LOGIN@หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...
ภายในโถงทางเดินที่สว่างไสวและอบอวลไปด้วยกลิ่นยาของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พระพาย ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าแผนกศัลยกรรมกระดูก มือเล็กกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนชื้นเหงื่อ
เธอไม่ได้มาหาเรื่องตื๊อเขาเหมือนอย่างเคย แต่เพราะ ‘คุณลุงศิระ’ พ่อของหมอศรันย์กำชับให้เธอเอาเอกสารสำคัญมาส่งให้ลูกชายของท่าน และท่านยังย้ำว่า
"พี่หมอเขางานยุ่ง ถ้าไปถึงแล้วให้เข้าไปหาที่ห้องพักได้เลย"
ถึงแม้จะเป็นคำอนุญาตจากผู้เป็นลุง แต่พายรู้ดี... ว่าสำหรับหมอศรันย์ เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว
“มาหาใครคะหนู?” พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ... มาหาคุณหมอศรันย์ค่ะ เอาของมาให้”
“อ๋อ คุณหมอเพิ่งตรวจคนไข้เสร็จพอดีค่ะ นั่นไงคะ เดินมาโน่นแล้ว”
พระพายหันไปตามปลายนิ้วของพยาบาล หัวใจที่เคยพยายามทำตัวให้เข้มแข็งกลับสั่นระรัว ภาพชายหนุ่มในชุดสครับสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินตรงมาพร้อมกับกลุ่มนักศึกษาแพทย์และพยาบาลผู้ช่วย ท่าทางที่ดูสุขุม เป็นมืออาชีพ และสง่างามของเขาทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโถงทางเดิน
เขาดูเพอร์เฟกต์เสียจนพระพายรู้สึกว่าตัวเองเล็กลงไปเหลือตัวนิดเดียว
“พี่หมอ...”
พระพายเผลอเรียกเสียงเบาหวิวเมื่อเขาเดินมาหยุดอยู่ที่เคาน์เตอร์เพื่อเซ็นเอกสาร
หมอศรันย์ปรายตามองเธอเพียงนิดเดียว... แค่นิดเดียวจริงๆ ก่อนจะหันกลับไปสนใจแฟ้มในมือ ราวกับว่าเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ หรืออย่างมากก็แค่คนไข้คนหนึ่งที่เขาไม่คุ้นหน้า
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มถามพยาบาลข้างๆ โดยไม่มองเธอ
“อ๋อ น้องคนนี้เอาของมาให้คุณหมอค่ะ เห็นบอกว่าเป็นธุระของคุณท่าน”
ในที่สุดเขาก็หันมาสบตาเธอ แววตาคู่นั้นนิ่งสนิทและเย็นชาเสียจนพระพายรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ ไม่มีวี่แววของ คนรัก หรือแม้แต่ คนรู้จัก ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
“ขอบใจวางไว้ตรงนั้นแหละ” เขาตอบสั้นๆ “คราวหลังถ้าคุณพ่อมีธุระ ให้คนขับรถเอามาฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์ด้านล่างก็ได้ ไม่ต้องลำบากเธอ... นักศึกษา”
คำว่า นักศึกษา ที่เขาใช้เรียกแทนชื่อของเธอ มันเหมือนกำแพงคอนกรีตหนาๆ ที่เขาขุดขึ้นมาฝังเธอไว้คนละโลก
“พาย... แค่ผ่านมาแถวนี้พอดีค่ะ เลยแวะเอามาให้” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
“พี่หมอ... ทานข้าวหรือยังคะ พายซื้อ...”
“ผมมีผ่าตัดด่วน ขอตัวนะครับ”
เขาตัดบทอย่างไม่ใยดี ก่อนจะยื่นแฟ้มคืนพยาบาลแล้วเดินผ่านหน้าเธอไปทันที กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่เธอเคยซุกกอดในคืนนั้นลอยมาปะทะจมูกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะจางหายไปพร้อมกับแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างออกไป
“หมอศรันย์เนี่ยนิ่งจริงๆ เลยนะ ขนาดคนรู้จักของคุณพ่อตัวเอง ยังไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยเลย” พยาบาลซุบซิบกันลับหลัง
"อืม....ทำเหมือนมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ น่าสงสารน้องผู้หญิง"
พระพายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขอบตาร้อนผ่าว มือที่ยื่นถุงขนมเจ้าอร่อยค้างไว้อยู่ค่อยๆ ลดลงช้าๆ เธอจำกฎข้อที่สองได้แม่นยำ
"ต่อหน้าคนอื่น เราคือคนรู้จักที่ไม่ได้สนิทสนมกัน"
เขาทำได้ดีเยี่ยม... ดีจนใจเธอสลาย แต่แล้วในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ แรงสั่นจากการแจ้งเตือนในกระเป๋ากระโปรงก็ทำให้เธอต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
💬 Sarun : 20:00 น. ไปรอที่คอนโด ฉันจะเข้าทางที่จอดรถใต้ดิน... อย่าให้ใครเห็น
ข้อความสั้นๆ สั่งการอย่างเผด็จการจากคนเพิ่งเดินผ่านเธอไปเมื่อครู่ ทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาจนได้
ข้างนอก... เธอเป็นได้แค่คนแปลกหน้าแต่ในที่ลับ... เธอต้องไปรอปรนนิบัติเขาตามคำสั่ง
พระพายหลับตาลงอย่างข่มใจ เธอเกลียดสถานะนี้ แต่เธอก็เกลียดตัวเองยิ่งกว่า... ที่ยังตัดใจจากคนใจร้ายอย่างเขาไม่ได้สักที
จูบที่รุนแรงและเอาแต่ใจสิ้นสุดลง แต่ความกดดันในบรรยากาศกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หมอศรันย์ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของเด็กสาวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งหงุดหงิดและมีความต้องการบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้"ขึ้นรถ" เขาออกคำสั่งเสียงต่ำ น้ำเสียงนั้นเหมือนจะรำคาญเธอเต็มที"ค่ะ"พระพายเดินไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก หมอศรันย์ก้าวตามขึ้นมาประจำที่คนขับ เขาไม่ได้ออกรถไปไหน แต่กลับถอยรถเข้าไปยังมุมอับที่สุดของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ซึ่งแสงไฟส่องมาไม่ถึง แผ่นกระจกฟิล์มดำสนิทกลายเป็นกำแพงกั้นโลกภายนอกออกไปในทันที เครื่องยนต์ยังคงทำงานส่งเสียงแผ่วเบา แต่ภายในรถกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด"พี่หมอ... พายขอโทษ""เงียบซะพาย ฉันเคยบอกแล้วให้เธอเรียกฉันว่าคุณหมอ ถ้าเธอยังดื้อที่จะพูดชื่อฉันอีกคำเดียว ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี่"“พะ…พาย”“ฉันบอกให้เงียบ! เสียงเดียวที่เธอจะส่งออกมาได้ คือเสียงคราง เก็บเสียงของเธอไว้ครางจะดีกว่า”ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดปรับเบาะฝั่งผู้โดยสารให้เอนลงจนสุด ก่อนจะแทรกตัวข้ามคอนโซลกลางมาทาบทับร่างเล็กไว้ แรงกดทับจากร่างกายกำยำทำให้พระพายเ
@20.00 น.คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองคือสถานที่นัดหมายที่ทำให้พระพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าห้องเชือดทุกครั้ง เธอใช้คีย์การ์ดสำรองที่เขาโยน ให้เมื่อวันก่อนเปิดเข้าไปในห้องที่เงียบสนิท กลิ่นหอมสะอาดแบบเดียวกับเจ้าของห้องทำให้น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดทำท่าจะไหลออกมาอีกครั้งพระพายพยายามจัดการความเศร้าด้วยการเข้าห้องครัว เตรียมอาหารง่ายๆ ไว้ให้คนใจร้ายที่บอกว่ามีผ่าตัดด่วน เธอหวังลึกๆ ว่าความใส่ใจนี้จะทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจเขาลดลงบ้างสักเซนติเมตรก็ยังดี"แกร็ก.."เสียงเปิดประตูทำให้พระพายรีบวางจานข้าวผัดในมือแล้ววิ่งออกไปรับด้วยรอยยิ้ม“พี่หมอ กลับมาแล้วเหรอคะ พายทำ...” คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่แค่นั้นเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่แค่หมอศรันย์เพียงลำพัง แต่ข้างกายของเขามีผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์ที่ดูสง่างามไม่แพ้กัน หมอนลิน วิสัญญีแพทย์คนสวยที่เป็นคู่หมายที่เหมาะสมในสายตาของทุกคนหมอศรันย์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นพระพายยืนอยู่ในห้อง แววตาของเขาฉายแววตำหนิอย่างรุนแรงจนเธอชาวาบไปทั้งตัว“อ้าว น้องพายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?” หมอนลินเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ยังคงน้ำเสียงสุภาพพระพายอ
@หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป... ภายในโถงทางเดินที่สว่างไสวและอบอวลไปด้วยกลิ่นยาของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พระพาย ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าแผนกศัลยกรรมกระดูก มือเล็กกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนชื้นเหงื่อเธอไม่ได้มาหาเรื่องตื๊อเขาเหมือนอย่างเคย แต่เพราะ ‘คุณลุงศิระ’ พ่อของหมอศรันย์กำชับให้เธอเอาเอกสารสำคัญมาส่งให้ลูกชายของท่าน และท่านยังย้ำว่า "พี่หมอเขางานยุ่ง ถ้าไปถึงแล้วให้เข้าไปหาที่ห้องพักได้เลย"ถึงแม้จะเป็นคำอนุญาตจากผู้เป็นลุง แต่พายรู้ดี... ว่าสำหรับหมอศรันย์ เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว“มาหาใครคะหนู?” พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เอ่อ... มาหาคุณหมอศรันย์ค่ะ เอาของมาให้”“อ๋อ คุณหมอเพิ่งตรวจคนไข้เสร็จพอดีค่ะ นั่นไงคะ เดินมาโน่นแล้ว”พระพายหันไปตามปลายนิ้วของพยาบาล หัวใจที่เคยพยายามทำตัวให้เข้มแข็งกลับสั่นระรัว ภาพชายหนุ่มในชุดสครับสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินตรงมาพร้อมกับกลุ่มนักศึกษาแพทย์และพยาบาลผู้ช่วย ท่าทางที่ดูสุขุม เป็นมืออาชีพ และสง่างามของเขาทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโถงทางเดินเขาดูเพอร์เฟกต์เสียจนพระพายรู้สึกว่าตัวเองเ
@เมื่อ 2 ปีก่อน... หน้าตึกผู้ป่วยนอก"พี่หมอขา! พายเอาน้ำส้มคั้นสดมาให้ค่ะ พายคั้นเองกับมือเลยนะ รับรองว่าไม่มีน้ำตาล มีแต่ความจริงใจล้วนๆ!"เด็กสาวในชุดมัธยมปลายปลายแก่นเซี้ยว วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนเข้ามาหาศัลยแพทย์หนุ่มที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องตรวจ หมอศรันย์ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาหยุดกะทันหัน ใบหน้าเรียบเฉยนั้นดูดุดันกว่าปกติเมื่อจ้องมองเด็กสาวที่ยิ้มร่าจนตาหยี"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาที่นี่... กลับไปเรียนหนังสือซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยไร้ซึ่งอารมณ์"พายเรียนเสร็จแล้วค่ะ! อีกอย่าง พายจองคิวพี่หมอไว้แล้วนะ""คิวอะไรของเธอ""ก็คิวจีบไงคะ พี่หมอห้ามผิดนัดสิ""พรรณนารา" เขาเรียกชื่อจริงเธอด้วยเสียงเข้ม "ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ"เขาก้าวเดินหนีอย่างไม่ใยดี แต่พระพายในวัย 17 ก็ยังวิ่งตามกวดไปข้างๆ "พี่หมอจะไล่พายไปไหนก็ได้ แต่พายจะจีบพี่หมอจนกว่าพี่หมอจะใจอ่อน! คอยดูเถอะ สักวันพี่หมอต้องยอมสยบแทบเท้าเด็กกะโปโลคนนี้!""น่ารำคาญ""รำคาญก็รำคาญไปสิ แต่พายไม่คิดจะถอยหรอกนะ"คำว่า "น่ารำคาญ" ของหมอศรันย์ดูเหมือนจะมีอานุภาพทำลายล้างต่ำกว่าที่เขา







