แชร์

บทที่ 7 ลูกใคร

ผู้เขียน: Fortune_289
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-17 20:08:56

"ขนมหวาน หนูควรอธิบายหน่อยไหม...หืม"

เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปประจันหน้ากับหญิงสาว เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินไปอุ้มลูกชายมาไว้ในอ้อมกอด

"มีเหตุผลอะไรต้องอธิบายด้วยล่ะ ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ คงไม่ได้รับงานพิเศษเป็นคุณหมออยู่ที่นี่หรอกใช่ไหม"

หญิงสาวมองใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความจับผิด ถ้าเกิดเขาทำงานอยู่ที่นี่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เธอจะไม่ทำงานที่นี่แน่นอน สามปีที่ผ่านมานี้เขาทำเธอเจ็บปวดมากเพราะฉะนั้นอยู่ให้ห่างกันจะดีที่สุด

"ทำไมล่ะ ถ้าเกิดพี่ทำงานอยู่ที่นี่หนูจะทำยังไง"

"ก็จะได้ไม่มาทำงานที่นี่ไง ไอ้คนสารเลวไสหัวไปให้ไกลเลยนะไม่ต้องมาให้เห็นหน้าด้วยรังเกียจ...!"

เธอมองหน้าของชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด เคยรักมากก็เกลียดมากเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงอยู่แล้ว เขาหายออกจากชีวิตของเธอโดยไม่บอกกล่าวแถมเมื่อวานบังเอิญเจอกันเขากับยิ้มหน้าระรื่นให้กับผู้หญิงคนอื่นอีก ผู้ชายเจ้าชู้แบบนี้ใครอยากจะเอาไปทำพันธุ์ก็เอาไปเถอะเธอไม่เอาหรอก

"พี่ไม่ได้ทำงานที่นี่หรอกก็แค่มาทำหน้านิดหน่อยน่ะ"

"ก็ดี... หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกนะ"

หญิงสาวสะบัดหน้าใส่ชายหนุ่มก่อนจะอุ้มลูกชายพากันเดินออกไปทันที เจย์ริวรีบคว้ามือถือเอาไว้ก่อนจะดึงตัวหญิงสาวให้หันมาประจันหน้ากัน

"รีบไปไหนล่ะเราควรคุยกันหน่อยไหม เรื่องเด็กคนนี้"

เขาอยากจะรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของตัวเองหรือเปล่า แต่ดูจากสีหน้าความโกรธเกลียดของฝ่ายหญิงไม่มีทางยอมรับแน่ และถ้าเขาพูดอะไรไม่ดีออกไปเธออาจจะเตลิดได้เพราะฉะนั้นคงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เธอไปไหนไม่รอดก่อน

"ไม่ต้องมาใส่ใจลูกของคนอื่นหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ"

"มาคุยกันดีๆ ได้ไหมขนมหวาน เรื่องนี้พี่อธิบายได้ แต่หนูต้องอธิบายก่อนว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของใคร"

"...."

"พี่ถามว่าลูกใคร"

"ลูกหมาบังเอิญมันมาไข่ทิ้งไว้... เหี้ยเนาะว่ามะ"

เธอเอ่ยออกไปเพียงแค่นั้นก่อนจะอุ้มลูกชายออกไปจากตรงนั้นทันที เจย์ริวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นมองตามเธอไปจนลับสายตา หมอเจมส์รีบเข้ามาหาเพื่อนก่อนจะตบบ่าอย่างให้กำลังใจ

"ลูกมึงแน่นอนหน้าเหมือนกันขนาดนั้น"

"ถ้าเกิดเด็กเป็นลูกกูจริงก็ไม่แปลกใจหรอกทำไมขนมหวานถึงเกลียดกูขนาดนั้น สามปีที่ผ่านมาเธอต้องอุ้มท้องแล้วก็เลี้ยงลูกด้วยตัวเองคงจะอับอายไม่น้อยเลย"

"ตอนอยู่ต่างประเทศมึงก็ไม่เปิดตัวเค้าเหมือนกันนี่ ตอนนั้นมึงกะกินน้องมันเล่นๆ ไม่ใช่หรือไง ก็ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมตอนมีปัญหามึงถึงทิ้งได้โดยอะไรเยื่อใยแบบนั้น"

"มึงก็พูดซะกูดูแย่เลยนะ เอายังไงดีวะ"

เขาเริ่มมีสีหน้าที่คิดไม่ตกไม่รู้ว่าจะจัดการปัญหานี้ยังไงเหมือนกัน ถ้าเกิดขนมหวานรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของคลินิกที่นี่จะต้องไม่มาทำงานที่นี่แน่นอน

แอ๊ด...

"อ้าวท่านรองมาพอดีเลยกำลังจะไปหาท่านประธานอยู่ดีเลยค่ะ"

หัวหน้าแผนกบุคคลเอ่ยทักทายเขาด้วยรอยยิ้มสดใส ในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารบางอย่างซึ่งชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็รีบเดินเข้าไปหาทันที

"จะไปหาพ่อทำไมครับ"

"เมื่อกี้มีคนมาสมัครงานคนหนึ่งค่ะเธอชื่อคุณขนิษฐา ประวัติการทำงานดีมากเลยนะคะ ตอนเธอเรียนปริญญาตรีที่ต่างประเทศได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกหลายที่เลย เธอจบบริหารธุรกิจมาแต่ทำงานเป็นนักวางกลยุทธ์การตลาดให้กับแบรนด์ดังระดับโลก เธอให้เหตุผลว่าอยากอยู่อย่างสงบแล้วก็เลี้ยงลูก แต่พนักงานการตลาดคลินิกเราเงินเดือนที่เริ่มต้น 25,000 บาท แต่จากประวัติการทำงานและประวัติการศึกษาของเธอเงินเดือนแค่นี้เกรงว่าจะรั้งเธอไว้ไม่ได้ แล้วถ้าเกิดประวัติการทำงานหลุดไปที่บริษัทอื่นเราต้องถูกแย่งตัวไปแน่นอนเลยค่ะ พี่ว่าจะลองให้ท่านประธานพิจารณาเรื่องเงินเดือนเพิ่มให้อีก แล้วก็รีบเซ็นสัญญากับเธอให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นถ้าคุณขนิษฐาไปทำงานกับคนอื่นถึงตอนนั้นเราจะเสียคนเก่งไปนะคะ"

เขานิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะขอแฟ้มเอกสารในมือของผู้จัดการแผนกฝ่ายบุคคลมาลองเปิดดู ช่วงเวลาที่เขากับเธอมีความสัมพันธ์กันตอนนั้นขนมหวานเพิ่งจะเริ่มเรียนปี 1 เอง เขาไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมีความสามารถมากขนาดนี้ ความรู้สึกผิดที่มันอยู่ภายในใจมีมากมายต่อเธอเหลือเกิน อยู่กันมาหลายปีเขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีความสามารถอะไรบ้าง เธอชอบหรือไม่ชอบกินอะไร แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อเขาไม่เคยจำอะไรได้เลย ก็ไม่แปลกใจหรอกที่เธอจะเกลียดเขาขนาดนี้

"เดี๋ยวผมคุยกับพ่อเอง เดี๋ยวพี่ช่วยโทรศัพท์ไปหาคุณขนิษฐาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าให้มาเซ็นสัญญาที่บริษัทได้เลย ส่วนเงินเดือนเสนอให้อยู่ที่ 200,000 บาทต่อเดือน"

"สองแสน...!"

ทุกคนที่ได้ยินดูตกใจเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าเขาจะทุ่มเงินมากขนาดนั้นเพื่อให้ดึงตัวเธอเข้ามาทำงานที่คลินิก เธอเป็นนักวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีชื่อเสียงพอสมควร สำหรับเขาแค่ 200,000 บาทมันไม่ได้มากมายอะไรหรอก เขามีเหตุผลอย่างอื่นที่จะดึงรั้งตัวเธอไว้ข้างกาย ส่วนเรื่องของน้องเรย์ริวเขาจะหาโอกาสตรวจดีเอ็นเอเพื่อให้ได้ความจริงที่กำลังคาใจอยู่ ถึงตอนนั้นเขาค่อยหาโอกาสคุยกับเธอแบบจริงจังสักที

"ตามนี้แหละรีบไปโทรบอกเธอเลย อ้อ ห้ามให้เธอรู้เด็ดขาดว่าผมเป็นรองประธานบริษัทของคลินิกนี้ พี่ทำยังไงก็ได้ให้คุณขนิษฐาเซ็นสัญญาทำงานร่วมกับเราก่อน"

"ได้ค่ะท่านรองเดี๋ยวพี่จะรีบจัดการให้นะคะ"

"ขอบคุณมากเลยนะครับ"

เขาถือแฟ้มเอกสารติดมือมาด้วยก่อนจะหันไปหาหมอเจมส์ที่ตอนนี้ยืนกอดอกมองใบหน้าของเพื่อนไม่ได้พูดอะไร

"ขอบใจมากนะเว้ยสำหรับเรื่องวันนี้ เดี๋ยวกูไปคุยกับพ่อก่อน"

"อืม... จะเอายังไงก็เอา แต่ถ้าเป็นไปได้มึงหาโอกาสตรวจดีเอ็นเอกับเด็กคนนั้นหน่อยนะ หน้าตาเหมือนมึงตอนเด็กเลยกูว่ามีโอกาสสูงที่จะเป็นลูกมึง"

"กูก็คิดแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวมึงกลับไปก่อนก็แล้วกันขอไปหาพ่อแป๊บหนึ่งก่อน"

หมอเจมส์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือมาตบบ่าเพื่อนอย่างให้กำลังใจ เรื่องราวหลังจากนี้ควรจะถูกแก้ไขให้เรียบร้อยโดยด่วน ถ้าเกิดขนมหวานท้องลูกของหมอเจย์ริวจริงๆ เขาควรได้ทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องของผัวเมียมันเป็นเรื่องของคนสองคน อาจจะต้องคุยกันให้เคลียร์กับสถานะความสัมพันธ์ในอนาคต

"กูเป็นกำลังใจให้มึงนะเว้ย คนอย่างมึงเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนก็ไม่ได้เหม็นกลิ่นเขาหมด ถ้ามึงอยากจะพิสูจน์ว่าเป็นเพราะอะไรก็ลองดูสิ"

"พิสูจน์ยังไง"

"ก็ลองผู้หญิงที่เคยๆ ดูไง จะได้รู้ไปเลยว่าป่วยเยอะแค่ยึดติด ฮ่าๆ"

"ไอ้เลว...!"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียลับหมอเจย์ริว   ตอนพิเศษ 2 รวมญาติ

    หลังจากกลับมาจากฮันนีมูนทั้งสองคนก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเช่นปกติ ตื่นเช้ามาก็เข้าโรงพยาบาลไปทำงานสลับกับเข้าคลินิกเพื่อเซ็นเอกสารที่จำเป็นจะต้องใช้โดยด่วน ส่วนขนมหวานเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานบริหารในคลินิกซึ่งมีคุณพ่อเป็นคนคอยสอนงานทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระงานของเจ้าสองแฝด"ที่เหลือก็ไม่น่ามีอะไรแล้วนะ หนูเป็นคนฉลาดแล้วก็เป็นคนเก่งมาก พ่อแทบไม่ได้สอนอะไรเลยด้วยซ้ำ"คุณพ่อเอ่ยชมลูกสะใภ้ไม่หยุด เธอเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมและเป็นคนที่มีความจำดีเลิศ สอนอะไรนิดหน่อยก็สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนแรกที่เห็นประวัติการทำงานก็ยังมีความสงสัยเล็กน้อยว่าผู้หญิงอายุเพียงแค่นี้ทำไมถึงมีประสบการณ์เป็นที่ต้องการจากแบรนด์ดัง แต่พอได้ร่วมงานจริงถึงรู้ว่าเธอเป็นคนที่เก่งไม่แพ้ใคร เหมาะสมที่จะเป็นลูกสะใภ้ของเขา"ก็คุณพ่อสอนเก่งนี่คะเข้าใจง่ายมากเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะเริ่มคิดการตลาดใหม่ เอาไว้จะไปเสนอคุณพ่อนะคะ""หนูตัดสินใจเองเลยไม่งั้นก็ปรึกษาไอ้สองแฝดนั้นก็พอ พ่ออยากจะวางมือแล้วจะไปเลี้ยงหลานสองแสบ เรียกร้องหาปู่หาย่าทุกวันใครจะอยากมาทำงานกันละ"คุณพ่อนึกไปถึงใบหน้าของเจ้าสองแสบที่ตอนนี้น่าจะกำลังวิ่งวุ่นทั่วบ้

  • เมียลับหมอเจย์ริว   ตอนพิเศษ 1 ฮันนีมูน

    หนึ่งปีต่อมา...หลังจากที่ขนมหวานได้คลอดเจ้าหญิงน้อยออกมาเธอก็ได้คุยกับสามีว่าจะไม่มีอีกคนแล้ว เพราะอยากจะดูแลเจ้าแสบทั้งสองคนมอบความรักให้อย่างเต็มที่ ยิ่งมีลูกมากการดูแลเอาใจใส่ก็จะน้อยลงตามไป เพราะฉะนั้นเราทั้งสองคนจึงตัดสินใจว่าจะมีลูกเพียงแค่สองคนเท่านั้น"โยนลงไปตรงนั้นเลยค่ะ ปลาตรงนั้นเยอะมากเลยนะ"สามีของเธอถือถังอาหารปลานั่งอยู่ริมแม่น้ำส่วนหญิงสาวในตอนนี้กำลังตักอาหารโยนลงไปในแม่น้ำมองเจ้าปลาตัวใหญ่แหวกว่ายไปมาอ้าปากงับอาหารกระโดดไปมาดูจะมีความสุขเหลือเกิน"นี่คือการมาฮันนีมูนของพี่เหรอคะ คู่อื่นเขาไปเที่ยวต่างประเทศ พาเมียไปช้อปปิ้งซื้อของแบรนด์เนมล่องเรือสำราญ นี่อะไรพามาให้อาหารปลาแคมป์ปิ้งอยู่ในป่า"หญิงสาวถึงกับกุมขมับเมื่อสามีบอกว่าจะพามาฮันนีมูน ดูเอาเถอะตอนแรกคิดว่าจะพาไปเที่ยวต่างประเทศใช้เงินสบายใจเฉิบ สรุปพาเธอมากางเต็นท์อยู่ในป่าลำบากลำบนเสียเหลือเกิน"หนูไม่คิดว่ามันเป็นการฮันนีมูนที่แปลกใหม่เหรอ ตอนกลางคืนนอนฟังเสียงสัตว์ร้อง ดูดาวบนท้องฟ้าแล้วก็เล่นปูไต่กันในเต็นท์"เขาเอ่ยออกมาด้วยความทะเล้นก่อนจะใช้นิ้วไต่ตามตัวของเธอเพื่อหยอกล้อคนรัก ขนมหวานส่ายหน้ายิ้มๆ ก่

  • เมียลับหมอเจย์ริว   บทที่ 45 ครอบครัวอบอุ่น จบบริบูรณ์

    เขาเดินทางกลับมาที่บ้านในเวลาต่อมาและเมื่อมาถึงสิ่งแรกที่เขาให้ความสนใจก็คือภรรยาสุดที่รักแล้วก็ลูกชายจอมแสบ เพียงแค่เดินเข้าประตูก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องนั่งเล่น ซึ่งน่าจะเป็นลูกชายกำลังเล่นอยู่กับพี่เลี้ยงแล้วก็คุณแม่ของเขา แต่เหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของภรรยาก็เลยตะโกนเรียกแม่บ้านที่อยู่บริเวณนั้น"มีใครเห็นขนมหวานไหมครับ""คุณขนมหวานอยู่ที่สวนหลังบ้านค่ะ น่าจะกำลังปลูกต้นไม้อยู่""โอเคขอบคุณครับ"และเมื่อเขารู้ที่อยู่ของภรรยาก็รีบเดินอ้อมข้างหลังคฤหาสน์ตรงไปยังสวนหลังบ้านทันที และเมื่อมาถึงเขาก็เห็นภรรยากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ตั้งแต่ที่เธอตั้งครรภ์จนถึงตอนนี้กลายเป็นเจ้าแม่เพาะปลูกต้นไม้มงคลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเขาไม่อยากจะให้เธอทำงานที่เครียดและไม่อยากจะให้ทำงานหนักสิ่งเดียวที่เธอทำได้ก็คือการมานั่งปลูกต้นไม้อยู่ข้างหลังนี้"ท้องโตขนาดนี้แล้วทำไมหนูถึงไม่นอนพักผ่อนคะ แล้วมาอยู่ตรงนี้คนเดียวถ้าเกิดปวดท้องจะคลอดขึ้นมาใครจะเห็น""โทรศัพท์ก็วางอยู่ตรงนี้มีอะไรเดี๋ยวก็โทรเรียกคุณแม่เองค่ะ อยู่ที่ห้องไม่รู้จะทำอะไรก็เลยออกมาหาอะไรทำเล่นข้างล่างดีกว่า"เธอหันไปยิ้มให้กับชาย

  • เมียลับหมอเจย์ริว   บทที่ 44 ชีวิตหลังแต่งงาน

    หลายเดือนผ่านไป...ในตอนนี้ขนมหวานและเจย์ริวแต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเธอก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาพร้อมกับลูกชายจอมแสบ และช่วงวันหยุดก็จะพาลูกชายไปนอนค้างที่บ้านของเธอเพราะตกลงกับคุณพ่อเอาไว้แล้วว่าถ้าแต่งงานออกไปจะต้องพาหลานกลับมาเที่ยวที่บ้านทุกอาทิตย์ และตอนนี้เธอท้องได้แปดเดือนกว่าแล้ว สามียังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่มีเปลี่ยน คอยดูแลเป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องจึงคิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ให้โอกาสเขาได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง"หนูเป็นยังไงบ้างลูกปวดท้องปวดตัวอะไรไหม ถ้าเดินไม่ไหวก็นั่งพักผ่อนนะอย่าฝืนตัวเอง"คุณแม่เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เป็นช่วงที่สามารถคลอดได้ตลอดคุณแม่จึงคอยดูแลเธอเป็นพิเศษ ส่วนลูกชายตอนนี้ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลของตัวเอง นั่งตำแหน่งผู้บริหารไหนจะต้องเป็นคุณหมออีกชีวิตดูวุ่นวายพอสมควร แต่ยังดีที่จัดสรรเวลาได้ดีไม่ให้ภรรยารู้สึกน้อยอกน้อยใจ แบบนี้แหละดีแล้วรู้จักปรับปรุงตัวเองชีวิตคู่จะได้อยู่ยืนยาว"หนูไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะคุณแม่ร่างกายก็ยังโอเคอยู่ ช่วงนี้รู้สึกว่าท้องโตน่าจะใกล้คลอดแล้วค่ะ ท้องนี้เป็นผู้หญิงรู้สึกว่าไม่เหนื่อยเท่าท้องเจ้าแสบ"เธอก้มมอง

  • เมียลับหมอเจย์ริว   บทที่ 43 เรื่องราวซับซ้อน

    หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างลงตัวเจย์ริวก็กลับมาที่บ้านเพื่อพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับการสู่ขอขนมหวานจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่และก็บอกข่าวดีเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กในท้องอีกคนด้วย และแน่นอนว่าพวกท่านทั้งสองคนดีใจมากในที่สุดลูกชายก็ง้อเมียสำเร็จสักที"ในที่สุดลูกฉันก็ฉลาดสักที""พ่อดีใจด้วยนะในที่สุดก็ง้อเมียสำเร็จสักที ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราหาเวลาเข้าไปคุยกับทางโน้น ต้องหาฤกษ์หายามดีๆ ก่อน เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพ่อจะให้หลวงพ่อช่วยดูให้""ขอบคุณมากเลยนะครับคุณพ่อคุณแม่สำหรับเรื่องทุกอย่าง ยังไงผมฝากจัดการด้วยนะครับ"เจย์ริวยิ้มออกมาก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นธุระเกี่ยวกับงานแต่งงานของเขาในครั้งนี้ให้ ส่วนเจอริคเขามีใบหน้าที่เคร่งขรึมและดูเครียดกับอะไรบางอย่างซึ่งถ้าให้คนในครอบครัวเราก็น่าจะเป็นเกี่ยวกับงานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้น"แล้วเราล่ะได้ฤกษ์งานหมั้นหรือยัง""ยังเลยครับแม่ผม...""ทำไมลูกดูเหมือนไม่อยากจะหมั้นล่ะ ไม่ได้รักหนูแพรวาเหรอแล้วทำไมถึงจะแต่งงานกันล่ะแม่ไม่เข้าใจ"คุณแม่จ้องมองใบหน้าของลูกชายอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เธอไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าลูกเคยคบหากับใครมาก่อนรู้

  • เมียลับหมอเจย์ริว   บทที่ 42 เจรจาการแต่งงาน

    เจย์ริวพาว่าที่ภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งและจะเอาผลอัลตร้าซาวด์ติดมือไปด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะต้องถูกคุณพ่อด่าแต่อย่างน้อยท่านก็น่าจะเห็นแก่หลานตัวเล็กที่กำลังจะคลอดออกมาอีกคน เพราะฉะนั้นนี่เป็นทางเดียวที่จะขอการให้อภัยจากพ่อตาได้"ทำไมต้องมาที่โรงพยาบาลอีกคะ หนูก็ตรวจไปแล้วนี่ผลก็ออกแล้ว""พี่อยากได้ใบอัลตร้าซาวด์ค่ะจะได้เอาไปให้คุณพ่อกับคุณแม่ของหนูดูไง คุณพ่อกับคุณแม่พี่ก็คงดีใจที่จะได้มีหลานอีกคน"ใบหน้าของเขายิ้มออกมาดูมีความสุขซึ่งมันทำให้หญิงสาวรู้สึกมีความสุขเช่นกัน นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับเธอกับลูกแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเจย์ริวก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาสามารถดูแลเธอกับลูกได้จึงยอมที่จะให้โอกาสอีกครั้ง"รีบตรวจเถอะค่ะจะได้รีบไป""ได้ค่ะไปห้องอัลตร้าซาวด์เลยเดี๋ยวพี่ทำเอง""ดีเนาะเมียท้องสามีตรวจครรภ์ให้"ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาขำขัน เอาจริงเขาก็ไม่ได้เรียนเฉพาะทางสำหรับแผนกสูตินรีเวชโดยตรงแต่การทำคลอดเป็นพื้นฐานของการเรียนหมออยู่แล้ว คนที่เรียนจบมายังไงก็ต้องผ่านการทำคลอดทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเขาจะเป็นคนดูแลภรรยาตลอดการตั้งครรภ์ก็ไม่แปลกอะไร แต่บอกต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status