Masuk“วันนี้มึงอย่าอยู่เลยอีทับทิม พี่ลักษมณ์จะต้องเป็นของกู”เสียงคำรามลอดไรฟันดังต่ำชวนขนลุก ร่างสะบันงาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แววตาเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ความเงียบภายในห้องกลับกลายเป็นบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออกอึกมือแข็งแรงโถมเข้าบีบคอทับทิมแน่นจนเธอสะดุ้งเฮือก หายใจไม่ออกทันที ความเจ็บปวดแล่นผ่านลำคอ ร่างบางดิ้นรนสุดแรงแต่ไร้ทางหนี ใบหน้าของเธอซีดเผือดเหมือนคนสิ้นเลือด ดวงตาเบิกกว้างสะท้อนความตื่นตระหนกสุดขีดแววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา มือทั้งสองปัดป่ายไปมาโดยไร้จุดหมาย ร่างเอนพิงขอบหน้าต่างอย่างไร้เรี่ยวแรง หากสะบันงาผลักเพียงนิดเดียวเธอคงตกลงไปแล้วทว่าคนตรงหน้ากลับเลือกบีบคอให้ขาดใจแทน ไม่ว่าข้างหน้าหรือข้างหลังก็มีแต่ความตาย สิ่งเดียวที่จะทำให้รอดได้คือสู้ และรีบหาทางไปหาพี่ลักษมณ์เพื่อขอความคุ้มครองหัวใจทับทิมเต้นแรงจนแทบทะลุอก เธอหวังจะคว้าอะไรบางอย่างมาต่อสู้ แต่ความพยายามกลับพลาดไปโดนตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ น้ำมันใสไหลนองพื้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว ควันไฟเริ่มฟุ้งคลุ้งในอากาศ แสบจมูกจนสำลักแค่ก แค่ก เสียงไอของทับทิมดังท่ามกลางความชุลมุน“กูจะฆ่ามึงให้ตายเสี
“ออกรถกันได้แล้ว” เสียงพ่อใหญ่ครามตะโกนสั่ง เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องแข่งกับความเงียบของยามค่ำคืน รถเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางสายลมที่พัดแรงภายในห้องนอนของเสือลักษมณ์ หลังจากที่อีกฝ่ายจากไป ทับทิมที่อยู่เพียงลำพังก็กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความไม่พอใจ“กรี๊ดดดดด” เสียงกรีดร้องของทับทิมดังลั่น ทำเอาชมพู่สะดุ้งเฮือกจากที่นอน เธอรีบวิ่งมาหาทับทิมในห้องทันที“คุณทับทิมเป็นอะไรจ๊ะ” ชมพู่รีบถามด้วยความตกใจ“ก็ไอ้แก่คำน่ะสิ มันจะตายแล้วก็ยังจะลากผัวกูไปด้วย” ทับทิมน้ำตาคลอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและหึงหวง“ใจเย็น ๆ นะจ๊ะ” ชมพู่พยายามปราม แม้ใจตัวเองจะร้อนรุ่มไม่แพ้กัน“จะเย็นได้ไง กูอุตส่าห์ได้กลับมาแล้ว แต่พี่ลักษมณ์ก็ยังเลือกไอ้แก่นั่นมากกว่ากู” เสียงทับทิมสั่นเครือ คล้ายเสียสติ“เดี๋ยวเสือลักษมณ์ก็กลับมาจ้ะ คุณทับทิมรอก่อนนะจ๊ะ” เสียงปลอบใจดังแผ่ว แต่ทับทิมกลับส่ายหน้าแรง ๆ“กูละร้อนใจนัก กลัวเหลือเกิน กลัวว่าไอ้พวกนั้นจะหลอกพี่ลักษมณ์ไปแก้ของ” ทับทิมยกมือกุมอกหอบหายใจ ชมพู่ที่กลัวเจ้านายจะเป็นลมก็พยุงทับทิมไปนั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะลุกขึ้นมาปิดประตู ปิดหน้าต่าง กลัวว่าคุยอะไรกันเสียงดัง
“เรื่องใหญ่เลยละพี่” มืดรีบยื่นซองจดหมายเก่า ๆ ที่ยับเล็กน้อยมาให้“ไหนมึงว่ามา”“นี่จ้ะ พี่อ่านเอาเอง”เสือลักษมณ์รับซอง เปิดอ่าน พลันทับทิมก็ขยับมายืนเคียง ออเซาะอย่างเคย“มีอะไรกันจ๊ะพี่ลักษมณ์” เสียงออดอ้อนเอ่ยถามเขากวาดตามองตัวอักษรไม่กี่บรรทัด แต่หัวใจก็เต้นแรงด้วยความโกรธ ทันทีที่อ่านจบ เขาขย้ำจดหมายทิ้งด้วยแรงมือมหาศาล“ลุงคำโดนทางการไล่ล่าน่ะ ต้องการกำลังเสริม ตอนนี้แกแก่แล้วไม่ไหว”“เสือคำน่ะเหรอจ๊ะ” ทับทิมถามทันที แววตาเต็มไปด้วยความสนใจ เธอรู้จักแกดี เพื่อนเก่าของพ่อที่ล่วงลับไปนาน หากนับเวลาก็ถือว่าแก่หง่อมเต็มที“อืม” เขาพยักหน้า“พี่คงต้องขึ้นไปหัวเมืองเหนือคืนนี้” น้ำเสียงหนักแน่นราวคำสั่ง เส้นทางที่เสือคำอยู่ไกลโพ้น หากไม่ออกคืนนี้ก็คงสายเกินไป“แต่ทับทิมอยากอยู่กับพี่ ให้ทับทิมไปกับพี่นะจ๊ะ” หญิงสาวรีบคว้าแขนเขาแน่น ความหวาดหวั่นสะท้อนในน้ำเสียงและดวงตา“ไม่ต้อง มันอันตราย” เขาปฏิเสธทันที มือใหญ่จับบ่า จ้องหน้าเมียแน่นิ่ง“ไม่เป็นไร พี่จะกลับมาหานะ” เขาลูบเส้นผมเธอเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนปลอบใจ“แต่...” ทับทิมเสียงสั่น ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความกลัว ดวงตาคู่สวยพร่า
สายน้ำยกสำรับกับข้าวขึ้นมาบนบ้านใหญ่ในช่วงเย็น แม้จะโดนผลักไสอยู่หลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่อาจทำให้ความรักที่เขามีแต่คนรักจางหรือลดน้อยลงไป สายน้ำทำกับข้าวมาให้หลังจากที่ไม่เห็นทับทิมหรือสะบันงาลงไปทำกับข้าวในครัว ด้วยความห่วงใยคนรักจึงทำให้เองเหมือนเช่นทุกวัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมแตะต้องเลยก็ตามเมื่อไม่เห็นเงาคนรักออกมากินข้าวที่โต๊ะ สายน้ำก็ถือวิสาสะยกเข้าไปให้ถึงในห้อง ดำที่เป็นห่วงสายน้ำก็ขอมาด้วย แต่แอบรออยู่ที่นอกห้อง“พี่ลักษมณ์ สายน้ำเอาข้าวมาให้จ้ะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกเบา ๆ พร้อมวางถาดอาหารลงบนโต๊ะไม้ที่มุมห้องนอน กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว แต่เจ้าของห้องกลับไม่แม้แต่จะหันมามองเสือลักษมณ์นั่งขลุกตัวอยู่กับทับทิมบนเตียง ทั้งสองโอบกอดกันกลม ทับทิมเอนซบกับอกแกร่งสีหน้ายิ้มเยาะเย้ยสายน้ำ คนมองเห็นภาพบาดตาก็เจ็บปวดใจ อ้อมกอดนั้นเคยเป็นของเขามาก่อน สายน้ำอยากจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ แต่ก็ต้องกลั้นมันเอาไว้ไม่ให้ใครได้สมน้ำหน้า“เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ” เสียงเข้มตอบห้วน ๆ แฝงไปด้วยความไม่ไยดี เสือลักษมณ์เอาแต่สนใจทับทิม ไม่มองหน้าสายน้ำแม้แต่น้อย“...” สายน้ำเม้มปากแน่น สายตาสั่นไ
“มึงไปเฝ้าพี่มึงดี ๆ ก่อนที่มันจะตายห่า” ดำกำชับ เสียงเด็ดขาด“ไปกันเถอะ ฉันร้อนใจจะตายห่าอยู่แล้ว” สะบันงาหันไปบอกสายน้ำ สีหน้าเคร่งเครียด“เออ” ดำตอบรับสั้น ๆ ก่อนที่ทุกคนจะเดินมาถึงบ้านของพ่อใหญ่ครามหรือบ้านของดำ เป็นจังหวะเดียวกันที่รถคันหรูขับเข้ามาทันทีที่เห็นพ่อใหญ่ครามลงมาจากรถ ดำก็เข้าไปถามไถ่พ่อตัวเองทันที“พ่อ เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเข้ม มองหน้าชายชราด้วยแววตาเคร่งเครียด“หลวงตาจะแก้ของให้” พ่อใหญ่ตอบเสียงหนักแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม“จ้ะ เมื่อไหร่จ๊ะ” สายน้ำถามทันที แววตาเปี่ยมความหวัง“แยกมันออกจากอีทับทิมได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” พ่อใหญ่เอ่ยชัดถ้อย ดวงตาคมกริบ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แก้ของ แต่จะทำยังไงให้มันหลุดจากผู้หญิงแพศยาคนนั้นได้“เราต้องวางแผนจ้ะ” สายน้ำเสนอความคิด น้ำเสียงจริงจังจนทุกคนเงียบฟัง“แผนอะไร” ดำเลิกคิ้วถาม สีหน้าครุ่นคิด“เสือลักษมณ์เป็นโจร แน่นอนว่าต้องมีเพื่อน ถูกไหมจ๊ะ” สายน้ำถามด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“อืม มึงนี่ก็ฉลาดนะเนี่ย” ดำเอ่ยชมทันที มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่คิดว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาจะฉลาด“แหะ ๆ” คนตัวเล็กหัวเราะแก้เขิน แก้มแดงเล็กน้
บรึ๊นนนนนเสียงรถกลับมาอีกครั้งในยามเช้า สะบันงาและสายน้ำไม่รอช้ารีบตามมาทันทีที่บ้านใหญ่ โดยมีเสือดำและเสือใบ้เดินตามมา พวกเขาทุกคนยังไม่มีใครนอนหลับเลยสักคนหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน“พี่ลักษมณ์” สายน้ำรีบเรียกเสียงดัง หัวใจเต้นแรงด้วยทั้งความโล่งใจที่เสือลักษมณ์กลับมาอย่างปลอดภัยแต่ก็อดหวาดหวั่นเสียไม่ได้“อ๊ะ!” สะบันงาร้องตกใจทันทีที่เห็นคนเปิดประตูรถลงมาอีกฝั่งเป็นทับทิม ดวงตาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองนี่พี่ลักษมณ์ไปรับมันกลับมาจริง ๆ สินะ“ทับทิม” เสือลักษมณ์เอ่ยชื่อเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล โอบแขนเสือลักษมณ์ เชิดหน้าใส่สะบันงาพร้อมยิ้มเยาะ“ตกใจเหรอที่เห็นหน้าฉัน” เธอส่งเสียงเย้ย แววตาคมกริบฉายแววเหนือกว่า“...” สายน้ำเงียบงันไปในทันที ใจบีบรัดจนแทบขาดลมหายใจ ความรู้สึกเจ็บปวดเจ็บใจถาโถมเมื่อเห็นคนรักรักคนอื่น“หลีกหน่อยนะ พอดีฉันกับพี่ลักษมณ์ทำ อุ๊ย เดินทางกันมาเหนื่อย จะพักสักหน่อยนะ” เธอพูดพลางกระตุกยิ้ม ริมฝีปากแต่งแต้มรอยยิ้มเยาะ“คุณทำอะไรกับพี่ลักษมณ์กันแน่!” สายน้ำตะโกนถามเสียงสั่น น้ำตารื้นคลอเบ้า คนตัวเล็กรีบเดินมาขวางทันทีเพื่อไม่ให้ทับทิมและเสือลักษมณ







