LOGIN“คุณปราง”
มะปรางหันไปทางเสียงเรียก พอเห็นว่าเป็นป้าจุ๋ม หญิงสาวก็ยิ้มกว้าง และเดินเข้าไปหาผู้สูงวัยที่ถือตะหลิวยืนอยู่ในโรงอาหาร
“ป้ากำลังทำกับข้าวอยู่ พอเห็นรถคุณติก็เลยออกมาดู เผื่อว่าจะสั่งให้ทำอะไรเพิ่ม”
“คุณติไม่มีอะไรสั่งเพิ่มหรอกค่ะ คุณติแค่มาส่งปรางไว้ที่นี่ เสร็จงานแล้วคุณติถึงจะแวะมารับ ป้าจุ๋มทำอะไรอยู่หรือคะ มีอะไรให้ปรางช่วยไหม”
“โอ๊ย ! ไม่ต้อง ๆ ไม่ต้องช่วยอะไรทั้งนั้นค่ะ คุณปรางมานั่งตรงนี้” ป้าจุ๋มว่าพลางโอบเมียเจ้านายไปนั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อนในโรงครัว
“นั่งรอป้าตรงนี้นะคะ เดี๋ยวป้าตักทับทิมกรอบมาให้ชิม เพิ่งทำเสร็จเมื่อกี้เอง ป้าให้คุณปรางชิมคนแรกเลย”
มะปรางไม่อยากขัดใจผู้สูงวัย หญิงสาวจึงนั่งรออย่างผู้รอที่ดี ระหว่างรอก็มองตามผู้สูงวัยที่กุลีกุจอไปตักทับทิมกรอบใส่ถ้วยแก้วใบเล็กมาให้ พอป้าจุ๋มเดินกลับมาพร้อมกับถ้วยทับทิมกรอบ มะปรางก็ยื่นมือออกไปรับ
“ขอบคุณค่ะ น่ากินจังเลยค่ะ” มะปรางวางถ้วยใบเล็กลงบนโต๊ะม้าหินอ่อน หญิงสาวยิ้มกว้างสดใสให้ป้าจุ๋ม
“น่ากินก็กินเลยนะคะ ป้าจะไปทำกับข้าวช่วยพวกสาว ๆ ต่อล่ะค่ะ”
“ค่ะ” มะปรางพยักหน้า แล้วยิ้มหวานให้ป้าจุ๋มอีกครั้ง เมื่อผู้สูงวัยเดินกลับไปที่ห้องครัว หญิงสาวก็ลงมือรับประทานทับทิมกรอบ
มะปรางกินขนมหวานได้เพียงแค่สองคำ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ส่งเสียงเตือนว่ามีสายเรียกเข้า หญิงสาวจึงวางช้อนไว้ในถ้วยใบเล็ก แล้วล้วงโทรศัพท์ออกมาดูหน้าจอ พอเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของคนสนิทบิดา มะปรางก็รีบรับสายและเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส
“สวัสดีค่ะลุงทอง”
“คุณปรางครับ คุณปราบหน้ามืดเกือบล้มตอนกำลังรดน้ำต้นไม้ครับ ตอนแรกผมว่าจะพาไปโรงพยาบาล แต่คุณปราบไม่ยอมไป”
มะปรางอึ้งไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ หญิงสาวถามกลับไปด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“แล้วตอนนี้คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”
“ตอนนี้ปกติดีครับ ผมพามานอนพักที่ห้องนั่งเล่น แต่หลายวันมาแล้วที่คุณปราบดูอ่อนเพลีย กินข้าวน้อยลง ผมบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไปครับ”
“ปรางฝากดูแลคุณพ่อก่อนนะคะลุงทอง ปรางจะรีบไปตอนนี้เลยค่ะ”
มะปรางวางสายแล้วลุกขึ้นกวาดตามองไปรอบโรงอาหาร พอเห็นเปี๊ยกกำลังยกถังน้ำลงจากพ่วงข้างมอเตอร์ไซค์ มะปรางจึงรีบเดินเข้าไปหา
“เปี๊ยก พาพี่กลับบ้านหน่อย”
นายเปี๊ยกซึ่งมีอายุน้อยกว่ามะปรางสองปีรีบวางถังน้ำลง แล้วยืนตรงมองหน้ามะปรางอย่างงง ๆ
“คุณปรางไม่รอคุณติแล้วเหรอครับ” เพราะป้าจุ๋มบอกว่าคุณปรางมานั่งรอคุณติ นายเปี๊ยกเลยไม่เข้าใจว่า คุณปรางจะมาบอกตนพากลับบ้านทำไม
“พี่มีธุระด่วน ต้องรีบกลับบ้าน เปี๊ยกไปส่งพี่หน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะบอกคุณติเองว่าเป็นคนสั่งให้เปี๊ยกพากลับบ้าน” พอเห็นสีหน้าลังเลของนายเปี๊ยก มะปรางก็รีบบอกให้เขาสบายใจ เพราะนายเปี๊ยกคงกลัวถูกเจ้านายต่อว่า
“แบบนั้นก็ได้ครับ ป้า...ฉันไปส่งคุณปรางที่บ้านก่อนนะ”
นายเปี๊ยกรับปากแล้วหันไปตะโกนไปบอกป้าจุ๋มที่อยู่หน้าเตา ป้าจุ๋มยังไม่ทันอืออออะไร นายเปี๊ยกก็ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ ยันคันสตาร์ตแล้วเบิ้ลเครื่องเสียงดังลั่น พอมะปรางขึ้นนั่งที่พ่วงข้าง เขาก็บิดรถออกตัวไปอย่างรวดเร็ว
“คุณปรางของป้าอยู่ไหนครับ” พอตรวจงานเรียบร้อย ธิติก็บึ่งรถตรงกลับมาที่โรงอาหาร เขาลงจากรถและกวาดสายตามองหาจนทั่วแล้วก็ไม่พบคนที่เขาบอกให้รอ ชายหนุ่มจึงเดินตรงไปถามแม่ครัวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“เอ่อ...ไอ้เปี๊ยกมันพาคุณปรางไปส่งที่บ้านแล้วค่ะ”
พอได้ยินคำตอบ คนมาตามหาเมียก็ถอนหายใจแรง เขาหันไปทางนายเปี๊ยกที่กำลังเดินเร็วเข้ามาหาพอดี
“ใครสั่งให้มึงไปส่งคุณปราง”
“เอ่อ...คุณปรางสั่งครับ” นายเปี๊ยกยืนเอามือกุมเป้า ก้มหน้าตอบด้วยความหวั่นใจ เพราะหน้าตาของคนถามนั้นบึ้งตึงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ธิติสูดลมหายใจลึก เพราะเธออยู่ในฐานะเมียของเขา เธอมีสิทธิ์สั่งลูกน้องในไร่ทุกคน แต่คำสั่งของเธอต้องไม่ขัดใจเขาสิ ตาคมปลาบตวัดมองคนที่พาเมียเขากลับไปส่งบ้านอย่างหัวเสีย แต่เขาจะไม่ทำอะไรคนรับคำสั่งหรอก งานนี้คนที่จะถูกลงโทษทัณฑ์แบบจัดหนักจากเขาคือคนสั่ง เพราะเขาถือว่าเขาได้เตือนเธอไว้แล้ว แต่เธอกลับไม่เชื่อฟัง แบบนี้มันท้าทายกันชัด ๆ
พี่ ๆ ต่างพากันยืนรายล้อมเตียงทารกด้วยความตื่นเต้น น้องน้อยของพวกเขาถูกห่อตัวไว้ด้วยผ้าสีชมพูราวดักแด้น้อย“น้องปรายแก้มแดง” เจ้าปราณว่าพลางใช้นิ้วชี้เขี่ยแก้มน้องน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่“จมูกน้องปรายนุ้มนุ่ม” เจ้าโปรดแตะจมูกน้องเบา ๆ ราวกับกลัวว่าน้องจะเจ็บ“น้องปรายตัวเล็กนิดเดียว” เจ้าปราชญ์แตะหน้าผากน้องเบา ๆ อย่างทะนุถนอม“อย่ากวนน้อง ให้น้องนอนเยอะ ๆ น้องจะได้แข็งแรง โตเร็ว ๆ พวกเราเป็นพี่ชายต้องคอยดูแล ปกป้องน้อง อย่าให้ใครมารังแกน้องเด็ดขาด” ปริญบอกน้อง ๆ ทั้งสามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน เจ้าสามคนหันมามองหน้าพี่คนโตแล้วพยักหน้ารับอย่างจริงจังมะปรางนั่งอิงแอบอกสามีอยู่บนเตียง เธอมองลูก ๆ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข เป็นวันที่เธออ่อนล้าแต่หัวใจอิ่มเอมเต็มตื้นคุณย่าทวดเดือนเต็ม คุณปู่ติณและคุณย่าธัญญามองดูหลาน ๆ อย่างมีความสุข เจ้าพวกตัวน้อยทั้งห้าคนคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของไร่เดือนเต็ม ตั้งแต่มีพวกเขา ไร่เดือนเต็มก็ไม่เคยเหงาอีกเลย มีแต่ความปั่นป่วนที่เจือด้วยรอยยิ้มและความสุขเสียงร้องเล็ก ๆ ของน้องปรายทำให้พี่ ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปริญตั้งสติได้ก็หันไปบอกคุณพ่อเสียงตกใจ“คุ
“ลูกหลับหมดแล้วเหรอคะ” มะปรางถามสามีเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน สามีของเธอเพิ่งกลับมาจากเล่านิทานให้ลูก ๆ ฟังในห้องนอนของพวกเขา“หลับหมดแล้ว ทำไมปรางยังไม่นอน” ธิติเดินไปนั่งลงริมเตียง เขาแตะหน้าท้องนูนของคนที่นอนตะแคงอยู่“อึดอัดเหรอครับ หายใจสะดวกไหม” คนห่วงเมียถามพลางช่วยจัดหมอนที่เธอหนุนใต้ท้องไว้ให้เข้าที่“เหนื่อยค่ะ” มะปรางบอกแล้วสูดลมหายใจลึก“เดี๋ยวก็คลอดแล้ว หลังคลอดพี่จะไม่ให้ปรางทำอะไรเลย พี่จะเลี้ยงน้องปรายเอง จะทำให้ทุกอย่าง ปรางจะได้ไม่เหนื่อย”มะปรางยิ้มให้คนที่อาสาจะดูแลลูก หญิงสาวยกมือขึ้นแตะแก้มเขา “สามีของปรางน่ารักที่สุด”ธิติยิ้มอบอุ่น เขาก้มลงหอมแก้มนวลอย่างแสนรัก“นอนได้แล้วครับ พี่ขอเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวจะมานอนกอดนะ”“ค่ะ”เมื่อภรรยาหลับตาลง ธิติจูบเปลือกตาสองข้างของเธอเบา ๆ ก่อนจะลุกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำธิติใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน ครู่หนึ่งเขาก็เปิดประตูออกมา คิ้วเข้มขมวดมุ่นทันที เมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งหลับตาไปก่อนเขาจะเข้าห้องน้ำลุกขึ้นนั่ง“ปรางลุกขึ้นมาทำไมครับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ธิติรีบเดินเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงมะปรางมองหน้าสามีแล้วยิ้
พอคุณพ่อออกปากอนุญาต เด็กน้อยทั้งสี่ก็ร้องดีใจ และโผเข้ากอดคุณพ่อพร้อมกันทันที เจ้าปราณปีนขึ้นไปนั่งตักคุณพ่อแล้วกอดคอไว้แน่น เจ้าหนูหอมแก้มซ้ายขวาคุณพ่อฟอดใหญ่ไปหลายครั้งมะปรางลืมตาขึ้นมองคุณพ่อตัวโตที่ถูกลูก ๆ รุมกอดรุมหอมอยู่บนโซฟา หญิงสาวยิ้มอ่อนโยน แล้วค่อยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง“ปราง” ธิติเห็นเมียตื่นก็รีบอุ้มลูกลงจากตัก แล้วเข้าไปนั่งลงข้างเมีย“ตื่นเร็วจัง นอนต่ออีกนิดไหมครับ” ธิติว่าพลางช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“พอแล้วค่ะ อยากไปดูลูกเล่นว่าวมากกว่า” มะปรางว่ายิ้ม ๆ เธอมองสามีด้วยสายตาล้อเลียนธิติยิ้มแห้งให้ภรรยา แบบนี้เธอก็คงได้ยินที่เขาคุยกับลูกหมดแล้วล่ะสิ“คนหื่น” มะปรางขยับปากว่าให้ได้ยินกันเพียงสองคน“คุณแม่ตื่นแล้ว คุณแม่ไปดูพวกเราเล่นว่าวที่หน้าบ้านนะครับ” ปราชญ์นั่งลงข้างมารดา เขาเอนศีรษะซบต้นแขนผู้เป็นแม่ แล้วยื่นมือไปลูบท้องแม่เบา ๆ “พาน้องปรายไปดูพวกเราเล่นว่าวด้วย”มะปรางยิ้มหวานให้ลูกชายคนรอง เธอลูบศีรษะลูก ๆ เบา ๆ “จ้ะ”เจ้าเด็กอีกสามคน พอได้ยินว่าคุณแม่จะไปดูพวกเขาเล่นว่าวก็พากันกระโดดโลดเต้นดีใจกันใหญ่“น้องปรายคอยดูนะ ว่าวของพี่จะต้องขึ้นสูงที่สุด” ปริญมานั่งคุ
มะปรางยอมให้สามีอุ้มเข้าห้องไปวางลงบนเตียง ยอมให้เขาเริ่มบทรักครั้งที่สองในค่ำคืนนี้ด้วยความเต็มใจ เธอให้ความร่วมมือกับเขาเต็มที่ ทว่าสุดท้ายแล้วมะปรางก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่คนหื่น ครั้งเดียวไม่เคยมีอยู่จริงสำหรับสามีของเธอ เขามันคนหื่นที่เอาแต่ใจที่สุดตอนพิเศษคุณพ่อลูกดก “ชู่ว์ ! เงียบ ๆ ครับ คุณแม่หลับอยู่” ธิติยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปาก เพื่อเตือนลูกชายวัยไล่เลี่ยกันทั้งสี่คนที่วิ่งกรูเข้ามาในห้องนั่งเล่นยามบ่าย เพราะตอนนี้คุณแม่ของเด็ก ๆ กำลังนอนกลางวันอยู่บนที่โซฟาเบด ช่วงนี้เธออ่อนเพลียง่ายและนอนกลางวันทุกวัน เพราะในท้องของเธอมีลูกสาวของเขาอยู่ ท้องใหญ่ที่นูนเด่นออกมาบอกให้รู้ว่า อีกไม่กี่วันน้องสาวคนเล็กของพี่ ๆ ก็จะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว “ปราชญ์ โปรด ปราณ อย่าเสียงดัง มานั่งตรงนี้” ปริญ...พี่ชายคนโตวัย แปดขวบบอกน้องด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง เขานั่งลงบนโซฟา แล้วตบที่นั่งข้างตัวสองข้าง เพื่อบอกให้น้องมานั่งด้วย ปราชญ์...น้องชายคนรองวัยหกขวบเดินย่องอย่างระมัดระวังไปนั่งข้างพี่ชาย โปรด...น้องชายคนที่สามวัยห้าขวบเดินตามด้วยท่
“ปรางต้องทำยังไง คุณติถึงจะยอมเข้าไปนอนในห้องคะ” สุดท้ายเธอก็ต้องง้อเขา ไม่น่าลงโทษเขาด้วยวิธีแบบนี้เลย แบบนี้เขาต้องได้ใจแน่ ๆ เพราะเขารู้ว่า ถึงยังไงเธอก็ต้องมาง้อเพราะเป็นห่วงเขา “ปรางติดค้างหอมแก้มพี่อีกหนึ่งข้าง” คนอยากหันมากอดเมียแทบตายแต่ก็ยังวางฟอร์มบอก “คุณติหันมาสิคะ ปรางจะหอม” ที่จริงก็อยากเล่นตัวให้นานกว่านี้ แต่กลัวเมียจะเปลี่ยนใจไม่ยอมหอมแก้ม คนตัวใหญ่ขี้ใจน้อยจึงพลิกตัวหันไปหาเธอ “หอมแก้มแล้วต้องแถมจูบด้วย” “แต่ปรางติดหอมแก้มอย่างเดียวนะคะ” “ก็ปรางหอมช้า เลยเวลามาตั้งนานแล้ว มันก็ต้องมีดอกเบี้ยกันบ้าง” มะปรางถอนหายใจบางเบา หญิงสาวยอมทำตามที่เขาบอก เธอหอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แล้วแถมด้วยจูบหวาน ๆ ตามใจเขา แต่พอเธอจะถอนจูบ คนที่งอนเธอเมื่อครู่ก็เล่นแง่กับเธอ เขากดท้ายทอยเธอไว้ และจูบอย่างเอาแต่ใจ ทั้งยังแตะต้องสัมผัส ลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวเนียนนุ่ม ปลุกเร้าเธออย่างคนมีแผน “คุณติ...อย่า” มะปรางห้ามเสียงสั่นพร่า เพราะสามีชักจะเตลิดไปกันใหญ่ เขาล้วงมือลงผ่านชายกระโปรงชุดนอน แล้วสอดมือผ่านขอบกางเกงชั้นในเ
“ก่อนจะเหมาทำไมไม่เช็กตังค์ในกระเป๋าก่อนคะ” “ปรางไม่รักพี่” มะปรางถอนหายใจแรง หญิงสาวเปิดกระเป๋าเงินในมือ แล้วหยิบเงินส่งให้คนขายส้ม ก่อนหันมามองค้อนคนที่ยิ้มหน้าบานเพราะเมียตามใจ คนชนะหันไปยิ้มเยาะให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสะใจ“ส้มหมดแล้ว ไปซื้อร้านอื่นเถอะ” “ขอโทษด้วยนะคะพี่เอื้อ พอดีคุณติเขาอยากซื้อส้มไปแจกคนงานในไร่ค่ะ” “ไม่เป็นไรครับน้องปราง พี่ไปซื้อร้านอื่นก็ได้ครับ พี่ขอตัวก่อนนะครับ” “ค่ะ” แม้จะรู้สึกผิดกับโอบเอื้อ แต่เธอก็เลือกจะตามใจคนเอาแต่ใจ เพราะขืนขัดใจ คนที่งอนเธออยู่แล้วก็จะงอนหนักไปกันใหญ่ “ขอตัวก่อนนะครับคุณติ” “อือ” ธิติพยักหน้า ในใจไล่ส่งอยากให้มันไปเร็ว ๆ พอโอบเอื้อขับรถออกไปแล้ว เขาก็หันมายิ้มให้เมีย “พี่รักปรางที่สุด” “คนนิสัยไม่ดี” มะปรางว่าแล้วหิ้วถุงส้มที่เธอเลือกเดินกลับไปที่รถ ธิติรีบเดินตาม และแย่งเอาถุงส้มมาถือ พอเดินไปถึงรถ เขาก็เปิดประตูรถให้เมีย “คุณติรู้ตัวไหมคะว่า เมื่อกี้คุณติทำตัวได้น่าตีที่สุดเลย” “ก็ช่าง พ







