LOGINเช้าวันใหม่ที่แสนสดใส แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บรรยากาศทั้งห้องต่างอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
เจนนินทร์และเอเดนเผลอหลับไปด้วยกันบนโซฟา หลังจากที่เมื่อคืนดูหนังด้วยกันจนเกือบเช้าเนื่องจากเจนนินทร์นอนไม่หลับ เพราะปวดท้องประจำเดือนหนักมาก
เอเดนลืมตาตื่นขึ้นก่อนแม้จะนอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม สิ่งแรกที่เจอเมื่อยามลืมตาตื่นนั้นยังคงเป็นภรรยาสาว ที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างๆ ไร้ท่าทีจะรู้สึกตัวตื่น
เอเดนเฝ้ามองใบหน้าสวยด้วยความรักใคร่ของเธออยู่เช่นนั้น ก่อนจะกดริมฝีปากจูบขมับบางอย่างอ่อนโยน และค่อยๆ ดันตัว ลุกขึ้นจากโซฟา หลังจากจัดท่าห่มผ้าให้เจนนินทร์ได้นอนในท่าที่สบาย เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการตนเอง
วันนี้เป็นวันแรกที่เอเดนเลือกที่จะเข้าครัวทำหน้าที่สามี รังสรรค์มื้อเช้าไว้รอภรรยาสาวตื่นขึ้นมาทาน
ด้านบิดามารดาอย่างเฌอลิณณ์และอีธานที่ตื่นก่อนหน้า ได้แต่จิบกาแฟมองลูกชายด้วยความงุนงงอย่างไม่คิดอยากจะเชื่อสายตา
“คลั่งรักเมียเวอร์” เฌอลิณณ์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางขนลุกคนพอง
“เราไปกันเถอะปล่อยให้ลูกอยู่กับเมียมันไป” โดยอีธานไม่ลืมตะโกนบอกลูกชายที่อยู่ในครัว ว่าเย็นนี้มีนัดทานมื้อเย็นร่วมกัน เพราะโอลิเวียและสามีก็จะเดินทางมาร่วม มื้อค่ำในวันนี้ด้วย
เอเดนที่อยู่ในครัวยังคงเดินหน้าตั้งใจเตรียม แพนเค้กและไข่ดาวเป็นอาหารเช้าให้เจนนินทร์ พร้อมกับโกโก้อุ่นอีก 1 แก้ว ทันทีที่เอเดนที่ทำอาหารเสร็จได้ไม่นาน ก็มีร่างเล็กที่มานั่งรอทานบนโต๊ะอาหารด้วยสีหน้างัวเงีย
“นายหญิงรับปาโก๋เพิ่มไหมครับ” แน่นอนคนมีความผิดอย่างนที ไม่ลืมตื่นเช้ามาเอาใจเจ้านายสาวตนเอง
“ขอบคุณค่ะแต่ยังไม่หายโกรธนะ ถ้าเจนไม่ได้กินปลากะพงทอดน้ำปลาร้านประจำ”
“ผมจะรีบจัดการหันเลยครับพรุ่งนี้”
“รีบทานนะวันนี้เฮียจะพาออกไปข้างนอก” เลือกที่จะยังไม่บอกเธอว่าวันนี้เขามีนัดกับใคร เพราะเอเดนก็ไม่ได้ต้องการที่จะให้เธอเจอกับคนพวกนั้นอยู่แล้ว
“หนูขี้เกียจจังแต่ก็ไปได้ค่ะ” เอ่ยตอบสามีก่อนจะก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าเงียบๆ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัว ความโชคดีที่เจนนินทร์ทานยาแก้ปวดดักไว้ ทำให้วันนี้อาการปวดท้องหน่วงๆ ของเธอทุเลาลงมาก
2 ชั่วโมงต่อมา...
ภายในห้องอาหารหรู บรรยากาศปกคลุมไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย โดยเฉพาะมาเฟียหนุ่ม พี่กำลังจับจ้องมอง 3 คนพ่อแม่ลูก ด้วยแววตายากเกินจะคาดเดา
" นัดผมออกมาทานข้าววันนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ ปกติผมไม่ได้คุยกับลูกค้าเองนะ " เพราะที่เอเดนนัดรับวันนี้ก็เพื่อที่จะต้องการรู้ว่าทั้งสามมีจุดประสงค์อะไร ถึงได้คะยั้นคะยอให้จีโน่รับนัดพวกเขากันนัก
" ผมอยากทำความรู้จักคุณมากกว่านี้ อย่างน้อยก็ในฐานะว่าที่ลูกเขย " เจ้าสัววิรัตน์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบาย แม้ยังคงความวางมาดเอาไว้ เพราะคิดว่าตัวเองอายุเยอะกว่า แต่เอเดนกลับหาได้สนใจ ยังคงตวัดสายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบนิ่งดังเดิม ไม่ได้สะทกสะท้านกับอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ เพราะวันนี้จะเป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่จะคุยกันอีก
" ว่าที่ลูกเขย? อย่างนั้นเหรอครับ” เอเดนเลิกคิ้วถาม ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือบิดาของเจนนินทร์ภรรยาของตนเอง แต่แค่แปลกใจ คนที่ไม่เคยคิดจะสนใจไยดีลูกสาว ถึงได้มาทวงสถานะว่าที่พ่อตากับเขาอย่างหน้าด้านๆ
" คนอย่างคุณคงไม่จดทะเบียนสมรส ทั้งที่ยังไม่ได้สืบประวัติของใคร และคุณก็คงจะรู้ว่าเด็กนั่นไม่มีหัวนอนปลายเท้า " หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้น อย่างไม่คิดจะอ้อมค้อม
"แล้วยังไงครับ ในเมื่อผมก็ไม่ได้คิดจะสนใจกำพืดของเมียผมเลยสักนิด ผมรักที่เธอเป็นเธอ แล้วมันจะมีปัญหาตรงไหน "
" เรามีข้อเสนอ หย่ากับเด็กนั่นแล้วแต่งงานกับหนูแอลลี่ลูกสาวของเรา แอลลี่เพียบพร้อมทุกอย่างจะไม่ทำให้คุณผิดหวังทั้งฐานะและชาติตระกูล " แอนนี่เลยย้ำโน้มน้าวความสนใจของมาเฟียหนุ่ม ให้หันมาหาลูกของตัวเอง
" ผมไม่สนครับ " เอเดนฉีกยิ้มอ่อน แต่คนที่มองกับเห็นว่ามันคือรอยยิ้มเย้ยหยันชัดๆ
เอเดนไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เบื้องลึกเบื้องหลังของเจนนินทร์เลยสักนิด ทั้งที่เธอเป็นแค่ลูกเมียน้อยก้นครัว
เพราะเบื้องลึกเบื้องหลังของเอเดน มันยิ่งกว่าเจนนินทร์หลายร้อยเท่าเสียอีก เอเดนแค่ได้รับโอกาสจากครอบครัวบุญธรรม ทำให้เขากลายเป็นมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าเขาไม่เคยลืม จุดเริ่มต้นของตัวเองแต่เรื่องนั้นมันก็ไม่จำเป็นที่ต้องย้อนกลับไปพูดถึงเช่นกัน
“มีเมียเป็นลูกเมียน้อยเลยนะ”
" มีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหมครับ " เพราะสำหรับเอเดนมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไร้สาระมาก ลูกเมียน้อยแล้วมันเป็นความผิดของเจนนินทร์ที่ไหน ทำไมถึงไม่โทษผู้ชายที่เป็นผัวตัวเองบ้าง เพราะต้นเหตุทั้งหมดมันเกิดจากคนคนเดียว
" คุณเอเดนแต่งงานกับฉันเถอะนะคะ " แอลลี่ที่เงียบอยู่นาน เอ่ยขอร้องเพื่อขอความเห็นใจ เธอจะเสียหน้ากับเอเดนยังไงก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับลูกเมียน้อยอย่างอีเจนนินทร์ เธอจะแพ้มันไม่ได้
" ลองฟังข้อเสนอของเราก่อนเถอะนะคะ เรายินดีที่จะผูกพันธมิตร ทางธุรกิจกับคุณเอเดน" แอนนี่เอ่ยโน้มน้าวช่วยลูกสาวอีกแรงอย่างไม่ยอมแพ้
" ผมไม่สนใจครับ เชิญพวกคุณกลับไปได้แล้ว " เอเดน เอ่ยปากไล่อย่างไม่คิดจะรักษาหน้าตา
" งั้นคุณก็ควรเอาสินสอดมากองตรงหน้าพวกเรา อย่างน้อยพวกเราก็คือคนที่ชุบเลี้ยงอีเจนมันมาตั้งแต่เด็ก คุณคงไม่ชุบมือเปิบดึงไปเป็นเมีย โดยไม่คิดจะเสีย ค่าข้าวค่าน้ำที่พวกเราเคยเลี้ยงดูมัน "
" งั้นก็เรียกมาสิครับ แล้วผมจะพิจารณาอีกทีว่าควรให้อยู่ที่เท่าไหร่ จากข้อมูลที่ผมสืบดู รับรู้มา คุณก็ไม่ได้เลี้ยงดูเมียผมมาอย่างดีเลยด้วย ซ้ำยังเกือบตายตั้งหลายครั้ง เพราะถูกลูกสาวพวกคุณกลั่นแกล้ง"
" มันจะตายก็ไม่ผิด จริงๆ มันไม่สมควรเกิดมาเลยด้วยซ้ำ" แอนนี่แย้งเสียงเขียวเริ่มไม่สบอารมณ์ ตาต่ำที่สุดเธอว่าให้ไฮโซหนุ่มตรงหน้าในใจ
" ครับในเมื่อชีวิตเมียผมมันไม่มีค่ามีราคาขนาดนั้น การที่พวกคุณจะเอาเธอมาขาย ห้าบาทสิบบาทก็คงรับได้ใช่ไหมครับ ถ้าผมจะให้พวกคุณแค่นั้น เพราะเหมือนพวกคุณประเมินราคาเมียผมติดลบเลยด้วยซ้ำ "
" อย่ามาหัวหมอนักเลยคุณ รวยจริงมีปัญญาจ่ายก็จ่ายมาเถอะ " เจ้าสัววิรัตน์แย้
" แต่หนูไม่ต้องการให้มันเป็นภรรยาคุณเอเดนต่อ" แอลลี่เอ่ยต่อว่าพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงขัดใจ เธอจะต้องไม่แพ้ แอลลี่เริ่มจะควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ร่างกายจิกเกร็งไปทุกส่วน ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าเอเดน
“ถ้าพี่แอลอยากได้สามีน้องขนาดนั้น ก็ลองมาคุกเข่าขอเจนดีๆ ดูสิ” เจนนินทร์เดินมายืนเคียงข้าเก้าอี้ที่สามีกำลังนั่ง
“กรี๊ด..............” แอลลี่กรีดร้องออกมาราวกับคนสติแตก พฤติกรรมของแอลลี่ไม่ต่างไปจากคนที่กำลังป่วยทางจิต แต่แปลกที่คนเป็นพ่อแม่กับไม่คิดจะใส่ใจพาเธอไปรักษาบ้าง ซ้ำยังเลี้ยงมาแบบผิดๆ อีกด้วย
เจนนินทร์ได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยความสะใจ เธอเกือบจมน้ำตาย เกือบถูกข่มขืนนับครั้งไม่ถ้วน แอลลี่หัวรุนแรงมาก กรรมที่เธอได้รับแค่นี้มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ
เอเดนลุกจากเก้าอี้มายืนเคียงข้างภรรยา มองแอลลี่ที่กรีดร้องลั่นห้องอาหาร คล้ายกับคนสติหลุด พร้อมกับทุบตีตัวเองเมื่อไม่ได้ดังใจ
“เพราะแกที่ทำให้ลูกฉันเป็นแบบนี้ ไสหัวไปไสหัวออกไปให้หมด” แอนนี่รีบปรี่มาโอบกอดลูกสาวตนเอง ด้านเจ้าสัววิรัตน์ได้แต่นั่งมองลูกสาวคนโตด้วยแววตาเรียบนิ่ง ราวกับไม่คิดจะใส่ใจ
"ครับ " เอเดนปิดจบสนทนาพร้อมกับเดินจูงมือภรรยาสาว ออกจากห้องอาหารในทันที
“ลืมมันไปให้หมดนะ แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน” กระชับมือแน่นส่งผ่านทุกความรู้สึกให้เจนนินทร์ได้รับรู้ ซึ่งเจนนินทร์ก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอเลยจุดที่เสียใจกับครอบครัวนี้มาตั้งแต่แม่เธอเสียแล้ว หากเป็นไปได้ขอให้ชาตินี้อย่าได้พบเจอกันอีกเลย
🐾 =✪ ᆺ ✪=🐾
ท่ามกลางสายลมอ่อนโยนที่พัดผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี เจนนินทร์ที่กำลังท้องโตกำลังพาลูกน้อยเดินเล่น สูญอากาศบริสุทธิ์ยามเย็น เรียวขาเล็กย่ำเดินไปตามพื้นหญ้าอุ้ยอ้ายอย่างช้าๆ มือของเธอก็ประคองหน้าท้องที่นูนขึ้นอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากของเธอเผยรอยยิ้มแห่งความสุขตลอดทั้งการเดินดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงสีทองอร่ามสาดส่องลงมาบนร่างของเจนนินทร์ ทำให้เธอดูราวกับนางฟ้าที่กำลังจะโบยบินอย่างอิสระเธอหยุดเดินและหันหน้าไปทางลานหญ้าที่กว้างใหญ่ภายในคฤหาสน์หรูของผู้เป็นสามี สายลมพัดผ่านเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธออย่างนุ่มนวลตลอดทั้งการเดินเจนนินทร์รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในท้องของเธอ คุณแม่คนสวยวางมือเบาๆ ลงบนหน้าท้องและยิ้มกว้างขึ้น "ลูกน้อยของแม่ แม่รักหนูมากนะ "เธอหลับตาลงและปล่อยให้ความสงบสุขโอบล้อมเธอ จินตนาการถึงใบหน้าเล็กๆ ของลูกน้อยและความรักอันยิ่งใหญ่ที่เธอจะมอบให้ ความคิดของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ขยับเข้ามาใกล้“แอบมาเดินเล่นคนเดียวอีกแล้ว รู้ไหมท้องตัวเองเริ่มใหญ่แล้วนะ” เอเดนว่าให้ภรรยาสา
น่าแปลกที่เจนนินทร์นั่งทำงานไปเรื่อยๆ พอคิดถึงหน้าสามีอย่างเอเดน อาการวิงเวียนศีรษะก่อนหน้านั้นก็มลายหายไปทันที จนเจนนินทร์ต้องรีบต่อสายหาสามีด้วยความคิดถึง แต่ก็เหมือนอีกฝ่ายก็น่าจะมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากเธอ ถึงได้เปิดประตูโผล่เข้ามาในห้องทำงานเธอในทันที“คิดถึงมากเลยครับ”ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาผู้เป็นภรรยา ดึงเธอให้ลุกจากเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะเป็นฝ่ายนั่งลงแทนแล้วค่อยดึงภรรยาสาวนั่งลงบนตักของตนเองอีกที“หนูก็คิดถึงเฮีย หืม….ตัวหอมจังเลยกลิ่นหอมสะอาดเหมือนอาบน้ำวันล่ะสิบรอบ” แนบหน้าเข้ากับซอกคอหนาของผู้เป็นสามีสูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคยเข้าปอดซ้ำๆ ด้วยความหลงใหล“แปลกๆ นะเรา” โน้มลงไปกัดแก้มนุ่มภรรยาสาวด้วยความมันเขี้ยว คนอะไรจับตรงไหนก็เนียนก็นุ่มไปหมด ซ้ำยังยื่นมือมาบีบขย้ำหน้าอกภรรยาสาวไปด้วยระหว่างพูด“อย่าบีบแรงค่ะหนูคัดเต้าอยู่”“ครับ วันนี้คุณธิดาแจ้งว่าตัวเล็กไม่สบายทั้งวัน โหมงานหนักเกินไปหรือเปล่า” นิ้วเรียวเกี่ยวปอยผมที่หลุดร่วงลงมาบดบังใบหน้าสวย ขึ้นทัดหูให้อย่างอ่อนโยน การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของผู้เป็นสามี ทำเอาเจนนินทร์ถึงกับใจสั่นไม่หยุด ความรักความใส่ใจที่ไม่เคยได้จากที่ไหน แม
เจนนินทร์และสามีหนุ่มได้ก้าวเข้ามาในบริษัทสื่อเป็นครั้งแรก เจนนินทร์รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากต้องเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอเป็นครั้งแรก หลังจากกลับมาจากทริปพักผ่อนที่ต่างประเทศเจนนินทร์ต้องเข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัด เพื่อรอรับตำแหน่งรองประธานบริษัทแทนเอเดนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเจนนินทร์ ก็เลือกที่จะตั้งใจรับตำแหน่งนี้ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระช่วยสามีตัวเอง“ตัวเล็กไม่ต้องกังวลนะ คุณปิยะธิดา จะเข้ามาประกบตัวเล็ก” เอเดนเอ่ยขึ้นอย่างให้กำลังใจ เจนนินทร์เป็นคนหัวดีการเรียนรู้งานภายในบริษัทคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออะไรมาก ที่สำคัญเธอจบตรงสายงานบริหารมา " ขอบคุณค่ะ หนูก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น " เจนนินทร์หันไปส่งยิ้มให้สามีอย่างขอบคุณ แม้จะยังไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะมีความรู้ความสามารถเหมาะสมไหม แต่พอเห็นกำลังใจจากสามีและคนรอบข้าง ก็ทำเอาใจบางถึงกับฮึดสู้ขึ้นมาในทันที"ยินดีต้อนรับสู่บริษัทนะคะ คุณเจนนินทร์" พนักงานหญิงวัยกลางคนเอ่ยทักทายพร้อมกับแนะนำตนเอง "ฉันชื่อปิยะธิดา หรือเรียกธิดาก็ได้ค่ะ ดิฉันจะพาไปที่ห้องทำงานของคุณเจนนินทร์ " ปิยะที่ดาเอ่ยแจ้งว่าที่เจ้านายค
ท่ามกลางเกลียวคลื่นสีฟ้าครามและหาดทรายขาวละเอียดของมัลดีฟส์ เอเดนและภรรยาอย่างเจนนินทร์ ได้มาใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันเป็นครั้งแรก และการมาเที่ยวครั้งนี้เอเดนตั้งใจจะพาภรรยาสาวมาอยู่นานเลยก็ว่าได้ และตอนกลับไทย เอเดนจะต้องได้เบบี้น้อยติดท้องของภรรยาสาวกลับไปด้วย"ตัวเล็กชอบที่นี่ไหม" เอเดนเอ่ยถามภรรยาสาวขณะที่เขาและเธอ นั่งบนเปลญวนใต้ร่มเงาของต้นปาล์ม พื้นที่รอบข้างไร้เงานักท่องเที่ยวคนอื่นจะเข้ามารบกวน เนื่องจากมาเฟียหนุ่มทำการเหมาทั้งสถานที่ จะมีก็เพียงแค่บอดีการ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ เพียงเท่านั้น" ชอบมากค่ะ ที่นี่สวยงามราวกับในฝันเลย เจนเคยคิดจะเก็บเงินมาน่ะ แต่ก็นั่นแหละเก็บไม่พอสักทีเลยไม่ได้มา "เจนนินทร์กล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย อดขำกับความคิดตัวเองไม่ได้ ก่อนเจอเอเดนเจนนินทร์ลำบากมากเอเดนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดีใจที่ได้พาภรรยาที่รักมาเที่ยวที่นี่ ทั้งสองคิดว่าจะใช้เวลาหลายวันในการผ่อนคลายบนชายหาด ทำกิจกรรมว่ายน้ำในน้ำทะเลใสแจ๋วเพื่อดูปลา และเพลิดเพลินกับอาหารทะเลแสนอร่อยจนกว่าจะจุใจ“กลับที่พักไหม” ทันทีที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก ลมทะเลก็เริ่มที่จะแรงขึ้น พร้อมกับอ
เย็นวันเดียวกันหลังจากพาเจนนินทร์กลับไปพักที่บ้าน หลังจากเจอเรื่องหน้าปวดหัวมา เอเดนก็พาเมียรักมายังร้านอาหารที่นัดกับครอบครัวเอาไว้บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีทองและครีม สร้างความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติกในคราเดียวกัน และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เจนนินทร์ได้มีโอกาสร่วมทานข้าวกับครอบครัวสามีตนเองแม้แต่โอลิเวียน้องสาวของเอเดนและสามีอย่างเลวิสที่อยู่ต่างจังหวัดยังเดินทาง มาร่วมมื้ออาหารที่สุดแสนสำคัญมื้อนี้ด้วย“ลิเวียตกใจมากเลยตอนมามี้บอกว่าพี่เอเดนซุกเมีย” อดีตนางแบบสาวยิ้มขำให้คนพี่เพียงเพราะมารดาจับผิดสังเกตพี่ชายได้ ตั้งแต่วันที่พี่ชายเดินทางไปเชียงใหม่ ทำให้ผู้เป็นมารดาสืบจนรู้ และแอบไปทำความรู้จักลับๆ กับเจนนินทร์ถึงบริษัทที่อีกฝ่ายฝึกงานแม้แต่บอดีการ์ดอย่างนทีและองศายังไม่สามารถรับรู้ ไม่แปลกที่ทั้งสองจะดูสนิทสนมกันมากเมื่อเจอกัน“แล้วการที่พี่มีเมียมันน่าแปลกตรงไหน” แย้งน้องสาวเสียงเรียบ เขาก็ผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกับทุกๆ คน มีเลือดเนื้อมีความรู้สึก“ไม่ใช่แค่น้องหรอกมี้กับแด๊ดก็ด้วย เราน่ะหวงความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าอะไร ยิ่งยอมไปจดทะเบียนสมรสกับหนูเจนง่ายๆ ยิ่งไม่อยา
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บรรยากาศทั้งห้องต่างอบอวลไปด้วยความอบอุ่นเจนนินทร์และเอเดนเผลอหลับไปด้วยกันบนโซฟา หลังจากที่เมื่อคืนดูหนังด้วยกันจนเกือบเช้าเนื่องจากเจนนินทร์นอนไม่หลับ เพราะปวดท้องประจำเดือนหนักมากเอเดนลืมตาตื่นขึ้นก่อนแม้จะนอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม สิ่งแรกที่เจอเมื่อยามลืมตาตื่นนั้นยังคงเป็นภรรยาสาว ที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างๆ ไร้ท่าทีจะรู้สึกตัวตื่นเอเดนเฝ้ามองใบหน้าสวยด้วยความรักใคร่ของเธออยู่เช่นนั้น ก่อนจะกดริมฝีปากจูบขมับบางอย่างอ่อนโยน และค่อยๆ ดันตัว ลุกขึ้นจากโซฟา หลังจากจัดท่าห่มผ้าให้เจนนินทร์ได้นอนในท่าที่สบาย เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการตนเองวันนี้เป็นวันแรกที่เอเดนเลือกที่จะเข้าครัวทำหน้าที่สามี รังสรรค์มื้อเช้าไว้รอภรรยาสาวตื่นขึ้นมาทานด้านบิดามารดาอย่างเฌอลิณณ์และอีธานที่ตื่นก่อนหน้า ได้แต่จิบกาแฟมองลูกชายด้วยความงุนงงอย่างไม่คิดอยากจะเชื่อสายตา“คลั่งรักเมียเวอร์” เฌอลิณณ์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางขนลุกคนพอง“เราไปกันเถอะปล่อยให้ลูกอยู่กับเมียมันไป” โดยอีธานไม่ลืมตะโกนบอกลูกชายที่อยู่ในครัว ว่าเย็นนี้มีนัดทานมื้อเย็นร่วมก







