LOGIN“แล้วเห็นพี่รังเกียจฝันหรือเปล่า”
“…”
“อะไรที่พี่ไม่ชอบพี่จะไม่ทำ” พี่ภัทรเอ่ยว่าเท่านั้นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยที่ไม่ลืมดึงฉันให้ลุกขึ้นยืนตามด้วย “ไปกินข้าว”
“เดี๋ยวมีคนเห็น”
“ไม่มีใครอยู่ในบริษัทแล้ว”
“แต่…”
“ไม่มีแต่ ลุกขึ้น” ทั้งน้ำเสียงและสายตาทำให้ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ รีบลุกขึ้นยืนในขณะที่มือกำลังเก็บของเข้ากระเป๋า
ฉันเดินตามแรงจับจูงของ ‘ท่านประธาน’ ด้วยใจที่เต้นตุบตับไม่เป็นส่ำ ทั้งตื่นเต้นและกลัวว่าใครจะมาเห็นการกระทำที่สนิทสนมของเราสองคน เชื่อไหมว่ามือหนาที่จับให้ฉันลุกขึ้นยืนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ตอนนี้ยังไม่ปล่อยมือออกจากมือฉันเลย แถมยังสอดประสานนิ้วเข้ามาอีกต่างหาก
“ท่านประธานจะให้วาสั่งอาหารมาเพิ่มไหมคะ” คุณวาที่นั่งอยู่หน้าห้องทำงานของพี่ภัทรเอ่ยถามเมื่อเห็นเราสองคนโผล่เข้ามา สีหน้าและท่าทางของเธอยังคงนิ่งสนิท ไม่ได้แสดงออกมาว่ากำลังตกใจกับการกระทำที่สนิทสนมของเราเลยสักนิด
แสดงว่าเรื่องนี้คุณวาคงรู้อยู่แล้ว เผลอ ๆ พี่ฟ้าก็อาจจะรู้เรื่องของฉันกับพี่ภัทรเหมือนกัน
“ไม่ต้องหรอก ไปพักเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง”
“ค่ะ”
“พี่ภัทร” คล้อยหลังคุณวาฉันก็หันไปหาพี่ภัทรด้วยสีหน้าตื่นเต้น “คุณวากับพี่ฟ้ารู้เรื่องของเราเหรอ”
“อืม”
“แล้ว…”
“กินข้าว ไม่ต้องถามมาก” เขาดึงให้ฉันทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงาน มือหนาจัดแจงอาหารมาให้ฉันเหมือนว่าไม่ต้องการพูดเรื่องนี้จริง ๆ
“ถามหน่อยก็ไม่ได้”
“ถามเก่ง พูดมาก” แม้จะค่อนขอดแต่ก็ตักอาหารมาให้ฉัน “กินเข้าไป จะได้มีแรงไปร้องไห้ต่อ”
“เรื่องนี้ไม่ตลกนะ” พอถูกดึงเข้าเรื่องนี้ คำพูดและสีหน้าของพริ้งก็โผล่เข้ามาในหัวทันที ความมั่นใจที่ว่าจะกินข้าวกับคนอื่นลดลงจนแทบจะไม่เหลือแล้ว
“ทำไมไม่กิน หรือต้องให้ป้อน”
“พี่ภัทรไม่รังเกียจหน้าฝันเหรอ”
“รังเกียจทำไม มันก็แค่ผื่น”
“…”
“หรือผื่นมันจะกลายพันธุ์เป็นอย่างอื่น” คนพูดรุกล้ำเข้ามาใกล้โดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ มือหนาจับหน้าฉันให้เงยขึ้นโดยที่เขาเคลื่อนหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน ฉันเบิกตากว้างมองสบตาคมที่อยู่หลังกรอบแว่นด้วยความตกใจ มือข้างที่ไม่ได้จับช้อนข้าวรีบดันอกของพี่ภัทรไว้แทบจะทันที
“พี่ภัทร…”
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไร หน้ายังตลกเหมือนเดิม” เขาพูดในขณะที่ตากำลังแพรวพราววาววับ เพียงแค่ปากไม่ได้ยิ้มเท่านั้น “เอาไว้กลายพันธุ์เมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที”
พี่ภัทรถอยห่างออกไปแล้ว แถมยังตักข้าวเข้าปากเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกใด ๆ ในการกระทำที่อุกอาจของตัวเอง มีเพียงฉันเท่านั้นที่ยังนั่งหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ที่เดิม
เมื่อกี้หน้าเราใกล้กันมากเลยนะ อีกนิดนึงจะชิดติดกันแล้ว และถ้าฉันดูไม่ผิด ตาคมคู่นั้นยังจ้องริมฝีปากของฉันราวกับว่ากำลังสนใจอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่กิน?”
“…”
“หรือต้องให้ป้อน”
“ฝันกินเองได้ ไม่ต้องมาป้อนฝันหรอก” กลัวว่าหัวใจจะเตลิดไปไกลมากกว่านี้จึงรีบดึงอารมณ์อย่างอื่นขึ้นมา “วันต่อไปฝันไม่มากินข้าวกับพี่ภัทรแล้วนะ เดี๋ยวมีคนเห็น”
“สุดท้ายคนอื่นก็ต้องรู้อยู่ดี”
“แต่มันต้องไม่ใช่ตอนนี้ ขนาดฝันที่เป็นแค่พนักงานธรรมดายังโดนจับจ้องและวิจารณ์หน้าขนาดนั้นเลย ถ้ามีคนรู้ว่าฝันเป็นอะไรกับพี่ภัทร คนทั้งบริษัทแห่มาวิจารณ์หน้าฝันแน่”
“ตามใจ”
“แล้วพี่ภัทรรู้ได้ไงว่าฝันไม่ลงไปกินข้าว”
“แค่เดินผ่านไป”
“…” มือที่กำลังตักอาหารเข้าปากต้องชะงักค้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น แอบหรี่ตามองพี่ภัทรที่ยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิม
“ได้ข่าวว่าโซนผู้บริหารกับโซนที่ฝันทำงานมันคนละโซนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ภัทรถึงเดินผ่านมาทางนี้ได้”
“แล้วทำไมพี่จะเดินผ่านไม่ได้” คิ้วเข้มยกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ปากจะระบายยิ้ม “บริษัทของพี่ พี่จะเดินไปทางไหนก็ได้ทั้งนั้น”
เป็นคำพูดที่น่าหมั่นไส้มาก…
“แล้ววันนี้ตอนกลับบ้าน ฝันต้องรอพี่ภัทรที่ไหน”
“ไปยืนรอพี่ที่ลิฟต์ทางออกโซนผู้บริหาร คุณวาจะยืนรออยู่ตรงนั้น”
“แล้ว…”
“กินข้าว”
ฉันกลืนคำถามลงคอทันทีทันใดเมื่อได้ยินเสียงที่เข้มขึ้น จะให้ซักถามอีกก็คงจะไม่แล้วล่ะ เดี๋ยวจะโดนดุอีก
“ไอ้หมอมันบอกว่าให้นัดตรวจสภาพผิวหน้าทุกหนึ่งอาทิตย์ มันแจ้งหรือยัง”
“ยังไม่แจ้งค่ะ” ฉันส่ายหน้าเบา ๆ “คุณหมอบอกพี่ภัทรมาเหรอ”
แม้จะตอบแต่ในใจก็อดค่อนขอดไม่ได้ พอเราจะกินข้าวดันชวนคุยซะนี่
“อืม”
“เพื่อนพี่ภัทรเก่งมากไหม คิดว่าจะรักษาหน้าฝันหายหรือเปล่า”
“บอกไม่ได้ ต้องรอดู”
“ฝันอยากกลับมาหน้าดีเหมือนเดิมแล้ว” ไม่รู้เป็นเพราะสนิทใจหรืออะไรที่ทำให้ฉันกล้าบ่นกับพี่ภัทรแบบนี้
“พี่ภัทรรู้ไหมว่าตอนที่หน้าฝันไม่มีผื่นน่ะ ฝันสวยนะจะบอกให้”
“หน้าเดิม ๆ คนเดิม ๆ”
“คนเดิมก็ใช่ แต่นี่ไม่ใช่หน้าฝันสักหน่อย” ฉันมองอีกฝ่ายด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
“ก็หน้าเดิม ๆ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยน” คนที่มีสี่ตากวาดมองหน้าฉันสักพักแล้วเอ่ยออกมา “เปลี่ยนหน้าใหม่ค่อยว่ากันอีกที”
“คอยดูเถอะ ถ้าฝันสวยอย่ามาตกหลุมรักฝันก็แล้วกัน”
“ถ้าพี่ตกหลุมรักฝันแล้วจะทำไม?”
“…”
คำถามที่ถูกถามออกมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรทำให้ฉันชะงักค้างได้
“ห้ามได้ด้วยเหรอ ถ้าพี่จะตกหลุมรักเมียตัวเอง”
ตาย…
ช็อตนี้ตายไปเลย
“เดี๋ยวค่อยมาวอแวฝันนะคะ คืนนี้ยังไงก็ยอมอยู่แล้ว” สาเหตุที่เขาติดแจแบบนี้ก็เพราะหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้วอแวนั่นแหละ ช่วงนี้ลูกนอนดึกทุกวัน และเป็นฉันเองที่หลับก่อนทุกที พี่ภัทรก็เลยค้างเติ่งบนดอยมาหลายวันแล้ว และดูเหมือนว่าวันนี้จะทนไม่ไหวแล้วล่ะ“ฝันหลับก่อนพี่ทุกคืน”“คืนนี้ไม่หลับค่ะ สัญญา”“ถ้าฝันหลับพี่ก็จะปลุกฝันอยู่ดี” พี่ภัทรหอมแรง ๆ ที่แก้มของฉันก่อนที่จะผละตัวออกไปเมื่อพูดจบ เขาทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะกลางห้องครัวแล้วหยิบงานขึ้นมาทำเงียบ ๆ ฉันจึงหันมาสนใจกับการทำอาหารต่อเราต่างอยู่ในภวังค์หน้าที่ของตัวเองจนกระทั่งฉันทำอาหารเสร็จ และเจ้าพีก็ลงมาข้างล่างพอดี“แม่ครับ”“ครับ” ฉันตอบรับในขณะที่มือกำลังจัดแจงอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีคุณพ่อช่วยอีกแรง “มีอะไรครับ”“พีอยากแยกห้องนอนครับ”“แยกทำไมครับ ไม่อยากนอนกับแม่และพ่อแล้วเหรอ” แม้ปากจะเอ่ยถามลูก แต่ตาก็ไม่วายเหลือบไปมองพ่อของลูก ซึ่งเขาก็ยังทำหน้าเดิม ๆ ไม่เปลี่ยน“อยากนอนครับ แต่พีอยากนอนคนเดียว”“มีใครบอกให้น้องพีมาพูดเรื่องนี้กับแม่ไหมครับ”“…” ลูกไม่ตอบ แต่ทำท่าทางอึกอักอยู่นาน มากกว่านั้นยังแอบเหลือบตามองคนเป็นพ่ออีกต่างหาก“
เมียลับท่านประธานจบตอนพิเศษสามปีต่อมา“แม่ครับ”“ครับ”“กลับมาแล้วครับ” เสียงเล็ก ๆ มาพร้อมกับการสัมผัสหอมแรง ๆ ที่แก้มทำให้ฉันละมือจากงานตรงหน้าแล้วจับลูกชายมาหอมคืนบ้างและเมื่อหอมเสร็จ คนเป็นสามีที่กลัวว่าจะเสียเปรียบลูกก็เดินเข้ามาหอมฉันแรง ๆ เหมือนที่ลูกชายทำ มากกว่านั้นยังจูบลงที่ปากของฉันเบา ๆ อีกต่างหาก“พี่ภัทร!”“หืม”“ไม่อายลูกหรือไงคะ ลูกมองอยู่ไม่เห็นเหรอ” เพราะหมั่นไส้คนมึนก็เลยหยิกเขาไปหนึ่งที แต่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังทำหน้าอารมณ์ดีอีกต่างหาก“ให้พ่อจุ๊บแม่ตามสบายเลยครับ” คนเป็นลูกเอ่ยขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “วันนี้พีเห็นผู้หญิงเข้ามาอ่อยพ่อด้วย”ฉันขมวดคิ้วกับคำบอกกล่าวของลูกชาย โดยเฉพาะคำนี้ ‘อ่อย’ ลูกไปได้ยินมาจากไหน แล้วรู้ได้ไงว่ามันแปลว่าอะไร“พีอยากให้พ่อกับแม่รักกันมาก ๆ ครับ”“เดี๋ยวครับ” ฉันอุ้มเจ้าพีมาวางไว้บนตักในขณะที่พี่ภัทรทิ้งตัวนั่งลงข้างฉัน “น้องพีรู้จักคำว่าอ่อยได้ไงครับ”“ป้าพริ้งสอนครับ วันนี้พีอยู่กับป้าพริ้งทั้งวันเลย”“คุณแม่ต้องจัดการใครดีครับระหว่างป้าพริ้งที่สอนคำพวกนี้ให้น้องพี หรือคุณพ่อที่อยู่ดี ๆ ก็มีสาวมาวนเวีย
“ก็ในข่าว…” มะปรางทำหน้าอึกอัก ตามองหน้าพี่ภัทรสลับกับมือถือไปมาอย่างสงสัย “ในเว็บไซต์นี้ยังบอกอยู่เลยว่าคุณภัทรเป็นทายาทคนโตของเตชะวรวงศ์”“สงสัยเว็บไซต์ยังไม่อัปเดตข่าวใหม่น่ะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมแจ้งให้เว็บไซต์และสื่อต่าง ๆ อัปเดตใหม่อีกที”สิ้นเสียงของพี่ภัทรหน้าพวกเธอก็เหวอยิ่งกว่าเดิม แต่ดูเหมือนเชอร์รี่จะตั้งสติได้ก่อน จากหน้าเหวอ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นระบายยิ้มกว้างออกมา“แล้วตกลงยังไงอะฝัน พี่ก้องเทงานแต่งแกจริงเหรอ”“จริง เล่าให้พวกเล่าฟังหน่อยสิ อยากรู้อะว่าจริงหรือเปล่าที่พี่ก้องเทงานแต่งแกเพราะหน้าแกเหมือนผี…”“…”“อุ๊ยซอรี่ หน้าพังน่ะ”“ที่ลีน่าว่าก็ถูก พี่ก้องเทงานแต่งเพราะหน้าฝันเหมือนผีจริง ๆ แต่พูดตรง ๆ ฝันก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ ดีซะอีกที่พี่ก้องทำแบบนั้น”“…”“ถ้าวันนั้นพี่ก้องไม่เทงานแต่ง ฝันก็คงไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ อย่างพี่ภัทร” ฉันระบายยิ้มกว้างออกมาก่อนที่จะซบหน้าลงบนแขนกำยำ “พี่ภัทรทั้งหล่อขนาดนี้ เป็นถึงผู้บริหารบริษัท PT Group รวยมากอีกต่างหาก แถมยังดูแลฝันดีสุด ๆ ต้องขอบคุณพี่ก้องจริง ๆ ที่ไม่ยอมแต่งงานกับฝัน”“…”“อีกอย่างหน้าผี ๆ มันก็ดีนะ มันช่วยทำให้ฝันรู้อะ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 2หนึ่งเดือนต่อมาอาการแพ้ท้องของพี่ภัทรหายดีแล้วหลังจากที่แพ้มาสามสัปดาห์เต็ม ๆ และตอนนี้เป็นฉันเองที่มาแพ้ต่อ แต่การแพ้ท้องของฉันเป็นเพียงแค่อยากทานอะไรแปลก ๆ เท่านั้น จากเมื่อก่อนที่ไม่ทานของเปรี้ยวเลย ตอนนี้ดันชอบมาก รู้สึกว่ายิ่งทานก็ยิ่งอร่อยฉันหยิบต่างหูขึ้นมาใส่เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว และการแต่งตัวที่ว่าคือวันนี้มีงานกินเลี้ยงของเหล่านักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการเชิญชวนให้ไปออกงาน ด้วยความที่ฉันเป็นภรรยาของพี่ภัทร วันนี้เขาก็เลยจะหอบฉันไปงานด้วย คงอยากพาไปเปิดตัวแบบจริง ๆ จัง ๆ นั่นแหละเป็นไปได้แทบอยากจะจัดแต่งงานอีกรอบ…“ไหวไหม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มมาพร้อมเรียวแขนที่สอดเข้ามาที่เอวของฉัน จมูกโด่งกดลงที่ซอกคอก่อนที่จะกดลงที่แก้ม สูดดมกลิ่นหอมราวกับว่าหลงฉันนักหนาแต่จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้ดูแลฉันดีทุกอย่าง เราเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันตลอดเวลา พี่ภัทรชอบคลอเคลียและพร่ำสื่อการกระทำที่แสดงออกมาว่ากำลังรักหลงฉันอย่างกับอะไรทำตัวประเจิดประเจ้อแม้กระทั่งในบริษัท จนตอนนี้ฉันแทบจะก้มหน้าเดินแล้วเพราะทนต่อสายตาล้อเลียนขอ
วันต่อมาฉันกับพี่ภัทรมาทำงานตามปกติเช่นเคย และการมาของเราไม่ได้ต่างคนต่างมาแล้ว ตอนนี้เราสามารถมาด้วยกันได้ เดินข้างกันได้ พูดคุยกันในบริษัทได้ เราสามารถทำทุกอย่างร่วมกันได้โดยที่ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไปถึงแม้จะอยู่ในฐานะที่เป็นภรรยาของท่านประธาน แต่ฉันยังคงทำหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายการเงินเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายตำแหน่งหรือลาออกแต่อย่างใดพี่ภัทรบอกฉันว่าเอาไว้ท้องใหญ่ใกล้คลอดค่อยลาออกแล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ซึ่งตอนนี้คนขี้เห่อกำลังดำเนินการซื้อบ้านย่านกลางเมือง เขาบอกว่าต้องการมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่น และจะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลอีกสองคน“นึกว่าวันนี้คุณแม่จะไม่มาซะแล้ว”“ไม่มาได้ไง คิดถึงเสียงแอ้มกับเสียงพริ้งจะแย่แล้ว” ฉันเอ่ยว่าก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง“แหม… แต่แอ้มว่าเสียงของคนอยู่ห้องน่าจะดีกว่าน้า”“ไม่มีเสียงอะไรสักหน่อย”“ไม่มีแต่หน้าเริ่มแดง ยังไงนะ ๆ”“แล้วพริ้งไปไหน” เพราะไม่อยากโดนแซวไปมากกว่านี้ก็เลยเปลี่ยนเรื่องหนี แน่นอนว่ามันเรียกสีหน้าล้อเลียนของแอ้มได้เป็นอย่างดี“พริ้งลางานน่ะ เห็นว่าเมื่อคืนตี้หนักก็เลยตื่นไม่ทัน”“แล้วแอ้มไม่ได้ไปตี้กับพริ้งหรือ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 1บางครั้งฉันก็รู้สึกโชคดีที่มีพี่ภัทรรักและคอยดูแล มากกว่านั้นยังมี ‘ลูก’ ที่ใจดีกับฉัน ใจดีชนิดที่ว่าไม่ปล่อยให้ฉันแพ้ท้องเลยแต่ให้พี่ภัทรแพ้แทนต่างหาก…“ดีขึ้นไหมคะ” ไม่รู้ว่าจะดูแลคนป่วยหน้าซีดยังไง ทำได้แค่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขาเท่านั้น ส่วนมืออีกข้างก็จับยาดมจ่อไปที่จมูกของพี่ภัทรพร้อมปัดป่ายไปมาตอนแรกฉันก็เอะใจว่าทำไมถึงไม่แพ้ท้องเหมือนคนอื่น ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พอนานเข้าพี่ภัทรก็เริ่มมีอาการขึ้นมา ค่อย ๆ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหม็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง เหมือนที่ฉันเหม็นกลิ่นน้ำหอมของคุณแตในคราวนั้น เหม็นชนิดที่ว่าหากใครฉีดน้ำหอมเข้ามาใกล้เขา พี่ภัทรจะเหม็นจนอาเจียนออกมาทันทีเพราะแบบนี้ฉันก็เลยสรุปว่าพี่ภัทรอาจจะแพ้ท้องแทนฉันนั่นเอง“รู้สึกยังไงบ้าง”“ดีขึ้นแล้ว” พี่ภัทรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะลืมตา “ฝันมานอนเถอะ ไม่ต้องดูแลพี่แล้ว”“ฝันยังไม่ง่วงเลย สงสัยเจ้าตัวเล็กยังไม่อยากนอน”“กวนไม่พักเลยนะเราน่ะ” คนแพ้ท้องแทนเมียบ่นพึมพำอยู่ที่หน้าท้องของฉัน “กวนทั้งพ่อทั้งแม่เลยหรือไงฮึ”“ลูกคงไม่รู้เรื่องที่พี่ภัทรพูดหรอกค่ะ” ได้แต่บอกด้วย
บทที่ 5 ห้ามได้ด้วยเหรอบริษัท PT Groupฉันยืนสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินเข้าไปในบริษัท ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ลุงยามที่ยืนรักษาการ แล้วเดินไปหาคุณวาเมื่อเห็นเธอยืนรออยู่ตรงที่เดิมที่เคยยืนรอฉันวันนั้น“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีค่ะคุณฝัน” เธอยิ้มให้พร้อมผายมือไปที่ผู้หญิงอีกคน “นี่คุณฟ้าเ
“โอเค ตอนกลับฝันจะไปรอพี่ภัทรที่หน้าบริษัทแล้วกัน” รีบพูดแทรกเพราะกลัวอีกคนจะทำจริง ๆ “หรือต้องให้ฝันไปรอที่ไหน”“ไม่ต้องรอที่ไหน รอที่โต๊ะทำงานของตัวเองนั่นแหละ”“แล้วพี่ภัทรเป็นถึงท่านประธาน พี่ภัทรเลิกงานกี่โมงเหรอ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย “ได้เลิกพร้อมกันกับพนักงานในบริษัทหรือเปล่า”“เปล่า ก
บทที่ 4 ไม่ชอบคนขัดคำสั่ง“เสร็จแล้วค่ะ” ฉันยื่นเอกสารที่กรอกข้อมูลใหม่ให้คนที่นั่งทำงานอยู่ต่อหน้าพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเขาก็รับไปอ่านเงียบ ๆ แล้วพยักหน้าลง สีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไรใด ๆ ออกมา“เดี๋ยวเย็นนี้พี่พาไปซื้อชุดทำงาน” หลังจากที่นั่งเกร็งก็ต้องผ่อนตัวลงเมื่ออีกฝ่ายกลับเข้าสู่โหมดปกติ“ฝ
วันต่อมาฉันสูดลมหายใจเข้าปอดหนัก ๆ เมื่อเดินทางมาถึงบริษัทของพี่ภัทรแล้ว ความจริงว่าจะรอสักอาทิตย์หน้าถึงจะมาสมัคร แต่พี่ภัทรบอกว่าตำแหน่งที่ฉันจะเข้าทำงานมันกำลังว่างและจะปิดรับสมัครแล้ว วันนี้จึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้นี่แหละ“สวัสดีค่ะ พอดีว่าจะมาสมัครงาน ต้องเดินไปทางไหนเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามลุงยามที่







