู้กองหลุบเล็กน้อยใบหูแดงก่ำ “คุณจะได้ฉันไปทั้งตัว”
“มัดจำ” เสียงทุ้มนุ่มน้ำผึ้งเอ่ยถ้อยที่จอมขวัญอึ้งงัน
“มัด... จำ...” ลำคอเธอขยับกลืนน้ำลาย
“ไม่ยาก” เขาหยิบบุหรี่ที่วางไว้จากจานรองขึ้นมาดูดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วบี้แรง ๆ ดับสนิท พ่นควันไปด้านข้าง “แค่จูบ”
เธอมองอย่างลังเล ถ้าเธอยอมจูบแล้ว...
“กลัว ?”
จอมขวัญตัวแข็งทื่อ เขาจี้ถูกจุด เธอสลัดศีรษะเบี่ยงหน้าหนีนิ้วคล้ำเข้มแต่เขากางออก ไม่ได้กุมแรงแต่ไม่ปล่อย
“ถ้าคิดว่าฉันจะกลัว...”
“เธอไม่ได้กลัวฉัน” เขาชะโงกใกล้พูดข้างหู “แต่กลัวแพ้ใจตัวเอง ใช่ไหม ?”
เธอรู้สึกกำลังถูกเปลือยทั้งจากสายตาและตัวตน ลมหายใจอุ่นกลิ่นบุหรี่พัดปอยผมปลิวเบา หากเธอตกลง เธออาจแพ้อย่างที่เขากล่าวมา แต่ถ้าไม่...
“งั้นฉันขอเพิ่มขอบเขต” เธอเงยหน้าสู้ตาอย่างน้อยต้องมีสักตารางนิ้วให้เธอยืนบนศักดิ์ศรีตัวเอง
“นายต้องให้เวลาฉันก่อนที่จะ จะ...” จู่ ๆ เธอก็พูดไม่ออก
“ฉันเสนอชัด เมีย...” เขาฝืนแรงลูกสาวกำนัน กุมท้ายทอยดึงหน้าหวานมาใกล้ขึ้น “ย่อมหมายถึงความใกล้ชิดทางกาย แนบเนื้อ...” เสียงพร่าเบาดุจลม “ไม่มีเสื้อผ้า”
ไอร้อนในท้องจอมขวัญพุ่งขึ้นพวงแก้ม เธอลืมไปแล้วว่ากำลังต่อรองกับปีศาจ เกมที่เธอไม่เห็นประตูให้ยิง เพราะในเวลานี้เสมือนว่าคนที่พ่ายคือเธอ
“ห้าวัน... หลังจากฉันย้ายเข้ามา” เสียงเธอสั่นหวิว
เขายิ้มเบา ๆ ดันเธอติดผนังบ้านด้วยร่างสูงใหญ่ ให้เธอสัมผัสถึงรอยปวดร้าวกลางกายที่พลุ่งพล่าน
“ไม่” เขาโน้มหน้าลง “พรุ่งนี้เย็นหิ้วกระเป๋าเข้ามา ทำหน้าที่เมีย... บนเตียง”
คืนที่ผู้กองการุณไปหาพริ้งเพราที่ร้านนวดดาวรวีฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มบางปลาม้าให้จมน้ำ พริ้งเพรานั่งนิ่งบนเตียงหมอนวดกลางแสงสลัวของไฟถนนที่สาดลอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าปนกันจนเธอรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ห้องเดิม เตียงเดิม แสงเดิมแต่คืนนี้ไม่เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รอ ‘ลูกค้า’ เธอกำลังรอผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คำว่าอนาคตไม่ได้ฟังดูไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป“หนาวไหม” เสียงทุ้มของการุณดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งมาถึงตัวเปียกชุ่มแต่ยังยิ้มได้พริ้งเพราเงยหน้า มองผู้ชายที่เคยเป็น ‘ผู้กองการุณ’ แต่คืนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อกากี แค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวเปียกชื้นติดตัว ร่างกายที่เคยเห็นแค่ตอนนวด วันนี้เธอเห็นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม“ไม่หนาวค่ะ… แต่ใจหนาว” เธอพูดเสียงแผ่วการุณนั่งลงข้าง ๆ ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ เขายื่นผ้าขนหนูสีเทาให้เธอ“วันนี้ฉันคุยกับไอ้เตแล้ว เราจะจัดการโภคินให้สิ้นซาก” เขาพูดนิ่ง ๆ “พริ้งไม่ต้องกลัวอีกแล้ว”เขาเอ
ห้าเดือนต่อมา ณ หอประชุมใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าส่องกระทบเครื่องแบบติดแถบสีของเหล่านายตำรวจที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเสียงประกาศในหอประชุมก้องกังวาน สลับเสียงปรบมือเป็นระยะ ทุกอย่างควรเป็นเช้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเขาเช้าที่คนเป็นพ่อควรภูมิใจ เมียรักควรยิ้มทั้งน้ำตา และตัวเขาเองควรได้ยืนรับเกียรติอย่างเต็มภาคภูมิ หากไม่มีเงาของใครบางคนตามมาทวงหนี้เลือดในวันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นนายตำรวจหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่วันนี้ประดับชั้นยศใหม่บนบ่า“พันตำรวจโท เตชินทร์ เตชภูมิ”การเลื่อนยศอย่างก้าวกระโดดจากผลงานการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายใหญ่และการสละชีพเข้าระงับเหตุระเบิดที่บ้านกำนันหนู ทำให้วันนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ติดดาวดวงใหม่ แต่ยังได้รับมอบ ‘แหวนอัศวิน’ แหวนแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่ตำรวจผู้กระทำความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ“ยินดีด้วยนะผู้กำกับ... ไม่สิ ท่านรองฯ เตชินทร์”บิ๊กต๊อบเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจเต็มอก นัยน์ตาของคนเป็นพ่อสั่นระริกเมื่อเห็นลูกชายเดินมาไก
เปรี้ยง!รถดูคาติเลี้ยวออกจากวัดกลางแทนที่จะมุ่งกลับบ้านตรง ๆ ล้อกลับพาเธอเลาะคันนาเข้ามาในทางเปลี่ยวที่คุ้นตาจอมขวัญนั่งซ้อนท้ายเงียบ ๆ ซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของผัวตัวดีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านพักตำรวจ“พี่เต จะพาไปไหน”เขาไม่ตอบในทันที แค่ยกมือแตะหลังมือเธอที่กอดเอวเขาไว้แน่นแล้วบิดคันเร่งต่อ จนกระทั่งเถียงนาเล็ก ๆ กลางทุ่งโผล่พ้นม่านฝนตั้งเค้า เธอจึงเม้มปากแน่นอย่างคนเริ่มเดาออกว่า... คืนนี้ผู้กองหัวเกรียนคิดไม่ซื่ออีกแล้ว“เถียงนา…” เธอพึมพำที่ที่เคยมีทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งรอยน้ำตา ทั้งคำพูดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่คืนนี้กลับถูกจัดเสียใหม่ราวกับเป็นเรือนหอเล็ก ๆ กลางนาจอมขวัญกวาดตามองของทุกชิ้นบนเถียงนาแล้วหันไปค้อนคน ตรียมการอย่างรู้ทัน“อย่าบอกนะว่า พี่ตั้งใจมาค้างจริง ๆ”เตชินทร์ยักคิ้ว มุมปากยกนิดเดียวแบบคนไม่คิดจะปิดบัง “ก็ตั้งใจพาเมียมาฮันนีมูน”จอมขวัญหันขวับ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย “บ้าไปแล้ว ? ฝนกำลังจะ
แสงไฟระยิบระยับภายในหอประชุมโรงเรียนบ้านบางปลาม้า กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบขาวอบอวลไปทั่วงานที่ถูกจัดอย่างสมเกียรติด้านหน้าหอประชุมมีรถราชการจอดเรียงสลับกับรถอีแต๋นและมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านจนแน่นลานดินเสียงหัวเราะ เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงคนเรียกกันสำเนียงเหน่อดังคลอไปกับดนตรีวงเล็กหน้าเวทีงานแต่งของผู้กองกับลูกสาวกำนันในคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งานมงคลของคนสองคนแต่มันคือคืนที่ทั้งบางปลาม้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแขกเหรื่อทั้งในเครื่องแบบติดแถบสีและชาวบ้านบางปลาม้าในชุดผ้าไหมสีสดใสนั่งกันเต็มขนัด เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่ 'บิ๊กต๊อบ' จะร่วมโต๊ะจีนกับ 'ตาพงษ์' ที่ยังพยายามแอบกระดกเหล้าขาวอยู่ข้างถังน้ำแข็ง“กูว่าวันนี้ลูกพี่สวมชุดขาว” บิ๊กเปรยเบา ๆ เป็นเหตุให้เกิดการพนันขึ้นทันควัน โป่งยิ้มกริ่มเดินเก็บเงินแล้วรอคอยว่าเจ้าสาวจะสวมชุดอะไรจังหวะนั้นไฟในหอประชุมค่อย ๆ หรี่ลงทีละน้อย เด็กเสิร์ฟหยุดเดิน ชาวบ้านหยุดคีบกับข้าว แม้แต่ตาพงษ์ยังยอมวางแก้วเหล้าขาว ทุกสายตาหันไปทางทางเดินสีแดงตรงประตูใหญ่พร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเงียบกริบเมื่อเสี
“ขวัญ...” เตชินทร์นิ่งอึดใจ ใบหน้าเมียรักสวยยิ่งกว่าทุกวันหรือเพราะหัวใจของเขามันถูกทะลายเกราะที่ป้องกันแล้วจนหมดสิ้นแต่เธอเงียบ... ไม่ตอบ เขาเริ่มใจคอไม่ดี“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงให้มันดูดี” เขาหัวเราะแห้ง ๆ เหมือนสมเพชตัวเอง“พี่วิ่งไล่ตามอะไรหลายอย่างมาทั้งชีวิต ทั้งชื่อเสียง งาน เกียรติยศ จนลืมไปว่าถ้าชนะทุกอย่าง... แต่ไม่มีขวัญอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”นัยน์ตาสีสนิมที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดกลับนิ่งลึกอย่างที่เธอไม่ค่อยเห็น“กับคนอื่นพี่ไม่เคยยอมแพ้ แต่กับขวัญ...” เขาหยุดกลืนลมหายใจ “พี่แพ้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดประตูให้ขวัญเข้าบ้านแล้ว”มีเสียงโห่ฮาเกิดขึ้นก่อนที่พ่อกำนันจะยกมือให้ทุกคนหยุดฟัง“เรื่องโภคิน พี่ยอมรับว่ามีส่วน” เขาสูดลมหายใจลึก “แต่ที่พี่เลือก เพราะขวัญต่างหาก”เตชินทร์เดินมาหน้าบันได เหงื่อแตกข้างขมับทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่แรง ไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน ให้ยิงปืนยังง่ายเสียกว่า“กลับมาเป็นเมี
แดดยามเช้าของบางปลาม้าสะท้อนวาวกระทบยอดหลังคาสีทองของวัดกลาง นกกระพือปีกออกหากินย่ำรุ่งดังพึ่บพับระคนเสียงไก่ขันคุ้ยดินในลาน“เอ้า... ยกดี ๆ” จอมพลชี้นิ้วสั่งโป้งยกข้าวปลาอาหารถวายพระเช้านี้ขึ้นศาลา เขาเลือกจัดงานบุญครบรอบวันตายของแม่และพ่อพร้อมกัน“พ่อกำนัน...” ยายเฒ่าทองยิ้มร่า มีหลานสาวประคองเดินขึ้นบันได “เช้านี้คึกคักดีนะ”“ต้องขอบใจชาวบ้าน มากันทุกปี” กำนันยิ้มกว้าง ไอรินและจอมขวัญเพิ่งจะเดินขึ้นตามมาหอบของพะรุงพะรัง“อ้อ... หลานขวัญก็มาด้วย” ยายทองมองยิ้ม ๆ “เดินระวังนะ ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้”จอมพลสะดุ้ง อะไรกัน... อ้าปากแย้งแต่ตาเฒ่าพงษ์หมู่เก้า ปกติเห็นแต่เมาเหล้าขาวเดินเซออกมาจากศาลาถลามาเกาะไหล่“เขาว่าเมื่อคืนผู้กองปืนบ้านกำนัน รึ!” เสียงกลิ่นสุราเหม็นหึ่งทำกำนันเบือนหน้าหนีแต่พวงแก้มแดงซ่าน ไอรินยิ้ม ๆ เดินผ่านไม่อยากแวะเพราะกลัวจะโดนถามไปด้วย ส่วนจอมขวัญหน้าเห่อไปหมด“พวกเอ็งรู้ได้ยังไง” จอมพลถามกึ่งโกรธ“ก็ไอ้ชวด







