Masukอยู่บริษัทเราเป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้อง... แต่อยู่บ้านเราเป็นผัวกับเมีย
Lihat lebih banyakบทที่ 1 หน้าผี
“พี่ขอโทษนะฝัน แต่พี่คงแต่งงานกับฝันไม่ได้จริง ๆ”
ทั้งโต๊ะอาหารไร้เสียงการพูดคุยหลังจากที่ ‘ก้องเกียรติ เตชะวรวงศ์’ เอ่ยประโยคนั้นออกมา หลายสายตาจับจ้องไปที่ ‘ปลายฝัน’ อย่างกระอักกระอ่วน เพราะไม่คิดว่าก้องเกียรติที่เป็น ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ จะพูดออกมาแบบนี้
ทุกคนต่างมึนงง โดยเฉพาะคนที่เป็นว่าที่เจ้าสาว
“ไหนเราคุยกันแล้วไงคะคุณญา” คนเป็นย่าของว่าที่เจ้าสาวหันไปถามฝั่งครอบครัวของตระกูลเตชะวรวงศ์ด้วยสีหน้าไม่พอใจที่อยู่ดี ๆ ก็เหมือนโดนหักหน้ากลางโต๊ะอาหารแบบนี้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณย่า” หลานสาวจับแขนย่าไว้แผ่วเบา “ไม่แต่งก็ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่เป็นไรได้ไง”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณหญิง ญาก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้” คนที่ ‘ไม่ทราบเรื่อง’ หันไปมองลูกชายของตัวเอง “ทำไมถึงไม่อยากแต่งงานกับน้องฮึเจ้าก้อง ผู้ใหญ่คุยกันแล้ว มากลับคำแบบนี้ได้ไง”
“แม่ก็ดูหน้าของฝันสิ หน้าพังขนาดนั้นใครจะกล้าแต่งงานด้วย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น” ก้องเกียรติบ่นเหมือนคนหัวเสีย “เหมือนผี”
“เจ้าก้อง!!”
“ผมไม่แต่ง ถ้าใครอยากแต่งก็แต่งเลย แต่ผมไม่!!”
“ไม่แต่งก็ดีเหมือนกัน เพราะขนาดไม่แต่งยังไม่ให้เกียรติหลานสาวของฉันขนาดนี้ แต่งไปจะไปเหลืออะไร”
“คุณหญิงใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ” ญาวีรีบเอ่ยก่อนที่ ‘บ่อเงินบ่อทอง’ จะหลุดมือไป คุณหญิงจันทร์วาดคือเศรษฐีเก่าแก่ที่มีที่ดินมากมายหลายพันไร่ในประเทศไทย หากใครได้เกี่ยวดองมีหรือจะไม่สุขสบาย
หล่อนต้องการให้ลูกชายของตัวเอง ‘สุขสบาย’
ก้องเกียรติอายุยี่สิบแปด ถึงแม้จะอายุมาก แต่ก็ใช่ว่าความคิดจะโตตามอายุ ลูกชายของญาวีทำอะไรไม่เก่งสักอย่าง เก่งแต่เที่ยวเตร่และกินเหล้าเมายาไปวัน ๆ เข้าบริษัทอาทิตย์ละไม่กี่ครั้ง แต่เมื่อบริษัททำยอดขายทะลุเป้า ดันเคลมว่าเป็นผลงานของตัวเอง
ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่…
หล่อนรู้อนาคตของลูกชายตัวเองดีว่าจะเป็นเช่นไร และตอนนี้คนเป็นปู่เริ่มเคี่ยวเข็ญมากขึ้นทุกวัน หากก้องเกียรติยังทำตัวอยู่แบบนี้ สักวันคงโดนเฉดหัวออกจากบ้าน ทรัพย์สมบัติคงไม่ได้สักชิ้น
เพราะแบบนี้หล่อนจึงหาบ่อเงินบ่อทองไว้รองรับลูกชายเวลาตกจากที่สูง
ถ้าทำ ‘ปลายฝัน’ หลุดมือไป มีหวังคงตกลงมาเจ็บหนักแน่
“ขอโทษหนูปลายฝันซะ!” ไพศาลที่มีศักดิ์เป็นปู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มงวด ตาจ้องเขม็งไปที่หลานชายของตัวเองอย่างกดดัน
“พี่ขอโทษนะฝันที่พูดแบบนั้น แต่พี่ยังยืนยันคำเดิมว่าพี่แต่งงานกับฝันไม่ได้จริง ๆ”
เมื่อก่อนปลายฝันเป็นผู้หญิงที่สวยมาก หน้าจิ้มลิ้ม หุ่นเพรียว และเป็นผู้หญิงที่มีกิริยามารยาทดีพอสมควร หันไปไหนใครก็ชอบ
ก้องเกียรติให้ความสนใจปลายฝันเป็นพิเศษหลังจากที่สองครอบครัวได้นัดเจอและทานข้าวด้วยกัน เขาแสดงออกว่าต้องการที่จะจีบปลายฝันอย่างชัดเจน
ด้วยความที่คิดว่าลองคุยก็ไม่เสียหายอะไร ปลายฝันจึงยอมให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้อีกนิด หลังจากที่คุยกันได้สักพักก็ยอมคบเป็นแฟน ทั้งคู่อยู่ในช่วงคบหาประมาณสามเดือน หลังจากนั้นทางสองครอบครัวก็เริ่มเกริ่นถึงเรื่องแต่งงาน ไม่ได้สนใจว่าลูกหลานจะดูใจกันจนรู้ลึกรู้ซึ้งหรือยัง สนใจแค่ว่าต้องการเกี่ยวดองกันเท่านั้น
เพราะแบบนี้มันจึงมีการพูดคุยและถึงขั้นเตรียมงานแต่งขึ้นมา
แต่ระหว่างนั้นปลายฝันดันมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้า ผื่นแดงคันยุบยิบขึ้นเต็มหน้าของเธอ เกิดลามไปทั่วทั้งผิวหน้าและลำคอ แถมยังทิ้งรอยด่างดำเอาไว้ จากผู้หญิงที่สวยมากกลายเป็นคนละคน
ปลายฝันแทบไม่ออกจากบ้าน เพราะเมื่อก้าวออกทีไร สายตานับสิบนับร้อยจ้องมองมาที่เธอเหมือนกำลังหวาดกลัวอะไรสักอย่าง เธอจึงไม่ออกจากบ้านอีกเลย
จนกระทั่งนัดเจอกันวันนี้ ก้องเกียรติที่เห็นสภาพว่าที่ภรรยาของตัวเองเกิดอาการตกใจหนัก และเรื่องราวมันก็เป็นอย่างที่เห็น
สำหรับก้องเกียรติแล้ว อยู่กับผู้หญิงที่มีแต่ตัว ยังดีกว่าอยู่กับผู้หญิงหน้าผีซะอีก
“พี่ขอโทษจริง ๆ นะฝัน”
“ค่ะ”
“ไปยัยฝัน กลับบ้านกับย่า ไม่ต้องตงต้องแต่งมันแล้ว”
“คุณหญิงใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ” ญาวีรีบเอ่ยเพราะกลัวแผนที่ทำมาทั้งหมดจะพัง “ถ้าไม่แต่งแล้วชื่อเสียงของหนูฝันล่ะคะ ญาว่าค่อย ๆ คุยกันดีกว่า”
“ช่างชื่อเสียงมันเถอะค่ะคุณญา ฉันคงไม่เห็นแก่ชื่อเสียงจนมองข้ามความสุขของหลาน”
“แต่เราเตรียมงานไว้หมดแล้วนะคะ ลงทุนหมดไปเยอะแล้วด้วย”
ที่จริงการเตรียมงานยังไม่ถึงขั้นพิมพ์การ์ดและบอกกล่าวแขก แต่ที่หมดเยอะคงจะหมดไปกับค่าสินสอด แหวนเพชร การจ้างตัดชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว เช่าสถานที่แต่งล่วงหน้า และอะไรอีกมากมาย มันก็นับได้ว่าหมดเยอะเหมือนกัน
“แล้วคุณญาจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไงคะ อีกอย่างลูกชายของคุณญาไม่ยอมแต่งกับยัยฝันเอง”
“คุณพ่อช่วยญาคิดหน่อยสิคะ” คนที่ไม่มีทางออกและไม่รู้จะพูดยังไงหันไปหาพ่อตัวเอง “คุยกับตาก้องให้ญาหน่อยสิคะ”
“ผมไม่แต่งครับแม่”
“ก้อง!!”
“ว่าไงตาภัทร” ไพศาลหันไปหาหลานชายอีกคนที่นั่งทานข้าวเงียบ ๆ ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ‘ภัทร’ สามารถกลืนอาหารลงคอในขณะที่ทั้งบ้านแทบไม่มีใครแตะอาหาร
“ว่าไงอะไรครับ”
“ถ้าเป็นแกจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”
“จัดงานแล้วก็แต่ง” ภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ต่างจากก้องเกียรติที่ทำหน้าไม่พอใจแทบจะทันที
“มึงอยากแต่งก็แต่งเองสิไอ้ภัทร!”
ได้ยินเช่นนั้น ภัทรจึงหันไปมองหน้าของปลายฝันอย่างพิจารณาด้วยสายตาที่ไม่มีใครรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“แค่เป็นผื่น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“กูไม่แต่ง!”
“งั้นก็ไม่ต้องแต่ง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่แต่งก็ไม่แต่ง” ปลายฝันรีบเอ่ยเพราะไม่ต้องการให้เรื่องของเธอเป็นประเด็นอีกต่อไป แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
“เรากลับบ้านกันดีกว่าค่ะคุณย่า”
“แต่ถ้าไม่รังเกียจ” ภัทรเอ่ยแทรกก่อนที่ปลายฝันจะลุกขึ้นยืน “ผมแต่งแทนก็ได้ ไหน ๆ ก็ลงทุนหมดไปเยอะแล้ว”
คำพูดของภัทรทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารหันไปมองเขาเป็นตาเดียว ไม่ต่างจากปลายฝันที่หันไปมองเช่นกัน
“แต่นี่มันงานของตาก้องนะภัทร” ญาวีรีบเอ่ยดัก “เราจะแต่งแทนน้องได้ไง”
“แล้วลูกชายน้าญาแต่งไหมล่ะครับ” มุมปากของภัทรยกยิ้มขึ้น “ถ้ามันแต่งก็ตามนั้น”
“บอกน้องไปสิก้องว่าจะแต่ง!”
“ผมไม่แต่ง ถ้าไอ้ภัทรอยากแต่งก็เอาเลย ตามสบาย”
“ไม่มีปัญหา”
“เดี๋ยวค่อยมาวอแวฝันนะคะ คืนนี้ยังไงก็ยอมอยู่แล้ว” สาเหตุที่เขาติดแจแบบนี้ก็เพราะหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้วอแวนั่นแหละ ช่วงนี้ลูกนอนดึกทุกวัน และเป็นฉันเองที่หลับก่อนทุกที พี่ภัทรก็เลยค้างเติ่งบนดอยมาหลายวันแล้ว และดูเหมือนว่าวันนี้จะทนไม่ไหวแล้วล่ะ“ฝันหลับก่อนพี่ทุกคืน”“คืนนี้ไม่หลับค่ะ สัญญา”“ถ้าฝันหลับพี่ก็จะปลุกฝันอยู่ดี” พี่ภัทรหอมแรง ๆ ที่แก้มของฉันก่อนที่จะผละตัวออกไปเมื่อพูดจบ เขาทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะกลางห้องครัวแล้วหยิบงานขึ้นมาทำเงียบ ๆ ฉันจึงหันมาสนใจกับการทำอาหารต่อเราต่างอยู่ในภวังค์หน้าที่ของตัวเองจนกระทั่งฉันทำอาหารเสร็จ และเจ้าพีก็ลงมาข้างล่างพอดี“แม่ครับ”“ครับ” ฉันตอบรับในขณะที่มือกำลังจัดแจงอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีคุณพ่อช่วยอีกแรง “มีอะไรครับ”“พีอยากแยกห้องนอนครับ”“แยกทำไมครับ ไม่อยากนอนกับแม่และพ่อแล้วเหรอ” แม้ปากจะเอ่ยถามลูก แต่ตาก็ไม่วายเหลือบไปมองพ่อของลูก ซึ่งเขาก็ยังทำหน้าเดิม ๆ ไม่เปลี่ยน“อยากนอนครับ แต่พีอยากนอนคนเดียว”“มีใครบอกให้น้องพีมาพูดเรื่องนี้กับแม่ไหมครับ”“…” ลูกไม่ตอบ แต่ทำท่าทางอึกอักอยู่นาน มากกว่านั้นยังแอบเหลือบตามองคนเป็นพ่ออีกต่างหาก“
เมียลับท่านประธานจบตอนพิเศษสามปีต่อมา“แม่ครับ”“ครับ”“กลับมาแล้วครับ” เสียงเล็ก ๆ มาพร้อมกับการสัมผัสหอมแรง ๆ ที่แก้มทำให้ฉันละมือจากงานตรงหน้าแล้วจับลูกชายมาหอมคืนบ้างและเมื่อหอมเสร็จ คนเป็นสามีที่กลัวว่าจะเสียเปรียบลูกก็เดินเข้ามาหอมฉันแรง ๆ เหมือนที่ลูกชายทำ มากกว่านั้นยังจูบลงที่ปากของฉันเบา ๆ อีกต่างหาก“พี่ภัทร!”“หืม”“ไม่อายลูกหรือไงคะ ลูกมองอยู่ไม่เห็นเหรอ” เพราะหมั่นไส้คนมึนก็เลยหยิกเขาไปหนึ่งที แต่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังทำหน้าอารมณ์ดีอีกต่างหาก“ให้พ่อจุ๊บแม่ตามสบายเลยครับ” คนเป็นลูกเอ่ยขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “วันนี้พีเห็นผู้หญิงเข้ามาอ่อยพ่อด้วย”ฉันขมวดคิ้วกับคำบอกกล่าวของลูกชาย โดยเฉพาะคำนี้ ‘อ่อย’ ลูกไปได้ยินมาจากไหน แล้วรู้ได้ไงว่ามันแปลว่าอะไร“พีอยากให้พ่อกับแม่รักกันมาก ๆ ครับ”“เดี๋ยวครับ” ฉันอุ้มเจ้าพีมาวางไว้บนตักในขณะที่พี่ภัทรทิ้งตัวนั่งลงข้างฉัน “น้องพีรู้จักคำว่าอ่อยได้ไงครับ”“ป้าพริ้งสอนครับ วันนี้พีอยู่กับป้าพริ้งทั้งวันเลย”“คุณแม่ต้องจัดการใครดีครับระหว่างป้าพริ้งที่สอนคำพวกนี้ให้น้องพี หรือคุณพ่อที่อยู่ดี ๆ ก็มีสาวมาวนเวีย
“ก็ในข่าว…” มะปรางทำหน้าอึกอัก ตามองหน้าพี่ภัทรสลับกับมือถือไปมาอย่างสงสัย “ในเว็บไซต์นี้ยังบอกอยู่เลยว่าคุณภัทรเป็นทายาทคนโตของเตชะวรวงศ์”“สงสัยเว็บไซต์ยังไม่อัปเดตข่าวใหม่น่ะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมแจ้งให้เว็บไซต์และสื่อต่าง ๆ อัปเดตใหม่อีกที”สิ้นเสียงของพี่ภัทรหน้าพวกเธอก็เหวอยิ่งกว่าเดิม แต่ดูเหมือนเชอร์รี่จะตั้งสติได้ก่อน จากหน้าเหวอ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นระบายยิ้มกว้างออกมา“แล้วตกลงยังไงอะฝัน พี่ก้องเทงานแต่งแกจริงเหรอ”“จริง เล่าให้พวกเล่าฟังหน่อยสิ อยากรู้อะว่าจริงหรือเปล่าที่พี่ก้องเทงานแต่งแกเพราะหน้าแกเหมือนผี…”“…”“อุ๊ยซอรี่ หน้าพังน่ะ”“ที่ลีน่าว่าก็ถูก พี่ก้องเทงานแต่งเพราะหน้าฝันเหมือนผีจริง ๆ แต่พูดตรง ๆ ฝันก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ ดีซะอีกที่พี่ก้องทำแบบนั้น”“…”“ถ้าวันนั้นพี่ก้องไม่เทงานแต่ง ฝันก็คงไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ อย่างพี่ภัทร” ฉันระบายยิ้มกว้างออกมาก่อนที่จะซบหน้าลงบนแขนกำยำ “พี่ภัทรทั้งหล่อขนาดนี้ เป็นถึงผู้บริหารบริษัท PT Group รวยมากอีกต่างหาก แถมยังดูแลฝันดีสุด ๆ ต้องขอบคุณพี่ก้องจริง ๆ ที่ไม่ยอมแต่งงานกับฝัน”“…”“อีกอย่างหน้าผี ๆ มันก็ดีนะ มันช่วยทำให้ฝันรู้อะ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 2หนึ่งเดือนต่อมาอาการแพ้ท้องของพี่ภัทรหายดีแล้วหลังจากที่แพ้มาสามสัปดาห์เต็ม ๆ และตอนนี้เป็นฉันเองที่มาแพ้ต่อ แต่การแพ้ท้องของฉันเป็นเพียงแค่อยากทานอะไรแปลก ๆ เท่านั้น จากเมื่อก่อนที่ไม่ทานของเปรี้ยวเลย ตอนนี้ดันชอบมาก รู้สึกว่ายิ่งทานก็ยิ่งอร่อยฉันหยิบต่างหูขึ้นมาใส่เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว และการแต่งตัวที่ว่าคือวันนี้มีงานกินเลี้ยงของเหล่านักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการเชิญชวนให้ไปออกงาน ด้วยความที่ฉันเป็นภรรยาของพี่ภัทร วันนี้เขาก็เลยจะหอบฉันไปงานด้วย คงอยากพาไปเปิดตัวแบบจริง ๆ จัง ๆ นั่นแหละเป็นไปได้แทบอยากจะจัดแต่งงานอีกรอบ…“ไหวไหม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มมาพร้อมเรียวแขนที่สอดเข้ามาที่เอวของฉัน จมูกโด่งกดลงที่ซอกคอก่อนที่จะกดลงที่แก้ม สูดดมกลิ่นหอมราวกับว่าหลงฉันนักหนาแต่จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้ดูแลฉันดีทุกอย่าง เราเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันตลอดเวลา พี่ภัทรชอบคลอเคลียและพร่ำสื่อการกระทำที่แสดงออกมาว่ากำลังรักหลงฉันอย่างกับอะไรทำตัวประเจิดประเจ้อแม้กระทั่งในบริษัท จนตอนนี้ฉันแทบจะก้มหน้าเดินแล้วเพราะทนต่อสายตาล้อเลียนขอ





