Mag-log in@20.00 น.
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองคือสถานที่นัดหมายที่ทำให้พระพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าห้องเชือดทุกครั้ง เธอใช้คีย์การ์ดสำรองที่เขาโยน ให้เมื่อวันก่อนเปิดเข้าไปในห้องที่เงียบสนิท กลิ่นหอมสะอาดแบบเดียวกับเจ้าของห้องทำให้น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดทำท่าจะไหลออกมาอีกครั้ง
พระพายพยายามจัดการความเศร้าด้วยการเข้าห้องครัว เตรียมอาหารง่ายๆ ไว้ให้คนใจร้ายที่บอกว่ามีผ่าตัดด่วน เธอหวังลึกๆ ว่าความใส่ใจนี้จะทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจเขาลดลงบ้างสักเซนติเมตรก็ยังดี
"แกร็ก.."
เสียงเปิดประตูทำให้พระพายรีบวางจานข้าวผัดในมือแล้ววิ่งออกไปรับด้วยรอยยิ้ม
“พี่หมอ กลับมาแล้วเหรอคะ พายทำ...”
คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่แค่นั้นเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่แค่หมอศรันย์เพียงลำพัง แต่ข้างกายของเขามีผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์ที่ดูสง่างามไม่แพ้กัน หมอนลิน วิสัญญีแพทย์คนสวยที่เป็นคู่หมายที่เหมาะสมในสายตาของทุกคน
หมอศรันย์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นพระพายยืนอยู่ในห้อง แววตาของเขาฉายแววตำหนิอย่างรุนแรงจนเธอชาวาบไปทั้งตัว
“อ้าว น้องพายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?” หมอนลินเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ยังคงน้ำเสียงสุภาพ
พระพายอึกอัก หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว สายตาของเขามันกำลังส่งสัญญาณเตือน “เอ่อ... พาย...”
“พายเอาเอกสารสำคัญของคุณพ่อมาวางไว้ให้ผมน่ะครับ พอดีผมลืมบอกลินว่าวันนี้จะมีเด็กที่บ้านแวะเอาของมาให้”
เสียงของหมอศรันย์ราบเรียบเย็นชา เขาเดินเข้ามายืนบังระหว่างพายกับหมอนลินไว้ ราวกับไม่อยากให้เธอขยับเข้าไปใกล้โลกของเขามากกว่านี้
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอคะ แย่จัง... ลินกะว่าจะมาชวนศรันย์คุยเรื่องเคสผ่าตัดพรุ่งนี้ต่อสักหน่อย รบกวนเวลาพักผ่อนน้องหรือเปล่าจ๊ะ?”
หมอนลินหันมายิ้มให้พายอย่างใจดีแต่มันกลับทำให้พายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินที่น่ารำคาญ
“พะ... พาย..พายกำลังจะกลับพอดีค่ะ” พระพายก้มหน้าต่ำพยายามซ่อนขอบตาที่เริ่มแดงกล่ำ
“เดี๋ยว...”
เสียงเข้มของหมอศรันย์รั้งไว้พายไว้ครู่หนึ่งเขาเดินเข้าไปหยิบธนบัตรใบพันหลายใบจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้เธอต่อหน้าหมอนลิน
“ค่ารถ... กลับแท็กซี่ดีๆ ล่ะ อย่าไปเถลไถลที่ไหน เดี๋ยวพ่อเธอจะหาว่าฉันไม่ดูดำดูดี”
การกระทำนั้นเหมือนการตบหน้าพายกลางที่สาธารณะ เขาจงใจแสดงให้หมอนลินเห็นว่าเธอเป็นเพียง เด็กในปกครอง ที่เขาให้เงินค่าขนม ไม่มีความหมายเกินกว่านั้น
พระพายสั่นไปทั้งตัว เธอไม่รับเงินนั้นแต่กลับกำสายกระเป๋าแน่น
“ไม่เป็นไรค่ะ พายมีเงิน... ขอตัวนะคะ”
เธอรีบเดินผ่านทั้งคู่ไปอย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะที่เดินสวนกัน หมอศรันย์กลับคว้าต้นแขนเธอไว้เบาๆ แล้วก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงเธอที่ได้ยิน
“ไปรอที่ลานจอดรถชั้น B2 อย่าให้ลินเห็น... ถ้าเธอหนีกลับก่อน ฉันจะถือว่าเธอเลือกจบทุกอย่างเอง”
คำขู่ที่แสนเผด็จการทำให้พระพายต้องกลืนก้อนความเสียใจลงคอ เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของหมอนลินที่ดังลอดออกมาว่า
“น้องพายนี่น่ารักจังเลยนะคะ ดูเป็นเด็กดื้อที่ติดพี่ชายจัง”
"ครับ..ก็เหมือนเด็กทั่วๆไป ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากนั้น"
@22:30 น. ณ ลานจอดรถชั้น B2
บรรยากาศใต้ดินช่างหนาวเหน็บและอ้างว้าง พระพายนั่งกอดเข่ารออยู่ข้างเสาไฟนานนับชั่วโมง จนกระทั่งรถ SUV คันหรูของหมอศรันย์เลื่อนมาจอดเทียบ
ชายหนุ่มลงจากรถด้วยท่าทางหงุดหงิด เขาเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากให้ลุกขึ้นอย่างแรง
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามมาปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่นในห้องของฉัน!”
“พายแค่จะทำกับข้าวไว้ให้...และอีกอย่างพี่เป็นคนบอกให้พายมารอ...”
“ฉันบอกให้มารอ แต่ไม่ได้บอกให้มาเสนอหน้าตอนที่ฉันอยู่กับคนอื่น! โดยเฉพาะห้องของฉัน เธอมีสิทธิ์อะไรที่จะเข้าไปโดยที่ฉันไม่ได้อนุญาต!!”
หมอศรันย์ดันร่างบางไปติดกับเสาปูนแววตาที่เคยมองคนไข้อย่างอ่อนโยนบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“ลินเกือบสงสัยแล้วว่าเธอมีคีย์การ์ดได้ยังไง ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูพ่อฉัน หรือคนในโรงพยาบาล เธอรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”
“พี่หมอกลัวเสียชื่อเสียง... หรือกลัวพายไปขัดทางรักของพี่กับหมอนลินกันแน่คะ?” พระพายถามออกไปทั้งน้ำตา
หมอศรันย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นเฉียบ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม? ในเมื่อเงื่อนไขคือเธอต้องอยู่เป็นความลับ ถ้าทนไม่ได้... ก็คืนคีย์การ์ดมา แล้วไสหัวไปซะพระพาย”
เขายื่นมือออกมาตรงหน้าพายด้วยท่าทีที่พร้อมจะตัดสัมพันธ์ได้ทุกเมื่อ พระพายมองมือหนานั้นด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เธอรู้ว่านี่คือกับดัก... แต่เธอก็ยังโง่พอที่จะตกลงไปในนั้น
“... พายขอโทษค่ะ ต่อไปพายจะระวังกว่านี้” เธอก้มหน้ายอมรับชะตากรรม สะอื้นไห้จนตัวโยน
หมอศรันย์มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะเชยคางเธอขึ้นมาแล้วบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบที่ปลอบประโลม แต่เป็นจูบที่ตอกย้ำว่า...ในสายตาของเขา เธอมีค่าอยู่เพียงแค่ที่นี่... ในมุมมืดที่ไม่มีใครเห็นก็เท่านั้น
"ขึ้นรถ"
จูบที่รุนแรงและเอาแต่ใจสิ้นสุดลง แต่ความกดดันในบรรยากาศกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หมอศรันย์ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของเด็กสาวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งหงุดหงิดและมีความต้องการบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้"ขึ้นรถ" เขาออกคำสั่งเสียงต่ำ น้ำเสียงนั้นเหมือนจะรำคาญเธอเต็มที"ค่ะ"พระพายเดินไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก หมอศรันย์ก้าวตามขึ้นมาประจำที่คนขับ เขาไม่ได้ออกรถไปไหน แต่กลับถอยรถเข้าไปยังมุมอับที่สุดของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ซึ่งแสงไฟส่องมาไม่ถึง แผ่นกระจกฟิล์มดำสนิทกลายเป็นกำแพงกั้นโลกภายนอกออกไปในทันที เครื่องยนต์ยังคงทำงานส่งเสียงแผ่วเบา แต่ภายในรถกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด"พี่หมอ... พายขอโทษ""เงียบซะพาย ฉันเคยบอกแล้วให้เธอเรียกฉันว่าคุณหมอ ถ้าเธอยังดื้อที่จะพูดชื่อฉันอีกคำเดียว ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี่"“พะ…พาย”“ฉันบอกให้เงียบ! เสียงเดียวที่เธอจะส่งออกมาได้ คือเสียงคราง เก็บเสียงของเธอไว้ครางจะดีกว่า”ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดปรับเบาะฝั่งผู้โดยสารให้เอนลงจนสุด ก่อนจะแทรกตัวข้ามคอนโซลกลางมาทาบทับร่างเล็กไว้ แรงกดทับจากร่างกายกำยำทำให้พระพายเ
@20.00 น.คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองคือสถานที่นัดหมายที่ทำให้พระพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าห้องเชือดทุกครั้ง เธอใช้คีย์การ์ดสำรองที่เขาโยน ให้เมื่อวันก่อนเปิดเข้าไปในห้องที่เงียบสนิท กลิ่นหอมสะอาดแบบเดียวกับเจ้าของห้องทำให้น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดทำท่าจะไหลออกมาอีกครั้งพระพายพยายามจัดการความเศร้าด้วยการเข้าห้องครัว เตรียมอาหารง่ายๆ ไว้ให้คนใจร้ายที่บอกว่ามีผ่าตัดด่วน เธอหวังลึกๆ ว่าความใส่ใจนี้จะทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจเขาลดลงบ้างสักเซนติเมตรก็ยังดี"แกร็ก.."เสียงเปิดประตูทำให้พระพายรีบวางจานข้าวผัดในมือแล้ววิ่งออกไปรับด้วยรอยยิ้ม“พี่หมอ กลับมาแล้วเหรอคะ พายทำ...” คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่แค่นั้นเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่แค่หมอศรันย์เพียงลำพัง แต่ข้างกายของเขามีผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์ที่ดูสง่างามไม่แพ้กัน หมอนลิน วิสัญญีแพทย์คนสวยที่เป็นคู่หมายที่เหมาะสมในสายตาของทุกคนหมอศรันย์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นพระพายยืนอยู่ในห้อง แววตาของเขาฉายแววตำหนิอย่างรุนแรงจนเธอชาวาบไปทั้งตัว“อ้าว น้องพายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?” หมอนลินเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ยังคงน้ำเสียงสุภาพพระพายอ
@หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป... ภายในโถงทางเดินที่สว่างไสวและอบอวลไปด้วยกลิ่นยาของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พระพาย ในชุดนักศึกษาปีหนึ่งยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าแผนกศัลยกรรมกระดูก มือเล็กกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนชื้นเหงื่อเธอไม่ได้มาหาเรื่องตื๊อเขาเหมือนอย่างเคย แต่เพราะ ‘คุณลุงศิระ’ พ่อของหมอศรันย์กำชับให้เธอเอาเอกสารสำคัญมาส่งให้ลูกชายของท่าน และท่านยังย้ำว่า "พี่หมอเขางานยุ่ง ถ้าไปถึงแล้วให้เข้าไปหาที่ห้องพักได้เลย"ถึงแม้จะเป็นคำอนุญาตจากผู้เป็นลุง แต่พายรู้ดี... ว่าสำหรับหมอศรันย์ เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว“มาหาใครคะหนู?” พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เอ่อ... มาหาคุณหมอศรันย์ค่ะ เอาของมาให้”“อ๋อ คุณหมอเพิ่งตรวจคนไข้เสร็จพอดีค่ะ นั่นไงคะ เดินมาโน่นแล้ว”พระพายหันไปตามปลายนิ้วของพยาบาล หัวใจที่เคยพยายามทำตัวให้เข้มแข็งกลับสั่นระรัว ภาพชายหนุ่มในชุดสครับสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินตรงมาพร้อมกับกลุ่มนักศึกษาแพทย์และพยาบาลผู้ช่วย ท่าทางที่ดูสุขุม เป็นมืออาชีพ และสง่างามของเขาทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโถงทางเดินเขาดูเพอร์เฟกต์เสียจนพระพายรู้สึกว่าตัวเองเ
@เมื่อ 2 ปีก่อน... หน้าตึกผู้ป่วยนอก"พี่หมอขา! พายเอาน้ำส้มคั้นสดมาให้ค่ะ พายคั้นเองกับมือเลยนะ รับรองว่าไม่มีน้ำตาล มีแต่ความจริงใจล้วนๆ!"เด็กสาวในชุดมัธยมปลายปลายแก่นเซี้ยว วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนเข้ามาหาศัลยแพทย์หนุ่มที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องตรวจ หมอศรันย์ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาหยุดกะทันหัน ใบหน้าเรียบเฉยนั้นดูดุดันกว่าปกติเมื่อจ้องมองเด็กสาวที่ยิ้มร่าจนตาหยี"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาที่นี่... กลับไปเรียนหนังสือซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยไร้ซึ่งอารมณ์"พายเรียนเสร็จแล้วค่ะ! อีกอย่าง พายจองคิวพี่หมอไว้แล้วนะ""คิวอะไรของเธอ""ก็คิวจีบไงคะ พี่หมอห้ามผิดนัดสิ""พรรณนารา" เขาเรียกชื่อจริงเธอด้วยเสียงเข้ม "ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ"เขาก้าวเดินหนีอย่างไม่ใยดี แต่พระพายในวัย 17 ก็ยังวิ่งตามกวดไปข้างๆ "พี่หมอจะไล่พายไปไหนก็ได้ แต่พายจะจีบพี่หมอจนกว่าพี่หมอจะใจอ่อน! คอยดูเถอะ สักวันพี่หมอต้องยอมสยบแทบเท้าเด็กกะโปโลคนนี้!""น่ารำคาญ""รำคาญก็รำคาญไปสิ แต่พายไม่คิดจะถอยหรอกนะ"คำว่า "น่ารำคาญ" ของหมอศรันย์ดูเหมือนจะมีอานุภาพทำลายล้างต่ำกว่าที่เขา







