Mag-log in“ได้เลยค่ะ สบายมาก เดี๋ยวโรสจัดการให้ค่ะ พี่เหมียวไม่ต้องห่วงค่ะ” โรสลินรับคำสั่ง พลางคิดในใจว่าคุณโรมอะไรเนี่ยก็เรื่องมากใช่ย่อย
พอถึงช่วงเที่ยงโรสลินก็รับอาหารที่แผนกครัวเพื่อนำไปส่งให้คุณโรม เธอยกอาหารวางบนรถเข็นส่งอาหารเพื่อเตรียมนำขึ้นไปที่ชั้น26 เมื่อถึงหน้าห้อง เธอก็เคาะประตูห้องส่งสัญญาณสามที “คุณโรมคะ อาหารเที่ยงมาแล้วค่ะ” เสียงใสเอ่ยขออนุญาต “แตะคีย์การ์ดเข้ามาได้เลย ไม่ได้ล็อก” โรมตะโกนกลับมาเมื่อเขาบอกแบบนั้นเธอก็แตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูห้องเข้ามา จากนั้นก็ยกจานอาหารไปวางที่โต๊ะกลมซึ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ซึ่งจัดไว้สำหรับรับประทานอาหาร ตอนเข้ามาให้ห้อง เธอแอบเห็นว่าเขายังซุกตัวใต้ผ้าห่มนอนอยู่บนเตียง จึงไม่อยากรบกวน กะว่ายกอาหารมาวางให้เสร็จแล้วก็จะรีบออกไปขณะที่โรสลินกำลังหมุนตัวกลับ ปึก~ “อ๊ะ!” หน้าผากชนเข้ากับอะไรแข็งๆ เธอเกาหน้าผากตัวเองป้อยๆ เมื่อเบิ่งตาดูก็ต้องตาลุกวาว นี่มันหน้าอกแข็งๆ อุ๊บส์ เขาไม่ได้ใส่เสื้อด้วย แถมมีขนระเรื่อยตั้งแต่แผงอกลงไป...เอ๋? อย่าบอกนะว่าข้างล่างก็ไม่ใส่ บ้าหน่า~ พลางเลื่อนสายตาลงและหรี่ตาดูอีกที ทว่า...เห็นว่าเป็นกางเกงวอร์มก็พรูลมหายใจอย่างโล่งอก เธอเงยหน้าพรึบขึ้นมามองหน้าเขา “เธอ/คุณ” ทั้งสองอุทานขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกใจ “มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เสียงเข้มโพล่งถาม “คะ คือหนูเป็นแม่บ้านที่นี่ค่ะ” เธอเอ่ยตอบทันควัน ‘ยัยนี่ทำงานกี่อาชีพเนี่ย?’ โรสลินกะพริบตาปริบมองเขา ถ้าอย่างนั้นที่แท้แล้วเจ้าหนี้ของเธอก็คือคุณโรมอย่างนั้นเหรอ? แล้วก็รีบก้มหน้างุดมองเท้าตัวเองเพราะตอนนี้เขาแต่งตัวไม่สุภาพอยู่ เธอเกรงว่าสายตาอ่านกินของเธอที่มองจะทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ และเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวจึงได้หันไปหยิบเสื้อยืดสีขาวบนเตียงขึ้นมาสวม “ขอโทษที” “ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ” เธอโบกมือปฏิเสธ นี่มันกำไรชัดๆ กล้ามแน่นชะมัด เป็นบุญตาของนังโรสจริงๆ “เอ้อ ก่อนที่จะลงไป ฝากเอาขยะพวกนี้ไปทิ้งด้วยนะ เธอชื่อ อ่อ...” เขาเลื่อนสายตาดูที่หน้าอกเสื้อของเธอ ที่มีป้ายชื่อติดอยู่ “โรสลิน กิตติวงศ์” “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างกระตือรือร้น พลางหันไปดูขวดเหล้าและเบียร์วางเรียงรายอยู่บริเวณผนังห้องมุมหนึ่ง ต้องดื่มเยอะขนาดนี้เลยหรือเนี่ย? เธอเดินไปหยิบถังขยะที่มีถุงดำรองไว้อยู่เพื่อนำมาเก็บขวดเหล้าขวดเบียร์ ส่วนเขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร สายตาของเธอดันไปปะทะกับของบางอย่างในถังขยะเสียก่อน มันเป็นกล่องกำมะหยี่สีดำหรูหรา ดูเหมือนว่าจะเป็นกล่องเครื่องประดับอะไรสักอย่าง โรสลินถือวิสาสะเปิดออกมาดู ก็พบว่ามันไม่ได้เป็นกล่องเปล่าในนั้นมีแหวนเพชรเม็ดเป้งอยู่ด้วย เธอรีบกระวีกระวาดนำกล่องแหวนที่เธอพบมาวางบนโต๊ะอาหาร “คุณโรมคะ คุณโรมน่าจะเผลอทิ้งของมีค่าค่ะ” เขาปรายเพียงหางตามอง “ฉันทิ้งมันไปแล้ว” พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงเรียบอย่างไม่ยี่หระนัก “แตะ แต่ว่าในนี้มันมีแหวนเพชรอยู่นะคะ” เธอรีบอธิบายให้เขาฟัง “ก็บอกว่าทิ้งไปแล้วไงวะ!” เสียงเข้มขุ่นตะคอกเสียงดังลั่น เล่นเอาคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งเฮือกเสียวสันหลังวาบ พูดจบเขาก็คว้ากล่องแหวนนั่นเขวี้ยงลงถังขยะอย่างไม่ไยดีอีกครั้ง ทว่าโรสลินก็วิ่งไปหยิบมันขึ้นมาอย่างลนลาน โรสลินสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ท่องพุทโธกำหนดลมหายใจเข้าออกก่อนจะเอ่ยกับเขา “ถ้าคุณโรมไม่ต้องการมันแล้วก็เอาไปขายเอาเงินคืนสิคะ ดีกว่าทิ้งมันไปเฉยๆ แบบนี้ หนูรู้ว่าคุณรวยจะผลาญเงินเท่าไรขนหน้าแข้งของคุณก็คงไม่ร่วง แต่สำหรับคนที่ไม่มีเงิน คนจนๆ ...อย่างหนู หรือใครก็ตามมันมีค่าที่อาจจะต่อชีวิตครอบครัวไปได้อีกหลายเดือน” “งั้นก็เอาไปสิ ฉันยกให้” เขาเอ่ยตัดรำคาญ พลางจ้วงข้าวเข้าปาก และไม่ได้สนใจที่เธอแสดงโอวาทอะไรทั้งนั้น “คะ?” เธอเลิกคิ้วกับคำพูดที่สุดแสนจะเย็นชาแต่เปี่ยมไปด้วยความโอหังอย่างเต็มกำลังของเขา...“คุณคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของสามีที่กำลังแอบอ่านบันทึกของมารดาอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น“ฉันว่าแม่ของเราสองคนรู้จักกันนะ” โรมโพล่งขึ้น โรสลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง“คะ คุณว่าอะไรนะคะ?”ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร อยู่ๆ รูปใบหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกก็หล่นลงพื้นไป โรสลินรีบหยิบมันขึ้นมาดู“นี่มัน!” โรสลินร้องอุทานยกมือข้างหนึ่งปิดปากตาเปิดกว้าง โรมรีบชโงกหน้าไปดูรูปที่อยู่ในมือเธอ“นี่แม่ฉัน...ส่วนนี่” ผู้หญิงในชุดคลุมท้องที่ยืนอยู่ข้างกันก็คือดาหลา มารดาของโรสลินนั่นเอง“เป็นไปได้ไงกันคะ?” เธอหันมามองหน้าเขาเหลอหลา“นั่นนะสิ” โรมพึมพำ “อ้อ แล้วถุงเท้าอันนี้ จากที่อ่านบันทึกของแม่ แม่ถักเอาไว้ให้เธอนะ แต่น่าจะไม่มีโอกาสได้ให้” เขาเปรยออกมาน้ำเสียงเศร้า โรสลินเบนสายตามองถุงเท้าที่วางอยู่“คุณคะ ถ้าอย่างนั้นขอถุงเท้าจากแม่คุณให้มะลิแทนได้ไหมคะ?” โรสลินโพล่งคำ“จริงสิ! ถ้าเอาให้หลานใส่ แม่ต้องดีใจมากๆ แน่ ถุงเท้าน่าจะเหมาะกับลูกสาวเราด้วย” โรมแย้มยิ้มรีบหยิบถุงเท้าที่ห่ออยู่ในถุงพลาสติกที่ถูกเก็บอย่างดีออกมาสวมให้ลูกสาวตัวน้อย“ว้าว! ลู
เกิดประกายวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตาคู่คมของโรม เหตุการณ์นี้เหมือนเดจาวู“Sweet Factory”“เออ ใช่ๆ ชื่อนี้แหละคุณ ว่าแต่คุณรู้จักด้วยเหรอคะ?”แน่นอนล่ะ ร้านนี้มันเป็นร้านโปรดของเขาเลย!“แม่ผมก็เสียวันนี้เหมือนกัน และมันก็ตรงกับวันเกิดของผมเหมือนกัน!” โรมและโรสลินหันมามองหน้ากัน มันเป็นความรู้สึกที่เหลือจะเชื่อ!“นี่อย่าบอกนะว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกัน เอ... ใช่ๆ ต้องใช่แน่ วันนั้นฉันจำได้รางๆ ว่ามีผู้หญิงอีกคนที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเราด้วย!”ดาวเรืองเองก็ตกตะลึงกับเรื่องนี้ ทั้งคู่มีความเชื่อมโยงเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันแบบคาดไม่ถึง นี่มันเป็นความบังเอิญจริงๆ เหมือนว่ามีใครกำหนดมันเอาไว้แล้ว...ณ บ้านไม้ที่ทาทาบด้วยสีขาวทั้งหลังในแถบชานเมือง โรมพาครอบครัวกลับไปไหว้แม่ของเขาที่นั่น และก็จะไปวัดดารารามเพื่อไปไหว้แม่ของโรสลินด้วย โรสลินจุดธูปบอกกล่าวและพามะลิมาไหว้คุณย่าด้วย“ธุจ้า คุณย่าสิคะ ทำยังไงเอ่ย” เด็กน้อยก็ยกมือป้อมๆ ประกบกันแล้วก้มศีรษะลงอย่างรู้ความ“จ้า จ้า” เสียงใสเจื้อยแจ้วช่างจำนรรจา“เก่งมากเลยลูกสาวแม่” โรสลินเอ่ยชมลูกสาวตัวน้อยก่อนจะกดปลายจมูกลงบนศีรษะเล็ก“เ
ณ โรงพยาบาล“แม่เป็นเป็นยังไงบ้าง” โรสลินโพล่งถามทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป เธอช่วยพยุงดาวเรืองขึ้นมานั่งเอาหมอนอิงหลังให้“ดีขึ้นมาก ขอบใจแกกับคุณโรมด้วยนะ แกยังจะนับถือฉันเป็นแม่อยู่อีกหรือทั้งที่ฉันใจร้ายและทำไม่ดีกับแกมาตั้งเยอะ ฮึก ฮือ” หล่อนยกมือขึ้นปิดหน้าพลันร่ำไห้ รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป โรสลินเข้าไปสวมกอดดาวเรือง“ไม่เป็นไรนะแม่ อย่าร้องเลยนะแม่ โรสไม่โกรธแม่แล้ว” โรสลินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มให้หล่อน แค่เห็นแม่สำนึกผิดได้ แบบนี้หล่อนก็ดีใจแล้ว ดีว่ามันไม่สายจนเกินแก้ไข ดาวเรืองหันไปหาโรมที่อุ้มน้องมะลิอยู่แล้วเอ่ยถาม“นั่นลูกแกใช่ไหม”“จ้ะ ชื่อมะลิ” เด็กน้อยที่พ่ออุ้มดูดจุกหลอกเสียงดังจุ๊บจั๊บแล้วหันมามองดาวเรืองตาแป๋วแหวว“น่าเอ็นดูเสียจริง” ดาวเรืองมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู“โรสอยากรู้เรื่องแม่ดาหลาจ้ะ แม่เล่าให้โรสฟังได้ไหม”“ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้บ้าง เพราะฉันเคยเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยความจริงกับคุณรสิตาไว้ ฉันกลัวว่าถ้าบอก...”“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเคลียร์กับพี่ตาแล้ว พี่ตาบอกผมแล้วว่าให้คุณพูดได้เลย พี่ตาไม่เอาเรื่องใดๆ ทั้งนั้น” ดาวเ
“ได้ค่ะๆ หนูจะไม่มาให้คุณกับคุณฤทธิ์เห็นหน้าอีกค่ะอีกต่อไปค่ะ”นี่เป็นสาเหตุให้ดาหลาตัดสินใจเด็ดขาดที่จะหายตัวไปเงียบๆ เพื่อเลี้ยงดูลูกตามลำพัง เธอไม่ได้คิดห่วงตัวเอง เธอห่วงก็แต่ความปลอดภัยลูกในท้อง เลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากความรักของเธอและเขา...วรรณษานิ่งอึ้งไปอยู่นาน จนฤทธิ์เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา“แล้วผมมีอีกเรื่อง”“คะ?” คิ้วโก่งเลิกสูง“ริสาไม่ใช่ลูกของผม!”“คะ คุณฤทธิ์คุณพูดเรื่องอะไรคะ” วรรณษาเลิ่กลั่กงับคำไม่ตรงคำ โรสลินเองที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็ยกมือปิดปากตาเบิกโตด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยินไม่ต่างกัน“คุณรู้อยู่แก่ใจคุณวรรณ ทำไมคุณต้องหลอกผม ทั้งที่ผมไม่เคยคิดจะแตะต้องตัวคุณเลยด้วยซ้ำ!” เขาแค่นเสียงดังตอกหน้าผู้หญิงตรงหน้าที่แบ็คเมลเขาเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเขานับตั้งแต่วรรณษาแต่งเข้ามาในอารยะตระกูลทั้งคู่ก็แยกกันนอนมาตลอด คนภายนอกส่วนใหญ่ที่มองมาเห็นว่ารักกันดีและเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกคือปลอมทั้งนั้น มันคือการสร้างภาพมายาแทบทั้งสิ้นในคืนนั้นที่ทั้งคู่ได้เสียกันมันเป็นเพราะวรรณษาวางยานอนหลับฤทธิ์แล้วมีการจัดฉากว่าทั้งคู่ได้เสียกันขึ้นมา ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้เ
“ริสา ไม่ใช่ลูกอา”“หา! อา...หมายความว่ายังไงครับ”“อาสงสัยในตัวลูกสาวคนนี้มานานแล้ว อาก็เลยส่งไปตรวจด้วย”ฤทธิ์ยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้โรสลิน เธอหยิบมันขึ้นมาอ่านรายละเอียด ดวงตาเบิกกว้างเพราะผลตรวจดีเอ็นเอ ระบุว่าเธอและเขามีความเกี่ยวข้องเป็นพ่อลูกกัน99.99%“นี่มันอะไรกันคะ?” คิ้วสวยเลิกสูงเป็นเชิงคำถาม“ขอโทษที่พ่อทำโดยพลการ เรื่องตัวอย่างดีเอ็นเอ พ่อไม่ได้ขออนุญาตหนูก่อน แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นหนูก็ไม่ยอมไปตรวจ” ฤทธิ์เอ่ยขึ้น สรรพนามเรียกขานที่ใช้กับเธอก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วยเมื่อเขารู้ความจริงว่าเธอคือลูกของเขา“แล้วได้ตัวอย่างดีเอ็นเอไปได้ยังไงคะ” โรสลินรู้สึกฉุนเฉียว“เรื่องนี้โรมช่วยอา”“คุณโรม?” คิ้วเรียงสวยเริ่มขมวดมุ่น ที่แท้ก็เป็นฝีมือของโรมนั่นเอง“อืม เขาเอารากผมของหนูมาให้พ่อเอาไปตรวจน่ะ อย่าไปโกรธโรมเลยนะ โรมคงอยากช่วยพ่อ” ฤทธิ์อ้อมแอ้มเอ่ยเสียงแผ่ว‘คุณโรมนะคุณโรม’โรสลินฮึ่มๆ อยู่ในใจ“หนูคือลูกของพ่อกับแม่ดาหลา ต่อไปหากมีเรื่องอะไรที่เดือดร้อนและอยากให้พ่อช่วยเหลือบอกพ่อได้เสมอนะ ให้พ่อได้ใช้เวลาที่เหลือทำหน้าที่ของพ่อ” เขามั่นใจว่าโรสลินเป็นลูกของเขากับดาหลา
ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย คนรับใช้ภายในบ้านก็ต่างเอ็นดูเจ้าก้อนแป้ง ซึ่งอานิสงส์นี้มันเผื่อแผ่มาถึงคนเป็นแม่อย่างโรสลินด้วย“นี่ กดปุ่มตรงนี้นะจ๊ะมะลิ” รสิตาชี้ไปที่ปุ่มเพลง เป็นกล่องกิจกรรมที่มีเสียงเพลงที่หล่อนเพิ่งซื้อมาฝากหลาน พอกดแล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น เด็กน้อยที่นั่งตักคนเป็นย่าอยู่ก็โยกตัวโยกหัวตามจังหวะเพลงเต้นไปด้วย ทั้งป้าทั้งย่าก็ร้องเชียร์กันยกใหญ่“น่ารักจังหลานย่า” ราตรีกดปลายจมูกลงบนศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู โรมและโรสลินที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลต่างยิ้มแป้นแล้นหน้าบานเป็นจานเชิงไม่ต่างกัน“สงสัยมะลิจะตกคนทั้งบ้านได้อยู่หมัด” โรสลินเปรยขึ้น“ช่วยไม่ได้นี่นาก็ลูกเราน่ารัก” เขาเย้าภรรยากลับ“เดี๋ยวอีกสักพักค่อยไปโรงพยาบาลกันนะ”“ค่ะ” เมื่อได้ยินโรสลินก็ทำหน้าเศร้าๆ ขึ้นมาฉับพลัน“ไม่เป็นไรหรอกน่า หมอบอกว่าเธอปลอดภัยดีแล้ว” เขายื่นมือมากุมมือโรสลินแล้วตบลงที่หลังมือแผ่วเบาให้กำลังใจขณะที่ทั้งสามคนเดินออกจากบ้านไปแล้ว รสิตาก็ลอบมองพวกเขาเดินจากไปเงียบๆ จริงๆ แล้วหล่อนมีเรื่องที่อยู่ในใจอยากจะปรับความเข้าใจกับโรสลินหลายเรื่อง ทั้งอยากจะขอโทษในเรื่องที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ แล







