LOGIN@20.00 น.
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองคือสถานที่นัดหมายที่ทำให้พระพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าห้องเชือดทุกครั้ง เธอใช้คีย์การ์ดสำรองที่เขาโยน ให้เมื่อวันก่อนเปิดเข้าไปในห้องที่เงียบสนิท กลิ่นหอมสะอาดแบบเดียวกับเจ้าของห้องทำให้น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดทำท่าจะไหลออกมาอีกครั้ง
พระพายพยายามจัดการความเศร้าด้วยการเข้าห้องครัว เตรียมอาหารง่ายๆ ไว้ให้คนใจร้ายที่บอกว่ามีผ่าตัดด่วน เธอหวังลึกๆ ว่าความใส่ใจนี้จะทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจเขาลดลงบ้างสักเซนติเมตรก็ยังดี
"แกร็ก.."
เสียงเปิดประตูทำให้พระพายรีบวางจานข้าวผัดในมือแล้ววิ่งออกไปรับด้วยรอยยิ้ม
“พี่หมอ กลับมาแล้วเหรอคะ พายทำ...”
คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่แค่นั้นเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่แค่หมอศรันย์เพียงลำพัง แต่ข้างกายของเขามีผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์ที่ดูสง่างามไม่แพ้กัน หมอนลิน วิสัญญีแพทย์คนสวยที่เป็นคู่หมายที่เหมาะสมในสายตาของทุกคน
หมอศรันย์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นพระพายยืนอยู่ในห้อง แววตาของเขาฉายแววตำหนิอย่างรุนแรงจนเธอชาวาบไปทั้งตัว
“อ้าว น้องพายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?” หมอนลินเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ยังคงน้ำเสียงสุภาพ
พระพายอึกอัก หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว สายตาของเขามันกำลังส่งสัญญาณเตือน “เอ่อ... พาย...”
“พายเอาเอกสารสำคัญของคุณพ่อมาวางไว้ให้ผมน่ะครับ พอดีผมลืมบอกลินว่าวันนี้จะมีเด็กที่บ้านแวะเอาของมาให้”
เสียงของหมอศรันย์ราบเรียบเย็นชา เขาเดินเข้ามายืนบังระหว่างพายกับหมอนลินไว้ ราวกับไม่อยากให้เธอขยับเข้าไปใกล้โลกของเขามากกว่านี้
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอคะ แย่จัง... ลินกะว่าจะมาชวนศรันย์คุยเรื่องเคสผ่าตัดพรุ่งนี้ต่อสักหน่อย รบกวนเวลาพักผ่อนน้องหรือเปล่าจ๊ะ?”
หมอนลินหันมายิ้มให้พายอย่างใจดีแต่มันกลับทำให้พายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินที่น่ารำคาญ
“พะ... พาย..พายกำลังจะกลับพอดีค่ะ” พระพายก้มหน้าต่ำพยายามซ่อนขอบตาที่เริ่มแดงกล่ำ
“เดี๋ยว...”
เสียงเข้มของหมอศรันย์รั้งไว้พายไว้ครู่หนึ่งเขาเดินเข้าไปหยิบธนบัตรใบพันหลายใบจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้เธอต่อหน้าหมอนลิน
“ค่ารถ... กลับแท็กซี่ดีๆ ล่ะ อย่าไปเถลไถลที่ไหน เดี๋ยวพ่อเธอจะหาว่าฉันไม่ดูดำดูดี”
การกระทำนั้นเหมือนการตบหน้าพายกลางที่สาธารณะ เขาจงใจแสดงให้หมอนลินเห็นว่าเธอเป็นเพียง เด็กในปกครอง ที่เขาให้เงินค่าขนม ไม่มีความหมายเกินกว่านั้น
พระพายสั่นไปทั้งตัว เธอไม่รับเงินนั้นแต่กลับกำสายกระเป๋าแน่น
“ไม่เป็นไรค่ะ พายมีเงิน... ขอตัวนะคะ”
เธอรีบเดินผ่านทั้งคู่ไปอย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะที่เดินสวนกัน หมอศรันย์กลับคว้าต้นแขนเธอไว้เบาๆ แล้วก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงเธอที่ได้ยิน
“ไปรอที่ลานจอดรถชั้น B2 อย่าให้ลินเห็น... ถ้าเธอหนีกลับก่อน ฉันจะถือว่าเธอเลือกจบทุกอย่างเอง”
คำขู่ที่แสนเผด็จการทำให้พระพายต้องกลืนก้อนความเสียใจลงคอ เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของหมอนลินที่ดังลอดออกมาว่า
“น้องพายนี่น่ารักจังเลยนะคะ ดูเป็นเด็กดื้อที่ติดพี่ชายจัง”
"ครับ..ก็เหมือนเด็กทั่วๆไป ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากนั้น"
@22:30 น. ณ ลานจอดรถชั้น B2
บรรยากาศใต้ดินช่างหนาวเหน็บและอ้างว้าง พระพายนั่งกอดเข่ารออยู่ข้างเสาไฟนานนับชั่วโมง จนกระทั่งรถ SUV คันหรูของหมอศรันย์เลื่อนมาจอดเทียบ
ชายหนุ่มลงจากรถด้วยท่าทางหงุดหงิด เขาเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากให้ลุกขึ้นอย่างแรง
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามมาปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่นในห้องของฉัน!”
“พายแค่จะทำกับข้าวไว้ให้...และอีกอย่างพี่เป็นคนบอกให้พายมารอ...”
“ฉันบอกให้มารอ แต่ไม่ได้บอกให้มาเสนอหน้าตอนที่ฉันอยู่กับคนอื่น! โดยเฉพาะห้องของฉัน เธอมีสิทธิ์อะไรที่จะเข้าไปโดยที่ฉันไม่ได้อนุญาต!!”
หมอศรันย์ดันร่างบางไปติดกับเสาปูนแววตาที่เคยมองคนไข้อย่างอ่อนโยนบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“ลินเกือบสงสัยแล้วว่าเธอมีคีย์การ์ดได้ยังไง ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูพ่อฉัน หรือคนในโรงพยาบาล เธอรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”
“พี่หมอกลัวเสียชื่อเสียง... หรือกลัวพายไปขัดทางรักของพี่กับหมอนลินกันแน่คะ?” พระพายถามออกไปทั้งน้ำตา
หมอศรันย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นเฉียบ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม? ในเมื่อเงื่อนไขคือเธอต้องอยู่เป็นความลับ ถ้าทนไม่ได้... ก็คืนคีย์การ์ดมา แล้วไสหัวไปซะพระพาย”
เขายื่นมือออกมาตรงหน้าพายด้วยท่าทีที่พร้อมจะตัดสัมพันธ์ได้ทุกเมื่อ พระพายมองมือหนานั้นด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เธอรู้ว่านี่คือกับดัก... แต่เธอก็ยังโง่พอที่จะตกลงไปในนั้น
“... พายขอโทษค่ะ ต่อไปพายจะระวังกว่านี้” เธอก้มหน้ายอมรับชะตากรรม สะอื้นไห้จนตัวโยน
หมอศรันย์มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะเชยคางเธอขึ้นมาแล้วบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบที่ปลอบประโลม แต่เป็นจูบที่ตอกย้ำว่า...ในสายตาของเขา เธอมีค่าอยู่เพียงแค่ที่นี่... ในมุมมืดที่ไม่มีใครเห็นก็เท่านั้น
"ขึ้นรถ"
@เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันหยุดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนใหญ่ แต่เจ้าของห้องอย่าง พระพาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแค่จะพลิกตัวยังต้องนิ่วหน้า ระบมไปทั้งตัว"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วขยับกายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ศรันย์ห่มให้ไว้อย่างเรียบร้อยรัดกุม"แกรก..."ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอศรันย์ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ที่มี "ผ้าอ้อม" พาดบ่าข้างหนึ่ง และมืออีกข้างหนึ่งกำลังอุ้ม น้องพรีม ที่กำลังดูดจุกหลอกจ๊อบๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมี น้องพร้อม เดินเกาะชายเสื้อคุณพ่อต้อยๆ เข้ามาด้วย"ชู่ววว... น้องพร้อมครับ เบาๆ ลูก..มามี้ยังนอนหลับอยู่" ศรันย์กระซิบกระซาบกับลูกชายตัวแสบ"มัมมี้เป็นอะไรครับปาป๊า? เมื่อคืนพร้อมตื่นมาได้ยินมามี้ร้องเสียงดังเหมือนโดนไดโนเสาร์กัดเลย" น้องพร้อมถามตาใสแป๋วทำเอาพระพายที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับหน้าแดงแป๊ดจนต้องมุดหน้าลงกับหมอนศรันย์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางปรายตาไปทางก้อนผ้าห่มบนเตียง "อ๋อ... มามี้ไม่ได้โดนไดโนเสาร์กัดครับ มามี้
ศรันย์ไม่ปล่อยให้พระพายได้พักนานนัก หลังจากบทเพลงรักริมกระจกจบลง เขาก็ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของภรรยาขึ้นแนบอกอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่รอคอยพวกเขาทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับที่นอนนุ่ม ศรันย์ก็โน้มตัวลงทาบทับ กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"พี่หมอ... พอแล้วค่ะ พายไม่มีแรงแล้วจริงๆ" พระพายประท้วงเสียงแผ่วแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำเยิ้ม ยามมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเมื่อผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมตามไรผม"รอบที่สาม... พี่ขอแบบจัดเต็มนะครับคนเก่ง..นะครับ" ศรันย์ไม่อ้อนเปล่าแต่เขาใช้มือหนาแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม จนพระพายต้องหน้าร้อนผ่าว "พะ..พี่หมอ แต่เมื่อกี้พี่ทำไปแล้วนะคะ""เมื่อกี้ริมกระจกพี่เน้นท่าทาง แต่บนเตียง... พี่จะเน้นความลึกซึ้งให้ถึงใจพาย พายจะได้ไม่ลืม ว่าเราทำอะไรกันที่ไหนยังไง ท่าอะไร""พะ..พี่ อื้ออ~"ศรันย์ก้มลงครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ดูดดึง แต่ใช้นิ้วเรียวบีบเค้นเต้าอวบทั้งสองข้างสู้มืออย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานลั่นห้องเมื่อลิ้นร้อนตวัดรัวที่ยอดอกสลับกับกา
"อ๊ะ!! พี่หมอ"บทรักบนโซฟาเป็นเพียงบทเพลงอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเมื่อศรันย์ได้ลิ้มรสหวานจากน้ำผึ้งที่เขาโหยหามานานแรมปี ไฟราคะในตัวศัลยแพทย์หนุ่มก็ลุกโชนจนยากจะดับลง"พี่หมอ... พอแล้วมั้งคะ พายจะละลายหมดแล้วนะ" พระพายเอ่ยเสียงระทดระทวย ร่างกายอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่ดวงตากลมโตกลับหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่ไม่ต่างกัน"ยังครับ... บนโซฟามันแค่น้ำจิ้ม" หมอศรันย์พึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเมียเด็กขึ้นแนบอก "พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... พายจำได้ไหม ตรงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหลังบ้านน่ะ พี่แอบมองพายตรงนั้นบ่อยๆ เวลาพายยืนกล่อมลูก""พี่หมอ! ตรงนั้นมัน... มันโล่งไปไหมคะ" พระพายหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย"ไม่มีใครเห็นหรอกครับ มืดขนาดนี้... มีแต่พี่ที่จะเห็นพายชัดๆ""แต่ว่า...?""ตอบช้าถือว่าตกลงนะคะ""หมับ!!""พี่หมอ!!"ศรันย์อุ้มเมียสุดที่รักขึ้น ก่อรจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมาย เขาวางร่างบางลงให้ยืนพิงกับกระจกใสบานยักษ์ ความเย็นของกระจกที่สัมผัสแผ่นหลังทำเอาพระพายสะดุ้งโหยง แต่ความร้อนจากแผ่นอกแกร่งของศรันย
"อ่าห์ พี่หมอ~"ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของพระพาย ร่างระหงนอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ผิวพรรณแดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้นด้วยลิ้นร้อนของคุณหมอหนุ่มเมื่อครู่จนถึงฝั่งฝันไปรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้"พายครับ""คะ"ศรันย์ขยับกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาคมกริบจ้องมองเมียรักที่กำลังนอนหายใจรินรดไหล่ตัวเองด้วยความหลงใหล เขาจัดการถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็น "เจ้ามังกร" ยักษ์ที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโป่ง มันขยายขนาดจนน่ากลัวสะท้อนถึงความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายเดือน"พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วนะคะ" พระพายพยายามประท้วงเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของสามี นี่มันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก เมื่อก่อนไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งยาวจนแค่มองก็ม้สนท้องน้อยไปหมด"พายเสร็จไปแล้ว... แต่พี่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ" ศรันย์อ้อนเสียงนุ่มเขาโน้มตัวลงไปกอดเอวบางแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอ "พายครับ... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่ปวดไปหมดแล้ว ดูสิ... มันคิดถึงพายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"มือหนาจั
@ 1 ปีต่อมา"ปาป๊า! ดูสิ พร้อมระบายสีไดโนเสาร์สวยไหมฮะ!"เสียงเล็กๆ ของ น้องพร้อม เด็กชายวัยเกือบ 4 ขวบที่ถอดแบบหน้าตามาจากพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ตะโกนก้องห้องโถงพร้อมกับชูกระดาษที่เต็มไปด้วยสีเทียนหลากสี ศรันย์ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยความอ่อนล้าจากการผ่าตัด 3 เคสติดกัน ต้องรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วย่อตัวลงรับแรงกระแทกจากลูกชายที่กระโจนเข้าใส่"เก่งมากครับลูก... ไหนดูซิ ไดโนเสาร์ตัวนี้ชื่ออะไรครับ?""ชื่อรันย์ครับ! ชื่อเหมือนปาป๊าเลย เพราะมันตัวใหญ่และใจดี"ศรันย์หัวเราะหึๆ ในลำคอ พลางลูบหัวลูกชาย "โอเคครับ ปาป๊าเป็นไดโนเสาร์ก็ได้ แต่ตอนนี้ป๊าขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ...""แง้!!!!!!!!!"ยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องไห้จ้าที่ทรงพลังยิ่งกว่าหวอรถพยาบาลก็ดังมาจากชั้นบน เป็นสัญญาณว่า น้องพรีม สมาชิกใหม่วัย 3 เดือนได้ตื่นจากการนอนกลางวันรอบเย็นแล้ว และเธอกำลัง "หิว" ระดับวิกฤต"พี่หมอ! มาพอดีเลยค่ะ ช่วยดูน้องพร้อมหน่อยนะคะ พายต้องพาน้องพรีมไปให้นม!" พระพายตะโกนลงมาจากบันไดมือหนึ่งถือเครื่องปั๊มนม อีกมือหนึ่งกำลังพยายามปลอบลูกสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน ผมทรงนักธุรกิจสาวที่เคยเรียบกริบบัดนี้ฟูฟ่องแ
@2 เดือนต่อมาบรรยากาศที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของ นพ. ศรันย์ กลับมาสวมเสื้อกาวน์สีขาวปักชื่อตำแหน่งเดิมอย่างภาคภูมิใจ แม้เขาจะหายไปนานถึงสามปี แต่ฝีมือและการวางตัวที่สุขุมขึ้นกลับทำให้เขามีเสน่ห์จนใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุด คือสายตาของหมอศรันย์ที่ไม่ได้มองแค่คนไข้... แต่เขามักจะชะเง้อมองไปทางโถงทางเดินชั้นผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง"เลิกชะเง้อได้แล้วมั้งไอ้หมอ... เขาไม่หายไปไหนหรอก เมียมึงน่ะ" หมอภีม เดินเข้ามากอดคอเพื่อนพลางแซวเสียงดัง บัดนี้กลายเป็นศัลยแพทย์อาวุโสที่ขึ้นแท่น "หมอโสดที่กวนประสาทที่สุดในโรงพยาบาล" เขาไม่ได้ไร้คู่เพราะหน้าตา หรือหน้าที่การงาน แต่เป็นเพราะความแสบสันของฝีปากที่ยากจะหาผู้หญิงคนไหนมาต่อกรได้"กูก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าพายทานข้าวกลางวันหรือยัง ช่วงนี้เขายิ่งแพ้ท้องหนักอยู่" ศรันย์ตอบพลางปรับปกเสื้อกาวน์ให้เนี้ยบ"แหม่... ตั้งแต่ฟื้นจากความตายมานี่ มึงเปลี่ยนจากคุณหมอผู้สูงส่ง กลายเป็นทาสเมียเต็มตัวเลยนะ" หมแภีมส่ายหัวขำๆ "ไม่ต้องแสดงอาการขนาดนั้น
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ณ แผนกศัลยกรรมกระดูก บรรยากาศรอบตัวของ หมอศรันย์ ดูเปลี่ยนไปจนพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แอบซุบซิบ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพเหตุการณ์เมื่อ
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักฟื้นวีไอพีดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่กลับเป็นความคึกคักที่ทำให้คนที่แอบยืนมองผ่านช่องกระจกประตูอย่าง หมอศรันย์ แทบจะกระอักเลือดตายรอมร่อเขายืนกำชาร์ตคนไข้ในมือแน่นจนนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนไม่ให้พุ่งเข้าไปกระชากทุกคนออกไปจากผู้หญิงของเขา... ค
ตลอดทั้งวันในโรงพยาบาล หมอศรันย์ไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มของพระพายที่ส่งให้หมอภีมมันตามหลอกหลอนเขาจนอยากจะขว้างแฟ้มประวัติคนไข้ทิ้ง ยิ่งเห็นหมอภีมเดินเข้าออกห้องพักฟื้นพร้อมขนมนมเนย เส้นประสาทของเขาก็แทบจะระเบิดจนกระทั่งช่วงเย็น หลังจากหมอนลินขอตัวกลับไปก่อน ศรันย์ก็ไม่รอช้าที่จะพุ่ง
@1 สัปดาห์ต่อมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เข้าเวรผ่าตัดตามปกติ และไม่เหลือคราบศัลยแพทย์ผู้สูงส่งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนและเอาแต่จ้องมองหน้าต่างห้องพักฟื้นจากม้านั่งข้างล่างราวกับคนเสียสติเ







